มิติรักต่างเวลา

ตอนที่ 17 : "ไม่ได้ห่วง"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,686
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 163 ครั้ง
    1 ส.ค. 61

         



          กำลังทหารนำโดยหลวงฤทธิรงค์ เดินทางมาทางด้านตะวันออกของค่าย ใช้เวลาราวหนึ่งวันก็ถึงจุดหมายในเวลาใกล้ค่ำ จำนวนกำลังพลราวห้าสิบนายได้ แต่ล้วนเป็นทหารฝีมือดีที่คัดมาแล้วทั้งสิ้น ระหว่างที่หยุดพักขบวนอยู่นั้น ได้มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งเดินทางผ่านมา เมื่อได้ถามถึงที่มาที่ไปก็ได้ความว่าหมู่บ้านของพวกเขาถูกทหารอังวะบุกยึดไปเรียบร้อยแล้ว

          "พวกมันเข้ารุกรานแลยึดเอาหมู่บ้านของพวกกระผมไปหมดแล้วขอรับ ชาวบ้านบางส่วนถูกฆ่าตาย บ้างก็ถูกจับ บ้างก็หนีหายเข้าป่าไป พวกกระผมเองก็ว่าจักพากันเข้าไปที่พระนครขอรับ" ชายชราหนึ่งในชาวบ้านเล่าให้หลวงฤทธิรงค์ฟัง

          "ใช่แล้วเจ้าค่ะ บรรดาพวกหนุ่มๆที่มีกำลังก็ถูกเกณฑ์ไปรบกันหมด ในหมู่บ้านก็เหลือแต่เด็ก ผู้หญิง กับคนแกอย่างพวกอิฉันเท่านั้น จักเอากระไรไปสู้กับพวกมันได้เล่าเจ้าคะ" หญิงชราอีกคนเล่าเสริม

          "นี่ขนาดเหลือเพียงเด็ก ผู้หญิง แลคนแก่  พวกมันยังทำได้ถึงเพียงนี้ จิตใจโหดเหี้ยมนัก" หลวงหนุ่มกล่าวด้วยความรู้สึกโกรธ "มิต้องกังวลไป ข้าจักยึดเอาหมู่บ้านของพวกเจ้ากลับคืนมาให้จงได้ ระหว่างนี้พวกเจ้าก็ไปอยู่ที่ค่ายของพระยามหาโยธาที่ด่านกรามช้างก่อนก็แล้วกัน"

           "ขอบพระคุณคุณหลวงขอรับ"

           "หมื่นพิทักษ์"

           "ขอรับ"

           "เอ็งจงเร่งไปบอกเหล่าทหารให้เตรียมตัวให้พร้อม คืนนี้ข้าจักบุกโจมตี จัดการพวกมันเสียให้สิ้น" หลวงหนุ่มออกคำสั่ง

           "ขอรับคุณหลวง" หมื่นพิทักษ์รีบรับคำก่อนจะรีบออกไปทำตามที่สั่งทันที

 

 

            คืนนั้นหลวงฤทธิรงค์ได้นำกำลังทหารไปซุ่มอยู่รออยู่นอกหมู่บ้านซึ่งตอนนี้ถูกทหารอังวะยึดเป็นที่พักชั่วคราวไปเรียบร้อยแล้ว ภายในหมู่บ้านเต็มไปด้วยทหารอังวะเดินเพ่นพ่านเต็มไปหมด และมีทหารยามเฝ้าอยู่อย่างแน่นหนา พวกเขาเฝ้าดูอยู่จนเวลาล่วงเลยเที่ยงคืนไปแล้ว ซึ่งคืนนี้เป็นคืนเดือนดับ จึงทำให้รอบด้านมืดมิด เงียบสงัดไปหมด มีเพียงแสงสว่างจากตะเกียงคบเพลิงที่จุดไว้รอบๆหมู่บ้านเท่านั้น

            เมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มนอนหลับพักผ่อนกันหมดแล้ว เป็นเวลาที่เหมาะแก่การบุกเข้าโจมตี ทหารบางส่วนลอบเข้าไปกำจัดทหารยามอย่างเงียบเชียบ จนอีกฝ่ายตายไปหลายคนโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว

            เมื่อเห็นทหารจำนวนหนึ่งถูกจัดการไปแล้ว ชายหนุ่มจึงเปิดฉากด้วยการยิงธนูเข้าใส่ ปักลงกลางหน้าผากของทหารนายหนึ่งเข้า จนอีกฝ่ายล้มทั้งยืนต่อหน้าต่อตาคนที่ยืนอยู่ข้างๆกัน

         "ใครวะ" อีกคนรีบยกดาบขึ้นมาทันทีและมองไปรอบๆด้วยความตื่นกลัว

         "เมื่อหลวงหนุ่มเปิดฉากยิงขึ้น ลูกธนูจากเหล่าทหารใต้บังคับบัญชาอีกจำนวนมากก็พร้อมใจกันพุ่งเข้าใส่ศัตรูจนอีกฝ่ายล้มตายไปหลายคน

         "เราถูกโจมตี" ฝ่ายนั้นรีบร้องตะโกนขึ้นเพื่อเตือนพวกเดียวกัน และพากันวิ่งพล่านด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์เริ่มวุ่นวาย หลวงหนุ่มจึงสั่งโจมตีทันทีก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ตั้งตัว

         "บุกกกกกกกกกกก" สิ้นเสียงสั่งการจากผู้บังคับบัญชา เหล่าทหารกล้าก็พร้อมใจกันพุ่งตัวออกจากเงามืดของต้นไม้พร้อมกับเสียงโห่ร้องดังกึกก้องสร้างความฮึกเหิมให้กับตัวเองและเพื่อนร่วมศึก

          ทั้งสองฝ่ายบุกเข้าฟาดฟันตะรุมบอกกันวุ่นวาย นำโดยหลวงฤทธิรงค์ที่เข้าประดาบกับศัตรูตรงหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย จนลืมไปเสียสนิทว่าตนเองยังบาดเจ็บอยู่ การต่อสู้ดำเนินไปจนถึงรุ่งสางของวันใหม่ ฝ่ายหลวงฤทธิรงค์ได้รับชัยชนะในที่สุด แต่กว่าจะเอาชนะได้ก็เล่นเอาเหนื่อยล้าไปตามๆกัน เพราะฝ่ายนั้นจำนวนมากกว่า

         ทหารอังวะบางหลายคนถูกจับเป็นเชลย บางส่วนเตลิดหนีเข้าป่าไปเมื่อรู้ตัวว่าต้านทานกำลังไม่ไหว และบางส่วนตายไประหว่างการปะทะ หลวงฤทธิรงค์และหมื่นพิทักษ์พากำลังทหารพร้อมเหล่าเชลยศึกที่จับได้ เดินทางกลับค่ายที่ด่านกรามช้างทันที ด้วยเกรงว่าพวกที่หนีไปได้จะกลับไปพาพรรคพวกย้อนกลับมาเอาคืนเข้า หากเป็นเช่นนั้นคงไม่ดีแน่ เพราะฝ่ายพวกเขาเองก็สูญเสียกำลังพลไปเช่นกัน อีกทั้งยังเหนื่อยล้าจากการต่อสู้มาทั้งคืนด้วยแล้ว ฉะนั้นจึงเห็นว่าควรจะรีบกลับค่ายที่มั่นโดยเร็วที่สุดจะดีกว่า

           

 

           วาดดาวหมอสาวหลงยุค กำลังนั่งพลิกตำรายาสมุนไพรในมือหน้าแล้วหน้าเล่าอย่างไม่มีจุดหมาย แต่สายตาเธอนั้นกลับไม่ได้จดจ่ออยู่ที่ตำราในมือเลยแม่แต่น้อย รวมถึงจิตใจของเธอด้วยเช่นกัน ตอนนี้จิตใจของเธอล่องลอยไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้ ตำราในมือจึงดูจะไร้ความหมายไปแล้วในตอนนี้

           สองวันมานี้เธอเอาแต่ครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอเป็นหมอมาหลายปี เห็นคนเจ็บคนตายมาก็มาก นับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยรู้สึกเป็นห่วงคนไข้คนไหนมากมายจนถึงขั้นต้องร้องไห้เพราะเขาเลยสักครั้ง  แต่คนนี้ดูเหมือนจะมีอะไรพิเศษกว่าคนไข้คนอื่นๆที่เธอเคยเจอ เหตุใดเธอจึงอ่อนไหวกับเรื่องของเขานัก อีกอย่างที่ไม่เข้าใจ เธอเองไม่ใช่คนอ่อนแอที่จะร้องไห้ให้ใครเห็นง่ายๆ  แต่เธอกลับร้องไห้ต่อหน้าผู้ชายคนนั้นถึงสองครั้งสองครา ยังไม่นับตอนที่เขาทำท่าจะตายไปต่อหน้าต่อตาเธออีก เธอกลับรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะหล่นทับ หรือเพราะจิตใจเธอที่กำลังอ่อนแอจึงทำให้น้ำตาไหลออกมาได้ง่ายดายเหลือเกิน หรือจะเป็นเพราะเข้าคือผู้ชายในความฝันของเธอกันแน่ เธอจึงมีความรู้สึกกับเขามากเป็นพิเศษ

           วาดดาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิด พร้อมกับปิดตำราในมือลงเพราะอ่านไปตอนนี้อะไรก็คงไม่เข้าหัวสมองเธอเลยสักอย่าง แล้วเลือกที่หยิบครกบดยาขึ้นมาบดอย่างไร้จุดหมายแทน

           "ใจลอยไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วเล่านั่น" เสียงของผู้มาเยือนเรียกให้คนใจลอยหลุดจากภวังค์ทันที

          "ท่านหมอ" หญิงสาวเอ่ยทัก

          "เดี๋ยวเปิดตำรา เดี๋ยวถือครกบดยา ฉันเห็นแม่ทำเช่นนี้มาทั้งวันแล้ว เมื่อวานก็ด้วย มีกระไรให้คิดนักรึ ดูจิตใจมิอยู่กับเนื้อกับตัวเลย" ขุนเวชโอสถถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นอาการแปลกๆของหญิงสาวตั้งแต่เมื่อวาน

          "เปล่านี่คะ ไม่มีอะไร ไปทำแผลให้หลวงภักดีมาเหรอคะ เป็นยังไงบ้างแผลใกล้หายหรือยัง" เธอรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันทีก่อนจะโดนซักไปมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นเธอคงถูกอีกฝ่ายต้อนจนจนมุมอีกแน่

          "แผลใกล้หายดีแล้ว แลอาการก็ดีขึ้นมากเช่นกัน คุณหลวงท่านแข็งแรงนัก อาการบาดเจ็บจึงหายวันหายคืนเช่นนี้"

          "นั่นสิคะ คุณหลวงท่านแข็งแรงจริงๆ แต่อีกคนน่ะสิ ดื้อด้านแบบนั้นป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ ไม่รู้เอาดาบมาแทงซ้ำแผลเดิมของตัวเองให้กว้างขึ้นอีกรึเปล่า" วาดดาวบ่นถึงอีกคนลอยๆ

           "จักบ้ารึ ผู้ใดจักเอาดาบมาแทงตัวเอง อ้อ! ที่นั่งใจลอยอยู่นี่ เพราะเป็นห่วงคนเจ็บอีกคนดอกรึ" หมออาวุโสถามยิ้มๆ แต่อีกฝ่ายเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเผลอพูดอะไรออกไปก็รีบปฏิเสธพัลวัน

           "เปล่าสักหน่อยค่ะ ฉันไม่ได้ห่วงเขาสักหน่อย คนดื้อด้านแบบนั้น ปล่อยให้ตายไปเลย ทำไมจะต้องห่วงเขาด้วย"

           "เช่นนั้นดอกรึ ถ้าจักปล่อยให้ตาย เหตุใดมิปล่อยให้ตายเสียตั้งแต่วันนั้นเล่า ปลุกให้ตื่นขึ้นมาด้วยเหตุใดกัน"

           “ถ้ารู้ว่าฟื้นขึ้นมาแล้วจะดื้อด้านไม่ฟังอะไรเลยแบบนี้ คงปล่อยให้ตายตั้งแต่วันนั้นแล้วค่ะ" น้ำเสียงที่บอกให้รู้ว่าไม่พอเอาอย่างมาก แต่กลับเรียกรอยยิ้มของคนฟังที่ดูจะพออกพอใจกับกิริยาของคนที่บอกว่าไม่ห่วง แต่กลับเอาแต่พูดถึงอีกคนไม่ยอมหยุดหย่อน "ถ้าคราวนี้เจ็บกลับมาอีกล่ะก็ จะไม่ชายตาแลเลยคอยดูสิ" เธอว่าเข้าให้อีกพร้อมกับทำหน้ามุ่ยไม่พอใจ แต่พอสิ้นคำพูดของเธอครู่เดียวก็ได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากหน้าประตูค่าย

           "หลวงฤทธิรงค์กลับมาแล้ว หลวงฤทธิรงค์กลับมาแล้ว" พอได้ยินแบบนั้นเท่านั้นเอง วาดดาวถึงกับตาโตเป็นประกายขึ้นมาทันที

           "กลับมาแล้ว" จากนั้นจึงรีบวางครกบดยาลง ก่อนจะรีบพุ่งออกจากโรงหมอไปอย่างรวดเร็ว ทำเอาคนที่นั่งคุยอยู่เมื่อครู่อดยิ้มกับกิริยาของสาวเจ้าไม่ได้ ที่เมื่อครู่ยังบอกจะไม่ชายตาแลเขาอยู่เลยแต่พอได้ยินชื่อเขาเท่านั้น เธอกลับรีบพุ่งออกไปดูรวดเร็วปานลมพัด ปากก็บอกว่าไม่ห่วง แต่สิ่งที่ทำนั้นดันขัดกับคำพูดเสียอย่างนั้น

            วาดดาวพาตัวเองมาอยู่ที่ประตูค่ายทันทีที่ได้ยินว่าคนที่ทำให้เธอใจลอยมาสองวันเต็มได้กลับมาแล้ว เมื่อเห็นชายตรงหน้าอาการยังครบสามสิบสอง ไม่ได้มีร่องรอยบาดเจ็บใดๆให้เห็น หญิงสาวก็ถอนหายใจและยิ้มออกมาด้วยความโล่งอก หลวงหนุ่มที่กำลังสนทนากับเหล่าทหารที่เข้ามารอรับอยู่นั้นก็ทันได้หันไปเห็นรอยยิ้มจากหญิงสาวพอดิบพอดี ก่อนที่สาวเจ้าจะเดินหันหลังกลับไป จนชายหนุ่มรู้สึกปลื้มใจจนลอบยิ้มออกมาที่เห็นเธอเป็นห่วงเขามากถึงเพียงนี้

                  

 

              หลวงฤทธิรงค์เข้ารายงานเรื่องแกพระยามหาโยธารามัญทันทีที่กลับมาถึง 

              "มิได้บาดเจ็บกระไรก็ดีแล้ว ฉันกังวลแทบแย่ เกรงว่าคุณหลวงจักบาดเจ็บไปอีก" พระยารามัญเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นหลวงหนุ่มปลอดภัยกลับมา

             "กระผมมิได้เป็นกระไรขอรับขอบพระคุณท่านเจ้าคุณที่เป็นห่วง

             "นอกจากมิเป็นกระไรแล้ว ยังสามารถปราบพวกโจรศึกได้อีกด้วย เอ็งนี่เหลือเกินแท้ๆว่ะ อ้ายหลวงอินทร์" หลวงภักดีเอ่ยชมผู้เป็นน้องชาย

             "พวกมันชักจักเหิมเกริมขึ้นทุกวัน คิดว่าฝ่ายตนมีกำลังมากกว่า จึงคิดจักทำกระไรก็ทำ มิได้เกรงต่อเราเลยมิแต่น้อย" พระยารามัญเอ่ยด้วยความไม่พอใจอย่างมาก

           "ยามนี้ทัพหลวงของสมเด็จพระอนุชายกมาใกล้ถึงทุ่งลาดหญ้าแล้ว คงต้องใช้เพลาในการจัดทัพเสียหน่อย แลหากฝ่ายพวกมันยกมาถึงก่อน ก็ต้องเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องต้านไว้ให้ได้นานที่สุด แต่กำลังพลเราน้อยกว่ามากนัก คงต้องวางแผนกันให้ดี งานนี้ฉันคงต้องพึ่งคุณหลวงทั้งสองแล้ว"

          "เป็นหน้าที่ของกระผมอยู่แล้ว ท่านเจ้าคุณมิต้องกังวลไปดอกขอรับ ต่อให้ต้องเอาชีวิตเข้าแรก กระผมก็จักมิยอมให้ผู้ใดเอาแผ่นดินเกิดของกระผมไปได้เป็นแน่"หลวงฤทธิรงค์กล่าว

         "ใช่แล้วขอรับ หากมันผู้ใดต้องการรุกรานแผ่นดินนี้ พวกมันต้องข้ามศพของกระผมไปให้ได้เสียก่อนขอรับ" หลวงภักดีกล่าวเสริม เรียกเอาความชื่นชมในตัวบุคคลทั้งสองแก่ผู้ที่ฟังอยู่อย่างพระยามหาโยธารามัญยิ่ง

 

 

       "บาดแผลปกติดี มิได้มีรอยฉีกซ้ำเพิ่มแต่อย่างใด" ขุนเวชฯบอกหลังจากจัดการล้างแผลและใส่ยาให้คนเจ็บเรียบร้อย

        "ฉันระวังเป็นอย่างดี หาได้ต้องการโดนมีดผ่าท้องเป็นครั้งที่สองดอก” และเกรงว่าถ้าหากเจ็บกลับมาอีกคราวนี้ เขาคงได้ตายด้วยน้ำมือหมอหญิงจริงๆเป็นแน่

        "มิเป็นกระไรก็ดีแล้วฉันเกรงว่าคุณหลวงจักอาการทรุดลงแทบแย่ เมื่อเห็นว่าสบายดีเช่นนี้ฉันก็โล่งใจ"

         "ฉันเองก็เกรงจักเป็นเช่นนั้นอยู่เหมือนกัน โชคดีที่มิได้ไข้เพราะพิษแผลเข้า นั่นคงเป็นเพราะฝีมือการรักษาของหมอหญิงกระมัง"

         "เช่นนั้นดอกรึ" หมอหลวงพยักหน้ารับ  "เช่นนั้น การนี้คงต้องยกความชอบให้หมอหญิงเสียกระมัง" หมออาวุโสแกล้งเย้าหลวงหนุ่มเล่น จนอีกฝ่ายต้องรีบกระแอมเพื่อแก้เขิน

        "แล้วนี่..........นางไปอยู่เสียที่ใดกันเล่า" คราวนี้ถึงกับต้องอมยิ้มกับคำถามของคนตรงหน้า ด้วยเริ่มรู้สึกมั่นใจว่าสิ่งที่ตนเข้าใจนั้นเห็นจะมีเค้าความจริงเสียแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 163 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,150 ความคิดเห็น

  1. #1137 IcesieChanuntipa (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:56
    อ่านถึงตรงนี้ละแบบ..อยากให้ยาที่นางใช้รักษาคนไม่หมด พอเลยเที่ยงคืนไปแล้วให้ยารีเซ็ทกลับมาเท่าเดิมใหม่จะเป็นการช่วยนางได้มากเลยในอนาคต 5555
    #1,137
    1
    • #1137-1 Wanwan19(จากตอนที่ 17)
      27 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:18
      ขอบคุณที่ชอบคร่าาา
      #1137-1
  2. #333 minggg- (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 00:24
    หมดยาชุดนี้จะทำอย่างไรดีล่ะ
    ว่าแต่ท ำไมสองคนนี่ชอบกันง่ายจังคะ
    เหมือนมีเวลาอยู่ด้วยกันแว๊บ ๆ เองน้าา
    #333
    1
    • #333-1 Wanwan19(จากตอนที่ 17)
      19 กรกฎาคม 2560 / 06:46
      ยังค่ะ แค่รู้สึกดี ที่ช่วยชีวิตคร่าา
      #333-1
  3. #249 yoyo_sk (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 23:30
    พารารึเปล่า 5555
    #249
    2
    • #249-1 sovy1212312121(จากตอนที่ 17)
      22 สิงหาคม 2560 / 22:45
      พาราแน่นอน หนึ่งเดียวที่ไว้ใจ 55555555555555
      #249-1
    • #249-2 khanitthaseangk(จากตอนที่ 17)
      1 ธันวาคม 2560 / 20:05
      ทำไมขำ พาราแน่นอนหนึ่งเดียวที่ไว้ใจ5555
      #249-2
  4. #77 Looney00 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 01:04
    5555วาดดาวใหนว่าไม่ชายตาแลพอรู้ว่าเขามาวิ่งตัวปลิวไปหาเลย555
    #77
    0
  5. #75 Daki22 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 23:24
    วาดดาวทำใมปากแข็งอย่างนั้นละลูก
    งื้ออออออชุดเข้าป่าเลยเหอะ
    #75
    0