มิติรักต่างเวลา

ตอนที่ 13 : "คนในความฝัน"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,913
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 145 ครั้ง
    15 ก.ย. 61

       


      หลวงฤทธิรงค์ถูกพากลับมาถึงที่ค่ายในที่สุด ตอนนี้หลวงหนุ่มอยู่ในสภาพอ่อนแรงจนเกือบไม่ได้สติเนื่องจากเสียเลือดไปเป็นจำนวนมาก ร่างคนเจ็บถูกวางลงบนเตียงในกระโจมที่พักของเจ้าตัวอย่างเร่งรีบ

          วาดดาวรีบจับชีพจรของชายหนุ่มที่ตอนนี้นอนไม่ได้สติ หายใจหอบถี่ หน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดเล็กๆจำนวนมากผุดขึ้นบนใบหน้า แสดงให้เห็นว่าตอนนี้ชีพจรของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

          "เป็นเยี่ยงไรบ้าง" ขุนเวชโอสถหมอหลวงเอ่ยขึ้น หลังได้รับรายงานจากทหาร หมออาวุโสก็รีบมาที่กระโจมคนเจ็บทันที

          "คุณหลวงถูกทำร้าย อาการสาหัสทีเดียวขอรับท่านขุน" หมื่นพิทักษ์หันไปตอบหลังจากวางหลวงหนุ่มลงที่เตียง ขุนเวชฯหมอหลวงจึงรีบเข้าไปดูอาการคนเจ็บทันที

          "แผลที่ถูกแทงลึกมากทีเดียว ฉันคิดว่าอาจมีเลือดตกใน ตอนนี้ชีพจรของเขาอ่อนมาก เราต้องรีบผ่าตัดเขาโดยเร็วที่สุด คุณช่วยฉันด้วยนะคะ" วาดดาวอธิบายอาการคนเจ็บให้หมออาวุโสฟัง พร้อมกับขอร้องให้เขาช่วยเธอผ่าตัดอีกรอบ

          "ได้สิ" ขุนเวชฯตอบรับคำทันทีทันใด เพราะเห็นอาการคนเจ็บที่ไม่สู้ดีนัก และเขาเองก็เคยเห็นฝีมือการรักษาของหมอสาวตรงหน้าไปแล้ว เขาจึงรับคำโดยไม่ลังเล

          "เช่นนั้น กระผมไปเตรียมอุปกรณ์ให้นะขอรับ เหมือนคราวที่แล้วใช่หรือไม่" เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับ หมื่นพิทักษ์จึงรีบวิ่งออกจากกระโจมไปทันที

         "บาดแผลฉกรรจ์ทีเดียว" หมออาวุโสเอ่ยขึ้นหลังตรวจดูอาการคนเจ็บ

          "ช่วยห้ามเลือดแผลที่หลัง กับแขนให้ก่อนนะคะ เราต้องรักษาแผลที่ถูกแทงก่อน" หญิงสาววานให้หมออาวุโสช่วยห้ามเลือดให้คนเจ็บก่อน

         "ได้" หมออาวุโสพยักหน้ารับคำ ก่อนทำตามที่เธอสั่ง

 

 

         วาดดาวและขุนเวชโอสถหมอหลวงช่วยกันผ่าตัดให้หลวงฤทธิรงค์เพื่อเอาเลือดที่คั่งอยู่ออก ความจริงการผ่าตัดคราวนี้ไม่ค่อยแตกต่างจากคราวที่ผ่าตัดให้หลวงภักดีเท่าไรนัก ต่างกันตรงที่หลวงฤทธิรงค์ไม่ได้มีอาการตับฉีกเหมือนกับหลวงภักดี แต่เนื่องจากบาดแผลมีหลายจุด และแต่ละจุดเป็นบาดแผลฉกรรจ์ที่ทำให้เสียเลือดมาก และตอนนี้คนเจ็บดูกำลังจะกำลังทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียแล้ว

          จู่ๆ หลวงหนุ่มก็เกิดอาการชักเกร็งขึ้นขณะทำการผ่าตัดเนื่องจากอาการช็อกจากการเสียเลือดมากจนทุกคนที่ยืนดูอยู่รวมทั้งวาดดาวต่างก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

         "คุณหลวง" หมอสาวร้องเรียกคนเจ็บพร้อมกับช่วยกันจับร่างของเขาไว้ สักครู่อาการชักก็หายไป แต่คนเจ็บแน่นิ่งไปเสียแล้ว ขุนเวชโอสถดูท่าไม่ดีจึงรีบจับชีพจรคนเจ็บดู

         "ชีพจรหายไปแล้ว"หมออาวุโสบอกด้วยท่าทีตื่นตระหนก ทำเอาคนที่ฟังอยู่ในกระโจมต่างตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน วาดดาวรีบเอาหูแนบกับหน้าอกของคนเจ็บทันทีเพื่อฟังเสียงเต้นของหัวใจ แล้วก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อไม่สามารถรับรู้ถึงการเต้นของหัวใจเขาแล้ว

         "CPR" เธอบอกตัวเองว่าต้องทำอะไรต่อ จากนั้นจึงเริ่มปั้มหัวใจคนเจ็บทันทีเพื่อเรียกชีพจรให้กลับมา  เธอปั้มหัวใจคนเจ็บอยู่นานเกือบนาที แต่ชีพจรก็ยังไม่ยอมกลับมา ยิ่งสร้างความร้อนใจให้กับเธอและคนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่เพิ่มมากขึ้น

          "คุณหลวง ฟื้นสิขอรับ คุณหลวง" หมื่นพิทักษ์พุ่งเข้ามาร้องเรียกคนเจ็บด้วยความร้อนใจ ในขณะที่วาดดาวยังคงพยายามปั้มหัวใจอยู่

          "ฟื้นสิ ฟื้นเดี๋ยวนี้นะ" เธอพูดขณะที่มือยังปั้มหัวใจคนเจ็บไม่หยุด  ทุกคนยืนดูอยู่ต่างหน้าเผือดสีตกใจกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้น 

          "พอเถิด หมอหญิง คุณหลวงคงมิฟื้นแล้ว" ท่านขุนเวชฯถอดใจอย่างสิ้นหวัง เมื่อเห็นว่าหัวใจของหลวงฤทธิรงค์หยุดเต้นไปนานแล้วจึงพยายามบอกให้หญิงสาวหยุดการกระทำ

          "ไม่ คุณจะตายไม่ได้นะ ฟื้นสิคุณหลวง กลับมาสิคุณหลวง" แต่หญิงสาวไม่ยอมถอดใจ เธอยังคงปั้มหัวใจชายหนุ่มไปเรื่อยๆ พร้อมกับร้องเรียกเขาให้กลับมา ซึ่งตอนนี้น้ำตาของเธอนั้นได้เริ่มเอ่อจากดวงตาทั้งสองข้าง

         "วาดดาวโน้มตัวลงไปประกบปากกับชายหนุ่มตรงหน้าเพื่อผายปอด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำ CPR ซึ่งทำโดยสัญชาตญาณของหมอ แต่ดูเหมือนการกระทำของเธอกลับสร้างความตกใจให้บรรดากลุ่มคนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่เป็นอย่างมาก

          "ฟื้นสิคุณหลวง ขอร้องล่ะ อย่าตายนะ คุณตายไม่ได้นะ" หญิงสาวเริ่มฟูมฟายร้องไห้น้ำตานองหน้า ตอนนี้เธอเหมือนคนขาดสติไปแล้ว ถึงแม้จะเคยเห็นคนตายมาหลายครั้งหลายคราจนนับครั้งไม่ถ้วน แต่ว่าผู้ชายคนนี้ต้องบาดเจ็บเพราะเธอเป็นสาเหตุ หากเขาต้องตายเพราะเธอ เธอคงต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตเพราะเธอเป็นต้นเหตุ

          "ขอร้องล่ะ กลับมาสิคุณหลวง กลับมาาาาาาาา" เธอทุบเข้าที่หน้าอกของเขาเต็มแรงครั้งสุดท้าย ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งร้องไห้อย่างสุดจะกลั้นเพราะความรู้สึกผิด รู้สึกผิดที่ตัวเองเป็นสาเหตุ รู้สึกผิดที่ช่วยเขาไว้ไม่ได้

 

          แต่ขณะที่ทุกคนกำลังเศร้าโศกเสียใจกับการจากไปของหลวงฤทธิรงค์อยู่นั้น ขุนเวชฯที่ยืนอยู่ข้างตัวคนเจ็บก็เอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น

          "ชีพจรกลับมาแล้ว" ทุกคนที่ได้ยินต่างตื่นเต้นดีใจกันอย่างมาก โดนเฉพาะหมอสาว วาดดาวที่รีบลุกขึ้นมาจับชีพจรของคนเจ็บทันทีเพื่อความแน่ใจ ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อพบว่าชีพจรของเขากลับมาเต้นอีกครั้ง

          "เป็นไปได้เยี่ยงไรกัน" ขุนเวชฯรำพึงกับตัวเองด้วยความอัศจรรย์ใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

          "คุณหลวง คุณหลวงไม่ตายแล้ว" หมื่นพิทักษ์ร้องขึ้นด้วยความดีอกดีใจ วาดดาวรีบเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มด้วยความดีใจ ก่อนจะตั้งสติเพื่อทำการผ่าตัดต่อจนเสร็จอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา เพราะกลัวคนเจ็บจะช็อกหมดสติไปอีกรอบ จากนั้นจึงจัดการเย็บแผลอื่นๆที่เหลือจนเรียบร้อยในที่สุดท่ามกลางการเฝ้ามองจากบรรดาคนดูอย่างตื่นเต้น

 

           "หลวงฤทธิรงค์เป็นเช่นไรบ้าง" พระยามหาโยธาเอ่ยถามขึ้นอย่างร้อนใจหลังจากก้าวเข้ามาในกระโจมอย่างเร่งรีบ พระยารามัญรีบรุดมาที่กระโจมคนเจ็บทันทีที่ทราบข่าว ทุกคนในกระโจมต่างพากันทำความเคารพในทันทีที่เห็น

           "บาดแผลฉกรรจ์หลายแห่งทีเดียวขอรับ สาหัสเอาการ แต่เพลานี้คาดว่าคงปลอดภัยแล้ว" ขุนเวชฯรายงาน

           "นี่มันเกิดกระไรขึ้นกัน ศึกใหญ่ยังมิทันจะได้ทำด้วยซ้ำ นี่ขุนพลฉันเจ็บไปถึงสองแล้วรึ" พระยารามัญกล่าวด้วยอารมณ์หงุดหงิด จนทุกคนในกระโจมจึงได้แต่พากันก้มหน้าหลบ

           "เป็นความผิดของฉันเองค่ะ" หมอสาวคนเดียวในกระโจมเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกผิด "ถ้าฉันไม่หนีออกไป คุณหลวงก็คงไม่ต้องไปตามและคงไม่ต้องบาดเจ็บกลับมาแบบนี้"

          "เหตุใดไยกล่าวเช่นนั้นเล่า หากมิได้แม่รักษา คุณหลวงคงจักมิรอดมาได้เยี่ยงนี้" ขุนเวชฯรีบท้วงขึ้นทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวกล่าวโทษตัวเอง

          "นั่นสิ ฉันมิได้โทษว่าเป็นความผิดของแม่ดอก อย่ากังวลใจไปเลย" พระยารามัญกล่าวเสริมเมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าสึกผิด "แต่ที่ฉันกังวลใจคือยามนี้ทัพข้าศึกยกเข้ามาใกล้เต็มที อีกไม่กี่เพลาคงถึงด่านกรามช้างนี้เป็นแน่ แต่ทั้งหลวงภักดีแลหลวงฤทธิรงค์ก็ดันมาเจ็บเอาเช่นนี้เสียอีก"

          "อย่ากังวลไปเลยขอรับท่านเจ้าคุณ กระผมจักรักษาคุณหลวงทั้งสองให้หายโดยเร็วแน่ขอรับ"

          "เช่นนั้น ฉันต้องฝากท่านขุนแล้ว"

          "ขอรับ" ขุนเวชโอสถรับคำพระยารามัญก่อนจะหันมามองคนเจ็บที่ตอนนี้นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง

 

 

          ตอนนี้เป็นเวลาสองนาฬิกาของวันใหม่แล้ว ทุกคนต่างพากันกลับไปยังที่พักของตนเองเพื่อพักผ่อน หลังจากเหนื่อยล้ากับเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นเมื่อตอนหัวค่ำ เหลือเพียงหมอสาวตัวต้นเรื่องวุ่นวายทั้งหมดที่ยังคงนั่งเฝ้าคนที่ต้องบาทเจ็บสาหัสเพราะเธอเป็นต้นเหตุ ถึงแม้อาการคนเจ็บจะพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่คนเจ็บยังไม่ตื่นเพราะพิษยาสลบ และอาการยังน่าเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย จึงทำให้วาดดาวไม่กล้าที่จะทิ้งเขาไว้ให้ห่างจากเธอ เนื่องจากกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นมาอีก เหมือนเมื่อครั้งที่เขาหัวใจหยุดเต้นไปในขณะอยู่บนเตียงผ่าตัด

           ถึงแม้เธอจะเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้อยู่หลายครั้งจากประสบการณ์การเป็นศัลยแพทย์ผ่าตัดที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่กลัวมากกว่าครั้งไหนๆ เพราะชายคนนี้ต้องมาเกือบตายเพราะเธอ หากเขาตายขึ้นมาจริงๆ เธอคงไม่ให้อภัยตัวเองเป็นแน่

           พอได้มองหน้าชายหนุ่มตรงหน้าถนัดๆชัดเจนเมื่อตอนเขาไม่ได้สติ วาดดาวกลับนึกอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง ความรู้สึกแรกเมื่อครั้งพบเจอหน้าผู้ชายคนนี้วนกลับมาอีกครั้ง เธอรู้สึกคุ้นหน้าเขามากจริงๆ เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน เธอชะโงกเข้าไปใกล้ๆใบหน้าของเขาแล้วหยุดพิจารณาครู่หนึ่งก่อนจะเบิกนัยน์ตากว้างเมื่อถึงบางอ้อในที่สุด เขาคือ"ชายในความฝัน"ที่เธอฝันถึงบ่อยๆนั่นเอง "ใช่เขาจริงๆด้วย เป็นไปได้ยังไง" วาดดาวรู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่ได้พบเจอ และนั่นทำให้เธอรู้เป็นห่วงเขามากขึ้นไปอีก รวมถึงอยากรู้คำตอบที่เธอพยายามถามตัวเองมาทั้งชีวิตว่า เขาคือใคร

           "ฉันขอโทษ คุณอย่าเป็นอะไรไปนะ" หญิงสาวกระซิบบอกเขาพร้อมกับเอามือวางที่หน้าอกของคนเจ็บที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง เพื่อสัมผัสถึงการเต้นของหัวใจ

           "มิกลับไปพักหน่อยหรือ เหนื่อยมาทั้งคืนแล้ว"ขุนเวชฯเดินเข้ามาในกระโจมเพื่อดูอาการคนเจ็บและเป็นห่วงหมอสาวที่นั่งเฝ้าคนเจ็บอยู่ทั้งคืนด้วย เพราะหลังจากผ่าตัดเสร็จเธอก็ไม่ยอมห่างจากเตียงคนเจ็บเลยจนถึงตอนนี้

           "ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่ได้เหนื่อยอะไร" หญิงสาวหันไปตอบหมออาวุโสที่เดินเข้ามาถามเธอ "ฉันอยากอยู่ดูอาการเขาจนกว่าเขาจะฟื้น ไม่อยากคลาดสายตาจากเขา ฉันกลัวเขาจะเป็นอะไรขึ้นมาอีก"

           "ดูจากอาการ ก็หาได้มีกระไรน่าเป็นห่วงแล้ว คงมิเกิดกระไรขึ้นอีกดอกกระมัง"

           "ไม่เป็นไรค่ะ ท่านขุนไปเถอะค่ะเดี๋ยวฉันจะเฝ้าเขาให้เอง" เธอยังยืนยังคำเดิม

           "เช่นนั้นก็ตามใจแม่เถิด" หมออาวุโสรับคำด้วยจนปัญญาจะรบเร้า จากนั้นจึงเดินออกจากกระโจมไป ทิ้งให้สาวเจ้าอยู่กับคนเจ็บเพียงลำพัง



............





        
            
       
       

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 145 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,150 ความคิดเห็น

  1. #1074 pollllaa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 11:15

    สนุกอ่ะ

    #1,074
    0
  2. #597 delphi9 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 12:17
    เออ เห็นบอกใช้วิธีจับชีพจร นางเอาเครื่องมือผ่าตัดมาแต่ไม่เอาสเตทมาด้วย? ทั้งยาชายาฆ่าเชื้อ เครื่องไม้เครื่องมืออีก ต้มรึยังน่ะ เเหล่งเพาะเชื้อดีๆเลยนะ
    อีกอย่างต่อให้คนเป็นหัวหน้าไม่โทษนางเอก แต่นางควรได้รับโทษ ทหารมีกฎของทหาร ถ้าไม่เด็ดขาดจะคุมคนได้ยังไง อย่างน้อยก็ควรจะกักบริเวณหรืออะไรบ้าง พระยาไม่โกรธไม่ได้หมายความว่าคนอื่นไม่โกรธเสียหน่อย
    #597
    3
    • #597-2 Bellezza Mahayothee(จากตอนที่ 13)
      27 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:43
      เห็นด้วย ไม่สมเหตุสมผลหลายอย่าง
      #597-2
    • #597-3 Bellezza Mahayothee(จากตอนที่ 13)
      27 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:43
      เห็นด้วย ไม่สมเหตุสมผลหลายอย่าง
      #597-3
  3. #329 minggg- (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 00:16
    ค่อยยังชั่ว เฮ้อออ
    รอตอนต่อไปนะคะ
    #329
    0
  4. #294 แม่หญิงหญิงหญิง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 04:41
    แหมมมมท่านพระยาพอสาวสวยรับผิดก็หายโกรธเลยนะ แซววว 555555555
    #294
    0
  5. #165 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 05:21
    สนุกๆๆๆๆ
    #165
    0
  6. #81 Ainaemoroe (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 23:21
    ปลอบดีนะ เหมาะสม
    แต่อย่าเหลิงละหมอ คิดไว้ให้จำใส่ใจว่าเกือบมีคนตายเพราะการหนีอย่างไร้สติ อยู่ในค่ายไทยแท้ๆ ดันหนีซะนี่ สงสัยถ้าหลงในดงพม่า คงถูกฆ่าตาย นี่คิดว่าข้าศึกนี่เล่นๆเหรอ ชอบอ่านประวัติศาสตร์ซะเปล่า เป็นหมอที่ไม่มีความคิดรอบคอบเลย สติแตกเร็วเกิน 
    ผ่าตัดบ่อยแบบนี้ หาทางคิดอะไรดีๆหน่อยนะหมอว่าจะป้องกันเชื้อโรคในป่าได้แค่ไหน รอดมาได้นี่บุญเยอะล่ะนะ ผ่าตัดแบบนี้ใช่ว่าจะมีทุกรายที่รอดได้แบบไม่ติดเชื้อ เพราะไม่ได้มีม่านใสๆที่กางไว้ป้องกันเชื้อโรคเหมือนในหนังในการ์ตูน
    #81
    0
  7. #64 1234567890-ta (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 19:22
    เอะอะ ผ่าตัดอย่างเดียว ทำอย่างอื่นไม่ได้หรอ
    #64
    0
  8. #63 กาฬกาล (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 18:34
    เอาอีกๆๆๆๆๆเอาอีกตอน
    #63
    0
  9. #62 Nookkeem (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 17:52
    ชายในฝัน ว้าวๆๆๆๆ
    #62
    0
  10. #61 Oungzaza (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 17:35
    เอาอีกสองตอน 😁😁😁
    #61
    0
  11. #60 cantus1011 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 17:18
    ยิ่งอ่านยิ่งมัน สนึกมากค่ะ
    #60
    0
  12. #59 Looney00 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 17:10
    เอาอีกๆๆๆๆต่ออีกๆๆๆๆ
    #59
    0