มิติรักต่างเวลา

ตอนที่ 32 : "เมียนหวุ่นแมงยีมหาทิมข่อง"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,799
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 103 ครั้ง
    28 ก.พ. 62




           

                   "นี่ค่ายของเราการรักษาความปลอดภัยหละหลวมถึงเพียงนี้เชียวรึ พวกมันจึงได้เดินเพ่นพ่านสบายอารมณ์ได้ถึงเพียงนี้ มิหนำซ้ำยังพากันยกมาจับเอาคนของเราไปได้ง่ายดายเช่นนี้ มันน่าจับตัดหัวเสียให้หมดทุกคนเลยดีหรือไม่" สมเด็จพระราชวังบวรฯ รับสั่งเสียงดังด้วยความพิโรธ เมื่อได้ฟังคำถวายรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนบรรดาข้าราชบริพารทั้งหลายต่างพากันก้มหน้าหลบพระพักตร์กันเป็นแถวด้วยเกรงพระอาญา

            "เจ้าคุณกลาโหม มีคำสั่งออกไปให้เพิ่มเวรยามเป็นสามเท่า แลให้ลาดตระเวรออกห่างจากตัวค่ายให้ไกลออกไปจากเดิมอีก เข้าใจหรือไม่"

            "รับด้วยเกล้าพระพุทธเจ้าข้า" พระยากลาโหมราชเสนารับพระบัญชาทันที

            "แล้วจักทำการใดกับหมอหญิงที่ถูกจับตัวไปดีพระพุทธเจ้าข้า" พระยาจ่าแสนยากรทูลถาม "ให้ประกาศศึกเลยหรือไม่พระพุทธเจ้าข้า"

           "ท่านจักประกาศให้พวกมันรู้รึว่าพวกมันป่วนเราได้ผลดีนัก มีหวังฝ่ายนั้นคงได้หัวเราะเยาะร่วนที่ทำเรากระวนกระวายได้สำเร็จ" เจ้าคุณกลาโหมท้วงขึ้น

           "แล้วท่านจักให้ทำเช่นไร จักปล่อยไปเช่นนี้รึ หมอหญิงนางนั้นเป็นผู้ที่ช่วยพระชนม์ชีพสมเด็จพระมหาอุปราชไว้นะ จักปล่อยให้นางตายไปโดยมิช่วยเหลือกระไร มิดูแล้งน้ำใจไปหน่อยรึท่าน" เจ้าคุณสมุหนายกแสดงความคิดเห็นบ้าง ทุกคนเมื่อได้ฟังก็ต่างครุ่นคิดตาม จริงอย่างที่ท่านเจ้าคุณทั้งสองกล่าวไม่ผิด 

            "พระอาญามิพ้นเกล้า" ทันใดนั้นเองหลวงฤทธิรงค์ที่เงียบฟังอยู่นาน จึงเอ่ยขึ้นในที่สุด "เช่นนั้นให้เกล้ากระหม่อมนำกำลังส่วนหนึ่งตามไปช่วยนางจักดีหรือไม่พระพุทธเจ้าข้า" คำกราบบังคมทูลที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นต่างหันไปมอง "หากเกล้ากระหม่อมพานางกลับมาได้โดยมิต้องประกาศศึกเล่าพระพุทธเจ้าข้า"

            "เอ็งจักเข้าไปในค่ายพวกมันโดยมิถูกฆ่าตายเสียก่อนได้เยี่ยงไร อ้ายคุณหลวง" เจ้าคุณกลาโหมเอ่ยถาม

            "กระผมทราบเรื่องนั้นดีขอรับ"

            "เอ็งก็รู้ แล้วเอ็งจักเข้าไปได้เยี่ยงไร เอ็งมีแผนรึ" สมเด็จพระราชวังบวรฯทรงตรัสถาม

            "หากลอบเข้าไปมิได้ เกล้ากระหม่อมจักเดินเข้าไปพร้อมกับพวกมัน" ทุกคนในที่ประชุมต่างส่งเสียงฮือฮาในลำคอเมื่อได้ฟัง "กระหม่อมขอเพลาเพียงหนึ่งคืน หากภายในคืนนี้ กระหม่อมมิสามารถกลับออกมาได้ ก็สุดแท้แต่จะเห็นบังควรประการใดต่อไปพระพุทธเจ้าข้า" เมื่อได้ฟังที่ชายหนุ่มพูดก็ทรงพยักพระพักตร์รับ ก่อนจะยืดพระวรกายขึ้นและเอ่ยพระสุรเสียงดังก้องเพื่อให้ได้ยินโดยทั่วกัน

           "เอาตามนี้ก็แล้วกัน จงเร่งไปจัดทัพให้พร้อม หากอ้ายหลวงฤทธิรงค์มิกลับมาภายในคืนนี้ เราจักบุกชิงตัวหมอหญิงทันที" ก่อนจะหันมารับสั่งกับหลวงหนุ่มผู้รับอาสาเสี่ยงตายในครั้งนี้  "ข้าให้เอ็งแค่เพียงคืนนี้เท่านั้นนะ อ้ายอินทร์"

           "รับด้วยเกล้าพระพุทธเจ้าข้า" หลวงหนุ่มยกมือขึ้นเหนือหัวรับพระบัญชา หรือเรียกอีกนัยหนึ่งว่าเป็นการให้คำมั่นสัญญาต่อพระองค์ท่านเสียมากกว่า เขารู้ดีว่าทรงมีพระทัยห่วงใยเขามากเพียงใด   

 

 

 

            วาดดาวถูกพามาถึงค่ายของฝ่ายทหารอังวะในเวลาหนึ่งชั่วยามหลังจากออกจากป่ามา ม้าควบมาตลอดทางด้วยความเร็วโดยไม่ได้หยุดพัก และภาพที่เธอเห็นเบื้องหน้าคือ กำแพงค่ายที่สูงใหญ่ ทำจากไม้ตั้งเรียงรายอย่างมั่นคง ความจริงลักษณะของค่ายที่เห็นก็ไม่ได้แตกต่างจากค่ายของสมเด็จพระราชวังบวรฯที่ทุ่งลาดหญ้าสักเท่าใด อาจจะแตกต่างกันแค่เพียงขนาดที่เล็กกว่าอยู่นิดหน่อยเพียงเท่านั้น

             นายทหารหนุ่มรับเธอลงจากหลังม้า ทันทีที่มาถึง และสั่งให้เธอเดินตามเขาไปโดยมีทหารอีกสองนายเดินคุมอยู่ด้านหลัง วาดดาวกวาดตามองไปรอบๆค่าย เธอเห็นม้าจำนวนมากที่ถูกผูกไว้ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นม้าลักษณะสูงใหญ่และมีขนสีดำสนิททุกตัว ทหารที่อยู่ในค่ายทุกคนล้วนแต่แต่งกายด้วยอาภรณ์สีดำทั้งชุด ดูๆไปก็เหมือนกองทัพมดดำที่กำลังเดินพล่านไปทั่วก็ไม่ปาน

             เธอถูกพามาถึงหน้ากระโจมของใครคนหนึ่งซึ่งคิดว่าคงเป็นบุคคลสำคัญเป็นแน่ ดูจากขนาดของกระโจม และจำนวนทหารยามที่ยืนเฝ้ารอบๆกระโจม

             ชายหนุ่มกระซิบบางอย่างกับทหารที่เฝ้าหน้ากระโจม ทหารนายนั้นจึงเดินเข้าไปในกระโจมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินออกมาเชิญเขาเข้าไปข้างใน ชายหนุ่มพยักพเยิดหน้าให้เธอเดินเข้าไปก่อน จากนั้นเขาจึงเดินตามหลังเธอเข้าไป

            "กระผมนำตัวหมอเทวดามาตามคำสั่งแล้วขอรับท่านแม่ทัพ" นายทหารหนุ่มกล่าวรายงานทันทีที่มาถึง วาดดาวมองตามชายหนุ่มไปเห็นบุคคลในชุดเครื่องแต่งกายทหารชั้นสูงสีดำนอนเอกเขนกอยู่บนแท่น รายล้อมด้วยเหล่าขุนพลนับสิบที่ต่างหันมามองผู้มาใหม่เป็นตาเดียว

            "แม่ทัพเหรอ" วาดดาวคิดใจใน "หรือว่าจะเป็น เมียนหวุ่นแมงยีมหาทิมข่อง แม่ทัพกองกำลังทหารม้าคนนั้น" วาดดาวตารุกวาว มองบุรุษในชุดเกราะสีดำตรงหน้าด้วยความตกตะลึง

            "มาแล้วรึ เอ็งนี่มิเคยทำให้ข้าผิดหวังเลยสักครั้งนะอ้ายขุนเยงบา" บุรุษในชุดดำขยับลุกขึ้นนั่งทันที ก่อนจะมองมาที่วาดดาวที่ตอนนี้อยู่ในชุดพลทหารราบ กลับสร้างความประหลาดใจแก่ผู้ที่ได้เห็น

           "เอ็งแน่ใจรึ ว่าเป็นหมอเทวดาจริง" แม่ทัพใหญ่เอ่ยถามเมื่อเห็นหนุ่มน้อยในชุดทหารที่รูปร่างหน้าตาคล้ายสตรีมากกว่าบุรุษตรงหน้า

           "แน่ใจขอรับ กระผมพิสูจน์จนรู้แจ้งแล้วจึงได้พากลับมา" แม่ทัพอาชาดำเพ่งมองหมอเทวดาที่ยืนหลบอยู่หลังขุนพลเยงบาอย่างพินิจพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง

            "เช่นนั้นจักรอกระไร รีบไปบัดเดี๋ยวนี้ ลูกชายข้าทรมานจักแย่อยู่แล้ว" ว่าแล้วเขาก็เดินนำออกจากกระโจมไปทันที จนเยงบาต้องรีบลากวาดดาวให้เดินตามไปอย่างเร่งรีบ

            ทั้งหมดรีบเดินมายังกระโจมที่พักอีกกระโจมข้างกัน ทันทีที่มาถึง แม่ทัพอาชาดำก็รีบเปิดประตูกระโจมเข้าไปข้างในอย่างเร่งรีบ

            "จากายอ ลูกพ่อ" แม่ทัพเมียนหวุ่นเดินตรงไปยังบุคคลที่นอนอยู่บนเตียงทันที

            "ท่านพ่อ ข้าปวด ทรมานเหลือเกิน" บุรุษบนเตียงดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดทรมาน จนวาดดาวที่ยืนซุกอยู่ข้างหลังของเยงบาต้องชะเง้อออกมามองบุคคลผู้นั้นอยู่ห่างๆ 

            "ใจเย็นลูกพ่อ พ่อพาหมอมาแล้ว ประเดี๋ยวเจ้าก็หายแล้ว"

            "ข้าปวด ปวดเหลือเกิน" ชายผู้นั้นเริ่มอาละวาดทำลายข้าวของจนตกแตกยับเยิน วาดดาวถึงกับสะดุ้งสุดตัวเพราะความตกใจ 

            "นี่แหละ เหตุผลที่ข้าพาตัวเจ้ามา" นายทหารหนุ่มคนที่เธอใช้เป็นที่กำบังอยู่เอ่ยปากบอก แต่ไม่ต้องบอกเธอก็พอจะเดาได้แล้ว

            "รีบมาดูอาการลูกข้าสิ ชักช้าอยู่หากระไร" แม่ทัพใหญ่ออกคำสั่งเร่ง เยงบาจึงดึงวาดดาวให้ออกจากข้างหลังเขา และผลักให้เดินไปข้างหน้า วาดดาวหันมองแม่ทัพอาชาดำสลับกับคนเจ็บไปมาอย่างลังเล ก่อนจะนั่งลงเพื่อตรวจดูอาการคนเจ็บที่อาการตัวสั่นงันงกทุรนทุรายตรงหน้า

            "นี่คุณ!!!....." เมื่อได้มองหน้าใกล้ๆจนชัดเจนถนัดตา เธอจึงจำได้ว่าชายผู้นี้คือคนที่พยายามจะฆ่าเธอและหลวงฤทธิรงค์เมื่อคราวก่อน ที่แท้ก็เป็นบุตรชายแม่ทัพใหญ่นี่เอง แล้วนี่เขาเป็นอะไรไป แต่ก่อนจะได้สงสัยไปมากกว่านั้น หมอที่ทำการรักษาอยู่ก่อนหน้านั้นก็แกะผ้าที่โพกหัวคนเจ็บอยู่ออกทันทีจนเผยให้เห็นสาเหตุของอาการเจ็บปวดทรมานของคนผู้นี้

            "นี่มัน......." วาดดาวมองดูศีรษะของชายตรงหน้าที่รอยปูดบวมแดงขนาดใหญ่ขึ้นมา ใหญ่จนน่าตกใจ "ฝีเหรอ?" เธอประเมินอาการในใจ "ไม่มีหัวด้วย มิน่าล่ะ" เธอมองคนเจ็บที่มีอาการไข้ขึ้นสูง และเริ่มจะเพ้อ "เชื้อคงลามเข้ากระแสเลือดแล้วสิ"

              "ว่าเยี่ยงไร รักษาได้หรือไม่" เมียนหวุ่นถามด้วยความร้อนใจ วาดดาวกำลังจะหันไปบอกอาการคนเจ็บ และวิธีรักษาให้เขาฟัง แต่เธอกลับนึกขึ้นได้ว่าถ้าหากเธอรักษาให้เขาแล้ว เธอต้องถูกฆ่าหลังจากนั้นแน่ๆ จึงยั้งปากไว้ได้ทัน

             "คือว่า..... ฉันยังไม่เคยเห็นอาการแบบนี้เลย" เธอตัดสินใจโกหกไป "ขอเวลาฉันคิดก่อนว่าจะต้องทำยังไง"

            "เจ้ารักษามิได้รึ" แม่ทัพอาชาดำลุกขึ้นยืนทันทีด้วยความไม่พอใจในคำตอบ เขาอุตสาห์ให้คนไปจับตัวหมอเทวดามาเพื่อรักษาอาการป่วยบุตรชาย แต่เธอกลับบอกว่าทำไม่ได้เสียอย่างนั้น

           "ไม่ได้บอกว่ารักษาไม่ได้ แต่ขอเวลาคิดก่อน" เธอยืนยันคำเดิม แม้จะรู้สึกผิดเพราะปฏิเสธคนไข้ทั้งที่รักษาได้ แต่เธอจำเป็นต้องทำเพื่อเอาชีวิตรอด ไม่ใช่ว่าจะไม่รักษา แต่ขอเวลาเธอคิดหาทางหนีก่อนสักนิดแล้วกัน

           "แน่ใจนะ ว่าเจ้าทำได้"

          "ถ้าคุณไม่เชื่อฉัน แล้วจะให้คนดั้นด้นไปจับฉันมาทำไมกัน" เขาเริ่มลังเลใจเมื่อได้ฟัง ใจจริงก็ไม่อยากจะเชื่อใจเธอสักเท่าใด เพราะว่ากันตามจริงเธอก็คือศัตรู  แต่เพราะจนหนทางจึงจำใจต้องขอความช่วยเหลือจากคนตรงหน้า

           "ก็ได้ ข้าให้เวลาเจ้าคิด แต่ข้าให้เจ้านานมิได้ดอกนะ ลูกชายข้าต้องหายโดยไว มิเช่นนั้นเจ้าได้ตายด้วยคมดาบของข้าเป็นแน่" เขาขู่ วาดดาวจ้องหน้าแม่ทัพอาชาดำนิ่ง ในใจคิดไปต่างๆนาๆ จะทำเช่นไรดี จึงจะออกไปจากที่นี่ได้ เธอหันกลับมามองคนเจ็บที่อาการไม่สู้ดีตรงหน้าอย่างร้อนใจ แต่ในระหว่างที่ทุกคนกำลังเครียดกันอยู่นั้น ก็มีทหารนายหนึ่งโผล่เข้ามาในกระโจมอย่างเร่งรีบ พร้อมกับถวายรายงาน 

           "ท่านแม่ทัพขอรับ มีผู้พยายามบุกรุกเข้ามาในค่าย ทหารลาดตระเวรจับได้จึงส่งเข้ามาขอรับ"

           "เรื่องแค่นี้จักต้องรายงานกูด้วยรึ มึงก็จับมันบั่นคอทิ้งเสียก็สิ้นเรื่อง จักต้องมารายงานกูด้วยเหตุอันใด" เมียนหวุ่นกล่าวด้วยความหงุดหงิด

           "แต่มันบอกว่ามีเรื่องสำคัญต้องแจ้งแก่ท่านแม่ทัพเสียก่อนขอรับ"

           "มันมีเรื่องกระไรต้องคุยกับกู" ทุกคนในกระโจมต่างสงสัยไม่แพ้กัน

           "พวกมันมากันกี่คน" เยงบาถามขึ้น

           "คนเดียวขอรับ" ทุกคนในกระโจมต่างหันมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ ใครกันที่กล้าบุกเข้าค่ายของพวกเขา ซ้ำยังมาแค่คนเดียวอีกด้วย

            "มันอยู่ที่ใด" แม่ทัพใหญ่ชักอยากจะเห็นหน้าคนผู้นี้ขึ้นมา

            "หน้ากระโจมขอรับ"

   

            ทุกคนในที่นั้นต่างเดินออกไปหน้ากระโจมทันทีที่ได้ฟัง เพื่อดูหน้าคนใจกล้าที่บุกเดี่ยวเข้ามาโดยไม่เกรงกลัวต่ออำนาจของแม่ทัพใหญ่แห่งกรุงรัตนอังวะ เมื่อออกไปก็พบชายหนุ่มในชุดทหารของชาวสยามที่ถูกจับมัดไว้แน่นหนา คุกเข่าอยู่หน้ากระโจม

            "คิดว่าผู้ใด ที่แท้ก็ขุนพลแห่งสยามนี่เอง" แม่ทัพอาชาดำเอ่ยทักเมื่อเห็นนายทหารหนุ่มที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า ดูจากเครื่องแต่งกายคงเป็นทหารยศไม่ต่ำกว่าชั้นหลวง แต่หน้าดูเด็กกว่ายศนัก "เอ็งกล้ามากนะ จึงได้กล้าบุกเข้ามาในค่ายของข้าเยี่ยงนี้ อ้ายหนุ่ม"

            "คุณหลวง!!!" วาดดาวที่แอบตามออกมาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ต้องอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าบุคคลที่กล้าบุกเดี่ยวเข้ามาคือหลวงฤทธิรงค์นั่นเอง เธอพยายามจะเข้าไปหาเขา แต่ถูกเยงบาจับไว้เสียก่อน

             "คนของท่าน จับคนของกระผมมา กระผมแค่จักมาตามคนของกระผมคืน ก็เท่านั้น" หลวงหนุ่มชี้แจงจุดประสงค์ของการมาให้แม่ทัพอาชาดำได้รับรู้ เมื่อหันไปเห็นว่าหญิงสาวที่เขาดั้นด้นมาตามยังปลอดภัยดีครบสามสิบสอง

           "สมเด็จพระมหาอุปราชส่งเจ้ามารึ"

           "หามิได้ขอรับ การที่กระผมมาในหนนี้ มิได้เกี่ยวอันใดกับการศึกระหว่างสองนครเลยแม้แต่น้อย มิเช่นนั้นกระผมคงมิอาจบุกมาแต่เพียงผู้เดียวเช่นนี้"

            "หมายความว่าเยี่ยงไร" คนฟังหรี่ตามองมายังนายทหารหนุ่มแห่งสยามเบื้องหน้าความความสงสัย

            "กระผมมาเพื่อจักมาตามดวงใจของกระผมคืนแต่เพียงเท่านั้น" สิ้นคำพูดของชายหนุ่ม ทุกสายตาในที่นั้นต่างจับจ้องไปยังสตรีคนเดียวในกลุ่มพร้อมกันโดยไม่ต้องอธิบายต่อว่าดวงใจของเขาที่ว่านั้นคือใคร ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวเองก็งงเป็นไก่ตาแตกเหมือนกันว่าตัวเองไปเป็นดวงใจของคนตรงหน้าตั้งแต่เมื่อไร "นางคือคนรักของกระผม ถ้าท่านจักเมตตา คืนนางให้กระผมจักได้หรือไม่" เท่านั้นเองคนที่ถูกยกให้เป็นคนรักถึงกับอ้าปากค้างทันทีที่ได้ฟัง แต่จะเถียงก็ไม่ใช่เวลา 

            หลวงหนุ่มสบตากับแม่ทัพใหญ่แห่งอังวะนิ่ง เขาแค่ลองเสี่ยงใช้แผนหยั่งเชิงดูความเห็นอกเห็นใจในความรักของอีกฝ่ายดูเท่านั้น ซึ่งหากได้ผล เขาก็จะได้ตัวหมอหญิงกลับไปโดยไม่ต้องใช้กำลัง แต่หากไม่ได้ผลก็คงต้องใช้แผนสองที่เตรียมไว้

            บุคคลทั้งสองสบตากันนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่แม่ทัพใหญ่จะเป็นฝ่ายหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นด้วยความขบขัน

           "เอ็งคิดว่าข้าโง่นักรึ  แต่ถึงจักเป็นจริงอย่างเอ็งว่า ข้าต้องซาบซึ้งไปกับความรักของเอ็งทั้งสอง จนต้องปล่อยพวกเอ็งไปด้วยเช่นนั้นรึ  คิดผิดแล้วอ้ายหนุ่ม ข้าหาใช่คนใจดีถึงเพียงนั้นไม่ ทันทีที่เอ็งเหยียบเข้ามาที่นี่ นั่นเท่ากับว่าเอ็งได้ยื่นหัวให้ข้าแล้ว" แม่ทัพอาชาดำจ้องเขม็งไปที่ชายหนุ่มตรงหน้า แต่คนถูกต้องกลับไม่ได้แสดงท่าทีเกรงกลัวต่อคำขู่ที่ว่าเลยแม้แต่น้อย เขายังคงจ้องตอบบุรุษตรงหน้านิ่ง  "เอาตัวมันไปกุดหัว แล้วส่งหัวมันกลับไปให้ฝ่ายสยามไว้ดูต่างหน้า"

           "ไม่ได้นะ" แต่ก่อนจะได้กระทำการอันใดลงไป ก็ถูกหญิงสาวคนเดียวในที่นั้นขัดขึ้นเสียก่อน "อย่าแตะต้องเขา ถ้าพวกคุณทำอะไรเขา ฉันจะไม่รักษาให้คนของคุณ" เธอต่อรองทั้งที่ตัวสั่นด้วยความกลัวที่แม่ทัพใหญ่แห่งอังวะปราดสายมองมาที่เธอทันที

            "เจ้ามีสิทธิ์ต่อรองด้วยรึ" วาดดาวมองหน้าหลวงฤทธิรงค์อย่างลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกไปอย่างมั่นใจ

            "ไม่มี" ใช่ เธอไม่มีสิทธิ์จะต่อรองอย่างที่เขาว่า  "แต่ถ้าคุณฆ่าเขา ฉันจะไม่ช่วยรักษาให้ลูกชายของคุณ"

             "เช่นนั้นข้าก็จักฆ่าเจ้าเสีย"

             "ก็เอาสิ ฆ่าเลย ถ้าฉันตาย ลูกของคุณก็ต้องตายเหมือนกัน ตอนนี้อาการเขาแย่มาก เชื้อเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว ถ้าไม่รีบรักษาเขาต้องตายภายในวันนี้พรุ่งนี้แน่" วาดดาวตัดสินใจพูดความจริงและโกหกบ้างปนๆกันไปเพื่อเอาตัวรอด

             "เมื่อครู่เจ้าบอกว่า หาได้รู้วิธีรักษาไม่ เจ้าโกหกข้ารึ"

             "ไม่ได้โกหก แค่ตอนนั้นนึกไม่ออก แต่ตอนนี้นึกออกแล้ว" เธอว่าไปนั่น

             "แน่ใจรึ" แม่ทัพใหญ่แห่งอังวะหรี่ตามองวาดดาวด้วยความไม่แน่ใจ

             "แน่ใจ แต่คุณต้องปล่อยเขาก่อน" เธอต่อรองอีกครั้ง

             "ก็ได้ ข้าจักปล่อยคนรักของเจ้า แต่หากแม้นเจ้าโกหก ข้าจักฆ่าพวกเจ้าทั้งสองคนเสีย ให้ตามไปครองรักกันในนรกเอา" แม่ทัพอาชาดำให้คำขู่ ก่อนจะส่งสัญญาณให้ทหารหยุดการกระทำตามคำสั่งแรก วาดดาวถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะสะบัดตัวเองให้หลุดจากการจับกุมของชายหนุ่มข้างกาย แล้วเดินไปหาชายอีกคนที่ตอนนี้กลายเป็นคนรักจำเป็นของเธอไปแล้ว

             วาดดาวคุกเข่าลงตรงหน้าชายหนุ่มก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าตัวเขาเข้ามากอดไว้แนบกาย ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่ยืนดูอยู่ แต่คนที่เห็นจะอึ้งไปแล้วกับการกระทำของหญิงสาวเห็นจะเป็นชายที่อยู่ในอ้อมแขนของเธอในขณะนี้

             "คุณมาได้ยังไง" เธอกระซิบถามขณะที่กอดเขาไว้ ไหนๆก็ตกกระไดพลอยโจรเป็นคนรักกันไปแล้ว ก็แสดงให้สมบทบาทที่ได้รับหน่อยแล้วกัน

             "ฉันก็มาช่วยแม่อย่างไรเล่า" ชายหนุ่มตอบ

             "คนเดียวนี่นะ คุณบ้าไปแล้วเหรอ" เธอต่อว่าในความมุทะลุของคนตรงหน้า

            "เชื่อฉัน ฉันจักพาแม่กลับไป แค่ทำตามที่ฉันบอกก็พอ" เขาบอกเมื่อถอนตัวออกจากอ้อมแขนของหญิงสาวตรงหน้า ทั้งคู่สบตากันนิ่ง ในตาของเขาและเธอนั้นมีเพียงความห่วงใยให้อีกฝ่ายเท่านั้น ไม่ได้มีความกลัวว่าตัวเองจะเป็นอันตรายแต่อย่างใด

            "จักไปได้หรือยัง ข้ามิมีเวลามาดูพวกเจ้าแสดงความรักต่อกันทั้งคืนดอกนะ" แม่ทัพอาชาดำเอ่ยท้วงเมื่อเห็นชายหญิงทั้งคู่ชักช้าร่ำไรเต็มที

           "ฉันจะรักษาให้ แต่เขาต้องอยู่กับฉัน ฉันไม่ไว้ใจพวกคุณหรอกนะ" เธอต่อรองอีกครั้ง

            "ก็ได้ ตามแต่ใจเจ้า อย่างไรเสีย พวกเจ้าก็หาได้มีปัญญาจักหนีรอดออกไปด้วยมือเปล่าอยู่แล้ว" วาดดาวหันมามองหน้าชายหนุ่มข้างกาย อย่างน้อยก็ไม่ถูกจับแยก เป็นไปตามแผน......






****พระเอกกลับมาแล้วหลังจากหายไปหลายตอน 55    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 103 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,150 ความคิดเห็น

  1. #214 Looney00 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 20:22
    เย้ๆๆๆๆพี่อินมาแล้วๆๆๆ
    #214
    0
  2. #208 kunhyun (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 12:02
    รอค่ะ ไร์ทกลับมาต่อเร็วๆนะค่ะ สนุกๆๆๆ
    #208
    0
  3. #207 Sirikun Poungtong (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 21:56
    ลุ้นมากกกก สนุกอ่า ขอบคุณนะไรท์ จะรอตอนต่อไป
    #207
    1
    • #207-1 Wanwan19(จากตอนที่ 32)
      25 มิถุนายน 2560 / 22:08
      ดีใจที่ชอบ ขอบคุณที่ติดตามคร่าาา
      #207-1
  4. #205 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 20:34
    สนุกมากค่ะ รอต่อนะค่ะ
    #205
    1
    • #205-1 Wanwan19(จากตอนที่ 32)
      25 มิถุนายน 2560 / 21:38
      ขอบคุณที่ตามอ่านคร่าาา
      #205-1
  5. #204 ป้าหัวฟู (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 20:15
    รอลุ้น..
    #204
    2
    • #204-1 Wanwan19(จากตอนที่ 32)
      25 มิถุนายน 2560 / 21:39
      ดีใจที่ชอบอ่าน ขอบคุณคร่าา
      #204-1
    • #204-2 Wanwan19(จากตอนที่ 32)
      25 มิถุนายน 2560 / 21:39
      ดีใจที่ชอบอ่าน ขอบคุณคร่าา
      #204-2
  6. #203 pum_za (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 17:13
    รอนะค่ะ ไรท์ หายไปนานเลย
    #203
    1
    • #203-1 Wanwan19(จากตอนที่ 32)
      25 มิถุนายน 2560 / 17:57
      พยายามยุคร่าา อิอิ
      #203-1
  7. #202 แพรวตา (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 13:14
    555 รอมาตั้งนาน ไรท์สบายดีแล้วนะ วาดดาวจะได้กลับทุ่งลาดหญ้าซะที
    #202
    1
    • #202-1 Wanwan19(จากตอนที่ 32)
      25 มิถุนายน 2560 / 14:31
      คร่าาาา ต้องหายแล้ว
      #202-1