ยุทธการคานกระเด็น

ตอนที่ 12 : EP.9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 92
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    18 มิ.ย. 63

อัคราส่องความเรียบร้อยของตัวเองผ่านกระจกหน้าต่างรถยนต์ วันนี้เขาแต่งตัวตามคำแนะนำของลูกจ้างสาวมาอย่างจัดเต็ม จนถึงขนาดที่เพลินนารีให้คะแนนห้าดาวทันทีที่เขาส่งรูปไปให้เช็คความเรียบร้อย 

                เขาเองก็รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกันที่ก่อนหน้านี้ แค่ใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ หรือมีเสื้อตัวไหนก็จับคู่กับกางเกงไปให้เสร็จๆ ก็พร้อมจะออกจากบ้านได้โดยไม่ต้องกังวลอะไร เพราะแค่ใช้หน้าตา ก็น่าจะกินขาดเกินชุดไปไหนต่อไหน เลยไม่เคยใส่ใจว่าตัวเองจะต้องแต่งตัวพิถีพิถันกว่านี้ไปทำไม มารู้ตัวเอาก็ตอนเพลินนารีทักว่าเขามาเก็บค่าเช่าแผงนี่ล่ะ

                พอได้เปิดดูแฟชั่นการแต่งตัวให้เหมาะกับรูปร่างที่ลูกจ้างสาวส่งมาให้ศึกษาและลองทำตามดูแล้ว เขาก็พอจะเข้าใจว่า การเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองได้ง่ายๆ มันเป็นเช่นไร 

                เพราะฟ้าระวีดูจะตื่นเต้นตื่นตามากที่ได้พบเขาในวันนี้ หลังจากที่ตามงอนง้อกันมาจะร่วมสัปดาห์ แต่หัวข้อที่เป็นประเด็นอัคราก็ยังไม่ทราบอยู่ดีว่าฟ้าระวีงอนอะไร เพลินนารีบอกให้ขอโทษไปก่อน เขาก็เลยทำตาม ผลปรากฎว่ามันออกมาดีและได้ผล   

                เห็นทีว่าจะต้องให้ทิปเพิ่มอีกสักหน่อย

                “พี่อัคคะ” ฟ้าระวีวิ่งเข้ามาหาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเต็มที่ พร้อมกับไม้เซลฟี่ที่มีโทรศัพท์ติดอยู่ปลายไม้ 

                “วันนี้ฟ้าจะพาทุกคนไปทานอาหารด้วยกันนะคะ พี่อัคเลือกร้านไว้แล้วหรือยัง” 

                ฟ้าระวีหันไปพูดกับกล้องแทบจะทันทีที่วิ่งมาถึงตัวอัครา ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่ชายหนุ่มกำลังจะเอ่ยทักแฟนสาว แต่ก็ต้องหยุดชะงักไปเพราะหล่อนไม่ได้พูดกับเขา แต่พูดอยู่กับยอดผู้ชมไลฟ์สดที่จะขึ้นหลักพันอีกในไม่ช้า

                ครั้งนี้เป็นหนที่สามแล้วที่ฟ้าระวีคุยกับยอดผู้ชมผ่านไลฟ์ มากกว่าคุยกับเขาเสียอีก

                “ฟ้าคะ แปบนึงได้มั้ย” อัครากระซิบข้างๆ ซึ่งฟ้าระวีที่กำลังสนใจทักทายแต่กับยอดผู้เข้าชม หันมาตามเสียงเรียก 

                จมูกโด่งที่ผ่านการปรับแต่งโดยหมอศัลยกรรมผู้เชี่ยวชาญจากเกาหลี ที่เป็นสปอนเซอร์ให้ฟ้าระวีทำศัลยกรรมฟรี แลกกับการโฆษณาในเพจของหล่อน หันมาชนเข้ากับริมฝีปากหนาแทบจะพอดี 

                ฟ้าระวีจึงหน้าแดงก่ำขึ้นมา พอๆ กับที่อัคราก็ตกใจผละออกเล็กน้อยเช่นกัน

                “พี่อัคคะ คนดูตั้งเยอะ อย่าทำให้เขาอิจฉากันสิคะ” อัคราโดนแฟนสาวตีเข้าที่แขนล่ำเบาๆ อย่างขวบเขิน ก่อนจะหันไปพูดกับกล้องและชี้นิ้วทำท่าหมั่นเขี้ยวที่ดูน่ารักน่าชัง

                “ใครคอมเม้นอิจฉามาตอนนี้จะไม่แจกของฟรีนะจะบอกให้”

                อัคราเกาศีรษะเก้อ เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำอะไรทั้งนั้นนอกจากให้ฟ้าระวีหยุดไลฟ์ แล้วไปทานข้าวกันดีๆ ก่อน 

                “ฟ้า พี่ว่าเราพักการไลฟ์แล้วไปทานข้าวกันก่อนดีมั้ยคะ กินไปไลฟ์ไปแบบนี้จะอร่อยเหรอคะ”

                ได้ผล... ฟ้าระวีละสายตาออกจากกล้อง แต่กลับมองเขาด้วยสีหน้าแสนงอน

                “ไหนพี่อัคบอกว่าวันนี้จะตามใจฟ้ายังไงล่ะคะ แค่นี้ก็ขัดเสียแล้ว” 

                “มันไม่ใช่อย่างนั้นนะคะฟ้า พี่แค่อยากให้เราได้มีเวลาคุยกันสองคน แบบ... สองต่อสองบ้าง”

                ประโยคท้าย อัคราพยายามกระซิบเสียงเบา เพราะกลัวว่าเสียงจะหลุดเข้าไปในกล้องที่แฟนสาวไลฟ์สดอยู่

                “แต่ว่าร้านนี้ฟ้ายังไม่เคยมาทาน แล้วก็อยากมานานแล้วด้วย มันเป็นปกติของฟ้านะคะที่ถ้าไปร้านไหนเป็นครั้งแรกก็จ้ะองไลฟ์สดรีวิวรสชาติอาหารไปด้วย ถือเป็นงานอย่างหนึ่งเหมือนกันเพราะฟ้าได้เงินจากยอดผู้เข้าชมนี้นะคะพี่อัค” 

                ฟ้าระวีเสียงอ่อย ใบหน้างอง้ำเล็กน้อยราวเด็กถูกขัดใจ จนอัคราอ่อนใจ 

                “ฟ้าไม่อยากให้ใครมาครหาว่าฟ้าคบกับพี่อัคเพราะพี่หล่อรวย แล้วฟ้าก็มาเกาะกินไปวันๆ” 

                แฟนสาวยิ่งทำหน้าเศร้าไปกว่าเดิม แม้ว่ากล้องจะไม่ถูกหันมาให้เห็นใบหน้า แต่อัคราก็กลัวเหลือเกินว่าทั้งภาพทั้งเสียงจะหลุดเข้าไปในไลฟ์สดนั่น

                “โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะคะ คนขยันแบบนี้พี่จะไปห้ามลงได้ยังไง” ชายหนุ่มถอนหายใจ พลางระบายยิ้มเบาบางให้แฟนสาว มือหนาเอื้อมไปลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลทองอย่างเอ็นดู

                ‘มีแฟนเด็กก็ต้องตามใจหน่อยแหละวะ’  

                “พี่อัคน่ารักขนาดนี้ ฟ้าจะไม่ทนแล้วนะ” แขนของเขาถูกฟ้าระวีดึงไปกอดอย่างออดอ้อน ใบหน้าเล็กแต่มีแก้มน้อยๆ ซบลงที่ต้นแขน พลางถือกล้องขึ้นชู โชว์ความหวานให้ผู้ชมไลฟ์สดได้เห็น 

                อัครายิ้มหวานให้ แต่พยายามเบี่ยงหน้า ไม่ให้ใบหน้าของเขาเข้ากล้อง ถึงแม้จะชอบถ่ายรูปลงโซเชี่ยลเป็นประจำ แต่ก็ไม่ได้หมายความจะต้องมามีคนเห็นเขาทุกอิริยาบถตลอดเวลาเช่นนี้

                ชายหนุ่มทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากปล่อยให้แฟนสาวเดินไปถ่ายไปตามสะดวกอย่างไม่คิดขัดคอ

                

                “ทานกันก่อนมั้ยคะ” อัคราทักท้วง เมื่อเห็นฟ้าระวียังเอากล้องจ่ออยู่บนจานอาหาร ที่ทางร้านจัดออกมาได้น่าทานและสวยงามเป็นพิเศษอยู่อย่างนั้น แล้วก็พูดคุยกับแฟนคลับอย่างออกรสชาติ มากกว่าที่จะลงมือรับประทานอย่างจริงจัง

                “ใจเย็นค่ะ ให้แฟนๆ ได้ชมอาหารจานนี้กันอย่างทั่วถึงก่อน ดูสิคะ ร้านนี้จัดจานได้น่าทานมากๆ ราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด ทุกคนดูความฉ่ำของเนื้อเสต๊กชิ้นนี้นะคะ เป็นมีเดี่ยมแรร์ที่สมบูรณ์แบบมากๆ ถ้าหากใครมีโอกาสได้มาตามรอยฟ้าแล้วล่ะก็ อย่าลืมถ่ายรูปส่งมาแบ่งปันเพื่อนๆ ให้ได้ดูกันบ้างนะคะ” 

                ฟ้าระวีหันมาตอบอัคราสองสามคำ แต่ตอบแฟนคลับยาวเป็นหางว่าว จนเขาอ่อนใจเริ่มตักอาหารทานเอง

                “อะไรนะคะ อยากให้ฟ้าป้อนแฟน แหม อิจฉาคนมีแฟนกันใหญ่เชียวนะ” อัคราเงยหน้าเมื่อได้ยินคำว่าอยากให้ป้อน

                ชายหนุ่มทำหน้างง เขานี่น่ะหรือ อยากให้ป้อน?

                “พี่อัคคะ”

                ส้มของฟ้าระวียื่นมาจ่อตรงหน้าชายหนุ่ม ส้อมที่จิ้มมะเขือเทศสีแดงย่างสุก เนื้อฉ่ำๆ เละๆ ของโปรด...

                โปรดเอาไปทิ้ง... เพราะเขาไม่กินมะเขือเทศ!

                “อะไรคะ” อัคราขืนหน้าหนี แต่ปากก็ยังยิ้มเพื่อไม่ให้มีพิรุธ 

                “อ้ำค่ะ”

                ฟ้าระวียืนส้อมจิ้มมะเขือเทศเข้ามาใกล้ๆ อีก จนแทบจะยัดเข้ามาในปากเขาแล้ว อัคราจึงต้องยอมเปิดปากรับของไม่โปรดเข้าไปด้วยสีหน้ากล้ำกลืน แต่ก็ยังฝืนทนยิ้มให้อีกคน เพราะกล้องจับภาพอยู่

                รสสัมผัสแสนเกลียดค่อยๆ ละลายในปากอย่างช้าๆ อาการพะอืดพะอมเริ่มตีตื้นขึ้นมาต้นคอ แต่ยังอดทนกลืนลงไปอย่างลำบาก

                “เนี่ย พี่อัครู้นะคะว่าฟ้าไม่ชอบทานมะเขือเทศ ก็เลยอาสาทานให้ตลอด น่ารักมั้ยล่ะคะทุกคน” ฟ้าระวีหันไปตอบหน้าระรื่นกับกล้อง แล้วก็ตัดชิ้นเนื้อทานอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่ลืมที่จะพูดกับคนในกล้องมากกว่า

                อัคราได้แต่พึมพำอยู่ในใจ ‘ไปอาสากินมะเขือเทศให้ตอนไหนวะ!’ 

                “พี่ขอไปเข้าห้องน้ำสักแปบนะคะ” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเช็ดปาก           

                “โบกมือให้กล้องหน่อยค่ะพี่อัค” ฟ้าระวีทำท่าโบกมือเรียกให้เขาทำตามและมองกล้อง อัคราก็ทำตามอย่างว่าง่าย

                ก่อนจะหลบออกมาถอนหายใจเหนื่อยอ่อนหน้าห้องน้ำ

                 มือหนาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาติดต่อเบอร์ที่คุ้นเคยอย่างรวดเร็ว เบอร์ของเพลินนารี

 

                “เช็คดีๆ อย่าให้เป็นรอยเป็นด่างเชียวนะ” 

                สุธีพูดเสียงดังลั่นห้องช่าง ที่มีบรรดาช่างฝึกหัดกำลังรุมเช็คสภาพของรถคันหนึ่งอยู่ คันที่เพลินนารีจะนำไปมอบให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นคันแรกของเซลล์หญิงคนใหม่ ที่จะได้ปล่อยรถด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก หลังจากปล่อยผ่านพี่เลี้ยงมาแล้วสองคัน

                เพลินนารีจึงมาเกาะประตูกระจกห้องช่างมองดูการทำงานของช่างอย่างใจจดจ่อ

                “ไอ้พี่ธี! ทำไมปล่อยให้น้องดูรถกันเองแบบนั้น จะฟ้องหัวหน้าช่าง!” 

                หญิงสาวตะโกนเสียงดังแหวกประตูกระจกออกมาจนสุธีที่ทำเป็นนายใหญ่สะดุ้งโหยง

                “โอ้ยน้องเพลินจ๋า ถ้าไม่หัดเด็กใหม่จะทำงานกันเป็นได้ยังไงล่ะ” สุธีอ้าง

                “สะตอ! ขี้เกียจก็บอก! เวลาพี่รุ่งอยู่นะ เห็นขยันหัวหมุน พอพี่รุ่งไม่อยู่เข้าหน่อยแอบใช้น้อง นิสัย” เพลินนารีชี้นิ้วบ่นจนสุธีต้องยกมือไหว้

                “ทำไมคนหน้าตาดีต้องดุเหมือนหมางี้วะ เจอกันตอนแรกเห็นติ๋มๆ หงิมๆ” 

                “ได้ยินโว้ย!” 

                เพลินนารีตวาด

                สรัยฉัตรกับรุ่งเรืองเดินเข้ามายังห้องอาหารที่ต้องผ่านห้องช่างก่อน สองคนหิ้วถุงข้าวพะรุงพะรังเต็มสองมือ แต่ไม่วายที่หัวหน้าช่างอย่างรุ่งเรืองจะยกมือฟาดศีรษะสุธีไปทีหนึ่งทั้งที่มือยังถือของเต็มไปหมด

                “ทำงานให้ดีเหมือนปากหน่อยมึงนี่ เป็นถึงรุ่นพี่เขาแล้วยังทำตัวให้เด็กมันด่า” 

                “ซื้ออะไรมาเยอะแยะเนี่ยพี่ฉัตร”

                เพลินนารีเข้ามารับของที่สรัยฉัตรหิ้วมา มือเรียวยกขึ้นดู ทั้งหมดล้วนแต่เป็นอาหารทั้งสิ้น ประหนึ่งว่าโชว์รูมจะมีจัดงานเลี้ยงก็ไม่ปาน

                “พี่ทัชสั่งมาน่ะสิ นู่น... มานู่นแล้ว” สรัยฉัตรบุ้ยหน้าให้เธอหันไป เห็นอินทัชเดินยิ้มหวานมาพร้อมกับถุงน้ำอัดลมขวดลิตรอีกสามสี่ขวด

                “ฉลองอะไรกันคะ” เพลินนารีถาม

                อินทัชเอาแต่ยิ้มไม่ยอมตอบ

                “ฉลองที่แกปล่อยรถได้เองแล้วโดยไม่ต้องมีผู้ช่วยไง” สรัยฉัตรตอบแทน 

                “แต่ไม่ต้องซึ้งนะยะ พี่ทัชฉลองแบบนี้ให้ชะนีทุกคนย่ะ” 

                “อ้าวฉัตร ทำไมสกัดดาวรุ่งแบบนี้ล่ะ ไม่ไว้หน้าพี่เลยนะ” อินทัชตอบราวน้อยใจ แต่เขายังคงหัวเราะนิ่มๆ 

                “อย่าไปหลงกลพี่ทัชนะแก เขาก็จีบเด็กใหม่อย่างนี้ทุกคนแหละ” สรัยฉัตรเขยิบมากระซิบใกล้ๆ ให้ได้ยินกันสองคน แต่ก็เหมือนจะไม่ใช่แค่สองคน เพราะอินทัชทำหน้าดุชี้นิ้วคาดโทษสรัยฉัตรอยู่ไม่ไกล

                “จะว่าไป พี่เพลินนี่เสน่ห์แรงเหมือนกันนะ เจ้าของรถคันนี้ก็เหมือนจะจีบพี่อยู่” ชาญชัยที่เดินเข้ามาสมทบสักพักพูดขึ้น เรียกความสนใจจากทุกคนในห้องอาหารเป็นอย่างดี

                เพลินนารีหน้าขึ้นสีที่ชาญชัยพูดเช่นนั้น หญิงสาวทำหน้าเหรอหราราวไม่รู้เรื่องอะไร

                “ถ้าเขาจีบจริง เขาต้องซื้อรถให้พี่ใช้สิ ไม่ใช่ซื้อใช้เอง ก็แค่ลูกค้าธรรมดาๆ ไม่มีอะไรพิเศษสักหน่อย” หญิงสาวตอบเฉไฉ

                “อะไรยังไง ช่วงที่พี่ไม่อยู่มีเรื่องอะไรแบบนี้ด้วยหรือไง” อินทัชถามขึ้น

                “ใช่เลยพี่ทัช ก็ลูกค้าพี่เพลินน่ะ มาถึงก็เดินเข้าหาพี่เพลินก่อนเลย แถมไม่ถามอะไรสักคำ พี่เพลินว่าอะไรก็ว่าตามกัน เซ็นจองรถง่ายๆ เฉยเลย อย่างป๋า” ชาญชัยรีบเล่า

                “เกินไป เขาตั้งใจมาซื้ออยู่แล้วหรือเปล่า อย่ามาใส่ไข่น่ะ” เพลินนารีแย้ง

                หญิงสาวสะดุ้งเล็กๆ เมื่อโทรศัพท์ในกระเป๋าเกิดสั่นขึ้นมาไม่ทันตั้งตัว เห็นเป็นเบอร์ของอัครา ลูกตาก็เผลอกลอกตาบนอย่างลืมตัว

                เพลินนารีกดรับสาย พลางขอตัวออกนอกวงสนทนาชั่วครู่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Thumbnail Seller Link

สุภาพบุรุษ สุดที่ร้าย

จิณณะ

 

www.mebmarket.com

ฉายานางมารหน้าจิก เธอไม่ได้มาเพราะโชคช่วย “ทยาดา” หัวหน้าทีมฝ่ายขายสุดเนี๊ยบออกจะชอบฉายานี้เสียด้วยซ้ำไป เพราะเธอสวย และโหดมาก ฟาดได้ฟาด ฆ...

Get it now

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น