ยุทธการคานกระเด็น

ตอนที่ 13 : EP.10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 83
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    21 มิ.ย. 63

 

“ค่ะคุณอัค” 

                “นี่ ช่วยแนะนำฉันทีว่าควรทำยังไง” 

                เสียงของอัคราดูร้อนรนเกินกว่าเหตุ พาลเอาหญิงสาวตกใจไปด้วย ยังไม่ทันที่จะตอบอะไร เจ้านายหนุ่มก็ชิงเล่าขึ้นมาเสียก่อน

                “ฟ้าไม่สนใจฉันเลย เอาแต่ไลฟ์สดบ้าบออะไรลงเพจอย่างเดียว ข้าวปลาก็กว่าจะได้กิน ฉันปวดหัวไปหมดแล้ว” 

                เพลินนารียกมือกุมขมับ คิดไว้ในใจแล้วว่าต้องไม่พ้นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของอัคราเอง แต่เธอก็ยังเต็มใจให้คำปรึกษาด้วยความสงสาร ที่ไหนๆ เจ้านายของเธอก็พยายามปรับปรุงตัวเองมาถึงขนาดนี้แล้ว

                “เดี๋ยวก็เลิกแล้วละมั้งคะ ใครจะไปถือกล้องกินได้ตลอดเวลา บ้าแล้ว” หญิงสาวปลอบ

                “มือนึงตักข้าว มือนึงถือกล้องไงล่ะ นี่ยังมาถ่ายฉันเข้าเฟรมไปด้วยอีกคน” อัคราทำเสียงเหนื่อยหน่าย

                “แล้วจะให้เพลินทำยังไงล่ะคะ

                “เธอเป็นผู้หญิงเหมือนกัน ไม่มีวิธีไหนที่จะทำให้ฟ้าเลิกทำแบบนั้นแล้วมาสนใจฉันบ้าง ไม่มีเหรอ” 

                เพลินนารีถึงกับลอบถอนหายใจ “เขาอยู่กับอะไรแบบนั้นแล้วมีความสุขมั้ยคะ”

                “ถ้าดูแล้วมีความสุข คุณอัคก็ควรจะปล่อยให้คุณฟ้าเขาทำค่ะ แค่สักพักเดี๋ยวก็เลิก ไม่มีใครถือกล้องไลฟ์สดได้ตลอดเวลาหรอก หรือถ้าไม่โอเคเอามากๆ คุยกับคุณฟ้าดีๆ ค่ะ ว่าตอนนี้เป็นเวลาของเราสองคน คุณอัคอยากใช้เวลาอยู่กับคุณฟ้าให้นานอีกนิดก่อนจะหมดวัน ก็ว่ากันไปค่ะ” หญิงสาวแนะนำ ได้ยินเสียงปลายสายถอนหายใจออกมาเช่นกัน

                “ฉันไม่โอเคตรงที่ฟ้าพยายามถ่ายหน้าฉันออกกล้องนี่แหละ”

                “บอกคุณฟ้าค่า บอกเพลิน เพลินก็ช่วยอะไรไม่ได้” เพลินนารีตอบเสียงยานคาง

                เธอไม่เข้าใจว่าผู้ชายนี่ยังไง ไม่ชอบแบบไหนก็แค่พูดออกไป การพูดแบบบัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่นก็ออกจะมีเยอะแยะแต่กลับเลือกจะปิดเงียบเอาไว้ รอวันทนไม่ไหวเอาอย่างเดียว

                ก็เพราะว่ามีอะไรในใจแล้วไม่ยอมพูดคุยกันตรงๆ นี่ล่ะ ปัญหาโลกแตกอันดับหนึ่งของทุกคู่เลยเชียว 

                เธอล่ะเจอ (เรื่องชาวบ้าน) มาเยอะ     

                “เธอนี่เข้าใจพูดนะ โอเค เดี๋ยวฉันจะลองไปทำตามก็แล้วกัน ถ้าไม่ได้ผลจะหักเงินพิเศษเธอ”

                เจ้านายหนุ่มทำเสียงฮึดขึ้นมา เพลินนารีก็ได้แต่เป็นกำลังใจอยู่ห่างๆ หวังว่าอัคราจะทำสำเร็จ

                หมายใจแค่ว่าความฝันอยากมีครอบครัวของอัครา อาจจะสำเร็จไปได้ด้วยดีสักที 

                แต่กับเน็ตไอดอลสาวที่อายุห่างกันเป็นสิบปี เธอก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคู่นี้จะไปกันรอดมั้ย 

 

                นึกถึงคำพูดอันน่าห่อเหี่ยวใจของอัคราแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้าไปช่วย เธอน่ะศิราณีตัวแม่มาแต่ไหนแต่ไร เห็นคนมีปัญหาทางใจเป็นต้องเข้าไปวุ่นวายด้วยทุกที

                โดยเฉพาะอัครา ที่มีคนอุตส่าห์ฝากฝังมาด้วยแล้ว เธอก็คงต้องช่วยให้ตลอดรอดฝั่ง เหมือนกับที่เธอช่วยให้คนฝากได้เป็นฝั่งเป็นฝาจนสำเร็จแล้วนั่นล่ะ

                “ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้หญิงเขาไม่ชอบอะไรในตัวฉัน ถึงได้พากันหนีหมด”

                อัคราเปรยขึ้น ในระหว่างที่เธอโดนเรียกตัวเพราะความจุ้นจ้านไปทักเรื่องกลิ่นน้ำหอมแสนฉุนของเขา

                “ถ้าคุณอัคอยากจะเข้าใจผู้หญิง เพลินบอกได้เลยว่าไม่มีทางค่ะ เหมือนที่ผู้หญิงก็อยากจะเข้าใจผู้ชายเช่นกัน” เธอตอบไปตามตรง ผลที่ได้คือสีหน้าห่อเหี่ยวของคนเป็นเจ้านาย 

                “ถ้าเธอไม่ทักขึ้นมาก่อนว่ากลิ่นนี้ไม่เหมาะ ฉันก็คงออกไปทั้งอย่างนั้น แล้วก็คงไม่รู้ตัวเลยว่าทั้งโชว์รูมไม่มีใครชอบกลิ่นนี้เลย เหมือนกับที่ผ่านๆ มา ที่ไม่มีใครชอบฉันจริงๆ สักที” 

                เพลินนารีรู้สึกเห็นใจอย่างบอกไม่ถูก

                “ทุกครั้งที่เริ่มต้นใหม่ ก็เหมือนจะไปได้ดี แต่สุดท้ายแล้วก็โดนทิ้งทุกที ฉันมีอะไรไม่ดีตรงไหน” 

                อัคราเอ่ยอย่างคนหาที่ระบายมากกว่าที่จะถามหาคำตอบจริงจัง เพลินนารีจึงได้แต่นั่งเงียบๆ ให้เจ้านายหนุ่มได้พูดออกมาจนกว่าเขาจะสบายใจ 

                “คนเราไม่มีอะไรดีไปเสียทุกอย่างนี่คะ สิ่งที่เราคิดว่าดี แต่อีกคนอาจว่ามันไม่พอดี คุณอัคยังโชคดีนะคะ ที่ยังไม่เลยเถิดไปจนถึงขั้นแต่งงาน เพราะถ้าถึงขั้นนั้นแล้วพึ่งจะมารู้ตัวกันทีหลัง เวลานั้นจะยิ่งเจ็บปวดมากกว่าเดิม”

                หญิงสาวปลอบไปตามเรื่องตามราว ไม่รู้เลยว่าคำพูดประโยคนั้น จี้จุดเจ้านายเข้าอย่างจัง เพราะสีหน้าที่ว่าหม่นหมองเมื่อก่อนหน้านี้ กลับยิ่งเศร้าไปกว่าเดิมอีก 

                เสียงหึในลำคอของเจ้านายหนุ่ม ดังขึ้นราวกับอยากจะซ้ำเติมตัวเอง

                “เธอนี่ เชื่อเลยจริงๆ ว่าทำไมแม่ฉันถึงอยากรับเข้าทำงาน พูดเก่งขนาดนี้ ดูท่าแล้วเธอคงมีประสบการณ์มากสินะ ถึงได้มองออกไปเสียหมด” 

                “ลองมองให้เป็นเรื่องดีไว้สิคะ การที่โดนทิ้ง อาจจะเพราะเรายังพยายาม หรือยังมีความรักในตัวอีกคนหนึ่งไม่พอ ไม่ใช่ว่ามันจะต้องเป็นเพราะเราไม่ดี เราแค่อาจไม่พอสำหรับความต้องการของเขาก็ได้”

                “แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราเจอคนที่พอดีกับเรา ปัญหาเรื่องเล็กน้อย มันก็ช่วยกันแก้ไขได้ อยู่ที่ว่าที่ผ่านมาของคุณอัค คุณอัคแก้ปัญหานั้นคนเดียว หรือว่าพยายามกันแล้วทั้งสองฝ่าย ถ้าพยายามด้วยกันทั้งสองฝ่ายแล้วยังมีปัญหาอีก ก็ควรจะแยกย้ายกันดีกว่าทนอยู่นะคะ”

                เพลินนารีตอบราวกับไลฟ์โค้ชสอนแก้ปัญหาชีวิตก็ไม่ปาน

                ก็ไม่แปลก เพราะเธอนี่แหละ เจ้าแม่แก้ปัญหาให้เบนจามินมาไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยครั้ง ถ้าเปิดคอร์สสอนได้ เธอทำไปนานแล้ว

                

                อัคราเห็นแฟนสาวนั่งอยู่กับโต๊ะนิ่งๆ ไม่ถือไม้เซลฟี่พร้อมไลฟ์สดอย่างเคย ชายหนุ่มนึกแปลกใจ หย่อนกายลงนั่งประจำที่พลางสอดส่ายสายตามองหาโทรศัพท์เครื่องคู่ใจของฟ้าระวีแต่ก็ไม่พบ พบเพียงดวงหน้าหวานงอง้ำคล้ายจะร้องไห้ 

                “เลิกไลฟ์แล้วเหรอคะ” เขาถาม แต่กลับได้คำตอบเป็นแก้มกลมตุ๊บป่องและหันหน้าหนี

                “ขืนไลฟ์ต่อสิคะ คนจะได้คิดว่าฟ้าถูกพี่อัคทิ้ง” ฟ้าระวีตอบอย่างงอนๆ 

                ชายหนุ่มได้แต่เกาศีรษะแกรก พยายามหาความเชื่อมโยงในประโยคเป็นอย่างมาก สังเกตได้จากหัวคิ้วทั้งสองข้างของเขาเริ่มขมวดเป็นปมเข้าหากัน

                “ก็พี่อัคหายไปนาน ไม่รู้ว่าเข้าห้องน้ำจริงหรือแกล้งทิ้งฟ้าเอาไว้คนเดียวกันแน่ ถ้าคนดูถามขึ้นมา ฟ้าจะตอบยังไง” 

                อัคราเผลอกุมขมับ แต่ก็รีบลดมือลง เมื่อเห็นสายตาเอะใจของฟ้าระวี 

                “ใครจะทิ้งคะ ขืนทำแบบนั้นจะต้องมีเด็กร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่ๆ” ชายหนุ่มรีบกล่อมแฟนสาวทันที

                “ฟ้าขอโทษนะคะที่เอาแต่ไลฟ์ แต่ทั้งหมดนี่มันเป็นงาน ฟ้าก็ต้องทำ เดี๋ยวคนจะมาว่าเอาได้ว่าได้แฟนรวยหน่อยก็ไม่หยิบจับทำอะไรเลย ฟ้าไม่อยากเป็นแบบนั้นค่ะ” ฟ้าระวีหน้าสลด

                พาลเอาอัคราสลดไปด้วยที่เขาออกอาการรำคาญกลายๆ ไปก่อนหน้านั้น 

                แฟนสาวเขาคิดดีขนาดนี้ ก็ยังจะไปคิดเล็กคิดน้อยอีก

                “ไม่เป็นไรนะคะ ฟ้าเก่งมากๆ ทานเถอะค่ะ อาหารเย็นชืดหมดแล้วมั้งเนี่ย” อัคราเอื้อมไปลูบกลุ่มผมน้ำตาลอมทองเป็นประกายด้วยความเอ็นดู ฟ้าระวียิ้มรับอย่างน่ารักก่อนจะส่งชิ้นเนื้อเสต๊กเข้าปากด้วยความสุขใจ

                ระหว่างทางเดินจากร้านอาหารมาร้านของหวาน ฟ้าระวีหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเป็นระยะ แต่ก็ยังเกรงใจชายหนุ่มด้วยการรีบดูรีบเก็บ และกอดแขนอัคราอย่างออดอ้อนแทน จนกระทั่งทั้งคู่มาถึงร้านขนมหวานที่ฟ้าระวีโปรดปราน

                แฟนสาวแสดงอาการดีใจจนอัคราหลุดหัวเราะให้กับความน่ารักอย่างเป็นธรรมชาติ พลางดันตัวฟ้าระวีให้รีบเข้าไปนั่งข้างใน 

                หญิงสาวเลือกมุมที่น่ารักที่สุดในร้าน เตรียมจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดโปรแกรมไลฟ์ แต่ก็ต้องล้มเลิกความคิดแล้วทำเพียงแค่การถ่ายรูปมุมต่างๆ เอาไว้แทน โดยมีอัคราเป็นช่างภาพช่วยถ่ายให้ด้วย

                เค้กไอศกรีมมาเสิร์ฟเป็นอย่างแรก และฟ้าระวีก็ไม่พลาดที่จะถ่ายรูป อัคราปล่อยเลยตามเลย เพราะเข้าใจในงานของแฟนสาว 

                “พี่อัคคะ” ฟ้าระวีเรียกเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ หลังจากที่อ่านและพิมพ์โต้ตอบอะไรบางอย่างในโทรศัพท์เป็นนานสองนาน

                “คือว่าฟ้ามีงานรีวิวรีสอร์ทเข้ามาน่ะค่ะ”

                อัคราพยักหน้ารับทราบ ชายหนุ่มเคยได้ยินเป็นประจำ เรื่องการใช้บริการคนดังบนโลกอินเตอร์เพื่อการนำเสนอขายสินค้าประเภทต่างๆ เพราะเขาเองก็เคยให้อินทัชติดต่อดาราที่กำลังมีกระแสในตอนนั้นๆ โปรโมทโชว์รูมของตัวเองเช่นกัน

                “แต่ว่าฟ้าไม่มีคนติดตามไปด้วย เพื่อนฟ้าที่คอยเป็นตากล้องเขาไม่ว่างน่ะค่ะ” 

                ชายหนุ่มพยักหน้าตามเดิม ไม่ได้เอะใจ จนเงยหน้าจากจานขนมมาพบฟ้าระวีทำแก้มป่องอีกแล้วนั่นแหละ เขาถึงเพิ่งจะรู้ตัวว่ามีอะไรผิดปกติ

                อัครากำลังจะอ้าปากถาม แต่แฟนสาวกลับชิงพูดขึ้นมาก่อน

                “พ่อแม่ฟ้าก็ไม่ว่างค่ะ ท่านไปครบรอบฮันนีมูนกันวันนั้นพอดี น่าอิจฉาจัง” 

                “ทางรีสอร์ทกำหนดวันไว้เหรอคะว่าต้องให้ไปวันที่เท่านั้นเท่านี้” อัคราถาม แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นที่พอใจแก่ฟ้าระวีเสียเท่าไหร่

                “รีสอร์ทเขาก็กำหนดให้กว้างๆ ภายในเดือนนี้แหละค่ะ แต่นี่ก็จะหมดเดือนแล้ว แถมฟ้าก็เหลือวันว่างในตารางแค่วันเดียว” 

                ชายหนุ่มทำทีท่าครุ่นคิดตามที่แฟนสาวกล่าวมา เขากำลังหาทางแก้ไขให้ แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี ฟ้าระวีก็ทำเสียงจิ๊จ๊ะขัดใจในลำคอขึ้นมาเสียก่อน 

                “ถ้าต้องไปคนเดียวฟ้ากลัวขับรถไม่ไหวแน่ๆ เลย ตั้งระยองแน่ะค่ะ พี่อัคดูสิคะ” ฟ้าระวียื่นโทรศัพท์ให้เขา เพื่อที่จะให้ดูถึงการนัดแนะของรีสอร์ท แต่อัคราปฏิเสธ เพราะเพิ่งคบกันไม่นาน เขาไม่อยากละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัว ถึงแม้แฟนสาวจะเต็มใจให้ดูเองก็ตาม 

                ชายหนุ่มระบายลมหายใจออกน้อยๆ ก่อนจะยิ้มให้

                “ไม่เป็นไรค่ะ เอาอย่างนี้แล้วกัน ฟ้าส่งที่อยู่ของรีสอร์ทมานะคะ เดี๋ยวพี่เป็นคนขับรถให้เอง ดีมั้ย” 

                อัคราเอ่ยอย่างอ่อนโยน จนฟ้าระวีเขินหน้าแดงไปหมด ริมฝีปากอวบอิ่มขบเม้มด้วยอาการเอียงอาย ก่อนจะเอ่ยถามเขาไป

                “เป็นช่างภาพให้ด้วยได้มั้ยคะ” แฟนสาวถามเสียงหวาน

                “ได้สิคะ แต่พี่ถ่ายรูปไม่เก่งเท่าฟ้า จะทำให้งานของฟ้าออกมาแย่หรือเปล่า” 

                “ไม่เป็นไรค่ะ ฟ้าเช็คให้ทุกรอบอยู่แล้ว ขอแค่พี่อัคไปด้วย ฟ้าก็ดีใจจะแย่ จนอยากไปวันพรุ่งนี้มะรืนนี้แล้วค่ะ” 

                หญิงสาวออดอ้อน

                ในขณะที่อัคราได้แต่ยิ้ม ยิ้ม และยิ้ม...

                เพราะตัวเขาเองยังไม่ได้เปิดดูตารางงานในปฏิทินเลยแม้แต่น้อย แต่ดันไปตกปากรับคำแฟนสาวเข้าให้แล้ว

 

 

ขอโทษนะคะที่มาช้าไปสองวัน ปกติตั้งใจจะอัพวันเว้นวัน แต่ดันไม่สบาย โดนน็อกร่วงจ้า 

อัพเป็น EP เพราะนี่ยังไม่รู้จะตั้งชื่อแต่ละตอนว่ายังไง นึกออกค่อยมาใส่ทีหลังได้มั้ยอะ 555555

ขอบคุณทุกยอดวิวค่ะ #กราบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น