มิติรักต่างเวลา

ตอนที่ 22 : "ศึกที่ด่านกรามช้าง"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,335
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 125 ครั้ง
    1 ส.ค. 61

             หลวงฤทธิรงค์และหลวงภักดีรีบรุดมาที่กระโจมที่ประชุมทันทีพร้อมกับเหล่าขุนพลคนอื่นๆต่างก็รีบมาตามคำสั่งของพระยามหาโยธารามัญทันทีที่ได้ทราบเรื่อง
             "ทหารลาดตระเวรรายงานว่า เพลานี้ทัพอังวะเร่งพลใกล้ถึงช่องเขาแคบแล้ว" หมื่นพิทักษ์รายงานความแก่พระยารามัญและเหล่าขุนพลทั้งหลายในที่ประชุม
              "มาแล้วรึ" พระยารามัญเมื่อฟังความแล้วจึงพยักหน้ารับ ก่อนเอ่ยสั่งการ "หลวงภักดี ชุมพล"
              "ขอรับ" คนถูกเรียกขานรับ
              "จงเร่งนำกำลังไปดักรอพวกมันที่ช่องเขา เอาฟางมัดติดกับก้อนหินจุดไฟแล้วทิ้งลงมาจากด้านบน สกัดทับพวกมันไว้มิให้ผ่านช่องเขาเข้ามาโดยง่าย"
               "ขอรับ" หลวงภักดีรับคำทันที
               "หลวงฤทธิ์รงค์ มนูธรรม" ก่อนหันไปออกคำสั่งกับอีกคน "เร่งนำปืนใหญ่ไปวางตามแนวกำแพงค่าย เตรียมพลธนูแลปืนไฟตั้งรับหน้าค่ายให้พร้อม หากทัพพวกมันผ่านช่องเขาแคบมาได้ จักได้รับศึกได้ทันท่วงที"
               "ขอรับ ท่านเจ้าคุณ"
               "แลนำน้ำมันเทลงในคูที่ขุดเตรียมไว้รอบกำแพงค่าย หากเข้าตาจนแล้วประการใด จักได้จุดไฟสกัดพวกมันไว้มิให้เข้ามาโดยง่าย"
               "ขอรับ" ทั้งหมดรับคำสั่งพระยารามัญก่อนจะรีบรุดไปทำตามหน้าที่ทันที

               คืนนั้นเหล่าทหารต่างพากันวิ่งวุ่นจัดเตรียมทัพและอาวุธเพื่อรอรับศึกที่กำลังจะเกิดขึ้น ความวุ่นวายในค่ายยามนี้ ทำให้คนที่กำลังนอนหลับอยู่ในกระโจมต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ
               วาดดาวลุกขึ้นจากเตียงหลังได้ยินเสียงฝีเท้าผู้คนวิ่งไปวิ่งมาอยู่รอบๆกระโจมที่พักของเธอ พร้อมกับส่งเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น อย่างต่อเนื่อง หญิงสาวเดินออกมาจากกระโจมเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น ภาพที่เห็นคือเหล่าทหารที่สวมชุดเต็มยศกำลังตระเตรียมอาวุธ และจัดกองกำลังเพื่อเตรียมทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
               "เกิดอะไรขึ้นเหรอ" วาดดาวเอ่ยถามทหารนายหนึ่งที่กำลังเดินผ่านหน้าเธอไป
               "ยามนี้ทัพพม่ายกถึงช่องเขาแคบแล้ว พระยามหาโยธามีคำสั่งให้เตรียมพร้อมรับศึกขอรับ" บอกเสร็จก็รีบวิ่งไปทำหน้าที่ตัวเองต่อทันที ทิ้งให้วาดดาวยืนอึ้งกับสิ่งที่ได้รับรู้ นี่เธอต้องเจอกับสงครามจริงๆแล้วหรือ

               วาดดาวออกจากที่พักเพื่อมาดูเหตุการณ์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง และได้พบกับหลวงฤทธิรงค์ที่กำลังตระเตรียมกำลังพลอยู่
              "ฉันได้ยินว่าทัพพม่าเข้ามาใกล้แล้วเหรอ" เธอถามเขา
              "ใช่ เพลานี้หลวงภักดีได้นำกำลังทหารไปดักรอที่ช่อง
เขาแคบแล้ว แต่มิรู้จักต้านทานกำลังพวกมันได้นานเพียงใด คาดว่ามินานคงเดินทัพล่วงถึงที่นี่" ชายหนุ่มบอก
              "นี่ฉันกำลังจะเจอสงคราม สงครามจริงๆแล้วใช่ไหม" หญิงสาวเอ่ยด้วยอาการหวาดหวั่น ร่างบางสั่นเทาด้วยความกลัว จนอีกฝ่ายสังเกตได้ถึงอาการของสาวตรงหน้า
              "กลัวรึ" ชายหนุ่มเอ่ยถาม หญิงสาวมองหน้าเขาแล้วพยักหน้ายอมรับแต่โดยดี จะมีเหตุผลอะไรให้เธอต้องปิดบังความรู้สึกกลัวไว้ ในเมื่อเธอรู้สึกกลัวจริงๆ "มิต้องกังวลไปดอก ฉันจักปกป้องแม่เอง จักมิให้ผู้ใดเข้าใกล้แม่ได้เด็ดขาด เชื่อใจฉันนะ" ชายหนุ่มยื่นมือไปจับไหล่ของเธอพร้อมเอ่ยปลอบให้เธอคลายความกังวลลง

    

(ช่องเขาแคบ)
           หลวงภักดี และหมื่นพิทักษ์ได้นำกำลังทหารส่วนหนึ่งขึ้นมาดักรอข้าศึกที่หน้าผาเหนือช่องเขาแคบ เพื่อเตรียมสกัดทัพพม่าที่กำลังจะเข้าตีด่านกรามช้าง
           เมื่อยืนจากด้านบนและมองออกไป จึงได้เห็นทัพข้าศึกชัดถนัดตาว่ามีจำนวนมากมายหลายหมื่นทีเดียว แต่เขากลับไม่รู้สึกหวาดหวั่นเลยสักนิด ตอนนี้ภายในใจของเขานั้นมีเพียงความรู้สึกอยากปกป้องบ้านเมืองและแผ่นดินเกิด จากศัตรูนับหมื่นเบื้องหน้าเท่านั้น
           "มากันแล้วขอรับ" เหมือนพิทักษ์ร้องบอกเมื่อเห็นทหารข้าศึกเดินทัพรุดเข้าใกล้ช่องเขา 
           "จุดไฟ" หลวงภักดีสั่ง
           "จุดไฟ" หมื่นพิทักษ์ตะโกนทวนคำสั่งให้ดังขึ้น เหล่าทหารต่างจุดไฟลงบนก้อนหินขนาดใหญ่ที่หุ้มด้วยฟางและลาดน้ำมันเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อทหารอังวะเดินผ่านช่องเขาเข้ามา หลวงภักดีจึงออกคำสั่งให้ทิ้งหินติดไฟขนาดใหญ่ลงมาจากด้านบน พร้อมระดมยิงธนู และปืนไฟจำนวนมากลงมาด้านล่าง  พร้อมกับส่งเสียงกะโกนโห่ร้องอย่างฮึกเหิม เหล่าทหารอังวะบาดเจ็บล้มตายไปจำนวนมาก
              ฝ่ายนั้นพยายามยิงปืนและธนูขึ้นมาแต่ด้วยความสูงของหน้าผาจึงทำให้ลำบากแก่การยิง  บรรดาทหารข้าศึกต่างเกรงกลัวต่อความตายจึงพากันถอยทัพออกจากช่องเขาแคบกลับไปในที่สุด 
               "พวกมันถอยกลับไปแล้วขอรับ" หมื่นพิทักษ์ร้องขึ้นด้วยความดีใจเมื่อเห็นทหารอีกฝ่ายถอยทัพกลับไป
               "อย่าเพิ่งดีใจไป ประเดี๋ยวมันต้องกลับมาอีกเป็นแน่"หลวงภักดีบอก ก่อนจะออกคำสั่งตามมา"เตรียมฟางมัดหินเพิ่มให้มากขึ้น แลลูกธนูติดไฟไว้ด้วยให้พร้อม มิช้าพวกมันคงจะกลับกันมาอีก"            
               และหนึ่งวันหลังจากนั้น ทัพอังวะยังคงไม่ย่อท้อ พยายามเดินฝ่าเข้ามาอีกครั้งโดยคราวนี้ได้ให้ทหารทำโล่กำบังจากไม้ตีต่อกันเป็นผืนใหญ่ยกขึ้นเหนือหัวเพื่อบังก้อนหิน และลูกธนู พยายามเดินฝ่าเข้าไปใหม่อีกครั้ง
            "บุกเข้าไป ห้ามผู้ใดถอยหนี หากมันผู้ใดถอยหนีข้าจักจับมันบั่นคอเสียให้สิ้น" เมี่ยนหวุ่นแมงยีมหาทิมข่องแม่ทัพที่ดูเหตุการณ์อยู่จากด้านหลัง  ประกาศเสียงกร้าวให้เหล่าทหารเดินหน้าต่อไป เหล่าทหารเมื่อได้ฟังก็เกรงจะถูกตัดหัว เมื่อหันหลังกลับไม่ได้จึงจำต้องเดินหน้าต่อไปโดยมีโล่ยกขึ้นเหนือหัวเพื่อกำบัง
             ฝ่ายหลวงภักดียังคงทิ้งหินทั้งที่จุดไฟและไม่ได้จุดไฟอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยิงธนูและปืนไฟร่วมมิขาด ถึงแม้เหล่าข้าศึกจะพากันล้มตายกันจำนวนมาก แต่ด้วยจำนวนกำลังพลที่มากมายมหาศาลได้พยายามเดินฝ่าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดเมื่อเห็นว่ายากที่จะสกัดกั้นไว้ได้แล้ว หลวงภักดีและหมื่นพิทักษ์จึงรีบหันหลังกลับ ลงจากหน้าผาทันทีเพื่อมุ่งหน้ากลับไปสมทบกับกองทัพของพระยารามัญที่ด่านกรามช้าง 

             หมื่นพิทักษ์ควบม้าเร็วกลับมาที่ค่ายได้ก่อนจึงรีบนำความบอกแก่พระยามหาโยธาทันที
            "เพลานี้ทัพอังวะผ่านช่องเขาแคบมาได้แล้วขอรับ พวกมันมีจำนวนมากเหลือเกิน ยากที่จะสกัดไว้ได้" หมื่นพิทักษ์รายงานทันทีที่กระโดดลงจากหลังม้า
            "มิเป็นกระไร แล้วหลวงภักดีเล่าอยู่ที่ใด" พระยารามัญเอ่ยถามถึงอีกคน
           "กำลังตามมาขอรับ"  พระยารามัญพยักหน้ารับรู้ก่อนจะออกคำสั่ง 
          "ทุกคนประจำที่"
          "ประจำที่" หลวงฤทธิรงค์ทวนคำสั่งให้ดังขึ้น ทหารทุกคนต่างเข้าประจำที่เตรียมพร้อม "แม่รีบหาที่หลบก่อน หากมิได้ยินเสียงเรียกจากฉันห้ามออกมาเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่" หลวงหนุ่มหันไปสั่งหญิงสาวข้างกายที่ตอนนี้ยืนหน้าตาตื่นด้วยความกลัว "กำมีดในมือไว้ให้มั่น หากผู้ใดเข้าใกล้ให้แทงทันทีมิต้องถาม" วาดดาวพยักรับคำทันที
            "คุณ........ระวังตัวด้วยนะ" หญิงสาวเอ่ยปากบอกชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง เขาพยักหน้ารับและยิ้มให้เธอก่อนจะหันหลังเดินจากไป 
             หลวงฤทธิรงค์และเหล่าทหารต่างพากันเข้าประจำที่ของตนเตรียมพร้อม ตอนนี้หน้าค่ายมีทั้งปืนใหญ่ ปืนไฟ และพลธนูเตรียมตั้งรับรออยู่โดยพร้อม รอเวลาข้าศึกมาถึง จะได้แสดงให้พวกอริศัตรูได้ประจักษ์ แม้กำลังเพียงหยิบมือก็ตามที
             จากนั้นไม่นาน จึงเห็นม้าของหลวงภักดีพร้อมกับทหารจำนวนหนึ่ง ควบออกจากแนวชายป่า พุ่งตรงมาที่ค่ายอย่างรวดเร็ว ด้านหลังขบวนปรากฏม้าของทหารอังวะที่ควบตามมา พร้อมกับยิ่งปืนไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิด 
             "เตรียมตัวให้พร้อม หลวงภักดีผ่านประตูเข้ามาเมื่อใด ให้เร่งยิ่งปืนใหญ่ โจมตีพวกมันให้เสียสิ้น" พระยามหาโยธาร้องสั่งพร้อมกระชับปืนในมือไว้มั่น 
             หลวงภักดีควบม้าจนถึงหน้าประตูค่ายในที่สุด หลังจากม้าผ่านเข้าประตูค่ายเข้ามา คำสั่งยิ่งก็ประกาศขึ้นทันทีจากนั้น
            "ยิง" พระยามหาโยธาร้องสั่ง
            "ยิง" หลวงฤทธิรงค์และเหล่าทหารนายกองต่างพากันร้องตะโกนทวนคำสั่งพระยามหาโยธา ก่อนที่ทั้งกระสุนปืนใหญ่ ลูกธนูและปืนไฟ จะพร้อมใจระดมยิงเข้าใส่ศัตรูอย่างบ้าคลั่ง
            
            หลวงภักดีเมื่อผ่านประตูเข้ามาได้แล้วจึงรีบกระโดดลงจากหลังม้า หยิบปืนไฟและรีบวิ่งไปนั่งเคียงข้างหลวงฤทธิรงค์ทันที
            "พวกมันมีมากกว่าหลายเท่านัก มิรู้จักต้านได้นานสักเท่าใด" หลวงภักดีตะโกนบอกแข่งกับเสียงปืนที่อึกทึกคึกโครมอยู่ขณะนั้น
            "ต้านให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้แล้วกัน  เพลานี้ทัพหลวงของสมเด็จวังหน้าคงกรีฑาทัพถึงทุกลาดหญ้าแล้วกระมัง" หลวงฤทธิรงค์ตะโกนกลับ
            " หากทัพหลวงของสมเด็จท่านยังมามิถึง เอ็งกับข้าคงได้กลายเป็นผีเฝ้าที่นี่เป็นแน่ อ้ายคุณหลวง" หลวงภักดีตะโกนบอกเป็นที่ทีเล่นทีหยอกกับหลวงผู้น้อง จากนั้นจึงหันมาระดมยิงปืนในมือพร้อมกับตะโกนโห่ร้องเสียงดังเพื่อสร้างความฮึกเหิมให้แกตนเองและเพื่อนร่วมศึก


           ด้านวาดดาวนั้นหลบอยู่พักหนึ่งนับตั้งแต่รับคำจากหลวงฤทธิรงค์ เธอได้ยินเสียงปืนใหญ่ ปืนไฟ และเสียงโห่ร้องดังขึ้นตลอดเวลา รวมถึงเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดจากคนเจ็บคนตายจำนวนมาก วาดดาวกำมีดในมือไว้แน่น ร่างบางสั่นเทาด้วยความกลัวจับจิต ครั้งแรกในชีวิตที่ต้องอยู่ท่ามกลางสมรภูมิรบแบบนี้ นี่เธอจะเอาชีวิตรอดกลับไปยังปัจจุบันได้หรือเปล่ากันนี่ หรือจะต้องตายอยู่ที่นี่จริงๆ
            แต่พอมองไปยังภาพเบื้องหน้า  ที่เหล่าทหารกล้ามากมายกำลังต่อสู้ฟาดฟันกัน ภาพคนเจ็บคนตายจำนวนมากถูกหามกลับมาเข้ามาในค่ายอย่างต่อเนื่องมิขาดสาย เธอคิดได้ว่าให้หลบอยู่แบบนี้ต่อไปคงไม่ได้ ในเมื่อคนเจ็บต้องการการช่วยเหลือมากมายอยู่ด้านนอก ด้วยสัญชาตญาณความเป็นหมอ วาดดาวตัดสินใจออกมาจากที่ซ่อน ตรงไปหาคนเจ็บเหล่านั้นทันที
           "ออกมาทำกระไร ประเดี๋ยวก็โดนลูกหลงดอก" ขุนเวชโอสถที่กำลังทำการรักษาคนเจ็บอยู่ตรงนั่นตะโกนถามทันทีที่เห็นเธอ
          "คนเจ็บคนตายมากมายขนาดนี้ จะให้ฉันหลบอยู่ได้ยังไงคะ" วาดดาวตะโกนแข่งกับเสียงอึกทึกคึกโครมที่ดังอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ยังยกมือปิดหูตลอดเวลา เพราะกลัวเสียงระเบิดจากปืนใหญ่ "ให้ฉันช่วยเถอะค่ะ คนเจ็บมากมายขนาดนี้  แค่ท่านขุนคนเดียวไม่ไหวหรอก" พูดจบก็ตรงเข้าดูอาการคนเจ็บที่กำลังร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดทันทีโดยไม่ต้องรอคำอนุญาตของอีกฝ่าย
          ขุนเวชฯที่ตอนนี้กำลังวุ่นวายอยู่กับคนเจ็บจำนวนมาก จึงต้องปล่อยเลยตามเลยให้หมอสาวทำตามความต้องการของเธอไป
 
         เมื่อเห็นว่าฝ่ายข้าศึกรุดเข้ามาเรื่อยๆมิขาดระยะ และกำลังของพระยามหาโยธาเริ่มจะทานไว้ไม่ไหว ขุนเวชฯที่มองดูอยู่จึงตัดสินใจคว้าดาบกระชับในมือ
         "ฝากทางนี้ด้วย" ขุนหมอร้องบอกหมอสาวตรงหน้าก่อนจะถือดาบวิ่งเข้าสู่สมรภูมิเบื้องหน้า 
         "ท่านหมอ" วาดดาวร้องเรียก แต่ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อคนถูกเรียกกระโจนเข้าสู่สนามรบเรียบร้อยแล้ว ทิ้งให้หมอสาววุ่นวายอยู่กับการรักษาคนเจ็บจำนวนมากเพียงรำพัง
         เมื่อเห็นว่าศัตรูเริ่มบุกเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พระยารามัญจึงทิ้งปืนในมือ แล้วชักดาบกระโดดขึ้นหลังม้าชักบังเหียนกระโจนเข้าสู่สนามรบเบื้องหน้า เมื่อเห็นดังนั้นทั้งหลวงภักดีและหลวงฤทธิรงค์จึงทิ้งปืนในมือแล้วชักดาบออกจากฝักวิ่งเข้าตามพระยารามัญไป เมื่อเหล่าทหารต่างเห็นขุนพลของเขาถือดาบวิ่งเข้าใส่ศัตรูจึงพากันชักดาบวิ่งตามออกไปทะลวงฟันศัตรูทันที

         การสู้รบดำเนินไปตั้งแต่กลางดึก จนถึงเวลาใกล้รุ่งสาง แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงแต่อย่างใด ฝ่ายข้าศึกยังดาหน้ากันเข้ามาเรื่อยๆมิหยุดหย่อน ฝ่ายพระยามหาโยธาเมื่อเห็นว่าต้านได้นานพอควรแล้ว และหากยังสู้ต่อไปอาจไม่ไหว คงได้ตายอยู่ที่นี่กันหมดเป็นแน่แท้ จึงส่งสัญญาณให้ขุนพลทั้งหลายถอยทัพ
           เมื่อได้รับสัญญาณจากพระยามหาโยธา เหล่าขุนพลทั้งหลายจึงกระโดดขึ้นหลังม้า ควบออกจากสนามรบทันที เมื่อเห็นว่าทหารฝ่ายตนเองควบม้าออกมาแล้ว พระยามหาโยธาจึงสั่งจุดไฟเผาประตูและกำแพงค่ายทั้งหมดเพื่อถ่วงเวลาข้าศึกไว้ไม่ให้ตามติดมาได้ทัน

          หลวงฤทธิรงค์ควบม้าตรงมายังวาดดาวทันที
          "ขึ้นมาเร็ว" ชายหนุ่มร้องสั่งทันทีที่หยุดม้าลงตรงหน้าหญิงสาว พร้อมกับยื่นมือไปรับเธอ  วาดดาวรีบหันไปคว้ากระเป๋าข้างกายก่อนจะยื่นมือให้ชายหนุ่มแทบจะทันทีที่สิ้นคำสั่ง หลวงฤทธิรงค์รีบควบม้าออกไปทันทีที่ดึงหญิงสาวขึ้นมานั่งบนหลังม้าได้

           หลวงฤทธิ์ควบม้ามาสมทบกับพระยามหาโยธาและคนอื่นๆ ทุกคนต่างเร่งม้าให้เร็วขึ้นเพื่อให้ห่างจากศัตรูที่อยู่เบื้องหลังให้ได้มากที่สุด เปลวไฟที่ลุกโชนอยู่ด้านหน้ากำแพงค่ายคงพอถ่วงเวลาให้ทั้งหมดได้ออกจากค่ายไปได้ไกลพอ ก่อนที่ข้าศึกจะตามมาได้ 
            วาดดาวมองภาพไฟที่กำลังลุกโชนเผาค่ายอยู่เบื้องหลังเธอจากนั้นจึงหันมามองผู้ร่วมทางที่บัดนี้ไร้เสียงพูดคุยใดๆจากคนเหล่านี้ มีเพียงฝีเท้าของม้าที่ดังขึ้นถี่ๆแสดงถึงความเร็วของการวิ่ง
            "เราจะไปไหนกัน" เธอถามขึ้นจากด้านหลังชายหนุ่มที่เธอกระโดดขึ้นหลังม้าเขามาด้วย
             "ทัพหลวงของสมเด็จวังหน้าที่ทุ่งลาดหญ้า" ชายหนุ่มตอบขณะที่กำลังคุมบังเหียนเร่งฝีเท้าม้าให้เร็วขึ้นเพื่อให้ทันขบวนข้างหน้า


   ....../////....
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 125 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,150 ความคิดเห็น

  1. #1080 Sukanya Paileeklee (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 06:18
    เผาค่าย ถอยทัพ แล้วคนเจ็บล่ะ
    #1,080
    0
  2. #791 Kaew Suda (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 22:51
    กระเป๋าๆๆๆๆๆ
    #791
    0
  3. #313 airprettyair (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 00:21
    สนุกมากกก(ก.ไก่ล้านตัว) อ่านรวดเดียวเลย
    #313
    0
  4. #276 ฮันอวี้หลง (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 20:46
    กระเป๋านางเอกอ่ะไม่ลืมเอามาใช่ไหม?
    #276
    2
    • #276-1 ฮันอวี้หลง(จากตอนที่ 22)
      9 กรกฎาคม 2560 / 20:46
      นางเอกยิ่งเอ๋อๆอยู่
      #276-1
    • #276-2 Wanwan19(จากตอนที่ 22)
      9 กรกฎาคม 2560 / 20:59
      มาค่ะมา
      #276-2
  5. #222 ข้าวเหนียว_สังขยา (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 10:26
    นางเอกเอากระเป๋ามาด้วยป่าววว
    #222
    1
    • #222-1 Wanwan19(จากตอนที่ 22)
      3 กรกฎาคม 2560 / 12:10
      เอามาคร่าาา ของสำคัญ อิอิ
      #222-1
  6. #113 Looney00 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 21:45
    ไรท์กลับมาก่อนๆๆๆๆ
    #113
    0
  7. #106 Chick_ka (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 19:53
    แล้วคนเจ็บล่ะ โอ่ยยย ลุ้นนนน!!
    #106
    0
  8. #105 @Aies (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 13:36
    ต่ออออออ ค้างงงงงงง ใจจะขาดแว้วววววววววTT ต่อไวๆน้าาาาาาาาาาาาาาาาา
    #105
    0