ยุทธการคานกระเด็น

ตอนที่ 7 : EP.4 (ใหม่)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 104
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    10 มิ.ย. 63

 

อัครามองขวดน้ำหอมทรงสี่เหลี่ยมด้วยความงุนงง ผ่านไปสามวันแล้ว เจ้าขวดแก้วโง่ๆ นี้ก็ยังตั้งที่เดิมหน้าโต๊ะกระจก โดยที่เขาไม่ได้คิดอยากจะหยิบมันขึ้นมาใช้ แม้ว่ากองเชียร์อย่างเพลินนารีจะชอบนักชอบหนา

                แล้วเขาจะบ้าจี้ซื้อมาทำไม

                “ผู้หญิงบ้าอะไร บอกให้ฉีดน้ำหอมเวลาเผด็จศึก” 

                ชายหนุ่มส่ายศีรษะเล็กน้อย เมื่อนึกถึงคำพูดสุดท้ายของลูกจ้างสาวก่อนที่เธอจะลงจากรถ

                ‘พนักงานขายบอกว่า กลิ่นนี้จะทำหน้าที่ของมันได้ดีก็ตอนที่ร่างกายเริ่มมีความร้อน ถ้าคุณอัคไม่รู้ว่าจะใช้ตอนไหน ให้ใช้ตอนจะเผด็จศึกก็แล้วกันนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะเจ้านายที่มาส่ง’

                ไม่รู้ว่าเขาคิดผิดไปถึงไหน ที่ยอมทุ่มค่าจ้างให้เพลินนารีเป็นผู้ช่วยและที่ปรึกษาส่วนตัวในการออกเดท ทั้งๆ ที่ผ่านมา เขาก็ออกเดทได้ไม่มีปัญหา แต่แค่เพลินนารีมาทักเรื่องน้ำหอมนิดเดียว วุ่นวายต้องกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด ต้องมาเลือกซื้อน้ำหอมใหม่

                แล้วสุดท้ายเขาก็ไม่ได้ใช้น้ำหอมกลิ่นนั้นตามที่เพลินนารีแนะนำ

                เพลินนารีบอกให้เขาทิ้งสูท เปลี่ยนการแต่งตัวแบบที่เคยเป็น มาใส่เสื้อผ้าลำลองสบายๆ แค่เสื้อเชิ้ตพอดีตัว กับกางเกงขาสามส่วนกับรองเท้าผ้าใบ แทนที่เสื้อสูทเต็มอัตราพร้อมรองเท้าหนังมันวับ ผลที่ได้คือเดทแรกระหว่างเขากับฟ้าระวีเป็นไปได้สวยกว่าที่คิด 

                ก็คงจะต้องยอมเชื่อผู้ช่วยสักหน่อย ถ้าไม่ดีจริงก็แค่เลิกจ้าง ให้ทำงานเซลล์อย่างเดียวต่อไป

 

                เสียงแจ้งเตือนดังว่ามีคนส่งข้อความมาหา เพลินนารีใช้หางตามองดูก็รู้ว่าเป็นใคร ชายผู้ไม่ยอมกดรับเธอเป็นเพื่อน และออกคำสั่งให้เธอเป็นคนเพิ่มเขาเข้าไปเองฝ่ายเดียว

                เจ้านายสุดแสนจะใจดีที่ชื่ออัครา เป็นคนสั่งให้เธอทำแบบนั้น

                หน้าจอปรากฏรูปชายรูปร่างสูง หุ่นกำลังดีคนหนึ่ง ยืนถ่ายรูปอยู่หน้ากระจกแล้วส่งมาให้ ยังดีที่ไม่ใช่รูปเปลือย เป็นแค่รูปเจ้านายใส่เสื้อโปโลกับกางเกงขาสามส่วนตัวเดิมที่เคยใส่ไปแล้ว แต่ที่ดูขัดหูขัดตาเธอมากที่สุดคงไม่พ้นไอ้สร้อยสแตนเลสเส้นโตเหมือนปลอกคอนังดำข้างบ้าน กับปกเสื้อโปโลที่แทนที่มันจะต้องถูกพับลง กลับตั้งขึ้นปิดรอบคอจนเธออยากจะโดดเข้าจอไปตัดคอปกทิ้งซะเดี๋ยวนั้น

                 ก็เข้าใจหรอกว่าฟ้าระวีเป็นเน็ตไอดอลสาววัยรุ่น แต่สภาพคุณลุงอัคราก็ไม่ควรจะมาแต่งตัวอะไรแบบนี้!

                ‘มีชุดที่ดีกว่านี้มั้ยคะ’ 

                พิมพ์ตอบกลับไป มือก็นวดคลึงเบ้าตาไปอย่างเหนื่อยหน่าย เจ้านายเธอเป็นผู้ชายยุคไหนกันแน่เนี่ย แต่งตัวได้เหมือนอาเสี่ยทั้งอายุเพิ่งจะเริ่มเป็นอาเฮียหมาดๆ

                บ้าจริง!

                ‘แล้วชุดนี้ไม่ดียังไง’ 

                อัคราตอบกลับมา เพียงเท่านั้นชีวิตดีๆในวันหยุดเพียงวันเดียวต่อสัปดาห์ของเพลินนารีก็หมดความสดใสลงในพริบตา

                “โอ้ย! ก็กล้าจะถามนะคนเรา” 

                หญิงสาวแหกปากโวยวาย จนเพื่อนใจสาวที่เพิ่งแต่งองค์ทรงเครื่องเสร็จถึงกับวี๊ดว๊ายตามไปด้วย

                “นังเพลิน! เป็นอะไรของแก” 

                เสียงดังขึ้นมาจากทางด้านหลังแต่ไกล ก่อนจะโผล่มาจ๊ะเอ๋อยู่ข้างๆตัว ทำเอาเพลินนารีสะดุ้งเฮือก โทรศัพท์ที่อยู่ในมือหลุดกระเด็นลงเตียงไปคนละทิศละทางกับเจ้าของ

                “นังผี! มาโผล่อะไรซะใกล้ขนาดนี้!”

                หญิงสาวตวาดเพื่อน ที่ตอนนี้กำลังกระโจนเข้าหาโทรศัพท์ เพลินนารีจึงต้องร่วมลงไปยื้อแย่งด้วย แต่ก็ไม่ทันความว่องไวของสายเผือกตัวแม่ของเบ็น

                เบนจามิน เทรนเนอร์หนุ่มลูกครึ่งตาน้ำข้าว แต่ทั้งตัวและใจออกสาวเกินเพลินนารี ผู้ที่ชอบสั่งให้ทุกคนเรียกเขาว่า ‘เบลล่า’ แทน ‘เบ็น’ ยกเว้นต่อหน้าผู้ชาย หยิบโทรศัพท์ของเพลินนารีขึ้นชูอย่างคนได้รับชัยชนะ ซึ่งหญิงสาวก็อ่อนใจจะเข้าไปแย่ง ด้วยขนาดตัวต่างกันลิบลับ 

                “ทำอะไรน่ะ ส่องผู้เหรอ” เบนจามินมองดูโทรศัพท์ของเพลินนารีที่ยังคงค้างที่หน้าเดิมหลังจากเปิดหน้าจอขึ้นมาได้

                หญิงสาวพยักหน้าอย่าวลืมตัว ก่อนจะรีบส่ายหน้าเมื่อนึกขึ้นได้

                “เฮ้ยบ้า! ไม่ใช่ ไม่ได้ส่อง” 

                เบนจามินเบะปากคว่ำ หางตามองมาราวตำหนิ “ก็เห็นเต็มสองตาว่าดูผู้ ยังจะมาสตอ ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่” 

                “ว่าแต่อะไรเนี่ย ผู้ชายที่ไหนวะ หน้าตาดีแต่แต่งตัวได้เหมือนเสี่ยพุงยื่นเก็บค่าเช่าแผงตลาดนัดมากๆ ไร้รสนิยมที่สุด เบลล่ารับมิได้!” 

                เพื่อนสาวร่างหนุ่ม เขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งจนเพลินนารีต้องพุ่งตัวเข้าไปคว้าเอาไว้เกือบไม่ทัน 

                “นังเบน อย่าเพิ่งกวนได้ไหม ฉันคุยงานอยู่” 

                ร่างสมส่วนคลานขึ้นเตียง หงายหลังตึงกดโทรศัพท์ต่อโดยไม่สนใจอีกคนที่ทำหน้าอยากรู้อยากเห็น เบนจามินเลยแทรกตัวเอง มุดเข้าไปลอบส่องโทรศัพท์ของเพลินนารีให้จงได้ จนหญิงสาวเริ่มรำคาญ

                “ทำงานอะไรน่ะ แชทคุยลับๆล่อๆ มีส่งรูปให้กันด้วย อย่าบอกนะว่า...”

                เบนจามินทำตาโต ยกมือทาบอกประหนึ่งตกใจมาก “เดี๋ยวนี้ขายหรอ”

                เพลินนารีระบายลมหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะยันตัวขึ้นนั่งมองเพื่อนชายใจสาวอย่างเอือมระอา

                ไม่น่าให้มันมาช่วยตัดต่อคลิปเลยวันนี้

            “ไม่นะนังเพลิน ถึงแกจะโดนไล่ออกจากฟิตเนส แต่แกก็ไม่น่าตกอับถึงขั้นขายที่นา แกจะทำอย่างนั้นไม่ได้นะ” เบนจามินโวยวาย

                “ให้ฉันไปแทนได้นะ รสนิยมการแต่งตัวอาจจะไม่ได้ แต่เบ้าหน้าได้ ฉันโอเค ส่งโลเกชั่นมาเลยมา” 

                เบนจามินควักเอาโทรศัพท์ของตัวเองมารอพร้อมยื่นให้เพลินนารี

                เลยโดนหญิงสาวบิดหูไปเสียหนึ่งที

                “นังผี! ไปนั่ง! แล้วอยู่เฉยๆ ฉันรับงานดูแลบุคลิกภาพให้เจ้านายอยู่” เพลินนารีคลายข้อสงสัย

                “อ๋อ... งานถนัด” เบนจามินพยักหน้าอย่างเข้าใจ

                เดิมทีแล้วทั้งเพลินนารีและเบนจามิน เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยสอบเข้ามหาวิทยาลัยเอกการพละ ทั้งคู่เป็นทั้งเพื่อนและคู่แข่งในเวลาเดียวกัน เลยจับพลัดจับผลูมาสนิทจนซี้ปึ้ก ชนิดที่ต่างฝ่ายต่างรู้เรื่องราวของกันและกันจนหมดเปลือก

                เบนจามินเป็นเทรนเนอร์ฟิตเนสชื่อดังในห้างสรรพสินค้า ด้วยหน้าตาที่ออกลูกครึ่งจ๋า บวกกับสัดส่วนที่แข็งแรง อกเป็นอก ขาเป็นขา กล้ามหนันแน่น ทำให้ลูกค้าในมือเยอะกว่าเพลินนารี ที่เจ้าตัวเลือกเป็นเทรนเนอร์มวย และดูแลบุคลิกภาพ แต่ดันทะลึ่งไปได้งานฟิตเนสคู่แข่งของเบนจามิน ที่เคยมีปัญหากับลูกค้าจนต้องเปลี่ยนชื่อชุบตัวมาใหม่

                เพลินนารีที่เข้าตาจนเรื่องเงิน ก็เลยต้องคว้าเอาไว้ก่อน เพราะฟิตเนสของเบนจามินตอนนั้น ยังไม่มีนโยบายเปิดรับผู้ฝึกสอนที่เป็นผู้หญิงเพิ่ม

                “ได้พิเศษจากเงินเดือนวันละสามพัน เดือนนึงถ้าได้ทำแค่สิบวันก็สามหมื่น ไม่เอาไหวหรอ” หญิงสาวบอก

                เบนจามินพยักหน้าซ้ำ แต่มุมปากก็ยังเบะคว่ำราวไม่อยากเชื่อ

                “ใครโง่จ้างวะตั้งสามพัน”

                “อ้าว นี่ฉันก็คิดตามฐานเงินเดือนปกติเลยนะเว้ย” เพลินนารียืดอกคุยโว

                “ฐานเงินเดือนปกติมันสามร้อย สามพันนี่ต้องขายนาหรือเปล่า เจ้านายที่ว่านี่คือรับบทเป็นเจ้านายลูกน้องใช่มะ แกอย่ามาหลอกฉัน”

                เบนจามินเบียดตัวเข้ามากระแซะหยอกเย้า

                “ปากแกนี่มันน้องๆ หมา ไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆเชียว เจ้านายที่โชว์รูมฉันต่างหากเล่า งานง่ายเงินดี เป็นแกไม่เอาว่างั้น” 

                เพลินนารีถาม พลางนึกไปถึงตอนที่วิ่งโร่สมัครฟิตเนสใกล้บ้านแล้วไม่ได้งานสักที่ แม้กระทั่งฟิตเนสที่เบนจามินทำงานยังไม่รับ เบนจามินก็ได้แต่ปลอบใจที่คล้ายๆกับซ้ำเติมอยู่ทุกวัน

                “ที่นี่ลูกค้าเป็นชะนีเยอะ เขาเลยต้องการครูฝึกสอนผู้ชายเยอะๆ ตาม ส่วนพวกผู้ชาย ก็มาส่องชะนีที่สมัครฟิตเนส ไม่จำเป็นต้องส่องเทรนเนอร์ผู้หญิง เจ้านายเขาเลยบอกว่าเทรนเนอร์ผู้หญิงไม่จำเป็น มีน้อยก็เวียนสอนกันได้ แกมาช้าไปว่ะ หรือไม่ก็ต้องแปลงเพศนะ เป็นทอมไปซะ จะได้ได้งาน” 

            พอตอนนี้เธอได้งานที่ได้เงินเพิ่มขึ้น จะหลักร้อยหลักพันก็คือเงิน เรื่องอะไรจะไม่รีบคว้าไว้

                “งั้นแปลว่ารูปเสี่ยเก็บค่าเช่าแผงที่เห็นนี่ก็คือเจ้านายใหม่แกเหรอ”

                “อืม เขาส่งรูปการแต่งตัวมาให้ช่วยดูและช่วยปรับปรุงให้หน่อย” 

                เบนจามินยกมือให้เพลินนารีหยุดพูด พลันเบือนหน้าหนีทันที่ได้รู้

                “เจ้านายแกไปอยู่ที่ไหนมา ทำไมถึงได้แต่งตัวแบบนี้” 

                “ก็อยู่บนโลกนี้นี่แหละ แต่อาจจะคนละมิติกับพวกเรา อารมณ์ตอนฉันเห็นรูปเขา ก็คล้ายๆ แก ที่เป็นอยู่ตอนนี้” เพลินนารีส่ายหัว

                “อยากจะส่งแคตตาล็อก look book ไปให้เจ้านายแกจัง” เบนจามินถูมืออย่างขัดใจ

                “แล้วไปทำอีท่าไหนถึงได้ไปรับเป็นที่ปรึกษาเข้าให้ ตอนแรกก็ไปเป็นเซลล์ขายรถอยู่ดีๆไม่ใช่รึ” 

                หญิงสาวถอนหายใจรอบที่สิบของวัน ก่อนจะร่ายยาวให้เบนจามินอย่างหมดเปลือก

                

                “อย่างนี้แกต้องไปขอบคุณเฮียที่ทำให้แกได้เข้าไปทำงานในโชว์รูมนั้นนะ บายศรี ธูปเทียนแพ ผ้าสามสี พวงมาลัย ข้าวตอก เอาไปให้ครบ”  

                เบนจามินแนะนำ พลางเปิดเว็บรวบรวมแฟชั่นผู้ชาย เลือกหาชุดช่วยเพลินนารีอีกแรง

                “ก็เวอร์ไป แค่นี้ฉันก็ขอบคุณทุกๆ สามเวลาหลังอาหารแล้ว” หญิงสาวตอบ

                “แน่สิ เขามาช่วยชีวิตแก ในวันที่โดนเทจากฟิตเนสได้อย่างหวุดหวิด จนเกือบมีข่าวสลด เศร้า! เทรนเนอร์สาวกระโดดเตะคนแทนกระสอบทราย คาด! แค้นที่ถูกไล่ออกกะทันหัน”

                เบนจามินพูดพร้อมออกท่าทางเศร้าสร้อยประกอบ เพลินนารีได้แค่มองทำตาปริบๆด้วยความที่ไม่รู้จะพูดอะไร

                “ฟิตเนสมันจะเจ๊ง ฉันเลยชิงออกเองก่อนมั้ย” เธอแก้ ก่อนที่เบนจามินจะเลยเถิดไปไกลกว่าที่เป็นอยู่

 

 

เขียนไปอัพไป ช้าบ้างเร็วบ้างอย่าพึ่งว่ากันนะคะ

 

 

 

 

 

เรื่องนี้ลง 70% ก่อนเปิด E-Book นาจา ใน E-Book การันตีตอนพิเศษ 3 ตอนแน่นวลลล ฝากติดตามกันด้วยนะค้า

Thumbnail Seller Link

สุภาพบุรุษ สุดที่ร้าย

จิณณะ

 

www.mebmarket.com

ฉายานางมารหน้าจิก เธอไม่ได้มาเพราะโชคช่วย “ทยาดา” หัวหน้าทีมฝ่ายขายสุดเนี๊ยบออกจะชอบฉายานี้เสียด้วยซ้ำไป เพราะเธอสวย และโหดมาก ฟาดได้ฟาด ฆ...

Get it now

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น