มิติรักต่างเวลา

ตอนที่ 25 : "ครกยักษ์"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,639
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 121 ครั้ง
    10 ส.ค. 61

         สมเด็จวังหน้า พระมหาอุปราชกรมพระราชบวรมหาสุรสิงหนาททรงรับสั่งให้ท้าวพระยา นายทัพ นายกองทั้งหลาย ยกทัพบุกเข้าโจมตีพม่า ได้เข้าสู้รบกันเป็นสามารถ ทหารไทยและพม่าต่างยิงปืนใหญ่โต้ตอบกันไปมา บาดเจ็บล้มตากันทั้งสองฝ่าย ทัพไทยจะหักเอาค่ายพม่าไม่ได้ จึงล่าถอยกลับเข้าค่ายในที่สุด

 

         "นี่ก็สู้กันมาได้หลายเพลาแล้ว ก็ยังมิมีทีท่าว่าเราจักหักเอาค่ายพวกมันได้เลย" พระยากลาโหมราชเสนากล่าวในที่ประชุมหน้าที่ประทับสมเด็จพระราชวังบวรฯ เพื่อหารือการศึกอีกครั้งหลังจากที่ฝ่ายสยามเข้าสู้รบกับพม่าเป็นเวลากว่าสองวันได้ แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะเอาชนะได้ จึงจำต้องถอยกลับมาตั้งหลักเพื่อหากลวิธีสู้เอาใหม่

          "พวกมันแม้นมีกำลังน้อยกว่าเราก็จริง แต่ฝีมือร้ายกาจนัก เราจึงมิอาจเอาชำนะได้โดยง่าย" เจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฎากล่าวเสริม

             "แลผลจากการสู้รบกันมาหลายเพลาแต่มิอาจเอาชัยชำนะได้เป็นผลให้เพลานี้บรรดานายทหารของฝ่ายเรานั้นต่างเหนื่อยล้า แลถอดใจถอยหนีแล้วพระพุทธเจ้าข้า"

             "ว่ากระไรนะ" สมเด็จพระราชวังบวรฯ ทรงผุดลุกจากแท่นที่ประทับด้วยความพิโรธเมื่อได้ฟังคำถวายรายงานจากเจ้าพระยาสมุหนายก ทำเอาเหล่าเสนาอำมาตย์ทั้งหลายในที่ประชุมต่างพากันก้มหน้าหลบพระพักตร์กันเป็นแถว "เรามิคิดเลยว่าจักได้ยินคำนี้ นี่รบกันได้มิเท่าไรก็พากันถอดใจเสียแล้วรึ ขี้ขลาดตาขาวกันเสียจริง" รับสั่งด้วยพระอาการพิโรธโกรธา

              "ท่านเจ้าคุณ จงให้คนนำครกยักษ์ไปตั้งไว้หน้าค่าย แลประกาศให้รู้โดยทั่วกัน หากมีมันผู้ใดคิดขลาดเขลา ถอดใจถอยหนี ก็ให้จับโยนลงครก แลบดร่างให้แหลกเสีย" รับสั่งด้วยพระสุรเสียงดังก้องเพื่อประกาศให้ได้ยินกันทั่วทั้งที่ประชุม 

              "รับด้วยเกล้า พระพุทธเจ้าข้า" เจ้าคุณกลาโหมราชเสนารับพระบัญชาทันทีหลังจากสิ้นรับสั่ง เหล่าแม่ทัพนายกองทั้งหลายต่างพากันก้มหน้าหงุด หันมองหน้ากันวุ่นวายด้วยเกรงพระอาญา

 

            ผลจากการสู้รบอย่างต่อเนื่องข้ามวันข้ามคืน ทำให้ทหารหลายได้รับบาดเจ็บและล้มตายกันเป็นจำนวนมาก บางรายได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องสูญเสียอวัยวะ ขาขาดแขนขาดจากการถูกแรงระเบิดของดินปืนและกระสุนปืนใหญ่  บางรายถูกฟันถูกแทงจนเลือดอาบทั้งตัว แต่ยังต้องช่วยพยุงคนเจ็บที่บาดเจ็บมากกว่าตน เสียงร้องโอดโอยดังระงมไปทั่วทั้งลานกว้างของค่าย และคนที่ดูจะไม่ได้พักเลยเช่นกัน เห็นจะเป็นบรรดาหมอหลวง หมอราษฎ์ทั้งหลายที่ถูกเกณฑ์มาทำหน้าที่รักษาบรรดาทหารที่ได้รับบาดเจ็บ และหนึ่งในหมอเหล่านั้นก็คือ วาดดาว หมอสาวหลงยุคที่กำลังง่วนอยู่กับการช่วยชีวิตคนเจ็บจำนวนมากตรงหน้า

               เหงื่อเม็ดเล็กๆผุดพรายตามใบหน้า ซึ่งเจ้าของไม่มีเวลาแม้แต่จะยกมือขึ้นเช็ด ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าซีดเซียวดูอิดโรยเนื่องจากไม่ได้พักมาหลายวัน และดูท่าคนเจ็บของเธอคงไม่ลดลงง่ายๆเป็นแน่

               "พักบ้างเถิดแม่" วาดดาวหันไปตามเสียงทักจากด้านหลัง เมื่อเห็นว่าเป็นใคร เธอจึงหันกลับมาพันผ้าพันแผลให้คนเจ็บต่อ

              "คนเจ็บมากมายขนาดนี้ จะพักได้ยังไงกันคะ" เธอตอบ

              "แต่แม่ยังมิได้พักเลยนะ ประเดี๋ยวจักเป็นลมเป็นแล้งไปเสีย" อีกฝ่ายบอกด้วยความเป็นห่วง แต่สาวเจ้ากลับปฏิเสธที่จะพัก และไม่แม้แต่จะหันมาคุยกับเขา เพราะมัวสาละวนอยู่กับคนเจ็บ

             "ท่านหมอเองก็ยังไม่ได้พักเลยเหมือนกันนี่คะ ฉันไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ อย่าห่วงเลย" วาดดาวหันมายิ้มให้หมออาวุโสเป็นเชิงว่าเธอสบายดี จากนั้นจึงหันไปสนใจงานตรงหน้าต่อ ขุนเวชฯส่ายหน้าให้กับความดื้อของหญิงสาวตรงหน้า แล้วจึงหันกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อเช่นกัน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมฟัง

             ขณะที่ทุกคนกำลังง่วนอยู่กับการทำหน้าที่ของตัวเองอยู่นั้นเอง ได้มีทหารจำนวนหนึ่งช่วยกันขนอะไรบางอย่างผ่านบริเวณที่วาดดาวและหมอคนอื่นๆกำลังทำงานอยู่ เธอเห็นว่าเป็นหินขนาดใหญ่รูปร่างหน้าตาคล้ายครกแต่มีขนาดใหญ่กว่าครกปกติหลายเท่า สร้างความประหลาดใจให้แก่คนที่ได้พบเห็นเป็นอย่างมาก

            "ทุกคนฟังให้ดี" พระยากลาโหมราชเสนาตะโกนก้องเสียงดัง หลังจากทหารจัดการวางวัตถุประหลาดคล้ายครกลงบริเวณหน้าค่ายเรียบร้อย ทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นต่างหยุดการกระทำของตนเพื่อหันไปฟังอย่างตั้งใจ "มีรับสั่งจาก สมเด็จวังหน้า พระมหาอุปราชกรมพระราชบวรมหาสุรสิงหนาท ให้นำครกยักษ์มาวางไว้หน้าค่าย หากมีผู้ใดเกิดความขลาด ถอดใจ ถอยหนีจากการศึกแล้วละก็ ทรงมีรับสั่งให้จับมันผู้นั้นใส่ลงไปในครกยักษ์แลบดร่างให้แหลกเสีย" สิ้นคำประกาศของพระยากลาโหม เหล่าทหารต่างมองหน้าและกระซิบกระซาบพูดคุยกัน แล้วจึงแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อทันที

             "ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ" วาดดาวเอ่ยถามหมออาวุโสที่กำลังล้างแผลและใส่ยาให้คนเจ็บอยู่ข้างเธอ 

            "บรรดาทหารต่างกำลังหวาดกลัวและเสียกำลังใจที่จักเอาชำนะศึก แม้นฝ่ายเราจักมีกำลังมากกว่าอยู่เห็นๆ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เราจักพ่ายให้ศัตรูเอาเสีย" หมออาวุโสอธิบาย

             "ทำแบบนี้พวกเขาจะไม่ยิ่งเสียขวัญเอาเหรอคะ"

            "ให้พวกเขาฮึดสู้เพราะเกรงกลัวต่อพระอาญา ดีกว่าถอยหนีเพราะเกรงกลัวต่อศัตรู...มันจำเป็น"

            "แค่ขู่ใช่ไหม พระองค์คงไม่คิดจะทำจริงๆหรอกใช่ไหมคะ" เธอถามด้วยความไม่แน่ใจ แต่คนถูกถามกลับทำเพียงแค่มองหน้าเธอ จากนั้นจึงหันไปสนใจคนเจ็บตรงหน้าต่อ ทิ้งให้คนถามคิดหาคำตอบเอาเอง

 

            ตูมมมมมมม!!!!! เสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว จนวาดดาวต้องรีบหลุบตัวลงนั่ง ยกมือทั้งสองขึ้นกุมหัวด้วยความตกใจ

          "เสียงอะไรน่ะ" เธอร้องถามหน้าตาตื่น เธอได้ยินว่าทัพไทยถอยกลับมาแล้ว แสดงว่าพักรบกันอยู่ไม่ใช่เหรอแล้วที่ได้ยินคืออะไร นั่นเสียงปืนใหญ่ไม่ใช่เหรอ หลังจากนั้นจึงได้ยินเสียงทหารตะโกนโหวกเหวกโวยวายตามมา

          "เราถูกโจมตี เราถูกโจมตี" และความสับสนวุ่นวายก็เกิดขึ้นเมื่อทุกคนเริ่มวิ่งวุ่นไปทั่วค่าย ทหารที่ไม่ได้รับบาดเจ็บต่างหยิบอาวุธและวิ่งไปที่หน้าค่ายทันที เพื่อเตรียมรับศึก

          "รีบพาคนเจ็บหลบไปก่อน" ขุนเวชฯร้องสั่งก่อนจะรีบวิ่งไปที่หน้าค่าย วาดดาวรีบทำตามคำสั่งทันที

           ตอนนี้เหล่าแม่ทัพนายกองต่างมารวมกันที่หน้าค่ายทันที หลังจากได้เสียงปืนใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วพื้นที่

          "เกิดกระไรขึ้น"  สมเด็จพระราชบวรฯ รับสั่งถามทันทีที่เสด็จมาถึง

          "เราถูกโจมตีพระพุทธเจ้าข้า" เจ้าพระยาที่สมุหนายกถวายรายงานเหตุการณ์ "พวกมันแต่งห่อรบ แลนำปืนใหญ่ขึ้นบนหอ ระดมยิงเข้ามาในค่ายของเราพระพุทธเจ้าข้า"

          "ใช้ปืนใหญ่เรายิงกลับไปมิได้หรือ ท่าน" เจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฎาตรัสถาม

          "ลองแล้วพระพุทธเจ้าข้า แต่หอรบพวกมันอยู่สูงนัก แลที่ตั้งค่ายพวกมันก็อยู่บนเชิงเขา สูงกว่าฝ่ายเราอีก ปืนใหญ่เราหาได้ยิงถึงไม่พระพุทธเจ้าข้า" พระยากลาโหมราชเสนากราบบังคมทูล

          สมเด็จพระราชวังบวรฯทรงนิ่งไปชั่วครู่ ท่ามกลางเสียงปืนใหญ่ เสียงระเบิดดังลั่น เสียงตะโกนโห่ร้องอึกทึกคึกโครมรอบพระวรกาย จากนั้นจึงมีรับสั่งออกมา

           "นำปืนใหญ่ แลปืนปากกว้างทั้งหมดไปตั้งไว้หน้าค่าย ตัดไม้เป็นท่อนยาวสองศอกใส่ลงไปแทนกระสุน ยิงเข้าใส่หอรบของพวกมัน ทำลายให้พังลงเสีย" รับสั่งด้วยพระสุรเสียงดังลั่น

           "รับด้วยเกล้าพระพุทธเจ้าข้า" ............

       
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 121 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,150 ความคิดเห็น

  1. #573 คนนั้น (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 23:49
    คือแต่งดีมาก คำบรรยายอะไรดีเกือบหมด ยกนิ้วให้เลยค่ะ สู้ๆ^^
    #573
    1
    • #573-1 Wanwan19(จากตอนที่ 25)
      10 กันยายน 2560 / 23:59
      ขอบคุณคร่าา
      #573-1
  2. #475 Pimmy27pb (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 17:48
    อ่านแล้วเลือดรักชาติพุ่งขึ้นมาเลย งั้นวันนี้งดกินโรตีละกัน คนขายเป็นพม่า
    #475
    0
  3. #168 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 06:40
    สนุกและมันมากเลยค่ะ
    #168
    0
  4. #129 GuiTar (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 13:29
    สนุกมากจ้าาา. มาต่อเร็วๆนะคะ
    #129
    0
  5. #128 WEEWA (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 09:41
    กำลังลุ้นเลย สนุกมากค่ะ

    #128
    0
  6. #126 Looney00 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 22:26
    ค้างๆๆๆๆๆวาดดาวสู้ๆๆๆๆๆ
    #126
    0
  7. #124 pammycarlick (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 20:56
    ตอนนี้อะใช้ช้างเเบกปืนใหญ่ไว้เเล้วมอมเหล้าช้างใช่ไฟจุดหางช้างตัวที่ไม่มีปืนใหญ่ เเล้วเอาทัพช้างประชิดป้อมของพวกมันเเล้วก็ยิงส่วนช้างที่เหลือก็จุดไฟที่หางเพราะจะทำให้ช้างตื่นเเละทำลายข้าศึก ถ้าค่ายที่นางเอกอยู่มีช้างอะน่ะ
    #124
    1
    • #124-1 Wanwan19(จากตอนที่ 25)
      11 มิถุนายน 2560 / 22:15
      ตามประวัติศาสตร์สมเด็จพระราชวังบวรทรงใช้วิธีนี้ค่ะ ยกมาจากประวัติศาสตร์ ขอบคุณที่แนะนำค่ะ อิอิ เป็นความคิดที่ดี
      #124-1
  8. #123 @Aies (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 20:50
    ต่อเร็วๆจิ ไรท์ทำไห้รีดคนนี้ค้างอีกแล้ว ชอบแกล้งกันยัง//เสียงเบา
    #123
    0