ยุทธการคานกระเด็น

ตอนที่ 5 : EP.2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    17 ธ.ค. 63

 

 

ภายในห้องทำงานของอัครา ผู้เป็นเจ้าของโชว์รูมรถยุโรปหรูย่านใจกลางเมือง บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอึดอัดเล็กน้อย เมื่อชายหนุ่มเห็นการแต่งตัวมาสัมภาษณ์ในตำแหน่งเซลล์ของหญิงสาวตรงหน้าแล้ว เขาก็แทบจะกุมขมับ

                ผู้หญิงตรงหน้า ที่ในใบสมัครเขียนเอาไว้ว่า ‘นางสาวเพลินนารี ใจวิจิตร อายุ 28 ปี’ 

                เขามองกี่ทีก็น่าจะสามสิบขึ้น ให้เฉียดสี่สิบเลย ไม่ใช่ใบหน้าที่ดูแก่กว่าวัยหรืออะไร 

                ชุดที่ใส่มาสัมภาษณ์นี่ล่ะ...ปัญหา

                ชุดเดรสทรงบานสีพาสเทล สวมทับด้วยเสื้อสูทสีเข้ม รองเท้าที่ใส่ก็เป็นรองเท้าผ้าแคนวาสหุ้มข้อ ในมือมีกระเป๋าเอกสารแลดูจริงจัง

                ทั้งหมดนั้นไม่ได้มีความเข้าชุดกันเลยแม้แต่น้อย นี่น่ะเหรอคนที่มารดาของเขาถูกตาต้องใจหนักหนา 

                ดีที่ใบหน้ายังเกลี้ยงเกลาไร้สิวฝ้า อัคราพยายามเพ่งแล้วเพ่งอีกว่าเจ้าตัวกำลังแต่งหน้าโทนเกาหลีที่ไม่เหมือนลงเมคอัพ หรือแม่คุณไม่ได้แต่งหน้ามาเลยจริงๆ แค่มีดีที่คิ้วเข้มได้รูปก็พอพยุงรูปหน้าให้ออกจากบ้านได้

                ถ้าเขาหัดแต่งหน้าให้ได้ จะลากไปทำเดี๋ยวนี้เลย

                “ไม่เคยทำงานเป็นเซลล์ในการขายรถมาก่อนเลยใช่ไหม” อัคราถาม

                “ค่ะ”

                คำตอบเพียงสั้นๆ ตัดจบในหนึ่งวิฯ เล่นเอาชายหนุ่มอยากจะตีใบสมัครคืนให้รู้แล้วรู้รอด ติดที่คุณนายพัดชากำชับว่าสุดสัปดาห์นี้ถ้าเข้าโชว์รูมมาต้องเห็นเซลล์คนใหม่ ‘คนนี้’ เข้ามาทำงานแล้ว

                หรือผู้หญิงตรงหน้าจะลงเสน่ห์นะหน้าทองเอาไว้ มารดาถึงอยากได้ตัวเสียเหลือเกิน 

                แต่พอเริ่มเปิดประวัติดู ชายหนุ่มก็พอจะเข้าใจว่าทำไม สาวนามว่าเพลินนารีคนนี้ ถึงเหมาะสมแก่การเป็นเซลล์ประจำโชว์รูมของเขา

                ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งไม่ไหวติงหรือแสดงอาการใดๆ ทำให้อัคราคาดไม่ถึงว่าผู้หญิงคนนี้จะสอบวัดระดับภาษาอังกฤษได้คะแนนสูงลิ่ว เรียกได้ว่าไปสมัครเป็นแอร์โฮสเตสได้สบายๆ ติดแค่สีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่รับแขกนั่นล่ะที่จะทำให้เจ้าตัวไม่ได้งาน

                ชายหนุ่มจึงลองเชิงด้วยการซักประวัติเป็นภาษาอังกฤษเอาเสียเลย เพราะแค่ติวสอบมาดี ก็อาจจะได้คะแนนสูง แต่ภาคปฏิบัติอาจจะเห่ยจนเขาตีใบสมัครกลับจนได้ ใครจะไปรู้

                “ระหว่างสามปีที่คุณไม่ได้ระบุการทำงานเอาไว้ในใบสมัคร ไม่ทราบว่าคุณทำงานอะไรอยู่” 

                อัคราถามด้วยภาษาอังกฤษทั้งหมด ซึ่งหญิงสาวพยักหน้าเข้าใจ 

                “ขายของตลาดนัดค่ะ” เพลินนารีตอบสวนควันอย่างมั่นอกมั่นใจ

                อัคราพยายามมองโลกในแง่ดี แม้หญิงสาวจะไม่เคยขายรถ อย่างน้อยขายของตลาดนัดก็น่าจะทดแทนกันได้อยู่ ถือว่าพอมีทักษะ 

                “ทำไมถึงอยากเป็นเซลล์ขายรถที่โชว์รูมนี้” ชายหนุ่มถามต่อ

                ส่วนใหญ่ที่มาสมัครก็เพราะหวังค่าคอมมิชชั่นที่ได้จากการขายรถที่ค่อนข้างสูง เนื่องด้วยมูลค่าของตัวรถที่ราคาค่อนข้างแรง ทำให้ได้ผลตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ

                พิเศษก็ตรงที่เขายังให้เงินเดือนด้วย ไม่เหมือนกับส่วนใหญ่ที่จะให้แค่ค่าคอมมิชชั่นที่ได้จากการขายเพียงเท่านั้น ขายไม่ได้ เดือนนั้นก็ไม่มีเงินเข้าบัญชี ซึ่งอัคราไม่ใช่คนใจจืดใจดำขนาดนั้น

                และคำตอบของเพลินนารีก็ไม่ทำให้เขาผิดคาด

                “ฉันมาสมัครเพราะต้องการรายได้ที่สูงกว่าที่เป็นอยู่ค่ะ”

                ตรงไปตรงมา นี่คือคำนิยามของผู้หญิงตรงหน้าที่อัคราบัญญัติไว้ให้เรียบร้อย

                “คุณรู้ใช่ไหมว่าที่นี่ไม่มีการทดลองงาน ขายไม่ได้คือคุณบกพร่องในการทำงาน ผมมีสิทธิ์จะเชิญคุณออกได้ทุกเมื่อ” ชายหนุ่มย้ำถึงกฎของการเข้าทำงาน 

                “เข้าใจค่ะ และค่อนข้างมั่นใจว่าคุณจะไม่มีทางเชิญฉันออกได้ก่อนที่ฉันจะออกเองแน่นอน”

                ท่าทางคล้ายเย่อหยิ่งของเพลินนารี ดึงความสนใจจากอัคราเป็นอย่างมาก หลายคนที่มาสมัครจะค่อนข้างนอบน้อมถ่อมตน ไม่ก็พูดจาหวานระรื่นหูคล้ายเอาใจเขา แต่ผู้หญิงคนนี้กลับพกความมั่นใจมาตอบเขาอย่างฉะฉานทุกถ้อยคำ

                ก็หวังว่ามารดาจะไม่ผิดหวังที่เป็นคนเรียกให้ผู้หญิงคนนี้มาสัมภาษณ์งานเองก็แล้วกัน

                เพราะฉะนั้นเขาจะรับเธอเข้าทำงาน แต่ก็มีข้อแม้อยู่นิดหน่อย

                “ผมคงต้องพูดตรงๆ การทำงานที่นี่ คุณจะแต่งตัวแบบนี้ไม่ได้” 

                อัคราเลิกพูดภาษาอังกฤษ เปลี่ยนมาพูดปกติกับเพลินนารีแทน ชายหนุ่มเห็นหญิงสาวทำหน้าสงสัยเล็กน้อย เขาก็เลยเผลอถอนหายใจแรง

                “คือ เราต้องการบุคลิกที่ดูทันสมัย ปราดเปรียวคล่องตัว ซึ่งถ้าให้ประเมินจากชุดที่คุณใส่มาวันนี้ มันไม่ผ่าน” 

                เพลินนารีนิ่วหน้า ก้มลงมองสำรวจตัวเองทันที

                “แต่ถ้าให้เทียบกับเซลล์ผู้หญิงคนอื่น สั้นเสมอขนาดนั้น ฉันคิดว่ามันไม่น่าจะคล่องตัวกว่าอีกนะคะ”

                เพลินนารีย้อน เป็นผลให้สายตาของอัคราต้องเหลือบลงมองไปยังชั้นล่างผ่านห้องกระจกใส เพื่อสำรวจการแต่งกายของพนักงานหญิงที่เป็นเซลล์อยู่ก่อนหน้านี้อย่างพิจารณา

                เออก็จริง...

                เซลล์ฝึกหัดที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้เดือนกว่าๆ แต่งตัวเหมือนสาวบาร์ขนาดนี้ได้ยังไง เขาไม่ทันสังเกตเลย เมื่อเทียบกับคนที่กำลังจะมาเป็นเซลล์ใหม่ การแต่งตัวแสนรุ่มร่าม เขาว่ายังก้าวขาได้ดีกว่ากระโปรงสั้นๆ นั่นอีก

                แต่พนักงานไม่เดือดร้อน ก็โอเค...

                กระนั้น อัคราก็ไม่มีอะไรจะเถียง 

                “ถ้าอย่างนั้น ผมขอชุดที่มันไม่รุ่มร่ามกว่านี้แล้วกัน” เขาบอกส่งๆ

                “แล้วต้องสุภาพด้วยมั้ยคะ เพราะฉันคิดว่า แหวกขนาดนั้น มันไม่ค่อยจะสุภาพเท่าไหร่” 

                อัคราเงยหน้ามองเพดานแว่บหนึ่งแล้วถอนหายใจ

                “เอาเป็นว่า เรามียูนิฟอร์มให้คุณท่อนบน ส่วนท่อนล่าง อะไรก็ได้ตามใจ เอาที่คุณสะดวกนั่นล่ะ หรือไม่สะดวกล่ะ” ชายหนุ่มหรี่ตาถามลองเชิง

                “ค่ะ ได้หมด แต่คงไม่แหวกเท่าคนอื่นนะคะ” เพลินนารียืนกราน ชายหนุ่มจำต้องปล่อยไป หรือจะเรียกว่าให้รีบๆ ออกไปก็ได้

                เป็นการสัมภาษณ์ที่แปลก เพราะเขาไม่เคยเจอคนข้อแม้เรื่องเครื่องแต่งกายเท่านี้มาก่อน มีอะไรให้ใส่ก็ใส่ หรืออยากแฟชั่นโชว์ขนาดไหนก็ตามใจ แต่ยอมรับไม่ได้จริงๆหากผู้หญิงคนนี้จะใส่ชุดเชยสะบัดมาทำงาน

                เพลินนารีกลับไปแล้ว อัคราเลยได้เวลาเหยียดตัว ลุกขึ้นมาปิดผ้าม่านสีทึบรอบห้องเพื่อบดบังสายตา เนื่องจากห้องทำงานของเขาเป็นกระจกใสบนชั้นลอย ที่สามารถมองลงมาเห็นรถยนต์ที่จอดเรียงรายและเห็นพนักงานกับลูกค้าได้อย่างทั่วถึง แต่เวลานี้เขาต้องการมุมส่วนตัวพักสายตาเสียหน่อย

                ด้วยการเปิดโซเชียลของตนเองเพื่อไล่หาดูรูปภาพของใครบางคน

                

                อรลัดดาในชุดว่ายน้ำสีพีช ตัดกับผิวขาวนวลละเอียด ลอยคอในสระว่ายน้ำที่ถ่ายมาให้เห็นแค่ครึ่งตัวท่อนบน กับแฮชแท็กที่เล่นเอาอัคราหน้าม้าน แม้อรลัดดาจะไม่ระบุชื่อ แต่ชายหนุ่มก็รู้ดีว่าหล่อนกำลังว่ากระทบเขา

                ‘barbieOrn_LD : อยู่เป็นคู่ไม่สบายใจ อยู่ที่ใหม่ๆสดใสกว่า #ลาแล้วกรงทอง #พี่ไม่ต้องน้องว่ายเองได้ #อยู่ในห้องมันอึดอัดอยู่ในห้วงรักมันอุอิ #HAPPYAnniversary’ 

                “มีความสุขกันให้พอไปเลย”

                อัคราบ่นอุบอิบในลำคอ พยายามแล้วที่จะบังคับนิ้วไม่ให้กดเข้าไปดูรูปภาพอื่นๆของอรลัดดาเพิ่มเติมให้ตัวเองรู้สึกพ่ายแพ้ไปกว่านี้อีก แต่ก็อดไม่ได้ ยิ่งเห็นคำอธิบายใต้ภาพที่สื่อความหมายแต่ละอย่างแล้วเขาก็ยิ่งเจ็บใจ

                กรงทองที่อรลัดดาได้ไป เป็นกรงทองเลื่อมเพชรน้ำดีสี่สิบกระรัตด้วยซ้ำไป แถมมีทาสรักชื่ออัคราคอยปรนนิบัติให้ทุกอย่าง 

                มาวันนี้กลับบอกว่าอึดอัด ทั้งที่จริงแล้วอรลัดดาอยากมีคนใหม่มากกว่าข้ออ้างที่บอกกับเขา

                “ในเมื่อไม่เห็นคุณงามความดี หาใหม่ก็ได้วะ จะไปยากอะไร” 

                ชายหนุ่มให้กำลังใจตัวเอง แต่ก็แอบมีแววตาหม่นหมองอยู่เล็กน้อย

                ในขณะที่พี่ชายอย่างอิสระ มีรักดีๆแค่คนเดียว และกำลังจะลงเอยด้วยการแต่งงานกันอีกในไม่ช้านี้แล้ว  แต่อัครายังต้องรอกบเลือกนายอยู่เลย ยิ่งเวลาที่ต้องไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้กับบรรดาเพื่อนสนิทแล้วก็สะท้อนใจ ภายใต้ความสุขสดใสในงาน ชายหนุ่มกลับต้องนั่งโดดเดี่ยว ไม่มีคู่ข้างกายจริงๆดั่งใครเขา

                ชายหนุ่มจัดตัวเองให้เป็นมนุษย์แปลก เพราะปกติผู้ชายในวัยกำลังได้ที่อย่างเขา มักจะยังไม่ค่อยคิดถึงการมีครอบครัวเสียเท่าไหร่ 

                แต่นายอัครา เป็นชายหนุ่มที่เกิดมาพร้อมทั้งฐานะ หน้าที่การงาน มีครอบครัวที่ดี ประสบความสำเร็จในทุกๆด้าน ดันขาดก็แต่มีคนมารักจริงแค่นั้นเอง

                ไม่เจอหลอกให้รักให้เปย์ ก็เจอแต่โดนเทในเวลาสุกงอมตลอด ให้ตายเถอะ

                ถ้าเป็นไปได้ เขาอยากจะได้กูรูสักคนไว้เป็นที่ปรึกษาเพื่อปรับบุคลิกให้ตรงสเปกสาวๆเสียที อย่างที่อิสระเคยบอกว่ามีตัวช่วยเป็นกูรูคอยให้คำปรึกษา แถมยังพ่วงตำแหน่งกามเทพสื่อรักให้จนสำเร็จอีกด้วย

                ติดที่ว่าพี่ชายของเขาไม่ยอมปริปากบอกเสียทีว่าผู้ช่วยคนนั้นเป็นใคร อัคราจะยอมเสียค่าจ้างมาหาเนื้อคู่ให้ที

 

 

 

 

เรื่องนี้ลง 70% ก่อนเปิด E-Book นาจา ใน E-Book การันตีตอนพิเศษ 3 ตอนแน่นวลลล ฝากติดตามกันด้วยนะค้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น