มิติรักต่างเวลา

ตอนที่ 10 : "ย้อนเวลา"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 158 ครั้ง
    21 ม.ค. 63

               


       "ชีพจรปกติดีแล้ว แต่มีไข้เล็กน้อย ให้กินยาประเดี๋ยวคงดีขึ้น" ขุนเวชโอสถบอกหลังจากตรวจชีพจรคนเจ็บ และวัดไข้เรียบร้อย

              "เป็นเยี่ยงไรบ้างพี่" หลวงฤทธิรงค์ถามขึ้น

              "ก็เจ็บสิวะถามได้ ข้าคิดว่าจักมิรอดเสียแล้ว" คนเจ็บตอบหลังจากลุกขึ้นนั่ง โดยมีขุนเวชช่วยประคอง

              "ฉันก็คิดว่าคุณหลวงจักมิรอดแล้วเช่นกัน อาการเลือดตกในเช่นนี้ น้อยคนนักที่จักรอดมาได้" ขุนเวชเอ่ย

              "ใช่ขอรับนี่หากมิได้หมอหญิงช่วยไว้ คุณหลวงอาจจักมิรอดแล้วก็เป็นได้" หมื่นพิทักษ์เสริม

              "หมอหญิงรึ?" คนเจ็บเอ่ยด้วยความประหลาดใจ

              "ใช่แล้ว หญิงนางนั้นเป็นผู้ช่วยชีวิตคุณหลวงไว้ นางเป็นคนที่ช่วยรักษาคุณหลวงจากอาการบาดเจ็บสาหัสเมื่อเย็นวาน” ขุนเวชฯบอกพร้อมกับมองที่วาดดาว

              "เช่นนั้นรึ ถ้าเช่นนั้นฉันต้องขอขอบใจแม่.......แม่ชื่อกระไรรึ" คนเจ็บเอ่ยถามหญิงสาวคนเดียวในที่นี้ ที่ตอนนี้ถูกจัดให้ไปนั่งอยู่อีกด้านของกระโจม

              "วาดดาวค่ะ ชื่อวาดดาว" เธอตอบ

              "วาดดาว?" เขาทวน "ชื่อแปลกจริง ฉันต้องขอบใจแม่มากที่ช่วยฉันไว้"

              "ไม่เป็นไรหรอก มันเป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้ว"

              "ถึงกระนั้นก็เถิด ฉันต้องขอบใจแม่อยู่ดี หากทุกคนบอกว่าแม่เป็นคนช่วยรักษาฉัน" เธอเพียงแต่ยิ้มรับคำขอบคุณจากเขาเท่านั้น

              "มิเป็นกระไรแล้วฉันก็โล่งใจ ฉันกลัวว่าพี่จักตายแทบแย่" หลวงฤทธิรงค์กล่าวกับคนเจ็บ เรียกความสนใจของคนเจ็บกลับมาที่เขาอีกครั้ง

              "บ้านเมืองกำลังตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้ จักให้ข้าตายไปก่อนได้อย่างไร ถ้าตายก็คงตายตามิหลับเป็นแน่ แลข้ายังมิได้เห็นหน้าลูกข้าเลย ข้ามิยอมตายง่ายๆดอกโว่ย" คนเจ็บตอบอย่างอารมณ์ดี เรียกรอยยิ้มให้กับคนฟัง หลังจากกระวนกระวายใจเพราะเจ้าตัวมาทั้งคืน

              "เช่นนั้นฉันขอตัวไปต้มยามาให้คุณหลวงก่อนก็แล้วกัน รับทานข้าวแล้ว จักได้กินยาเลย" ขุนเวชฯบอกก่อนจะเดินออดจากกระโจมไป

              "ฉันก็ต้องไปรายงานเรื่องของพี่แก่ท่านเจ้าคุณให้ทราบก่อน ป่านนี้ท่านคงเป็นห่วงมากแล้วเป็นแน่" หลวงฤทธิรงค์บอกคนเจ็บก่อนจะหันมาทางหมื่นพิทักษ์เพื่อออกคำสั่ง "ข้าฝากดูคุณหลวงด้วยนะหัวหมื่น แลเฝ้านางไว้ให้ดี อย่าให้หนีไปไหนเสียล่ะ" คนถูกพาดพิงได้ฟัง ถึงกับค้อนให้วงโต ก่อนที่เขาจะเดินออกจากกระโจมไป

 

 

              "แม่เป็นหมอรึ" หลวงภักดีเอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ในกระโจม หลังที่ทุกคนออกไปกันหมดแล้ว  เหลือเพียงตัวเขา หญิงสาวแปลกหน้าและหมื่นพิทักษ์เท่านั้น 

              "ใช่ค่ะ ฉันเป็นหมอ" เธอตอบ แต่คนฟังกลับแสดงสีหน้าประหลาดใจก่อนจะถามต่อ

              "ฉันไม่เคยพบหมอเยี่ยงแม่มาก่อนเลย แลการแต่งกายเยี่ยงนี้ก็มิเคยพยเคยเห็นเช่นกัน แม่มาจากที่ใดกันรึ"

              "นางเป็นเชลยที่หลวงฤทธิรงค์จับได้เมื่อครั้งไปปราบโจรศึกที่ระรานชาวบ้านน่ะขอรับ" หมื่นพิทักษ์ตอบแทนให้เสร็จสรรพหลังจากที่เห็นหญิงสาวทำท่าอ้ำอึ้ง

              "เชลยรึ"หลวงภักดีทวนด้วยความประหลาดใจ"นี่แม่มิใช่ชาวสยามดอกรึ"

              "ใช่สิ ฉันเป็นคนสยาม เป็นคนไทยนี่แหละ แต่พวกเขาไม่ยอมเชื่อ หาว่าฉันเป็นข้าส่งข้าศึกอะไรอยู่นั่น โดยเฉพาะนายหน้ายักษ์คนนั้น" เธออธิบายและตอนท้ายไปพาดพิงถึงบุคคลที่ไม่อยู่ตรงนี้ด้วย

              "นายหน้ายักษ์ ผู้ใดกันรึ" หลวงภักดีถามด้วยความสงสัย

              "ก็อีตาคนที่พูดจาไม่รู้เรื่อง ไร้เหตุผล ชอบตะคอกใส่หน้าคนอื่น แล้วก็ทำหน้ายักษ์ตลอดเวลานั่นไง" คราวนี้อธิบายลักษณะของนายหน้ายักษ์ที่ว่าเสียยาวเหยียด พร้อมใส่อารมณ์เต็มที่ด้วยความอัดอั้น ทำเอาคนฟังทั้งสองต่างมองหน้ากันแบบพูดอะไรไม่ออก พอจะเดาออกแล้วว่านายหน้ายักษ์ที่สาวเจ้าพูดถึงนั้นหมายถึงใคร

              "แม่คงหมายถึงฉันกระมัง" เสียงคนมาใหม่ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาคนฟังถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ เมื่อหันไปมองก็พบว่าคนที่เธอพาดพิงถึงเป็นชุดเมื่อครู่กำลังยืนอยู่ตรงนั้น "ฉันมีชื่อ ฉันชื่อหลวงฤทธิรงค์ มิได้ชื่อนายหน้ายักษ์ ทีหน้าทีหลังจักได้เรียกถูก" เขาประชดเธอเข้าให้แต่หญิงสาวยังตีหน้าซื่อ ทำเหมือนตัวเองไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น

              "ฉันไม่ได้พูดสักหน่อยว่าเป็นคุณ" เธอปฏิเสธ

              "เช่นนั้นรึ ถ้าเช่นนั้นฉันคงเข้าใจผิดไปเองสินะ" ชายหนุ่มแสร้งทำเป็นเข้าใจผิดตามที่เธอบอก แต่ที่จริงเขาก็รู้อยู่แก่ใจว่าเธอหมายถึงเขา

              "ไปพบท่านเจ้าคุณมาแล้วรึ" หลวงภักดีรีบเปลี่ยนเรื่องเพื่อตัดบทสนทนาของทั้งคู่ก่อนที่สถานการณ์จะตึงเครียดไปมากกว่านี้

              "ไปมาแล้ว ท่านเจ้าคุณฝากมาบอกว่าให้พี่พักผ่อนให้มาก จักได้หายไวๆ ท่านโล่งใจที่พี่มิเป็นกระไรแล้ว" คนฟังพยักหน้ารับรู้เมื่อได้ฟังที่หลวงฤทธิรงค์บอก "แลท่านต้องการพบหมอหญิงนางนี้ด้วย" เข้าหันมาบอกหญิงสาวคนเดียวที่ยืนอยู่

              "ฉันเหรอ?" เธอทวนด้วยความประหลาดใจ มีเหตุผลอะไรที่ท่านเจ้าคุณที่ว่าอยากพบเธอ

            

              วาดดาวเดินตามชายหนุ่มที่เพิ่งแนะนำตัวเองกับเธอไปเมื่อครู่ว่าชื่อ หลวงฤทธิรงค์ เพื่อไปพบกับคนที่พวกเขาเรียกว่าท่านเจ้าคุณมหาโยธา ท่าทีของชายหนุ่มตรงหน้าดูอ่อนลงเมื่อเทียบกับเมื่อครั้งเจอกันครั้งแรก ฟังจากสรรพนามที่ใช้เรียกแทนตัวเองและใช้เรียกเธอที่เปลี่ยนไป และเขาไม่ได้ตะคอกใส่เธอเหมือนอย่างที่เคยทำบ่อยๆ แล้ว อาจเป็นเพราะเธอช่วยชีวิตเพื่อนของเขาไว้จึงทำให้เขาเปิดใจยอมรับเธอขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังไม่ยอมเลิกทำหน้าดุเสียที

 

 

             "ชื่อกระไรรึ" พระยามหาโยธาถามขึ้นหลังจากที่หลวงฤทธิรงค์พาหญิงสาวแปลกหน้ามาพบตามคำสั่ง 

             "วาดดาวค่ะ" เธอตอบ

             "หลวงฤทธิรงค์บอกว่าพบแม่ตอนไปปราบโจรศึก แม่ไปทำกระไรที่นั่นรึ"

             "นางบอกว่านางเป็นหมอ มารักษาชาวบ้านขอรับ" หลวงฤทธิรงค์ที่ยืนอยู่ข้างๆตอบให้แทนเธอ

             "จริงรึ"

             "ค่ะ ประมาณนั้น" วาดดาวตอบแบบไม่คอยมั่นใจว่าความหมายของเธอกับเขาเหมือนกันหรือเปล่า

             "ดูจากการแต่งกายแลภาษาที่แม่ใช้นั้นแปลกพิกลนัก แม่เป็นคนที่ใดกันรึ" พระยารามัญถามต่อ

             "เป็นคนกรุงเทพฯค่ะ มาจากกรุงเทพฯ" เธอตอบ

             "กรุงเทพ?  นั่นชื่อพระมหานครใหม่ใช่หรือไม่ขอรับ" หมื่นพิทักษ์เอ่ยท้วง

             "เป็นคนพระนครดอกรึ" ท่านว่า แต่วาดดาวยังดูงงๆ กับสิ่งที่ได้ยิน เพราะไม่เคยได้ยินว่าสมัยนี้ยังมีคนเรียกกรุงเทพว่าพระนคร แต่เธอก็พยักหน้ารับไป เพราะคิดว่าคงเป็นความหมายเดียวกัน

             "วิธีการรักษาของแม่นั้นประหลาดนัก ฉันมิเคยพบเห็นมาก่อนเลย แม่ไปเรียนวิชาหมอนี้มาจากที่ใดกัน" ขุนเวชฯถามขึ้นบ้าง

             "เรียน...จาก....มหาวิทยาลัยไงคะ ที่ไหนก็สอนแบบนี้นะคะ" เธอตอบด้วยท่าทีงุนงงสงสัย ระคนแปลกใจว่าทำไมคนพวกนี้ถึงถามคำถามแปลกๆพวกนี้กับเธอ แต่คนฟังคำตอบก็แสดงสีหน้าประหลาดใจไม่แพ้กัน

             "มหา....มหากระไรนะ"

             "มหาวิทยาลัยค่ะ ไม่รู้จักเหรอคะที่เขาสอนหนังสือกันน่ะ" เธอพยายามอธิบาย แต่ดูเหมือนคนฟังจะยิ่งไม่เข้าใจ

             "แล้วสถานที่ที่ว่านั่นมันอยู่ที่ใดกันรึ" ขุนเวชฯถามต่อ

             "ที่ไหน?  ที่ไหนก็มีค่ะ ที่กรุงเทพก็มี" เธอตอบ

             "จริงรึ เหตุใดฉันมิเคยรู้"

             "นั้นสิ ทำไมถึงไม่รู้" เธอเองก็สงสัยเหมือนกัน  ตกลงที่ที่เธอพูดถึงกับที่ที่คนเหล่านี้พูดถึงใช่ที่เดียวกันหรือเปล่า ต่างคนต่างไม่เข้าใจกันทั้งสองฝ่าย

             "แปลกนักยามศึกสงครามเช่นนี้ มีแต่คนจักอพยพหนีสงครามเข้าพระนคร แต่แม่กลับออกจากพระนครเพื่อมารักษาชาวบ้านอย่างนั้นรึ" พระยามหาโยธาเปลี่ยนเรื่องถามบ้าง

             "สงคราม? สงครามอะไรกันคะ" วาดดาวถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ เธอสงสัยมานานแล้วว่าทำไมคนพวกนี้ถึงเอาแต่พูดเรื่องสงคราม

             "ก็สงครามกับพม่าอย่างไรกันเล่า นี่แม่มิรู้ดอกรึว่าเพลานี้อ้ายพวกพม่ามันยกทัพบุกสยาม หวังกดขี่เราไว้ใต้อำนาจของพวกมัน" หมื่นพิทักษ์ตอบแทนให้ แต่คำตอบที่ได้กลับยิ่งสร้างความประหลาดใจให้คนถามมากขึ้นไปอีก

             "สงครามกับพม่าเหรอ นี่พวกพวกคุณพูดเรื่องอะไรกันอยู่ จะมีสงครามไทยกับพม่าได้ยังไง ไทยไม่ได้รบกับพม่ามาเป็นร้อยๆปีแล้วนะ แล้วจะมีสงครามกับพม่าได้ยังไงกัน"

             "แม่นั้นแล พูดเรื่องกระไร ก็พวกเรากำลังทำศึกกับพม่าอยู่นี่อย่างไรเล่า" หลวงฤทธิรงค์บอก

            "ใช่  พวกเรารับพระราชกระแสรับสั่งจากสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวให้ยกทัพมารับหน้าศึก ที่เมืองกาญจนบุรี เพื่อรอรับทัพพม่าที่ยกทัพมาทางด่านเจดีย์สามองค์นี่" พระยามหาโยธากล่าวเสริมคำบอกของหลวงฤทธิรงค์

           "เดี๋ยวนะ"เธอพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่ได้ฟัง "มีพระราชกระแสรับสั่งจากสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวเหรอ  แล้วสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวที่พวกคุณพูดถึงทรงพระนามว่าอะไรคะ" เธอเอะใจขึ้นได้จึงลองถามดู แต่เหล่าคนถูกถามต่างมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจกับคำถามของเธอ



           "ว่าไงนะ !  " วาดดาวถึงกับตกใจลุกขึ้นยืนทันที เมื่อได้รู้พระนามของพ่ออยู่หัวที่พวกเขาเอ่ยถึง "นั่น พระนามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ หนึ่งไม่ใช่เหรอ” เธอพูดกับตัวเอง ก่อนจะกันไปมองบุคคลที่กำลังจ้องมาที่เธอเป็นตาเดียว “หมายความว่ายังไง นั่นมันสองร้อยกว่าปีมาแล้วเลยนะ นี่พวกคุณกำลังล้อฉันเล่นอยู่ใช่ไหม ที่พูดมาไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม"

           "แม่พูดกระไรของแม่กัน" หลวงฤทธิรงค์ถามขึ้นเมื่อเห็นอากับกิริยาว้าวุ่นใจของหญิงสาวตรงหน้า

           "ถ้าไม่ได้ล้อเล่น  แล้วคืออะไร มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่" ตอนนี้หญิงสาวตกอยู่ในอาการสับสนงุนงงกับเรื่องที่เพิ่งได้รับรู้ ส่วนคนที่นั่งอยู่ต่างก็ไม่เข้าอาการของเธอเช่นกัน

 

 

           "กระผมบอกแล้วว่า นางประหลาด" หลวงฤทธิรงค์พูดหลังจากที่ หญิงสาวปริศนาถูกส่งกลับไปที่กระโจมที่พักของเธอเรียบร้อยแล้ว   "กระผมจึงมิค่อยแน่ใจนัก ว่าที่นางพูดนั้นเชื่อได้มากน้อยเพียงใด" พระยามหาโยธาพยักหน้ารับเห็นด้วยกับคำพูดของชายหนุ่ม

           "แต่ที่นางบอกว่าเป็นหมอนั้น กระผมเห็นว่าคงจักเป็นเรื่องจริง เพราะเห็นจากที่นางรักษาหลวงภักดีแล้ว ถึงแม้วิธีการที่ใช้อาจจักผิดแปลกจากที่เคยเห็น แต่ก็ถือว่าให้ผลหน้าอัศจรรย์ทีเดียว จะว่าไป วิธีการรักษาของนางก็ดูคล้ายกับวิธีการรักษาของหมอชาววิลาส อยู่เช่นกัน แต่มิได้คล้ายไปเสียหมด การรักษาของนางถือว่าเหนือกว่าหลายขุมทีเดียว แต่เรื่องที่มาที่ไปของนางนั้นคงต้องสืบสาวเรื่องราวกันอีกที" ขุนเวชฯแสดงความคิดเห็นบ้าง

           "ฉันก็คิดเช่นนั้นเช่นกัน" พระยามหาโยธาพยักหน้าเห็นด้วย "เช่นนั้นฉันมอบเรื่องนี้ให้เป็นธุระของคุณหลวงช่วยสืบดูก็แล้วกัน แลระหว่างนี้ก็ฝากคุณหลวงคอยจับตาดูนางไว้ด้วย หากนางเป็นภัยต่อเรา จักได้หาหนทางแก้ไขได้ทันท่วงที"

           "ขอรับ" ชายหนุ่มรับคำสั่ง

 

 

           วาดดาวถูกพามาส่งที่กระโจมที่พักใหม่ของเธอ เนื่องจากเธอได้รับการเลื่อนยศเป็นเชลยกิตติมศักดิ์ เพราะทำความดีความชอบจาการช่วยชีวิตนายทหารคนสำคัญไว้ จึงไม่ต้องถูกจับขังในกรง แต่เปลี่ยนมาขังในกระโจมแทน

          "เธอเดินไปเดินมาด้วยอาการร้อนใจตั้งแต่มาถึงที่กระโจม เธอพยายามคิดทบทวนเหตุการณ์ต่างๆทั้งหมดที่เกิดขึ้น และคำพูดของคนแปลกหน้าเหล่านั้น

          "นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่" เธอพูดกับตัวเอง"ว่าแล้วเชียว ว่าทำไมคนพวกนี้ถึงท่าทางแปลกๆ แต่มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง จะบอกว่าฉันย้อนเวลากลับมาในสมัยรัชกาลที่ ๑ เหรอ ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ เรื่องพวกนี้มันมีแต่ในละคร หรือนิยายเท่านั้นแหละ แต่เธอจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้ยังไงล่ะวาดดาว" เธอเถียงกับตัวเองเหมือนคนเสียสติ แต่จะให้เธอมีสติอยู่ได้ยังไงกัน เมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอตอนนี้ "โอ้ย! ใครช่วยบอกทีว่านี่มันไม่จริง ฉันฝันอยู่ใช่ไหม" เธอตะโกนออกมาด้วยความอัดอั้นก่อนจะทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าด้วยความสับสน

 

 

          แสงอาทิตย์ไล่เลียบพื้นดิน บอกเวลาใกล้ค่ำ แสงแดดร้อนแรงในยามบ่ายคลายอุณหภูมิลงบ้างแล้วในยามเย็น ไฟในตะเกียงที่ตั้งไว้รอบค่ายถูกจุด ขึ้นเพื่อให้แสงสว่างในยามค่ำคืนที่กำลังจะมาถึง หลังดวงตะวันกำลังจะลอยลับขอบฟ้าในอีกไม่กี่อึดใจ  นายทหารหลายนายได้เวลาผลัดเปลี่ยนเวรยามตรวจตราความเรียบร้อยภายในค่าย และนอกกำแพงค่ายเพื่อให้เพื่อนทหารที่ทำหน้าที่ก่อนหน้านี้ได้พักบ้าง กลิ่นกำยานที่เหล่าควาญช้างและคนเลี้ยงม้าจุดในกองไฟเพื่อไล่ยุงและแมลงไม่ให้มารบกวนสัตว์เลี้ยงของตนในยามดึกลอยมาตามสายลมอ่อนๆ ถึงแม้จะเบาบางแต่ก็รับรู้ถึงกลิ่นได้

          หลวงหนุ่มกำลังเดินกลับกระโจมที่พักส่วนตัว หลังจากประชุมหารือเรื่องการศึกกับพระยามหาโยธาและเหล่าพลรบเพิ่งแล้วเสร็จ เขาได้เรียกประชุมเหล่าทหารในกองทัพเพื่อเตรียมพร้อมรับมือข้าศึกที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้าไปเมื่อตอนบ่าย  หลังจากนั้นจึงไปคุมทหารซ้อมดาบด้วยตนเองตลอดบ่ายจนถึงเย็น เวลานี้เขามีสิ่งที่ต้องทำเพิ่มเป็นสองเท่า เพราะต้องทำหน้าที่แทนคนที่นอนเจ็บอยู่  ตอนแรกเขากะจะไปเยี่ยมคนเจ็บที่กระโจมเสียก่อนแล้วจึงค่อยกลับที่พัก แต่ก็คิดได้ว่าควรจะปล่อยให้คนเจ็บได้พักจะดีกว่า ไว้ค่อยไปเยี่ยมวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน

         ชายหนุ่มเดินมาเรื่อยๆ ตามทางเดิน ที่ข้างทางประดับประดาด้วยตะเกียงคบเพลิง เพื่อให้แสงสว่างแก่คนที่เดินผ่าน  ยามนี้มืดมากพอที่จะเห็นแสงสว่างจากตะเกียงได้ชัดเจน ขณะที่กำลังเดินอยู่นั้น สายตาของเขาก็ได้ไปสะดุดกับกระโจมที่พักกระโจมหนึ่ง ซึ่งเป็นที่พักของหญิงสาวปริศนาที่อ้างตัวว่าเป็นหมอ แต่ด้วยลักษณะท่าทางของเธอที่ผิดแปลกจากหญิงชาวบ้านทั่วไป ทำให้เขาเคลือบแคลงสงสัยในตัวเธอ เกรงว่าเธออาจจะเป็นอันตรายต่อบ้านเมือง ในยามที่บ้านเมืองมีศึกสงครามเช่นนี้ทำให้ยากนักที่จะไว้ใจใคร โดยเฉพาะคนแปลกหน้า เช่นเธอ แต่หลังจากที่เธอได้ช่วยชีวิตคนที่เปรียบเสมือนพี่ชายของเขาไว้ อคติที่มีอยู่ของเขาก็ดูจะอ่อนลงมาบ้าง  เมื่อนึกถึงอาการของหญิงสาวในตอนเช้า เขาก็นึกเป็นห่วงขึ้นมาในใจ เธอมีท่าทีตกใจ กลัว และสับสน หลังจากได้รับรู้เรื่องราวบางอย่าง ซึ่งเขาเองก็ไม่เข้าใจเหตุผลเช่นกันว่าเหตุใดเธอจึงมีอาการเช่นนั้น ชายหนุ่มคิดพลางสองขาก้าวตรงไปที่กระโจมของหญิงสาวโดยไม่รู้ตัว มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เดินเกือบจะถึงกระโจมอยู่แล้ว ครั้นจะหันหลังกลับก็ยังไงอยู่ ไปดูเสียหน่อยคงไม่เสียหาย หลวงหนุ่มตัดสินใจเดินไปที่กระโจมของหมอสาว แต่พอเดินถึงหน้าประตู ก็เห็นทหารนายหนึ่ง ยกถาดอะไรสักอย่างเดินออกมาจากกระโจม เขาจึงเดินเข้าไปถาม

            "นั่นกระไรรึ" ชายหนุ่มเอ่ยถาม ทหารคนดังกล่าวหยุดเดินและหันกลับมาหาคนถามเพื่อทำความเคารพก่อนตอบ

             "สำรับอาหารของท่านหมอขอรับ" ชายหนุ่มชะโงกเข้าไปดูอาหารในสำรับใกล้ๆ และสังเกตเห็นว่า อาหารในสำรับยังอยู่ในสภาพที่ไม่มีร่องรอยการตักตวงเลยแม้แต่น้อย เขาจึงถามต่อ

              "เพิ่งยกมารึ"

              "เปล่าขอรับ ท่านหมอมิได้กินขอรับ นางบอกว่ายังไม่หิว และให้ยกกลับไปขอรับ" ทหารนายนั้นตอบ ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะบอกให้นายทหารยกสำรับไป เขามองไปที่กระโจมด้วยความแปลกใจ ว่าเหตุใดหญิงสาวจึงไม่ยอมกินข้าว แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะหากเธอไม่กิน คงเป็นเพราะเธอไม่หิวจริงๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับกระโจมที่พักของตัวเอง

             
            
            







         
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 158 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,150 ความคิดเห็น

  1. #1136 IcesieChanuntipa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:05
    โอ้ยยยย เห็นนางรู้ตัวช้าแบบนี้ละหงุดหงิดแฮะ
    #1,136
    0
  2. #1120 TGTJ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 22:09
    ผมได้ยิมมาว่าชื่อ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ถูกตั้งมาภายหลังจากสละราชสมบัตินิครับ หรือผมเข้าใจผิด
    #1,120
    3
    • #1120-2 Chalalabo(จากตอนที่ 10)
      18 มกราคม 2563 / 09:26
      สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 4
      #1120-2
    • #1120-3 Chalalabo(จากตอนที่ 10)
      18 มกราคม 2563 / 09:27
      สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 4
      #1120-3
  3. #1075 ท่านกิ๊ฟ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 01:18
    เราเข้าใจนางเอกนะ นางหลงป่ามาไง ถ้านางทะลุกระจกมา นางคงเชื่อในทันที
    #1,075
    1
    • #1075-1 Wanwan19(จากตอนที่ 10)
      29 เมษายน 2561 / 06:40
      ขอบคุณคร่าาาาาาาาา
      #1075-1
  4. #1031 Parkjimin19 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:39
    เดี๋ยวนะน้องนางเอก นี่ควรจะสำนึกได้แล้วมะว่าย้อนเวลามาเนี่ย โฮ้ยยยย ทำใจเถอะลูกก
    #1,031
    0
  5. #846 JubGdLone (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 14:51
    ควรเอะใจตั้งแต่เจอทหาร เจอสภาพแวดล้อมแปลกๆแล้วนะ ฮาา
    #846
    0
  6. #595 delphi9 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 11:35
    เฮ้ยยยย ไม่มีอาหารตกถึงท้องมาเป็นวันแล้วนะเธอ ต่อให้เครียดจนไม่หิวก็น่าจะสะเทือนกระเพาะบ้าง สนใจร่างกายตัวเองหน่อย เดี๋ยวก็เป็นลมเป็นแล้งไปหรอก
    #595
    0
  7. #468 NamFah Sone (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 21:54
    ขอติงนิดนึงนะคะ ที่บอกว่านางเอกไม่ค่อยสนใจประวัติศาสตร์ แต่ควรรู้เรื่องพื้นฐานไหมคะ ต้องเคยเรียนมาสิ พระนครก็คือกรุงเทพ อย่างน้อยอันนี้ต้องรู้ ฝากไว้หน่อยนะคะ
    #468
    1
    • #468-1 Wanwan19(จากตอนที่ 10)
      24 สิงหาคม 2560 / 22:23
      นางรู้อยู่ค่ะว่าพระนครคือกรุงเทพ แต่นางแค่แปลกใจที่ไม่สมัยนี้ไม่มีใครเรียกกรุงเทพว่าพระนครเท่านั้นคะ ส่วนประวัติศาสตร์อื่นๆเป็นประวัติศาสตร์เชิงลึก นางไม่สนใจ นางจึงไม่รู้ค่ะ
      #468-1
  8. #417 tikkyk (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 18:59
    ดูแล้วพระเอกปากไว ปากจัดกว่านางเอกซะอีก นางเอกด่ากลับไม่เคยทัน เถียงไม่เคยทัน เคยอ่านเรื่องอื่นมาแบบผู้ชายไม่ได้เป็นแบบนี้ มันกลับกันไปหมด แต่ก็แปลกๆดี
    #417
    0
  9. #326 minggg- (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 00:11
    จริงๆ ต้องกินข้าวนะ ถ้าไม่หิวก็ต้องกินค่าา
    ไม่งั้นอยู่ไม่ได้นะคะะ
    #326
    0
  10. #292 แม่หญิงหญิงหญิง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 04:06
    เห็นหลายคนบอกว่าวาดดาวดูโง่ดูไม่มีไหวพริบไม่สมเป็นหมอ เรากลับมองอีกมุมนึงนะ ก็เพราะนางเป็นหมอไง นางเลยไม่คิดถึงความเป็นไปได้ที่จะย้อนเวลาข้ามภพข้ามมิติเลย หมอแผนปัจจุบันที่ใช้ชีวิตกับวิทยาศาสตร์และเรื่องที่พิสูจน์ได้ เราว่าเพราะตัวละครมันเรียล นางเลยไม่คิดไงงง อย่าว่านางเลยนะ <3
    #292
    2
    • #292-1 แม่หญิงหญิงหญิง(จากตอนที่ 10)
      14 กรกฎาคม 2560 / 04:09
      อ่อแล้วที่นางไม่นิ่ง เราว่าตอนใส่หมวกหมอนางก็โฟกัสและจริงจังนะ แต่จะให้นิ่งตลอดก็คงไม่ไหว หลวงอินทร์แอะอะก็ตัดมือ แอะอะก็ตัดคอ ตะคอกใส่อยู่ได้ แล้วหลุดมาในฉากสงคราม ถูกจับเป็นเฉลยอี้ก เราว่านางนิ่งได้ขนาดนี้ก็น่าตกใจแล้ววว 55555555555
      #292-1
    • #292-2 Wanwan19(จากตอนที่ 10)
      14 กรกฎาคม 2560 / 06:05
      ขอบคุณที่เข้าใจเจตนา และความคิดของไรท์คร่าาาาาา
      #292-2
  11. #277 ืnon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 22:54
    นางเอกฉลาดนะที่จบหมอมาได้ แต่ไม่เฉลียวเลย
    #277
    0
  12. #257 AiTemmm (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 14:38
    บุคลิกดูขัดๆกับอาชีพหมอนะ
    #257
    0
  13. #246 G HAMAJI (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 23:41
    โอยยย ยอมแล้วค่ะ เห็นด้วยกับ คห.245 รู้ตัวช้าไปมั้ย เป็นหมอศัลย์ที่แปลกจริงๆ ฉลาดแต่ไม่เฉลียว
    #246
    0
  14. #245 หญิง นันทิยาื (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 23:38
    คาแรคเตอร์วาดดาวไม่น่าเป็นหมอได้เลย ไม่ค่อยเฉลียว ไม่ฉลาด และไม่นิ่ง โหวกเหวกโวยวาย (น่ารำคาญ) เป็นถึงหมอศัลย์เสียด้วย
    #245
    0
  15. #229 _KuRoKo_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 17:30
    รู้ตัวช้านะเนี่ย ... เห็นชุดทหารเห็ยชุดเชลย การกระทำที่ทำต่อเชลยก็น่าจะพอเดาได้แล้วมั้ง
    #229
    0
  16. #164 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 04:49
    สนุกมากค่ะ
    #164
    0
  17. #154 yulin ben (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 16:57
    ทรุด ไม่ใช่ ซุด ค่ะ
    #154
    2
    • #154-1 Wanwan19(จากตอนที่ 10)
      16 มิถุนายน 2560 / 17:29
      ขอบคุณคร่าาา
      #154-1
    • #154-2 Wanwan19(จากตอนที่ 10)
      16 มิถุนายน 2560 / 17:32
      เผลอไป ใช้ภาษาแชทบ่อย อาจจะมีแหลมมาบ้าง เตือนได้ค่ะ
      #154-2
  18. #70 solar (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 15:33
    มันรู้ตัวช้าไปมั้ยอ่ะ คือมันหลายๆอย่างก็น่าจะรู้นะ แต่ถ้าพยายามหลอกตัวเองก็น่าจะให้เห็นหน่อย
    #70
    0
  19. #46 แพรวตา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 19:48
    รอค่ะรอ
    #46
    0
  20. #45 Cheri5129 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 19:26
    กว่านางจะรู้
    #45
    0
  21. #44 Nutchlawan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 13:03
    รอค่ะ ไหลลื่นดูเป็นธรรมชาติดีค่ะ กว่านางเอกเราจะรุ้ตัว555
    #44
    0
  22. #41 Oungzaza (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 03:22
    กว่าจะรู้ตัวนะค่ะหมอ 
    #41
    0
  23. #40 Looney00 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 02:09
    หมอกว่าจะรู้ตัว5555
    #40
    0
  24. #39 poosurat (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 23:56
    ขอบคุณค่ะชอบมากๆ ทำไงละที่นี้วาดดาว อยู่ช่วยรักษาคนวางกลศึกไปละกัน5555
    #39
    0
  25. #38 Ainaemoroe (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 23:50
    ในที่สุดก็รู้ตัว จะทำไงต่อน้อคุณหมอ
    #38
    0