BTS │ I need U #hopega

ตอนที่ 1 : I need U #hopega : Chapter 0

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 87
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    1 ม.ค. 62

Chapter 0









               ตามช่วงวัยแล้วเด็กเมื่ออายุยังน้อยมักจะติดของเล่น ที่พอโตมาเราจะเรียกมันว่าผ้าเน่าบ้างล่ะ ตุ๊กตาเน่าบ้างล่ะ แล้วแต่ชนิดของสิ่งของแต่ละอย่าง แต่ถ้าสิ่งที่เขาติดกลับไม่ใช่สิ่งของ แต่กลายเป็นคนล่ะ?

 

 

มินยุนกิครับ นี่พี่จองโฮซอกนะ จะมาเป็นเพื่อนยุนกิ เสียงทุ้มที่แสนคุ้นเคยของพี่ชายต่างมารดาเอ่ยก่อนจะผายมือไปทางผู้ชายด้านหลังที่ถูกแนะนำตัวและเผยรอยยิ้มให้เล็กน้อย เด็กผิวขาวผู้เป็นเจ้าของชื่อเอียงคอมองด้วยความสงสัย ก่อนจะตอบกลับอะไรที่เกินกว่าอายุของเด็กอายุเพียงแปดปีทั่วไป

 

 

เพราะพี่นัมจุนเห็นเราไม่มีเพื่อนเหรอครับ แบบนี้ดูถูกกันจัง ดวงตาใสแต่กลับเต็มไปด้วยความเรียบนิ่งจ้องมองผู้มาใหม่ที่รอยยิ้มหายไปจากบนใบหน้า

 

 

ยุนกิ พี่--

 

 

ผมขอตัวนะครับ  ไม่ทันให้พี่ชายที่อายุต่างกันถึงสิบสองปีพูด เด็กผิวขาวหน้าหวานก็ลุกขึ้นยืนพร้อมโค้งให้เล็กน้อยแล้วเดินขึ้นบันไดยาวของตัวบ้านไป

 

 

เฮ้อ...โฮซอก รอแปป เดี๋ยวขึ้นไปคุยให้ก่อน นัมจุนเอ่ยบอกเพื่อนด้านข้างก่อนจะหันตัวจะเดินไปทางบันไดแต่กลับคนที่ถูกบอกให้รอกลับคว้าไหล่นัมจุนไว้พลางส่ายศีรษะ

 

 

ไม่ต้อง.. เจ้าของชื่อที่ถูกบอกให้รอขัดขึ้น ทำให้คิมนัมจุนต้องหันกลับมามองแล้วเลิกคิ้วสูงอย่างสงสัย ก่อนคนเป็นเพื่อนจะยกยิ้มเล็กน้อยแล้วรีบพูดต่อไม่ให้อีกฝ่ายต้องแคลงใจ เดี๋ยวไปเอง

 

 


เสียงเคาะประตูทำให้ร่างเล็กของเด็กวัยแปดปีที่กำลังนอนคว่ำอ่านหนังสือพลางตีขาตัวเองกลางอากาศอยู่บนเตียงชะงัก เจ้าตัวค่อยๆขยับมานั่งปลายเตียงก่อนจะขานเรียก

 

 

ใครครับ?

 

 

พี่โฮซอกเองครับ น้องยุนกิ พี่ขอคุยด้วยหน่อยครับ เสียงที่ไม่คุ้นหูเอ่ยดังขึ้น การแนะนำตัวของคนทีที่อยู่ด้านนอกห้องทำให้ยุนกิร้องอ่อ ก่อนจะทำสีหน้าไม่พอใจซักเท่าไหร่

 

 

ผมไม่ชอบให้คนแปลกหน้าเข้าห้อง พี่นัมจุนไม่ได้บอกเหรอ? ยุนกิตะโกนกลับจากภายในห้องที่แต่งด้วยโทนขาวดำเทาแบบที่เจ้าตัวชอบพร้อมกับใบหน้าหวานที่ชักสีหน้าไม่ค่อยพอใจ

 

 

ขอโทษครับ งั้น...เราออกมาคุยข้างหน้าห้องกับพี่แทนดีมั้ยครับ? ข้อเสนอของคนด้านหน้าห้องทำให้ยุนกิถอนหายใจแรงออกมา แต่ก็ยอมที่จะเดินไปเปิดประตูออกไปคุยกับคนที่อยู่ด้านหน้าห้อง เมื่อเปิดออกไปก็พบคนที่สูงกว่าเขาหลายเซนติเมตรทำให้คนเด็กกว่าจำต้องเงยหน้าคุย โฮซอกส่งยิ้มที่ดูใจดีให้ก่อนจะย่อตัวให้ระดับส่วนสูงใกล้เคียงกันเพื่อไม่ให้ฝ่ายที่เด็กกว่าต้องเงยหน้าจนปวดคอ

 

 

พี่มีอะไรจะคุยครับ? แต่ผมขอพูดก่อน ผมไม่อยากได้เพื่อนใหม่หรอกนะครับ ถึงผมจะมีเพื่อนแค่คนสองคนก็ไม่ได้น่าสมเพชจนต้องเอาเพื่อนพี่นัมจุนมาเป็นเพื่อนเล่นหรอกครับ คำพูดแปลกๆของเด็กอายุเพียงแปดปีทำโฮซอกอึ้งชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็เปลี่ยนกลับมาเป็นรอยยิ้มใจดีแบบเดิมก่อนมือหนาจะส่งไปลูบกลุ่มผมสีดำนุ่มอย่างเอ็นดู เขาไม่นึกว่าเด็กที่เกิดมาจากครอบครัวใหญ่โต แต่ไม่ค่อยได้อยู่กับพ่อแม่จะทำให้ตัวเด็กเองจะมีความคิดแบบนี้ ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ถือสาคำพูดคำจาที่ควรจะโกรธ กลับเอ็นดูและอยากดูแลอยากสอนให้เด็กคนนี้เรียนรู้อะไรใหม่ๆกว่าเดิม

 

 

พี่ไม่ได้มาเพราะสมเพชเรานะครับ

 

 

นี่...ผมไม่ชอบให้ใครมาลูบ---

 

 

พี่มาเพราะพี่มาหาเรา พี่มาด้วยความเต็มใจ มาเพราะอยากจะรู้จักกับเราและดูแลเรา เข้าใจมั้ยครับ รอยยิ้มอบอุ่นจนตาคมหยีถูกส่งมาให้อีกครั้งพร้อมกับสัมผัสที่กำลังลูบผมเขาอย่างสนุกมือ ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน อาจจะเพราะถูกชะตาหรือเพราะสิ่งที่พี่เขาพูดและแสดงออกดูฉลาดมีเหตุผล ไม่จอมปลอมหรือเหมือนหวังผลประโยชน์ใดๆ ทำให้ยุนกิต้องก้มหน้างุดมองปลายเท้าตัวเอง ก่อนจะตอบเสียงในลำคอ

 

 

อือ

 

 

จนกระทั่งอายุสิบห้าปี..

 

 

แน่นอนว่าตลอดเจ็ดปีเขามีโฮซอกเป็นทั้งพี่ ทั้งเพื่อน ทั้งคนใช้ในคราวเดียวกัน ยิ่งทำให้ยุนกิที่กำลังโตติดโฮซอกแจยิ่งกว่าพี่ชายต่างมารดาอย่างคิมนัมจุน

 

 

แต่สุดท้ายแล้ว...

 

 

พี่โฮซอก พี่โฮซอกครับ เสียงทุ้มแหบของเด็กวัยสิบห้าเอ่ยถึงชื่อใครบางคน เพราะเสียงที่กำลังเริ่มแตกหนุ่มทำให้มันทุ้มและแหบอย่างนั้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความน่ารักบนใบหน้านั้นลดลงไปแต่อย่างใด เจ้าของเสียงหันซ้ายหันขวาตามหาเจ้าของชื่อที่เรียก ขาขาวค่อยๆก้าวลงบันไดจากห้องตัวเองลงมาด้านล่างของบ้าน แต่พอได้ยินเสียงบทสนทนาที่มีชื่อของเขาอยู่ ยุนกิก็หยุดชะงัก ก่อนจะค่อยๆเดินย่องเบาๆไปที่กำแพงเพื่อแอบฟังบทสนทนานั้น ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ชอบการแอบฟังหรือสอดรู้สอดเห็นก็ตาม แต่พอบทสนทนานั้นมีชื่อเขามันก็ยิ่งทำให้สงสัยทันที

 

 

เรื่องนี้เราควรจะบอกยุนกิได้แล้ว... นัมจุนเอ่ย เจ้าของร่างขาวที่สูงขึ้นตามวัยเอียงคออย่างไม่เข้าใจสิ่งที่พี่ชายต่างมารดาพูด

 

 

ถ้าให้บอกไปเลย ยุนกิจะเป็นยังไง? น้ำเสียงคุ้นเคยของคนที่ยุนกิติดแจเอ่ยบอก นั่นทำให้คนที่แอบอยู่หลังกำแพงเลิกคิ้วอย่างอดสงสัยไม่ได้

 

 

เรื่องที่จริงๆแล้วเป็นบอร์ดี้การ์ดควรจะบอกไปเลยนะ ก่อนที่เด็กคนนั้นจะติดนายไปมากกว่านี้ กลัวว่าถ้าต้องห่างกันขึ้นมาจริงๆ ยุนกิจะทำใจไม่ได้ น้ำเสียงทุ้มของนัมจุนเอ่ย แน่นอนว่ามินยุนกิช็อคไปแล้ว แม้ยุนกิจะฉลาดแต่ก็มีการบ้านที่เขาไม่เข้าใจ หนังสือกับสมุดและเครื่องเขียนที่ตั้งใจจะมาตามให้จองโฮซอกไปสอนการบ้านเขาหลุดลงจากมือลงพื้นจนเสียงดังก้อง รู้สึกว่าตอนนี้ตัวเขาจะหมดแรงไปแล้ว

 

 

ใคร ?

 

 

ทันทีที่นัมจุนได้ยินเสียงของหล่นก็ถามทันทีว่าใครที่กำลังแอบฟังเขา ยุนกิก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงได้ก้าวขาเดินออกมาจากกำแพงที่หลบอยู่เพื่อเปิดเผยตัวให้พี่ชายและเพื่อนพี่ชายของตัวเองทั้งยังเก็บสีหน้าตกใจไม่ได้ ทันทีที่สองคนนั้นเห็นยุนกิใบหน้าก็เจื่อนลงเล็กน้อยเพราะยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจที่จะบอกเรื่องนี้กับยุนกิ แถมเรื่องการรับมือคำพูดของยุนกิที่มักจะพูดตรงจนไม่สนใจความรู้สึกผู้สนทนานี่ก็ด้วย

 

 

ด้วยความที่คิมนัมจุนพี่ชายต่างมารดาของเขาได้นามสกุลของพ่อไป ทำให้ต้องขึ้นมาบริหารธุรกิจใหญ่ของบ้าน ส่วนยุนกิได้นามสกุลของแม่ตัวเองมาเพราะพ่อและแม่ของเขาไม่ได้แต่งงานกัน เป็นเพียงภรรยาในนามคนที่สองของบ้าน แต่เมื่อแม่ของยุนกิเสียไปแล้วจึงต้องอยู่กับครอบครัวของคิมนัมจุนถาวร ครั้นฝ่ายพ่อบอกจะพาไปเปลี่ยนนามสกุลยุนกิก็ปฏิเสธเพราะอย่างน้อยมันก็เป็นสิ่งที่แม่เขาเหลือไว้ให้ กับฝ่ายแม่ของนัมจุนก็แลดูจะไม่ถูกชะโหลกกันเสียเท่าไหร่ ทำให้ยุนกิค่อนข้างเป็นเด็กที่เก็บตัว และทำให้เขาไม่อยากสนใจคนรอบตัวเสียเท่าไหร่รวมทั้งพ่อของตัวเอง นอกจากพี่นัมจุนที่เขาจะสนิทและไว้ใจด้วยที่สุดในบ้าน แต่พอจองโฮซอกเข้ามาและเขาก็ยอมสนิทกับจองโฮซอกเพราะคำพูดของคนๆนี้ในวันนั้น

 

 

เขาพอจะเข้าใจพี่นัมจุนเพราะถ้าตอนนั้นพี่นัมจุนบอกเขาว่าโฮซอกจะมาเป็นบอดี้การ์ด เขาต้องปฏิเสธและสมเพชตัวเองกว่าเก่าแน่ๆ และเชื่อว่าพี่นัมจุนคงไม่อยากให้ตัวเขาเองรู้สึกแบบนั้นถึงได้ทำแบบนี้

 

 

แต่แบบนี้...มันแย่กว่าเดิมอีก

 

 

หมายความว่าไง พี่โฮซอก พี่นัมจุน ตาเรียวฉายแววผิดหวังสุดใจจนคนเป็นพี่รู้สึกผิดกว่าเดิม ขายาวก้าวมาหาน้องชายตัวเองก่อนจะย่อตัวให้อยู่ในระดับสายตาของคนเด็กกว่า

 

 

พี่ขอโทษนะครับ ยุนกิ แต่ความจริงก็คือ โฮซอกมาเป็นบอดี้การ์ดของเรา แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นนะ ยังไงเราก็สนิทกับพี่โฮซอกเหมือนเดิมได้ครับ คิมนัมจุนพูดยาวเหยียดพร้อมส่งรอยยิ้มใจดีให้น้องตัวเอง มือหนายกขึ้นเพื่อจะลูบกลุ่มผมสีดำขลับ แต่ยุนกิกลับปัดมันทิ้ง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มช้อนมองคนเป็นพี่ แววตานั้นดูชัดขึ้นกว่าเดิมเพราะเริ่มมีน้ำใสๆรื้นขึ้นไปที่ขอบตา ยิ่งทำให้หัวใจของนัมจุนและโฮซอกที่กำลังเดินมาใกล้กระตุกวูบ

 

 

 ไม่เลวร้าย...แต่สุดท้ายก็จอมปลอม พี่ปลอม เพื่อนปลอม ทุกอย่างปลอม เสียงแหบสั่นอย่างกลั้นอารมณ์ที่แทบจะปะทุของตัวเอง แอบสังเกตเห็นมือเรียวกำมันแน่นจนผิวขาวเริ่มมีสีเลือดฝาดและเส้นเลือดนูนชัดเจน

 

 

ยุนกิครับ ฟังพี่ก่อน จองโฮซอกเดินเข้ามาใกล้เพื่อหวังจะคว้ามือขาวที่กำแน่นจนรู้สึกเจ็บแทนมาคลายออก แต่ยุนกิสะบัดมือของอีกฝ่ายทิ้ง ตาเรียวมองค้อนอีกฝ่ายก่อนจะตะโกนบอกเมื่ออีกคนยังพยายามจะคว้ามือเขาอีกครั้ง

 

 

อย่ามาจับผมนะ! ” เสียงแหบตะโกนดังลั่นน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลอาบแก้มเนียนเพียงข้างเดียว คนใช้ในบ้านหรือคนอื่นๆอาจจะมองว่าที่ยุนกิกำลังเป็นอยู่อาจจะดูงี่เง่าเอาแต่ใจตัวเอง ไม่มีเหตุผลจนเกินไป แต่ถ้าเป็นนัมจุนกับโฮซอกที่มองเด็กคนนี้ในมุมที่ตัวยุนกิเองไม่ไว้ใจใครตั้งแต่เด็กๆ แถมยังสนิทกับใครยากทำให้สองคนนั้นเข้าใจสิ่งที่ยุนกิกำลังรู้สึกที่สุด ริมฝีปากสีพีชเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะค่อยๆก้มลงเก็บของที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นโดยมีโฮซอกก้มลงมาช่วยเก็บแล้วยื่นให้ คนตัวเล็กลอบมองก่อนจะรับมาอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์แล้วพูดต่อ

 

 

ไม่ต้องมาหวังดี คุณไม่ใช่พี่ผม ไม่ใช่เพื่อนผม เราไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย พูดจบยุนกิก็กอดหนังสือไว้ในอก ขาเล็กรีบก้าวขึ้นบันไดไปแล้วเข้าห้องตัวเองโดยปิดประตูเสียงดังก้องไปทั่ว คนอายุเยอะกว่าทั้งสองคนถอนหายใจออกมาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย พวกเขาคิดว่าถ้าหาโอกาสและสถานการณ์บอกที่ดีกว่านี้มันคงจะไม่ลงเอยแบบนี้ และนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีด้วยที่ยุนกิร้องไห้ออกมา ไม่ว่าจะพี่ชายอย่างนัมจุนที่อยู่ตั้งแต่เกิดเห็นครั้งสุดท้ายก็ตอนที่ยุนกิเสียแม่ตัวเองไปตั้งแต่ห้าขวบ หรือแม้แต่โฮซอกที่อยู่ด้วยมาเจ็ดปีก็ยังไม่เคยเห็นน้ำตาซักหยด สิ่งนี้ยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกผิดกว่าเดิม

 

 

 

งี่เง่าชะมัด...

 

 

            นั่นคือสิ่งที่ยุนกิคิดหลังจากกลับเข้าห้องตัวเองและเผลอปิดประตูเสียงดังเพราะอารมณ์หงุดหงิดของตัวเอง หนังสือและเครื่องเขียนหล่นลงพื้นอีกครั้ง พร้อมๆกับเจ้าของร่างที่ทิ้งตัวลงพิงกับประตู หลังจากที่น้ำตาร่วงเมื่ออยู่ด้านล่างไป กลับขึ้นมาเขาก็แทบไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายต่อ เพียงแค่รู้สึกแย่จนหมดแรงทำอะไรไม่ไหว แต่สุดท้ายแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ ยุนกิถอนหายใจออกมาเบาๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเหม่อลอย ก่อนคนตัวเล็กจะลุกขึ้นพาร่างของตัวเองไปจัดการเคลียร์การบ้านให้เสร็จ แล้วเลิกคิดเรื่องเหล่านี้ซะ

 

 

 

+++++

 

 

 

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้สามปีที่ผ่านมาเขาเย็นชากับอีกโฮซอกมาตลอด เพราะรู้สึกเหมือนโดนหลอกและไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะหลอกอะไรเขาอีกจึงทำให้ยุนกิเลือกที่จะตีตัวออกห่าง แต่ขณะเดียวกันกลับตัดกันไม่ขาด ไม่ว่าจะใจร้ายใส่อีกคนซักกี่ที โฮซอกก็ทำเพียงปล่อยผ่านเหมือนเขาไม่เคยด่าเจ้าตัว กลับกันพอหลุดว่าอีกคนไปแล้ว ยุนกิกลับห่วงความรู้สึกของอีกคน จะว่าใครก็ไม่ได้ เพราะเขาก็งี่เง่าเหมือนกัน

 

 

คุณยุนกิครับ...เรียนวันนี้เป็นไงบ้างครับ ทันทีที่ก้าวขึ้นรถคันหรูและปิดประตูลงที่ด้านหลัง คนที่เป็นคนขับประจำตัวของเขาก็เอ่ยขึ้นแล้วมองมาทางเขาผ่านกระจกมองหลัง ยุนกิเผลอสบตากับคนด้านหน้าผ่านกระจก เจ้าตัวจึงทำเป็นหันไปมองนอกรถที่กำลังเคลื่อนตัวช้าๆแทน

 

 

อย่างที่เห็นครับ ยังอยู่รอด

 

 

ผมไม่น่าถามเลยครับ ก็คุณยุนกิเรียนเก่งขนาดนั้น

 

 

รู้แล้วจะถามทำไมครับ ทันทีที่ยุนกิตอบ โฮซอกเงียบไปครู่ ไม่นานก็แทนที่ด้วยเสียงหัวเราะกลบเกลื่อน

 

 

ฮะๆ ขอโทษครับ วันนี้คุณหนูยุนกิอยากทานอาหารที่ไหนเป็นพิเศษมั้ยครับ พี่จะพาไป เพราะอีกฝ่ายเผลอหลุดสรรพนามที่ไม่ได้ใช้มาหลายปี ทำให้คนที่นั่งอยู่ด้านหลังหัวใจกระตุกวูบจนเกือบลืมหายใจ ยุนกิกระแอมไอในคอเล็กน้อย ก่อนจะพูดบอกอีกคนทั้งที่สายตาก็มองไปข้างนอกรถ

 

 

ไม่ครับ ผมจะทานที่บ้าน... แล้วก็อีกอย่างนะครับ

 

 

..ครับ? โฮซอกขานกลับพลางเลิกคิ้วสงสัย แม้สายตาจะจ้องมองถนนด้านหน้าอยู่ก็ตาม

 

 

เราไม่ใช่พี่น้องกันครับ คุณไม่ต้องแทนตัวเองว่าพี่... เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกไปโดยไม่ได้ปรายตามองอีกฝ่ายที่มองเขาผ่านกระจกมองหลังด้วยสายตาติดจะเศร้าคู่นั้นเลย ยุนกิเท้าแขนกับประตูรถพลางชมทิวทัศน์เมืองด้านนอกอย่างไม่สนใจใยดีคนขับรถของตัวเอง ผมไม่อยากมีพี่ชายแบบคุณ

 

 

ผม...ขอโทษครับ คุณยุนกิ แอบได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆก่อนจะตอบออกมา ในใจรู้สึกแย่ไม่แพ้อีกฝ่ายเหมือนกัน นึกโทษที่ตัวเองพูดจาปากร้ายกับอีกคนบ่อยเกินไปทั้งๆที่โฮซอกก็ไม่ได้ทำอะไรผิด อาจเพราะเป็นคนใจร้อน บวกกับนิสัยพูดจาแย่ๆมันเลยทำให้เขาไม่ทันได้คิด ก่อนที่อีกฝ่ายจะเอ่ยเรียกเขาอีกครั้ง คุณยุนกิครับ...

 

 

มีอะไรครับ

 

 

อีกไม่นาน...ผมอาจจะต้องลาออกแล้วนะครับ

 

 

“ …. ”

 

 

รู้ว่าคุณหนูคงไม่สนใจ...แต่อยากบอกไว้ก่อนครับ แน่นอนว่าจะมีคนที่ดีกว่ามาแทนที่ผมแน่นอนครับ

 

ทันทีที่ยุนกิได้ยินทำให้หัวใจเต้นรัวกว่าเดิม ก้อนเนื้อที่อกข้างซ้ายเต้นแรงเสียจนเขารู้วึกปวดขึ้นมา ลอบกลืนน้ำลายลงคอ ในใจอยากจะเอ่ยถามเหตุผลว่าทำไม เพราะเขาทำไม่ดีใส่ไว้เยอะใช่มั้ย งั้นเขาจะขอโทษและอย่าทิ้งเขาไปได้มั้ย แต่ก็ได้แค่คิด เมื่อริมฝีปากสีพีชเจ้ากรรมมันตอบไปอีกอย่าง

 

 

อืม..ครับ ผมก็หวังอย่างนั้น

 

           

และที่มาของคำว่าหวงของเล่นสำหรับยุนกิ คงจะเริ่มมาจากตรงนี้...

 

 

ของเล่นชิ้นเก่า...ที่เขาไม่ยอมเล่นกับมัน แต่พอมันจะหายไป กลับอยากจะเก็บมันไว้คนเดียว..

 

 

เขายังต้องการของเล่นชิ้นนี้

 

 

เขา...ยังต้องการคนๆนี้







----TALK----

สวัสดีค่ะ หลังจากที่เปิดทิ้งไว้นาน ได้ฤกษ์เขียนอินโทรซักที หวังว่าจะชอบและเอ็นดูยุนกิอายุ18กับคูมโฮซอกอายุ30นะคะ อิอิ คูมโฮซอกพ่อบ้านติดดินกับคุณหนูยุนกิ เย้555555 ฝากติดตามกันด้วยนะคะ 

*ยังไม่ได้แก้คำผิดนะคะ


T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #6 Flamingooo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 13:17
    อ่าาาาเนื้อเรื่องดีมากเลยค่าาารอนะค้าาา
    #6
    0
  2. #5 swonnons_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 19:05
    ฮือออ คุณโฮซอก 30 อยากจะกรี๊ด ;-; น่าติดตามมากๆเลยค่ะ ><
    #5
    0
  3. #4 bemy52Hz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 00:54
    น่าสนใจมากกกกค่ะในที่สุดก็มีครเขียนโฮปก้าเรื่องยาวดีๆแล้วหลังจากตามหามานานมาก555555555 เป็นกำลังใจให้นะคะ ไม่ว่าไรท์จะอัพตอนไหน เรารออ่านอย่างแน่นอนค่ะ!!
    #4
    0
  4. #3 EntOo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 00:09
    โอ้โห น่าสนใจมากเลย ชอบมากกกกก รอน้าาาาาา ตื่นเต้นจัง งื้อออออออ
    #3
    0
  5. #1 kondee2017 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 01:25
    คุณหนูอย่าใจร้ายสิจ้ะ
    #1
    0