มิติรักต่างเวลา

ตอนที่ 34 : "อนาคต"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,806
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 120 ครั้ง
    28 ก.พ. 62





                              ฝ่ายเยงบาที่ควบม้ามาตามหลังหลวงฤทธิรงค์และวาดดาวนั้น จำต้องแยกทหารเป็นสามกำลังเพื่อตามอีกฝ่ายไป ส่วนตัวเขาและทหารอีกห้านายยังคงตามหลวงฤทธิรงค์กับวาดดาว  เขาควบม้าตามคนทั้งคู่อยู่นานแต่เหมือนอีกฝ่ายจะไวกว่าเพราะชำนาญเส้นทางกว่า และตอนนี้คนทั้งคู่ก็ได้หายลับจากสายตาหายเข้าไปในป่าเสียแล้ว ขุนพลหนุ่มชะลอม้าให้ช้าลงเมื่อเห็นแสงไฟที่ส่องสว่างข้างหน้า เขากระโดดลงจากหลังม้าที่หยุดสนิทห่างจากบริเวณแสงไฟที่เห็นไปไม่มากนัก ชายหนุ่มชักดาบออกจากฝักกระชับไว้ในมืออย่างระแวดระวัง  และเดินนำขบวนเข้าไปดูบริเวณที่มีแสงจากกองไฟส่องสว่างให้เห็นตรงหน้า เมื่อเดินเข้าไปใกล้จึงพบม้าหนึ่งตัวถูกผูกทิ้งไว้ที่ต้นไม้ เขาจำได้ว่าคือม้าที่มอบให้หลวงหนุ่มกับหมอสาวจากสยามไป และที่โคนต้นไม้ข้างๆกันนั้นก็พบจากายอ บุตรชายของท่านแม่ทัพที่สลบไม่ได้สติอยู่ เยงบาส่งสัญญาณให้ทหารตรวจดูรอบๆแต่ไม่พบคนอื่นอยู่ที่นั่น คิดว่าพวกเขาคงทิ้งคนเจ็บไว้ และหนีไปกันนานแล้ว 

          "ให้ทำเช่นไรต่อไปดีขอรับ ให้ตามไปหรือไม่" ทหารนายหนึ่งถามขึ้นเมื่อตรวจดูรอบๆแล้วไม่พบคนที่พวกเขาตามหา นอกจากม้าหนึ่งตัวกับคนเจ็บหนึ่งคน

          "ไม่ต้อง รีบพาบุตรชายท่านแม่ทัพกลับไปที่ค่ายก่อน ข้าจักรายงานความแก่ท่านแม่ทัพเอง" เขาบอกเมื่อเห็นว่าอีกเพียงไม่กี่อึดใจก็จะเข้าเขตแดนทหารของอีกฝ่ายแล้ว จะตามไปคงไม่เป็นการดีแก่พวกเขา

           "ขอรับ"

 

 

 

           "หยุดทำไมล่ะ เดี๋ยวพวกมันก็ตามมาทันหรอก" วาดดาวท้วงขึ้นเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเริ่มชะลอฝีเท้าม้า และหยุดลงในที่สุด เขาและเธอตัดสินใจทิ้งคนเจ็บไว้ตรงบริเวณรอยต่อเขตแดนทางทหารของทั้งสองฝ่าย เพื่อทำตามสัญญาว่าจะปล่อยคนเจ็บไปเมื่อพวกเขาปลอดภัย จากนั้นจึงรีบควบม้าหนีมาเพราะกลัวอีกฝ่ายจะตามมาทัน

           "พวกมันมิตามมาแล้วล่ะ  เข้าเขตแดนทหารของเราแล้ว อีกประเดี๋ยวก็จักถึงค่ายแล้ว "ชายหนุ่มตอบขณะที่กระโดดลงจากหลังม้าและยื่นมือมารับหญิงสาวลงมาเพื่อหยุดพัก "พักเสียหน่อยเถิด ประเดี๋ยวค่อยไปกันต่อ" วาดดาวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่งมือให้ชายหนุ่มรับเธอลงจากหลังม้า

            หลวงหนุ่มเดินไปที่ต้นไม้ที่อยู่ไม่ห่างเท่าไร เขานั่งลงพิงต้นต้นไม้ หายใจด้วยอาการเหนื่อยหอบ และยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ผุดตามใบหน้าออก วาดดาวที่เดินตามมานั่งลงข้างๆกันจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ยอมละสายตา เธอจ้องเขาอยู่นาน จนคนถูกจ้องเริ่มจะรู้สึกตัว จึงหันมามองเธอกลับบ้างด้วยท่าทีสงสัย แต่จู่ๆสาวตรงหน้าก็หัวเราะออกมาเสียอย่างนั้น

            "แม่ขำกระไร?"เขาถามขึ้นด้วยความสงสัย

            "ขำคุณ ขำฉัน ขำเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด" เธอตอบ

           "มีเรื่องกระไรให้หน้าขำกัน เรื่องความเป็นความตายทั้งนั้น เราเพิ่งเกือบจักเอาชีวิตมิรอดกันมาอยู่หยกๆ" ชายหนุ่มไม่เข้าใจท่าทีที่หญิงสาวตรงหน้าแสดงออกมา แต่วาดดาวกลับทิ้งตัวลงนอนราบไปกับพื้นเสียอย่างนั้น เธอหลับตาลงครู่หนึ่งก่อนจะลืมตามองท้องฟ้า ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับมากมายหลายล้านดวง 

           "อย่างน้อยที่นี่ก็ดาวสวย" เธอพูดเพียงแค่นั้น ชายหนุ่มจ้องมองเธอที่กำลังทอดสายตาไปยังดวงดาวบนท้องฟ้าด้วยความเงียบ จากนั้นจึงแหงนหน้ามองดาวตามเธอบ้าง เขาคิดว่าเขาเข้าใจความหมายของสิ่งที่เธอพูด ที่นี่คงโหดร้ายมากสำหรับเธอ ตั้งแต่เธอมาถึงนี่ก็พบเจอแต่เรื่องเสี่ยงตายมาตลอด ทุกอย่างที่นี่คงยากสำหรับเธอจริงๆ เขาปล่อยให้เธอนอนมองดาวบนท้องฟ้าอยู่เงียบๆแบบนั้นคนเดียวโดยไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา เขาคิดว่าเธอคงต้องใช้เวลาทำใจสักครู่ หลังจากที่เพิ่งผ่านความเป็นความตายมาหมาดๆ ยังดีที่ครั้งนี้ไม่ได้ร้องไห้โวยวายออกมาเหมือนครั้งก่อนๆให้เขาตกใจเล่น

 

          "มีดนั่น" หลวงหนุ่มตัดสินใจถามขึ้นหลังจากปล่อยเวลาให้เงียบมานานพอสมควร "มีดผ่าตัดของแม่ ฉันจำได้ว่าคราวก่อนแม่บอกว่า มันมีไว้ช่วยคน มิได้มีไว้ทำร้ายผู้ใดมิใช่รึ แล้วเหตุใดแม่ถึงเอามันมาจ่อคอบุตรชายแม่ทัพเมียนหวุ่นเยี่ยงนั้นเล่า" วาดดาวหยุดคิดครู่หนึ่งก่อนตอบออกไป

          "ก็ช่วยคนไง ช่วยคุณกับฉันให้รอดตายนี่ไง" เธอว่าพร้อมกับหัวเราะให้ จนคนฟังต้องยิ้มตามกับไปด้วยคำตอบที่ได้

           "เรื่องที่แม่พูดก่อนหน้านี้ เป็นความจริงหรือไม่" อยู่ดีๆอีกคนก็เปลี่ยนเรื่องคุยเสียอย่างนั้น

           "เรื่องอะไร"

           "ก็เรื่อง.......ชะตากรรมของคนเหล่านั้น" เขาถามถึงสิ่งที่ได้ยินที่เธอบอกกับฝ่ายนั้นไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากว่าไม่แน่ใจว่าเธอพูดจริงหรือแค่ขู่คนเหล่านั้นให้กลัวเพียงเท่านั้น วาดดาวถอนหายใจออกมาก่อนลุกขึ้นนั่ง

           "มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอที่สุด อ่อนแอต่อความโลภ อ่อนแอต่ออำนาจ แต่กลับแข็งกร้าวต่อธรรมชาติ" เธอพูดขณะทอดสายตามองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย "แต่ความจริงก็ไม่ใช่ความผิดของพวกเขาหรอก เพียงแต่พวกเขาไม่รู้ว่าเวลาไหนควรแข็งกร้าว เวลาไหนควรอ่อนน้อม ก็เท่านั่น" หลวงฤทธิรงค์มองวาดดาวผ่านความมืด เขาพยายามทำความเข้าใจกับคำพูดของเธอ ก่อนจะนึกสงสัยในบางอย่างขึ้นมา เขาชั่งใจก่อนตัดสินใจถามออกไป

         "แล้วบ้านเมืองเราเล่า มีชะตากรรมเช่นเดียวกันหรือไม่" เขาอดนึกสงสัยไม่ได้ จึงตัดสินใจลองถามดู ทั้งที่กลัวคำตอบที่ได้ก็ตามที แต่หญิงสาวกลับยิ้มให้เขาก่อนจะตอบคำถาม

          "ไม่หรอก"

          "จริงรึ?" เขาถามด้วยความดีใจ

           "เรามีพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถทุกพระองค์"

           "เช่นนั้นแสดงว่าอนาคตที่แม่จากมา ยังคงมีพระมหากษัตริย์อยู่ใช่หรือไม่" 

           "ใช่" เธอตอบพร้อมกับยิ้มให้เขา

           "โล่งใจไปที ที่ความพยายามของพวกเรามิสูญเปล่า" ชายหนุ่มเอ่ยความความรู้สึกโล่งใจ

           "ไม่มีอะไรสูญเปล่าหรอก" วาดดาวบอกพร้อมกับมองหน้าเขา "ขอบคุณที่พยายามรักษาแผ่นดินผืนนี้ไว้ มันจะไม่มีอะไรสูญเปล่า ฉันรับรอง" เธอยิ้มให้ชายหนุ่มตรงหน้าอย่างรู้สึกภาคภูมิใจ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้บอกทั้งหมดแก่เขา ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองนี้บ้าง แต่อย่างน้อยให้เขาได้รู้เพียงว่าความพยายามของพวกเขาไม่ได้สูญเปล่าแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว วาดดาวคิดว่าอย่างน้อยการได้มาที่นี่ก็ทำให้เธอได้สัมผัสความรู้สึกรักและหวงแหนแผ่นดินของคนรุ่นว่าพวกเขาต้องเสียสละมากเพียงใดเพื่อที่จะรักษาแผ่นดินนี้ไว้ให้ลูกหลานอย่างพวกเธอ

           "ไปกันเถอะ" ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมตัวเดินทางต่อ "หากแม่กับฉันกลับถึงค่ายมิทันก่อนรุ่งสาง เราคงได้เปิดศึกกันอีกครา".....

 

 

          "พวกมันหนีไปได้ขอรับ" แม่ทัพใหญ่ทุบปังลงบนโต๊ะตรงหน้าด้วยความโมโห

           "นังตัวดี อย่าคิดนะว่าจักรอดไปได้" เสียงพูดเค้นรอดไรฟังออกมา แสดงถึงความคับแค้นใจอย่างถึงขีดสุด ที่ถูกหญิงสาวธรรมดานายทหารรุ่นลูกลูบคมเข้า "จับตาดูนางไว้ให้ดี ได้โอกาสเมื่อใดให้จับตัวนางมาให้ข้า หากนางสามารถหยั่งรู้อนาคตได้จริงดังว่า นางจักเป็นประโยชน์กับเรา แต่หากจับมามิได้ ก็ต้องกำจัดนางทิ้งเสีย เพราะความสามารถของนางจักเป็นภัยแก่เราด้วยเช่นกัน" แม่ทัพอาชาดำหันมาสั่งการทหารหนุ่มข้างกาย

          "ขอรับ ท่านแม่ทัพ"



...........................                              
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 120 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,150 ความคิดเห็น

  1. #315 airprettyair (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 01:38
    "โล่งใจไปทีที่ความพยายามของเรามิสูญเปล่า"
    "ไม่มีอะไรสูญเปล่าหรอก ขอบคุณที่พยายามรักษาผืนแผ่นดินนี้ไว้ มันจะไม่มีอะไรสูญเปล่า ฉันรับรอง"........บทนี้มันตื้นตันมากน้ำตาคลอเลย
    ขอบคุณค่ะไรท์ที่แต่งให้อ่าน
    #315
    1
    • #315-1 Wanwan19(จากตอนที่ 34)
      17 กรกฎาคม 2560 / 07:39
      ดีใจที่ชอบค่ะ อิอิ
      #315-1
  2. #218 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 06:36
    สนุกคร้าาาารอต่อนะค่ะ
    #218
    0
  3. #217 ป้าหัวฟู (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 21:17
    FCคุณหมอ
    #217
    2
    • #217-1 Wanwan19(จากตอนที่ 34)
      30 มิถุนายน 2560 / 21:28
      ขอบคุณคร่าาา
      #217-1
    • #217-2 Wanwan19(จากตอนที่ 34)
      30 มิถุนายน 2560 / 21:30
      ขอบคุณคร่าาา
      #217-2
  4. #216 Looney00 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 20:49
    คุณหมอโดนหมายหัวแล้ว5555
    #216
    0