มิติรักต่างเวลา

ตอนที่ 21 : "สิ่งที่ต้องทำ"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,456
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 99 ครั้ง
    1 ส.ค. 61

              
  
               หลวงฤทธิรงค์เดินตามหลังวาดดาวมาหลังจากนั้น  ระหว่างทางเห็นทหารสองนายกำลังถือสำรับอาหารเดินผ่านหน้า ตรงไปยังประตูด้านหลังค่าย หลวงหนุ่มเกิดความสงสัยว่าทหารทั้งสองนายกำลังจะยกสำรับไปที่ใดและอีกอย่างเวลานี้ก็ยังไม่ใช่เวลาเที่ยงวันที่จะต้องรับประทานอาหาร เขาร้องถามทั้งสองด้วยความสงสัย

         "จักยกสำรับไปที่ใดกันรึ"นายทหารทั้งสองนายเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากหลวงหนุ่มจึงหยุดเดินและหันมาทำความเคารพก่อนจะตอบคำถามของเขา

          "มีพระธุดงค์มาปักกลดอยู่ที่ชายป่าท้ายค่ายขอรับ ท่านเจ้าคุณจึงสั่งให้พวกกระผมยกสำรับอาหารไปถวายเพลขอรับ" ตอบเสร็จก็หันหลังเดินตรงไปยังประตูด้านหลังค่ายทันที

          " พระธุดงค์เหรอ?" วาดดาวพึมพำคนเดียว และหันไปมองหน้าอีกคนที่ยืนอยู่ด้วยกันด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่อีกฝ่ายจะหันหลังเตรียมจะเดินตามนายทหารสองคนเมื่อครู่ไป แต่ถูกเธอเรียกไว้เสียก่อน

           "นั่นคุณจะไปไหน" เธอถาม

           "มิได้ยินที่ทหารบอกรึ ว่ามีพระธุดงค์มาปักกลดอยู่ท้ายค่าย ฉันก็จักไปดูอย่างไรเล่า" เขาตอบก่อนจะหันหลังเตรียมจะเดินต่อ

          "ฉันไปด้วย" เธอว่าพร้อมกับออกเดินนำหน้าชายหนุ่มทันที

          "ก็ดีเหมือนกัน ไหว้พระรดน้ำมนต์เสียบ้าง เผื่อสติสะตังจักดีขึ้น" เขาว่าเธอ แต่คนถูกกล่าวหาว่าสติไม่ดีเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ชะงักฝีเท้าทันที ก่อนจะหันกลับมามองคนพูด

          "นี่คุณว่าฉันเหรอ" เธอถามเขา แต่ดูเหมือนคนถูกถามจะไม่ได้ใส่ใจกับคำถามของเธอเลยแม้แต่น้อย เขาเดินผ่านเธอไปหน้าตาเฉย และแอบลอบยิ้มออกมาเมื่อพ้นสายตาสาวเจ้า ทิ้งให้อีกคนยืนชักสีหน้าไม่พอใจอยู่ด้านหลัง ก่อนจะเดินกระทืบเท้าปึงปังตามเขาไป

 

          หลวงฤทธิรงค์และวาดดาวเดินเลาะมาตามชายป่าด้านหลังค่าย ใช้เวลาไม่นานนักก็ถึงบริเวณที่พระธุดงค์ปักกลดอยู่ ซึ่งอยู่ริมลำธารไม่ห่างจากตัวค่ายมากเท่าใดนัก เมื่อมาถึงก็พบ พระยามหาโยธารามัญ หลวงภักดี หมื่นพิทักษ์  และทหารอีกสามนายที่นั่น ซึ่งกำลังสนทนากับพระท่านอยู่

          วาดดาวเมื่อได้เห็นพระสงฆ์รูปนั้นก็รู้สึกคุ้นตาเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่เมื่อเห็นหลวงฤทธิ์รงค์เข้าไปกราบพระท่าน เธอก็รีบทำตามเขาทันที ทั้งหมดสนทนาธรรมกับพระคุณเจ้าท่านอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเตรียมกราบลาพระท่านเมื่อเห็นว่ารบกวนนานแล้ว

         "เช่นนั้นพวกกระผมคงต้องขอตัวกราบลาพระคุณเจ้าแล้วนะขอรับ รบกวนพระคุณเจ้านานแล้ว" พระยารามัญกล่าว

         "เชิญเถิด" ท่านตอบพร้อมกับยิ้มให้กลุ่มคนดังกล่าว ก่อนที่ทุกคนจะกราบลาท่านเตรียมกลับ แต่วาดดาวยังดูไม่หายข้องใจ เธอนั่งคิดตลอดเวลาว่าเคยพบพระคุณเจ้ารูปนี้แน่นอน 

          "มีเรื่องกระไรจักถามอาตมาก็ถามมาเถิด สีกา" ท่านเอ่ยขึ้นหลังจากคนอื่นๆ เดินจากไปแล้ว เหลือเพียงวาดดาวและหลวงฤทธิรงค์ที่เตรียมจะกราบลาเช่นกัน เธอเงยหน้ามองพระคุณเจ้าท่านทันที ก่อนจะหันซ้ายหันขวาดูว่าท่านหมายถึงใคร พลอยทำให้คนข้างๆต้องหยุดชะงักตามไปด้วย

           "เราเคยพบกันมาก่อนใช่ไหมคะ ฉันรู้สึกเหมือนเคยเจอหลวงพ่อมาก่อน" วาดดาวถามขึ้นเมื่อแน่ใจว่าท่านหมายถึงเธอ

           "อาตมาเดินธุดงค์ไปทุกแห่งหน เราอาจเคยพบกันที่ใดสักแห่งก็เป็นได้" ท่านยิ้มหลังจากกล่าวจบ วาดดาวนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะทำท่าเหมือนนึกอะไรออก

           "จำได้แล้ว วันนั้น วันฝนตก ที่ชายป่า" วาดดาวนึกออกว่าพระคุณเจ้ารูปนี้คือพระรูปที่เธอพบในวันที่เธอมาที่นี่วันแรก "หลวงพ่อมาที่นี่ได้ยังไงคะ หรือว่าย้อนเวลามาเหมือนกัน" เธอถามและสรุปเอาเอง

           "อาตมาอยู่ที่มาโดยตลอด หาได้เคยไปที่ใดไม่"

           "แต่วันนั้น ฉันเห็น........"

           "คงเป็นโชคชะตาของสีกากระมัง จึงทำให้สีกามองเห็นอาตมาในวันนั้น" ท่านพูดแทรกขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าข้องใจของหญิงสาว ซึ่งวาดดาวแน่ในว่าท่านเข้าใจที่เธอพูด

           "ฉันไม่เข้าใจค่ะ ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ เรื่องทั้งหมดมันไม่น่าที่จะเกิดขึ้นได้เลย" 

           "ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้น  ล้วนแล้วแต่มีเหตุผลด้วยกันทั้งนั้น ที่สีกาต้องมาอยู่ที่นี่เพลานี้ก็ย่อมมีเหตุผลเช่นกัน" 

           "เหตุผลอะไรกันคะ มีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องมาที่นี่" เธอไม่เข้าใจ

          "การที่สีกามาอยู่ที่นี่ ก็แสดงว่าที่นี่ต้องการสีกา อาจมีบางสิ่ง หรือใครบางคน ที่ต้องการความช่วยเหลือจากสีกาก็เป็นได้" วาดดาวถอนหายใจด้วยความอ่อนใจ อะไรที่เธอต้องทำที่นี่ ใครกันที่ต้องการให้เธอช่วย ถึงขนาดต้องตามเธอมาจากปัจจุบันเชียวหรือ

           "แล้วฉันจะได้กลับไปไหมคะ" เธอถามด้วยความอยากรู้ว่าเธอจะมีโอกาสกลับไปยังปัจจุบันหรือไม่ แต่พระคุณเจ้าท่านกลับยิ้มให้เธออย่างเมตตา ก่อนจะตอบให้คลายความกังวล

            "ที่นี่หาได้ใช่ที่ของสีกาไม่ เมื่อถึงเพลา สีกาก็จักได้กลับไปยังที่ที่สีกาจากมาเอง"

            "เมื่อไรคะ" เธอถามต่อ

           "อาตมาตอบมิได้ดอก จักช้าหรือเร็วนั้น ขึ้นอยู่กับการที่สีกาได้ทำสิ่งที่ควรทำแล้วหรือไม่" วาดดาวถอนหายใจอีกครั้งเมื่อได้ฟังคำบอกของพระคุณเจ้า แล้วเธอจะมีโอกาสได้กลับไปหรือ ในเมื่อเธอยังไม่รู้เลยว่าเธอมาที่นี่ด้วยเหตุผลอะไร แต่คนที่ดูจะไม่เข้าใจเรื่องทั้งหมดเอาเสียเลยคือ ชายอีกคนที่นั่งฟังบทสนทนาทั้งหมดเงียบๆมาโดยตลอด

        

 

          หลังจากกราบลาพระคุณเจ้าแล้ว วาดดาวเดินใจลอยกลับค่าย ตลอดทางเธอเอาแต่คิดถึงเรื่องที่ได้สนทนากับพระคุณเจ้าท่านไปเมื่อครู่ จนเกือบจะเดินออกนอกเส้นทางเสียแล้ว ดีที่อีกคนที่เดินตามหลังมาร้องทักขึ้นเสียก่อน

         "นั่นแม่จักไปที่ใดกัน นั่นมิใช่ทางกลับค่ายนะ" หญิงสาวหลุดจากห้วงความคิดทันทีที่ได้ยินเสียงร้องทัก จนต้องหันหลังกลับไปดูจึงได้พบหลวงฤทธิรงค์ที่เดินตามเธอมา เธอแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นเขา เพราะตลอดทางมานั้นเธอไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเขาเดินตามหลังเธอมาด้วย

            "อ้าวคุณ! ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ ฉันคิดว่าคุณกลับไปตั้งนานแล้วซะอีก" 

            "ฉันก็อยู่กับแม่ตลอด นี่แม่มิเห็นฉันดอกรึ" เขารู้สึกแปลกใจที่เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาอยู่ข้างหลังเธอมาตลอดทาง "มัวใจลอยคิดเรื่องที่สนทนากับพระคุณเจ้าเมื่อครู่อยู่รึ" เขาถามต่อ  วาดดาวยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองแก้เก้อ นี่เธอใจลอยขนาดไม่รู้ตัวว่ามีคนเดินตามหลังมาเลยหรือ "ฉันมิอยากเชื่อเลยจริงๆ หากมิได้ยินเรื่องนี้จากปากพระคุณเจ้าท่าน" เขามองหน้าเธออย่างจริงจัง ก่อนจะเอ่ยคำพูดต่อมา "เรื่องที่แม่พูดก่อนหน้านี้ เป็นความจริงรึ"

            "ฉันบอกคุณไปแล้วตั้งหลายครั้ง คุณก็ไม่เชื่อฉัน แถมยังหาว่าฉันสติไม่ดีอีกต่างหาก" เธอใส่อารมณ์เล็กน้อยไม่พอใจที่เขาชอบหาว่าเธอสติไม่ดี

           "เรื่องนี้คงเกินไปนักที่จักให้เชื่อได้ เรื่องผีสาง นางไม้ยังดูน่าเชื่อกว่านี้เสียอีก" วาดดาวมองหน้าชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจกับคำพูดของเขาที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคำพูดของคนยุคสมัยนี้

           "นี่คุณเป็นคนยุคไหนกันแน่" เธอว่า

           "แล้วนี่แม่จักทำเช่นไรต่อไปกัน " เขาถามเธอต่อ แต่คนถูกถามกลับถอนหายใจเฮือกใหญ่แทนคำตอบ เธอเองก็ยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปดี

           "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน หลวงพ่อท่านบอกว่า ฉันมาที่นี่เพราะมีบางอย่างที่ฉันต้องทำ ถ้าฉันทำสำเร็จ ฉันก็จะได้กลับไป"

           "แล้วบางอย่างที่ว่านั่น คือกระไรกัน"

           "นั่นแหละปัญหา ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันต้องทำอะไร แล้วฉันจะทำมันสำเร็จได้ยังไง" วาดดาวถอนหายใจอีกครั้งด้วยความรู้สึกจนหนทาง

 

 

 

         เสียงคมดาบกระทบกันดังไปทั่วทั้งบริเวณ เหล่าพลรบทั้งหลายกำลังฝึกปรือฝีมือดาบกันอย่างขะมักเขม้น เพื่อเตรียมรับศึกที่ใกล้เข้ามาทุกที แต่ดูเหมือนเสียงดาบที่ดังอยู่ตรงหน้านั้นจะไม่ได้แทรกเข้าสู่โสตประสาทของอีกคนที่ยืนดูการฝึกซ้อมอยู่เลยแม่แต่น้อย

        "เป็นกระไรของเอ็งวะ"หลวงภักดีที่อยู่ข้างๆเอ่ยทักขึ้นเมื่อสังเกตเห็นถึงอาการผิดปกติของอีกคน "ข้าเห็นเอ็งใจลอยเช่นนี้มาตั้งแต่หัววันแล้ว มีเรื่องกระไรในใจรึ"

        "หาได้มีกระไรดอกพี่ ฉันก็คิดกระไรของฉันไปเรื่อยเปื่อยก็เท่านั้น" หลวงผู้น้องบอกปัดไป แต่ที่จริงเขากำลังคิดเรื่องของวาดดาวอยู่ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นมันดูเหลือเชื่อจนเกินไป เขาจึงไม่กล้าที่จะเล่าให้อีกคนฟัง

         "เช่นนั้นก็แล้วไป คิดว่าเอ็งมีกระไรในใจเสียอีก" เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเลือกที่จะไม่พูด คนถามจึงไม่คิดเซ้าซี้ถามต่อ แต่หลวงหนุ่มดูท่าอยากจะเล่าให้อีกฝ่ายฟัง แต่ไม่กล้า เพราะถ้าเล่าไป อีกฝ่ายอาจจะหาว่าเขาสติไม่ดี เหมือนกับที่เขาเคยว่าหญิงนางนั้นก็เป็นได้ แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะพูดบางอย่างออกไป

          "พี่เทพ พี่เคยได้ยินเรื่องย้อนเวลาหรือไม่พี่"

          “ย้อนเวลา?" คนถูกถามทวนคำของอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูด

          "พี่เชื่อหรือไม่ว่า คนเราสามารถย้อนกลับไปในอดีตได้" เขาถามต่อโดยไม่ได้ใส่ใจสีหน้างุนงงของคนถูกถามเลยแม้แต่น้อย

          "เอ็งพูดเรื่องกระไรของเอ็งวะ ย้อนอดีตกระไรของเอ็ง" คนฟังยังคงงุนงง

          "ช่างมันเถอะ หาได้มีกระไรดอก" เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูท่าจะไม่เข้าใจที่ตนเองพูด หลวงหนุ่มจึงจัดการตัดบทจบไม่พูดต่อ เพราะหากให้อธิบายต่อ เขาคงได้กลายเป็นคนสติวิปลาสไปอีกคน เหมือนกับที่อีกฝ่ายเคยว่าหมอหญิงไว้ก่อนหน้านี้ หลวงภักดีประหลาดใจที่อยู่ดีๆอีกฝ่ายก็ตัดบทไม่พูดต่อเอาเสียอย่างนั้น แต่ตนก็ไม่เข้าในที่อีกฝ่ายพูดจริงๆ

         "คุณหลวงขอรับ คุณหลวง" พอดีที่หมื่นพิทักษ์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพอดี "เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ" 

          "เรื่องกระไรวะ" หลวงภักดีและหลวงฤทธิรงค์ถามขึ้นพร้อมกัน และต่างหันมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ ว่ามีเรื่องใหญ่อะไรเกิดขึ้นอีกในเวลานี้

....../////.....


         

          
     

***คาแลกเตอร์นางเอกอาจจะดูไม่เหมือนหมอทั่วไปนะ บางครั้งอาจจะดูโหวกเหวกโวยวายบ้าง อาจจะขัดความเป็นหมอบ้าง คือไรท์ตั้งใจให้นางเอกเปนแบบนี้ เพราะเห็นว่าคุณหลวงนิ่งมากแล้ว  จะให้นางเอกนิ่งไปอีกคน คงจะจืดสนิท 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 99 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,150 ความคิดเห็น

  1. #337 minggg- (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 00:32
    หมอมีหลายแบบตามนิสัยค่าา
    หมอโวยวายก็เยอะนะคะ 555
    #337
    2
    • #337-1 Wanwan19(จากตอนที่ 21)
      19 กรกฎาคม 2560 / 06:46
      ขอบคุณที่ติดตามอ่านคร่าาาา
      #337-1
    • #337-2 Wanwan19(จากตอนที่ 21)
      19 กรกฎาคม 2560 / 06:46
      ขอบคุณที่ติดตามอ่านคร่าาาา
      #337-2
  2. #274 vanda (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 15:00
    ใช่ค่ะ หมอก็คนเหมือนกันค่ะ บุคลิกนิสัยไม่ได้เปลี่ยนเพราะอาชีพนะคะ
    #274
    1
    • #274-1 Wanwan19(จากตอนที่ 21)
      9 กรกฎาคม 2560 / 15:21
      ขอบคุณนะคะ^^
      #274-1
  3. #167 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 06:18
    สนุกๆๆๆๆ
    #167
    0
  4. #112 Looney00 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 21:37
    หมอก็เหมือนคนทั่วไปแหละค่ะ
    #112
    0
  5. #104 poosurat (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 12:11
    หมอก็คนค่ะ ชอบมากๆเรื่องนี้ มาต่อไวๆนะค่ะ
    #104
    0
  6. #103 Oungzaza (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 10:06
    สู้ๆๆนะค่ะ
    #103
    0
  7. #102 กาฬกาล (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 09:09
    'มหาบพิตร' คำนี้ใช้กับกษัตริย์ไหมคะ
    #102
    1
    • #102-1 Wanwan19(จากตอนที่ 21)
      10 มิถุนายน 2560 / 09:22
      ขอบคุณค่ะ อิอิ
      #102-1