ยุทธการคานกระเด็น

ตอนที่ 17 : EP.14 ออฟชั่นเสริม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 78
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    6 ก.ค. 63

           

          อีกสองวัน งานมอเตอร์โชว์อันแสนวุ่นวายก็จะจบลงอย่างสวยงา ด้วยยอดการจองรถที่พุ่งสูงกว่างานครั้งที่แล้วขึ้นมาอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ผ่านรายงานสรุปคร่าวๆ ที่อินทัชทำไว้ และกว่าครึ่งของยอดจอง เกิดมาจากฝีมือของเพลินนารีและสรัยฉัตร

                ส่วนชาญชัยที่ถึงแม้ยอดจองจะน้อยกว่าใคร แต่ก็ทำผลงานได้ดีกว่าตอนอยู่โชว์รูมอย่างน่าพอใจ

                เพลินนารีเอนตัวลงโต๊ะทานข้าวเล็กๆภายในโดมสำเร็จรูปขนาดย่อม ที่มีไว้สำหรับสต๊อกของแถมสมนาคุณให้แก่ผู้เข้ามาจองรถ และยังเป็นที่พักรับประทานอาหารให้แก่พนักงานและพริตตี้สาวๆ ที่จ้างมาสนับสนุนยอดจองด้วย

                และแน่นอนว่าแม้สาวๆ เหล่านั้นจะหมดระยะจ้างงานไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว อินทัชที่เป็นคนเลือกเหล่าพริตตี้ด้วยตัวเอง ก็ไม่พลาดที่จะเก็บเบอร์ติดต่อสาวๆ เอาไว้เป็นการส่วนตัว เห็นได้จากที่ผู้จัดการหนุ่มนั่งแชทจนลืมไปว่าอาหารที่สั่งมา กำลังจะเย็นชืดในไม่ช้า ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ได้ร้อนอะไรมากมายอยู่แล้วตามแบบฉบับอาหารเร่งด่วนในยามมีงานจัดแสดง

                “กินข้าวก่อนมั้ยพี่ทัช” เพลินนารีเงยหน้ามองผู้จัดการหนุ่มเล็กน้อย ก่อนจะฟุบลงกับโต๊ะต่ออย่างเอือมระอา ที่ป่านนี้อินทัชยังคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

                หญิงสาวปล่อยให้เป็นคิวของชาญชัยยืนต้อนรับลูกค้าเพียงคนเดียว เพราะวันนี้ไม่ใช่วันหยุดที่จะมีลูกค้าแวะเข้ามามากมายเฉกเช่นวันหยุดเหมือนสัปดาห์ที่แล้ว เล่นเอาเซลล์ขายรถมือใหม่อย่างเธอร้องไห้อยากจะกลับบ้านวันละหลายสิบรอบเพราะแทบไม่มีเวลาได้นั่งพักหายใจหายคอ ถึงขนาดที่เบนจามินแวะมาดูอาการแล้วยังเอ่ยปากได้แค่ว่า น่าเห็นใจ

                “เพลินดูสิ คนนี้ถ่ายบิกินี่ได้แซ่บสะเด็ดยาดไปเลย” อินทัชชูดรูปพริตตี้สาวที่กำลังคุยกับเขาให้เธอดู

                เพลินนารีแหงนหน้ามองเล็กน้อย สายตากวาดดูรูปคนแซ่บสะเด็ดยาดที่มีเพียงบิกินี่ปิดจุดสงวนไว้เป็นแผ่นเล็กๆ เล็กกว่าฟิล์มซับหน้ามันของเธอเสียอีก หญิงสาวมองอย่างรวดเร็ว แล้วก็กลับลงไปท่าเดิม

                “บอกนางว่าออกกำลังกายบ้างนะ หลังแขนกับขอบข้างเอวเริ่มย้วยแล้วน่ะ” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอิดโรย

                “ทักเรื่องหุ่นคนอื่นอย่างกับตัวเองเป็นเทรนเนอร์ฟิตเนสอย่างนั้นแหละ ไหนเอาหุ่นคนรูปร่างดีมาโชว์หน่อยซิ” อินทัชกระเซ้าแหย่ไม่จริงจัง พลางกระทุ้งศอกเข้าหาเธออย่างคนอยากรู้

                “ก็ใช่น่ะสิ” เพลินนารีตอบงัวเงีย

                ก่อนจะเด้งตัวขึ้นราวตกใจที่ได้ยินอินทัชร้องหาอย่างคนสงสัย

                “โถ่ ย้วยขนาดนี้ใครก็มองรู้น่า ย้วยขนมย้วยแอลกอฮอล์ เดี๋ยวพออายุมากขึ้นก็อ้วนเอาไม่อยู่ถ้าไม่รีบปรับพฤติกรรมเสียตั้งแต่ตอนนี้” หญิงสาวอธิบายกลบเกลื่อน

                “พูดจาคุ้นหู เหมือนเคยได้ยินจากไหนมาก่อน คล้ายๆ เทรนเนอร์ออนไลน์คนหนึ่งบนเน็ตเลย เคยเห็นน้องสาวเปิดดูอยู่ผ่านๆ” อินทัชเอ่ยพลางทำหน้าครุ่นคิด

                “อ๋อ ช่องแพลนนารีฟิตรูม น้องสาวพี่ชอบดูมาก เคยเห็นผ่านตา เจ้าของช่องเขาหุ่นดี พูดจาดี สอนเข้าใจง่ายด้วย แต่น้องสาวพี่มันก็ยังอ้วน งงกับมันจริงๆ”

                เพลินนารีลอบอมยิ้ม เจ้าของช่องที่อินทัชว่านั่งปลื้มอกปลื้มใจที่ยังมีคนจำได้ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเธอห่างหายจากการลงคลิปใหม่มาเกินสัปดาห์แล้วด้วยความเหนื่อยล้าจากงาน

                “แต่แปลกอยู่อย่าง เจ้าของช่องกลับถ่ายให้เห็นแต่คอลงมา ได้ยินแค่เสียงกับหุ่น อยากเห็นหน้าสักหน่อยว่าจะสวยเหมือนหุ่นหรือเปล่า แต่ก็คงเป็นกิมมิคของเขาล่ะมั้งที่ไม่ยอมถ่ายให้เห็นหน้า ก็แปลกดี ไม่เคยเห็นช่องสอนออกกำลังช่องไหนเขาทำกัน”

                อินทัชยังว่าไปเรื่อย ก่อนจะกลับไปสนใจสาวทรงโตแอบย้วยในห้องแชทต่อ

                ที่ผู้จัดการหนุ่มตั้งข้อสงสัย ถือว่าถูกไปเกือบครึ่งที่เธอตั้งใจให้เป็นกิมมิคเล็กๆ ที่ต่างจากคลิปออกกำลังกายของคนอื่น เพราะคิด (เอาเอง) ว่าการที่ถ่ายไม่เห็นหน้า เรียกความน่าสนใจและเป็นหัวข้อสนทนามากกว่าปกติ นั่นหมายถึงยอดวิวที่พุ่งขึ้นตามความสงสัยใคร่รู้ของคนทั่วไป ซึ่งถ้าทำเหมือนกันหมดกับคนอื่น คงยากที่เธอจะดึงคนให้มาสนใจคลิปได้กว่าเทรนเนอร์หน้าตาสวยใสทั้งหลาย อย่างน้อยๆ ให้คนตั้งข้อสงสัยว่าเธอสวยหรือไม่สวยต่อไปนั่นแหละดีแล้ว

                แม้เบนจามินจะชอบค่อนขอดว่าเธอกลัวคนมาคอมเม้นว่าไม่สวย แต่อันที่จริงแล้วเธอแค่ไม่อยากให้ใครเห็นหน้าต่างหาก ไม่อยากเป็นจุดสนใจในชีวิตจริง สนใจเธอแค่ในอินเตอร์เน็ตก็เพียงพอแล้ว เพราะเคยมีเน็ตไอดอลสาวคนหนึ่งถูกคนโรคจิตตามตื้อถึงบ้าน หรือแม้กระทั่งเด็กสาววัยรุ่นที่ชอบเต้นโชว์ให้เห็นกันเต็มอินเตอร์เน็ต ถูกคนแปลกหน้าป้วนเปี้ยนแถวบ้านก่อนจะโดนฉุดหายไป เพลินนารีไม่อยากเป็นเฉกเช่นคนเหล่านั้น

                “เขาอาจจะสวยมากจนกลัวคนดูแสบตาตลอดเวลา นึกว่านางฟ้าลงมาจุติก็ได้มั้ง” หญิงสาวเอ่ยกลั้วหัวเราะ ก่อนจะยืดตัวเตรียมความพร้อมออกไปยืนช่วยชาญชัย เพราะใกล้จะหมดเวลาพักเที่ยงของเธอแล้ว

                “เออ... ว่าแต่เพลินเห็นพี่อัคบ้างมั้ย” จู่ๆ อินทัชกลับกล่าวถึงอัคราขึ้นมา หญิงสาวที่แทบลืมไปแล้วว่าเจ้านายหนุ่มเคยมางานถึงกับต้องหยุดคุยต่อ

                “เขามางานด้วยเหรอ เพลินไม่เคยเห็นเลย” นับตั้งแต่วันเปิดงานให้ผู้เข้าชมทั่วไปเข้างานได้ เพลินนารีก็ไม่เคยเห็นเจ้านายหนุ่มตามที่บอกจริงๆ

                “มาสิ สงสัยมาวันที่เพลินอยู่ พี่แกคงไม่ได้เข้าล่ะมั้ง” อินทัชว่า

                แต่คนตำแหน่งเล็กกว่าไม่รู้เลยว่านั่นคือคำโกหกคำโต เพราะอัคราเข้ามาอยู่ในงานทุกวัน วันละนานๆ แต่แค่อยู่ตามร้านกาแฟด้านล่างฮอลล์ ไม่ก็หลบมุมที่ไหนสักที่เงียบๆ โดยมีอินทัชคอยเข้าไปรายงานผลการจัดงานแต่ละวัน รวมถึงรายงานการทำงานของพนักงานแต่ละคนอีกด้วย

                ก็อัครานั่นแหละสั่งไม่ให้อินทัชบอกใครว่าเขาเข้ามาดูความเคลื่อนไหวของพนักงานทุกคนอยู่ตลอดเวลาว่าคนไหนต้องการความช่วยเหลืออะไรเพิ่มเติมหรือไม่ 

                “แปลกนะ เพลินว่าคุณอัคดูเงียบๆ ไป หรือที่จริงแอบซุ่มดูพฤติกรรมอยู่ ไม่ก็ส่งสายมาคอยสืบว่ามีพนักงานคนไหนอู้หรือเปล่า” เพลินนารีหรี่ตามองอินทัชอย่างจับผิด

                “สภาพนั้นจะไหวอะไร เอาแค่ฟังรายงานแต่ละวันรู้เรื่องก็ลำบากแล้ว ไม่มีกะจิตกะใจมาใส่ใจอะไรขนาดนั้นหรอก”

                อินทัชพูดโดยไม่ได้มองคู่สนทนา เพราะรูปสาวๆ ในโทรศัพท์ดึงดูดสายตากว่าอีกคนเป็นไหนๆ นั่นก็เพราะอินทัชรู้แล้วว่าตัวตนจริงๆ ของเพลินนารี เหมือนเพื่อนชายมากกว่าที่จะเป็นหญิงสาวพราวเสน่หาน่าจีบเหมือนเมื่อวันแรกที่ได้เจอ

                นับตั้งแต่ที่เพลินนารีตะโกนโหวกเหวกในวงเหล้ากับเหล่าช่างตอนวันที่ฉลองให้เธอปล่อยรถเองคันแรกได้ อินทัชก็พอจะเข้าใจว่าควรวางเพลินนารีไว้แค่เพื่อนร่วมงาน อย่าได้ริเลื่อนขั้นกับแม่สาวห้าวคนนี้เลยเชียว

                ครั้นพอโดนสายตาจับผิดของเซลล์สาวป้ายแดงประจำโชว์รูม อินทัชก็หน้าเสียที่เพิ่งคิดได้ว่าเผลอพูดอะไรออกไปอย่างลืมตัว

                เรื่องของเจ้านาย เพลินนารีที่มาใหม่ไม่ควรรู้ แต่ทว่าคงช้าไป

                “คุณอัคมีปัญหากับแฟนเหรอ”

                เซลล์สาวเปลี่ยนใจจะเดินออกจากห้องพักพนักงาน หันมาลากเก้าอี้นั่งลงไปใหม่ พลางจ้องหน้าอินทัชอย่างต้องการคำตอบ

                “ไม่มีอะไรหรอกน่า อย่ารู้เลย” อินทัชเฉไฉ

                “มองจากดาวอังคารยังรู้ ทำมาเป็นกลบเกลื่อน” หญิงสาวเบะปาก

                “รู้ได้ไง” อินทัชถาม

                “โถ... เม้าส์กันสนุกตั้งแต่วันแรกๆ ที่เพลินเข้ามาทำงาน แค่นี้เดายากตรงไหน ว่าแต่เขามีปัญหากับแฟนอีกแล้วเหรอ”

                “ทำนองนั้น แต่ครั้งนี้ดูไม่แย่เท่าไหร่มั้ง ยังพอทำงานได้อยู่ แค่เซ็งๆ เบื่อๆ ก็เลยแปลกใจนิดหน่อย”

                “ปกติต้องซังกะตายกว่านี้” ผู้จัดการหนุ่มเล่า

                “นี่ขนาดอย่ารู้เลยนะ ถ้าอยากรู้จะเล่าขนาดไหนเนี่ย” เพลินนารีกลั้วหัวเราะเล็กน้อย

                “ถ้าอย่างนั้น วันจบงานชวนคุณอัคไปก๊งกับพวกเราดีมั้ยพี่ทัช” เพลินนารีเสนอ แม้จะไม่รู้ว่าอัครามีปัญหาอะไร แต่ในเมื่อทุกคนในโชว์รูมนัดกันแล้วว่าจะไปสังสรรค์ อย่างน้อยๆ ถ้าอัครามีเรื่องไม่สบายใจอยู่ ก็น่าจะชวนเขาไป ในฐานะที่ก็เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรเช่นกัน

                “จะดีเหรอ ไม่มีใครเคยชวนพี่อัคไปเลยสักครั้งนะ มีแต่พวกพนักงานกันเองตลอดเลย” อินทัชปฏิเสธแทนอย่างรวดเร็ว

                แต่เพลินนารีกลับยิ้มอย่างหมายมาด

                “เถอะน่ะ เดี๋ยวจัดการเอง”



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น