มิติรักต่างเวลา

ตอนที่ 33 : "คำทำนายจากหมอเทวดา"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,925
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 116 ครั้ง
    15 มี.ค. 63





                      วาดดาวทำการรักษาให้ จากายอ บุตรชายท่านแม่ทัพเมียนหวุ่นโดยการผ่าเอาฝีที่หัวออกให้ ท่ามกลางผู้คนที่มาชมการผ่าตัดของเธออย่างตื่นตาตื่นใจ มีเสียงฮือฮาดังขึ้นเป็นระยะ ระหว่างการรักษาจากเหล่าผู้ที่ไม่เคยพบเห็นวิธีการรักษาแบบชาวตะวันตกมาก่อน จากนั้นจึงฉีดยาฆ่าเชื้อให้เป็นขั้นตอนสุดท้าย

          "ฉันเอาหนองออกให้แล้ว ให้ทำความสะอาดแผลทุกวัน อย่าให้แผลโดนน้ำ กินยา แล้วก็ใส่ยาให้ตรงเวลาด้วย ต้องใช้ยาอะไรบ้าง ฉันคงไม่ต้องบอกนะ สมุนไพรพื้นฐานพวกนี้ พวกคุณคงรู้จักดีใช่ไหม" เธอหันไปถามหมอประจำกองทัพที่ช่วยเธอผ่าตัดตั้งแต่ต้น หมอผู้นั้นเพียงแต่พยักหน้ารับก่อนจะหันไปสนใจคนเจ็บที่เวลานี้สงบลงแล้ว "คงต้องเวลาสักหน่อยกว่าไข้จะลด ทนเอาหน่อยแล้วกัน"

          "จักหายแน่ใช่หรือไม่" คนเป็นพ่อถามขณะมองลูกชายที่นอนอยู่บนเตียง

          "ถ้ารักษาแผลดีๆ ก็หาย แต่ถ้าไม่ มันก็จะเป็นอีก แค่ทำตามที่ฉันบอก ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว" เธอตอบ

           คนฟังถอนหายใจด้วยความโล่งอก หลังจากกังวลมาหลายวันกับอาการของลูกชาย ที่หมอคนใดในพระนครก็ไม่อาจรักษาให้ได้ แม้จะลองมาแล้วทั้งสมุนไพรต่างๆที่ว่าดี หรือพิธีไล่ภูตผีเขาก็ทำมาหมด แต่ก็ไม่มีวิธีไหนได้ผล อาการของผู้เป็นลูกกลับหนักขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ข่าวว่าฝ่ายสยามมีหมอฝีมือดีอยู่คนหนึ่ง ว่ากันว่าเป็นหมอเทวดาที่สามารถรักษาโรคได้ทุกชนิด และยังสามารถชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นได้ เมื่อได้ยินดังนั้น เขาจึงสั่งให้เยงบา ขุนพลคู่ใจไปพาตัวหมอเทวดามาที่นี่เพื่อรักษาอาการป่วยของลูกชาย

         "ฉันรักษาให้แล้ว พวกคุณจะปล่อยเราไปได้หรือยัง" วาดดาวรีบทวงคำสัญญา

         "เข้าใจกระไรผิดไปหรือไม่ ท่านหมอ ข้าบอกว่าจักปล่อยอ้ายหนุ่มนี่ไป แต่มิได้บอกว่าจักปล่อยเจ้าไปด้วย เจ้าต้องอยู่กับเราที่นี่"

         "นี่คุณ" วาดดาวกำลังจะโวยวาย แต่โดนเยงบาขวางไว้เสียก่อน

         "คิดไว้แล้ว ว่าต้องเป็นเช่นนี้ จักหาความจริงใจจากโจรคงจักเป็นไปได้ยาก" หลวงฤทธิรงค์เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย

         "ปากดีนักนะเอ็ง เลือกเอาแล้วกัน ว่าจักตายด้วยกันเสียที่นี่ หรือจักแยกกันไปเพื่อเอาชีวิตรอด"แม่ทัพอาชาดำยื่นคำขาด

        "แล้วหากกระผมหาได้เลือกสักทางเล่า" หลวงหนุ่มจ้องหน้าบุคคลซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งอังวะนิ่ง ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นใดๆแสดงให้เห็น รอยยิ้มขบขันผุดขึ้นบนใบหน้าของผู้สูงวัยกว่า ด้วยพอใจในความห้าวหาญของเด็กหนุ่มรุ่นลูกตรงหน้า

        "เช่นนั้นก็มาดูกันว่าเอ็งจักทำเช่นไร อ้ายหนุ่มน้อย" บุรุษผู้สูงวัยกว่ากล่าวอย่างเป็นต่อ  ขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดอยู่นั้น ก็ได้มีทหารนายหนึ่งวิ่งเข้ามาในกระโจมด้วยท่าทีตื่นตระหนก

        "ท่านแม่ทัพขอรับๆ มีกองทหารม้า  มุ่งหน้ามาจากทางทิศตะวันออกขอรับ"

        "เอ็งไปดูซิ อ้ายขุนเยงบา" แม่ทัพอาชาดำสั่งขุนพลหนุ่มให้ออกไปดูเหตุการณ์ แต่ยังไม่ทันที่นายทหารหนุ่มจะขยับตัว ก็มีทหารอีกนายวิ่งเข้ามารายงานอีก

        "มีกองทหารม้ามุ่งหน้ามาจากทางตะวันตกขอรับ ท่านแม่ทัพ" 

        "ว่ากระไรนะ" ยังไม่ทันขาดคำก็มีเสียงปืนไฟดังขึ้น จากทุกทิศทุกทาง จนทุกคนในค่ายต่างพากันแตกตื่น จากการถูกโจมตีรอบทิศทางโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ความโกลาหลปั่นป่วนเริ่มเกิดขึ้นไปทั่วค่าย 

       "เตรียมตั้งรับข้าศึก เร็ว" แม่ทัพอาชาดำออกคำสั่ง    

       "ขอรับ" ขุนพลทั้งหมดรีบวิ่งออกจากกระโจมเพื่อทำตามคำสั่งทันที

       "หรือว่าเป็นฝีมือเอ็งรึ อ้ายหนุ่ม" แม่ทัพใหญ่จ้องเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มตรงหน้าเพื่อคาดคั้นเอาความจริง

        วาดดาวอาศัยช่วงเวลาชุลมุนที่ทุกคนเผลอ คว้าเอาตัวจากายอ มาเป็นตัวประกัน โดยเอามีดผ่าตัดที่แอบซุกไว้ขึ้นมาจ่อที่คอของคนเจ็บทันที

        "ท่านพ่อ" จากายอร้องเรียกผู้เป็นพ่อให้ช่วย เพราะตอนนี้เขาไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะยืนด้วยซ้ำ

        "เจ้าทำกระไรนั่น" แม่ทัพอาชาดำตกใจกับการกระทำของหญิงสาวตรงหน้า ทุกคนในที่นั้นต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกัน ไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กอย่างเธอจะกล้ากระทำการอุกอาจเช่นนี้

        "อย่าเข้ามานะ" เธอร้องห้ามเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยายามจะเข้าใกล้ "ไม่อย่างนั้น ฉันจะฆ่าเขาจริงๆด้วย" เธอขู่ขณะเอามีดจ่อที่คอของจากายอ แต่ภายใจในนั้นร้องบอกขอโทษคนเจ็บไปเป็นร้อยครั้งด้วยความรู้สึกผิด เธอไม่ควรทำกับคนป่วยแบบนี้ แต่เธอไม่มีทางเลือก

         "แค่มีดเล่มเล็กๆ คิดรึว่าจักทำกระไรได้" แม่ทัพเมี่ยนหวุ่นเอ่ยเมื่อเห็นมีดผ่าตัดในมือของวาดดาว

         "ก็ลองดูสิ อย่าลืมนะว่าฉันเป็นหมอ ฉันรู้ดีว่าเฉือนตรงไหนแล้วจะตายทันที รับรองว่าจะไม่ให้เขาได้ทรมานเลยสักนิด" เธอบอก แม่ทัพใหญ่ชักเริ่มลังเลใจ เพราะเห็นฝีมือคนผู้นี้มาแล้วกับตาตัวเองว่าเธอใช้มีดได้ดีเพียงใด

         "เจ้าต้องการกระไรก็ว่ามา" แม่ทัพใหญ่ตัดสินใจต่อรอง

         "ปล่อยพวกเราไปซะ แล้วฉันจะปล่อยลูกชายคุณ" เธอยื่นข้อเสนอ

         "เจ้าคิดว่าพวกเจ้าจักรอดไปจากที่นี่ได้เช่นนั้นรึ"

         "ก็ลองดูสิ ถ้าพวกฉันตาย เขาก็ตายเหมือนกัน คุณคิดจะเอาชีวิตลูกชายมาแลกกับแค่ชีวิตของเราสองคนก็เอาสิ" วาดดาวเริ่มขู่อีกครั้ง แม้ภายนอกจะทำปากดี แต่ในใจเธอตอนนี้เต้นรัวด้วยความกลัว ขณะที่แม่ทัพอาชาดำเริ่มคิดหนัก ห่วงลูกชายก็ห่วง กลัวเสียหน้าก็กลัว สุดท้ายก็ตัดสินใจพยักพเยิดหน้าให้ปล่อยตัวหลวงฤทธิรงค์

         "แม่ทำกระไรของแม่" หลวงหนุ่มถามหญิงสาวทันทีที่เดินมาหาเธอ ซึ่งการกระทำของเธออยู่นอกเหนือจากแผนการของเขาที่วางไว้

         "ฉันไม่รู้ แต่รีบไปออกจากที่นี่ให้ได้ก่อนก็แล้วกัน" เธอกระซิบบอกเขา ก่อนจะหันหน้าไปสั่งอีกฝ่าย "ขอกระเป๋าฉันคืนด้วย" ฝ่ายนั้นจึงยื่นกระเป๋าส่งให้เธอแต่โดยดี

         "ขอดาบข้าคืนด้วย" ชายหนุ่มสั่งบ้าง คราวนี้คนที่ถือดาบไว้จึงหันไปมองผู้เป็นนายเป็นเชิงถาม เมื่อแม่ทัพเมียนหวุ่นพยักหน้าให้ เยงบาจึงโยนดาบในมือคืนให้อีกฝ่ายไปตามคำเรียกร้องด้วยความไม่พอใจเท่าไรนัก "ขอม้าให้ข้าด้วยสองตัว" เขาสั่งต่อ พร้อมกับดึงตัวจากายอมาจากวาดดาวเพื่อคุมไว้เอง

          "มันจักมากไปแล้วนะ" เยงบาชักทนไม่ไหวที่อีกฝ่ายดูจะเรียกร้องมากเกินไป

          "เจ้าคงมิคิดจักแรกม้าสองตัวกับชีวิตของคนผู้นี้ดอกนะ" หลวงหนุ่มบอกอย่างเป็นต่อ แม่ทัพเมียนหวุ่นจึงยกมือขึ้นห้ามก่อนจะพยักพเยิดหน้าให้ทหารทำตามที่อีกฝ่ายขอ

         "ข้าขอเตือนเจ้าเสียก่อนนะท่านหมอ ว่าให้หยุดความคิดที่จักกระทำการเช่นนี้เสีย หากมิต้องการเสียใจในภายหลัง" แม่ทัพอาชาดำยื่นคำขู่

          "ฉันต่างหากที่ต้องพูดคำนั้น ฉันต่างหากที่ต้องเตือนพวกคุณ ว่าให้รีบยกกองทัพของพวกคุณกลับไปซะ ยังไงซะพวกคุณก็ไม่มีทางเอาชนะศึกครั้งนี้ได้หรอก ถ้าไม่อยากสูญเสียไปมากกว่านี้ ก็กลับไปกันซะ"

          "หึ!!! มั่นใจมากเกินไปแล้วท่านหมอ กองทัพเพียงหยิบมือ จักสู้กองทัพเรือนแสนของสมเด็จพระเจ้าปดุงแห่งกรุงรัตนอังวะได้เยี่ยงไรกัน"

         "ทะนงตนไปเถอะ  หลงระเริงในความยิ่งใหญ่ของตัวเองไปเถอะ สักวันพวกท่านจะไม่มีแม้แต่แผ่นดินเป็นของตัวเอง ไม่มีแม้แต่กษัตริย์ให้กราบไหว้" เธอโพล่งอนาคตออกไปด้วยความโมโห

         "บังอาจนัก กล่าววาจาจาบจ้วงเยี่ยงนี้ได้เยี่ยงไรกัน ต้องถูกจับไปตัดหัวเสียให้สิ้น" แม่ทัพอาชาดำนัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ

         "พวกคุณนั่นแหละที่บังอาจ บังอาจท้าทายอำนาจของสวรรค์ ไม่นานหรอก ฟ้าดินจะลงโทษ"

         "เจ้าพูดเรื่องกระไรของเจ้า"

         "ความจริงไง ความจริงที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน ชะตากรรมของพวกคุณ กษัตริย์ของพวกคุณพระนามว่าอะไรนะ" วาดดาวหยุดนึกพระนามของกษัตริย์พม่าองค์ปัจจุบันในเวลานั้น "พระเจ้าปดุงใช่ไหม ราชบุตรพระเจ้าอลองพญา แห่งราชวงศ์คองบอง ราชวงศ์สุดท้ายแห่งอาณาจักรพม่า" วาดดาวพูดขณะที่มือยังกำมืดผ่าตัดไว้แน่นด้วยความกลัว

         "เจ้า!!!!" ฝ่ายนั้นเมื่อได้ฟังคำพูดของหญิงสาวก็พากันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันที จะตรงปรี่เข้าหาเธอ หมายจะจับตัวมาลงโทษที่ปากเสีย

         "อย่าๆๆ" เธอร้องห้าม "ยังพูดไม่จบ" วาดดาวหลับตาเพื่อนึกถึงตัวอักษรในหน้าหนังสือที่เธออ่าน ก่อนจะเริ่มพูดต่อ "กองทัพคนผิวขาวจากทิศตะวันตก(ชาวอังกฤษ) ค่อยๆกลืนกินอาณาจักรของพวกคุณจนหมดสิ้น" เธอว่าพร้อมกับลืมตาเพื่อมองปฏิกิริยาของคนเหล่านั้น ซึ่งตอนนี้ต่างพากันส่งเสียงฮือฮาเป็นการใหญ่ มองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยความหวาดหวั่น เพราะคำพูดที่ว่านั้นออกจากปากหมอเทวดาที่เล่าลือกันว่าหยั่งรู้ฟ้าดิน บอกเห็นอนาคตได้ จึงทำให้คำพูดเหล่านั้นดูน่าเชื่อถือขึ้นมาถนัดตา

          "ฉันเตือนพวกคุณแล้วนะ จะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ แต่ถึงยังไง พวกคุณก็ฝืนชะตากรรมไปไม่ได้อยู่ดี"เธอว่า จริงๆในใจก็รู้สึกหดหู่กับชะตากรรมของคนเหล่านี้อยู่เหมือนกัน ต้องเห็นอาณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่อยู่ ณ ขณะนี้ ต้องกลายเป็นเพียงตำนานที่ถูกจารึก และในอนาคตลูกหลานของพวกเขาต้องเจอกับความยากลำบากเพียงใด

 

 

          หลวงฤทธิรงค์และวาดดาวพาจากายอ มาขึ้นมาที่อีกฝ่ายจัดให้ตามคำเรียกร้อง

          "ขี่ม้าเป็นหรือไม่" ชายหนุ่มหันไปถามหญิงสาวข้างกาย

           "ไม่เป็น" เธอตอบ

          "ไม่เป็นก็ต้องเป็น ขึ้นไป" เขาสั่ง วาดดาวรีบทำตามคำสั่ง เธอโดดขึ้นไปนั่งบนหลังม้าทันที จากประสบการณ์การขึ้นสองครั้งทำให้ครั้งนี้ดูจะง่ายขึ้นสักหน่อย อย่างที่เขาว่า ไม่เป็นก็ต้องเป็น

           หลวงฤทธิรงค์จัดการจับจากายอที่ตอนนี้ไม่มีสติเพราะอาการบาดเจ็บขึ้นไปบนหลังม้า ก่อนที่เขาจะกระโดดตามขึ้นไป

           "กระผมขอยืมตัวบุตรชายท่านก่อนสักประเดี๋ยว หากกระผมเห็นว่าปลอดภัยแล้ว กระผมจักรีบคืนเขาให้ท่าน" ชายหนุ่มบอกก่อนจะกระชากบังเหียนม้าให้ควบออกไปทันที โดยให้วาดดาวอยู่ข้างหน้าเพื่อความปลอดภัย

          "ทำเช่นไรต่อดีขอรับ ท่านแม่ทัพ" เยงบาถามขึ้นหลังจากที่คนทั้งสามหายลับไปในความมืดแล้ว

          "ตามพวกมันไป พาลูกข้ากลับมาให้ได้ก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน"

         "ขอรับ ท่านแม่ทัพ"

 

         

       หลวงฤทธิรงค์และวาดดาวควบม้าออกมาจากค่ายอย่างรวดเร็ว เมื่อออกมาถึงชายป่า ขบวนม้าอีกสองขบวนก็ควบเข้ามาสมทบ หนึ่งขบวนเป็นของหลวงภักดี และอีกขบวนเป็นของขุนเวชโอสถ ที่หลวงฤทธิรงค์วางแผนไว้ให้ทั้งคู่แยกเป็นสองกลุ่มเพื่อเข้าป่วนค่ายของข้าศึกให้โกลาหลไปเมื่อครู่ เพื่อที่เขาจะได้ถือโอกาสหลบหนีได้ในช่วงโกลาหล แม้จะผิดแผนไปนิดเพราะการกระทำของวาดดาว แต่ก็ถือว่าได้ผลดีทีเดียว

         "แยกกันไป แล้วไปพบกันที่ค่าย" หลวงหนุ่มร้องสั่ง ทั้งหมดรีบปฏิบัติตามทันทีโดยแยกออกไปเป็นสามเส้นทาง เพื่อลวงข้าศึกที่ตามติดมา



 ...../////....
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 116 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,150 ความคิดเห็น

  1. #215 Looney00 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 20:47
    ขอบคุณมากค่ะไรท์สนุกมากๆๆๆๆๆ
    #215
    1
    • #215-1 Wanwan19(จากตอนที่ 33)
      30 มิถุนายน 2560 / 20:52
      ขอบคุณคร่าาา
      #215-1
  2. #213 Luntarima26 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 08:39
    สู้ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้ 
    #213
    1
    • #213-1 Wanwan19(จากตอนที่ 33)
      29 มิถุนายน 2560 / 10:55
      ขอบคุณคร่าาา
      #213-1
  3. #212 pum_za (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 07:22
    อยากได้หนังสือแล้วค่ะ สนุกมาก
    #212
    1
    • #212-1 Wanwan19(จากตอนที่ 33)
      29 มิถุนายน 2560 / 10:56
      อยากให้มีเหมือนกันค่ะ อิอิ
      #212-1
  4. #211 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 01:27
    สนุกมากๆๆค่ะ มาต่อไวๆนะค่ะ รอคร้าาา
    #211
    0
  5. #210 Oungzaza (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 00:23
    ขออีกตอนได้ไหมค่ะ 
    #210
    1
    • #210-1 Wanwan19(จากตอนที่ 33)
      29 มิถุนายน 2560 / 06:21
      หาเวลาลงให้ยุค่ะ
      #210-1
  6. #209 SimonNa (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 23:29
    ขอบคุณมากค่ะไรท์ อ่านสนุกมากค่ะ:)
    #209
    0