ยุทธการคานกระเด็น

ตอนที่ 11 : EP.8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 84
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    15 มิ.ย. 63

ร่างสูงที่เดินสวนมาระหว่างเธอกำลังเดินไปถ่ายเอกสาร เพลินนารีเกือบจะเดินชนไปแล้วถ้าหากเธอไม่เบรกเท้าเอาไว้เสียก่อน อัคราโผล่มาทางประตูเข้าด้านหลังสำหรับพนักงานที่เชื่อมต่อเข้ามาในโชว์รูม คิ้วของเจ้านายหนุ่มขมวดเป็นปม อีกทั้งอารมณ์เหมือนคนไม่อยู่ในช่วงที่จะเสวนากับใครดีๆ ได้ ทำให้หญิงสาวถอยกรูด แต่แล้วก็โดนเสียงเข้มเอ่ยเรียกไว้เสียก่อน

                “ทำอะไรหรือเปล่า ถ้าไม่ได้ทำ ขึ้นไปพบข้างบนหน่อย” 

                คำสั่งสั้นๆ อันทรงพลัง มีหรือเพลินนารีจะไม่ปฎิบัติตาม 

                “ติดลูกค้าค่ะ สักครู่... ใหญ่ๆ แล้วกันนะคะ” 

                ลูกจ้างสาวกำลังจะยกมือไม้โบกบ๊ายบายเป็นประจำที่ทำจนเคยตัว แต่ก็ยั้งมือเอาไว้ได้ยามเมื่อสำเหนียกขึ้นว่าคนเป็นนายไม่ได้อยู่ในอารมณ์อยากเล่นด้วย มือเรียวเลยยกไปเกาศีรษะแก้เก้อแทน

                เพลินนารีรีบหยิบแฟ้มใส่ชุดกระดาษที่ถ่ายมาให้ลูกค้าหนุ่มเซ็นรับ ดวงตากลมโตมองลายเซ็นบนกระดาษตาใส สีหน้าแลดูสดชื่นที่การเริ่มต้นวันทำงานวันนี้ เปิดฤกษ์ด้วยการมียอดจองเข้ามาทันที โดยที่เธอไม่ต้องเหนื่อยเกลี้ยกล่อมให้มาก หลังจากระแวงเพราะคนที่จะช่วยไม่อยู่เลยสักคน

                “ขอบคุณนะคะที่ทำให้วันนี้ของเพลินดูมีความหสังขึ้นมาอีกเยอะเลยค่ะ” เพลินนารีแสดงอาการดีใจอย่างไม่ปิดบัง 

                “คุณชนสะดวกรับรถวันไหนคะ มีฤกษ์ไว้ในใจแล้วหรือยัง”

                หญิงสาวสอบถามตามปกติ แต่ลูกค้าหนุ่มกลับนิ่งเงียบไป

                “ไม่รู้สิครับ ผมไม่เคยถือฤกษ์อะไร สะดวกเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น” 

                “คุณเพลินมีวันไหนดีๆ มั้ยล่ะครับ เพราะถ้าให้มีไว้ในใจ ผมคงไม่มีอะไรนอกจากให้คุณเพลินแนะนำดีกว่า” 

                เพลินนารีทำสีหน้าครุ่นคิดไปพักหนึ่ง ก่อนจะเปิดโทรศัพท์ค้นหาอะไรบางอย่าง แล้วเอ่ยขึ้น

                “เพลินมีแค่นี้แหละค่ะ ฤกษ์ออกรถทั่วๆ ไป คุณเชนลองดูหน่อยมั้ยคะ” เธอยื่นโทรศัพท์ให้เขา

                “คุณเพลินเกิดวันอะไรครับ”

                ลูกค้าหนุ่มถาม เพลินนารีเลิกคิ้วขึ้นทันที “ทำไมคะ” 

                “ตอบแค่เกิดวันไหนก็ได้ครับ ไม่ต้องมาเป็นวันเดือนปีเกิดก็ได้” 

                หญิงสาวเลิกคิ้ว สีหน้าของเธอคงบ่งบอกได้ถึงความมึนงงที่สะสมอยู่จนปิดไม่มิด และลูกค้าหนุ่มดูจะชอบใจที่เห็นเธอทำหน้าสงสัย    

                “วันศุกร์ค่ะ”

                “ถ้าอย่างนั้นผมรับรถวันศุกร์แล้วกันครับ” ลูกค้าหนุ่มตอบ

                “ถือว่าออกวันนั้นให้เป็นของขวัญคุณเพลิน ที่ดูแลผมเป็นอย่างดี” ราเชนทร์คลายข้อสงสัยให้

                “หมายถึงดูแลการขายให้เป็นอย่างดีน่ะครับ”

                ราวกับลูกค้าหนุ่มคงดูออก เขาจึงรีบพูดให้กระจ่างขึ้นมาอีกนิด 

                “ขอบคุณค่ะ เพลินเองไม่เคยนั่งหรือเคยสัมผัสกับรถพวกนี้มาก่อน อาจจะตอบอะไรได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็จะหาคำตอบและช่วยดูแลรถให้อย่างดีที่สุด เพราะเพลินเป็นคนขายให้แก่ลูกค้า เพลินต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกคิดไม่ผิดที่เลือกซื้อรถคันนี้จากเราไป ถ้าวันนี้เพลินบริการขาดตกบกพร่องตรงไหนต้องขอโทษและติติงกันได้นะคะ จะพยายามปรับปรุงการบริการให้ดีขึ้นค่ะ” 

                เพลินนารีกล่าวจบอย่างสวยงามเท่าที่ตัวเองคิดว่าจะจบให้ดีที่สุด หลังจากยื่นซองใบจองรถให้กับราเชนทร์เรียบร้อย หญิงสาวก็ประกบมือไหว้อย่างสุภาพ 

                “เฮ้ยคุณเพลิน ไม่ต้องครับ ไม่ต้องไหว้” ลูกค้าหนุ่มยื่นมือมาจับห้ามไม่ให้เธอไหว้พลางหัวเราะเสียยกใหญ่

                “ไหว้แบบนี้ผมเกรงใจแย่เลย เราน่าจะอายุไม่ห่างกันเท่าไหร่ แค่นี้ก็ซึ้งใจแล่วล่ะครับ” 

                เพลินนารียิ้ม ก่อนจะมองมือใหญ่ที่ยังคงจับมือเธอเอาไว้

                ราเชนทร์ที่เหมือนจะรู้ตัว รีบคลายการเกาะกุมนั้นออก “ขอโทษครับ”

                “เบอร์ที่ให้มา ผมสามารถติดต่อคุณเพลินได้ทุกเมื่อหรือเปล่าครับ” ราเชนทร์ถามถึงใบนามบัตรของหญิงสาว

                “ได้ค่ะ แต่ถ้าถามเรื่องรถ อาจจะต้องขอเวลาหาข้อมูลให้สักนิดนะคะ คงตอบปัจจุบันทันด่วนไม่ได้ เกิดผิดพลาดไปล่ะแย่เลย” เพลินนารีตอบตกลง

                “ผมจะไม่รบกวนคุณใช่มั้ย”    

                “ไม่เลยค่ะ ไม่มีปัญหา เรียกใช้ได้เลย” 

                ราเชนทร์ก้มหน้าไปอึดใจ ก่อนจะเงยหน้าหน้ามาส่งยิ้ม 

                น่าแปลกที่การยิ้มครั้งนี้ของลูกค้าหนุ่ม เล่นงานเพลินนารีจนตาพร่าไปชั่วขณะ

                รอยยิ้มสุขุมนุ่มนวล เป็นประกายไปจนถึงแววตาสีน้ำตาลเข้ม อีกทั้งบุคลิกที่อ่อนโยนรับกันไปหมดของราเชนทร์ ทำเอาเซลล์สาวนิ่งราวโดนสาปให้มองแต่ใบหน้าคมคายนั้นอย่างไม่สามารถละไปไหนได้

                “คุณอนุญาตผมแล้วนะ” 

                ลูกค้าหนุ่มทิ้งท้าย พลางจ้องเธอเนิ่นนานกว่าที่ควรจะเป็น ก่อนจะขอตัวกลับ

                เพลินนารีไม่รู้ตัวเองเลยว่าตอนนี้ ทั้งใบหน้าและใบหูของเธอแดงซ่านเป็นสีระเรื่อไปถึงไหน

                จนเมื่อชาญชัยเดินเข้ามาแซวนั่นแหละ เธอถึงเพิ่งจะรู้สึกตัว

                “ขายออกไปพร้อมๆ กับรถซะแล้วมั้งเนี่ยคราวนี้น่ะพี่เพลิน” 

                เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นจากโทรศัพท์ หญิงสาวหยิบขึ้นมาดู เห็นเป็นราเชนทร์ที่เพิ่มเธอเข้ามาเป็นเพื่อน

                สติกเกอร์รูปน้องหมีกอดหัวใจ ย้ำเตือนให้เพลินนารีรู้สติ แม้กระทั่งรุ่นน้องอย่างชาญชัยยังแซวไม่หยุดปาก

                ใช่... เธอกำลังถูกลูกค้าหนุ่มจีบเข้าให้แล้ว... 

 

                อัครามองเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างคนขี้อิจฉา เพราะมุมปากของเขายกเหยียดอย่างเต็มกำลังโดยไม่รู้ตัว มือหนารูดม่านปิดอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าคนที่เขาเรียกให้ขึ้นมาพบกำลังเดินกลับเข้ามาภายในโชว์รูม

                ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้เต็มแรง จนเก้าอี้เกือบพาเขาหงายหลัง อัคราจึงต้องรีบลุกขึ้นมายืนทรงตัวพร้อมนั่งลงไปใหม่ พลางจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผม แล้วนั่งเท้าโต๊ะเอามือประสานไว้ใต้คางอย่างคนกำลังครุ่นคิด

                เมื่อวานเหมือนจะเป็นวันเริ่มต้นเดทที่ดีอีกวัน แต่พอแยกย้ายกันบ้านใครบ้านมัน อัครากลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างแปลกประหลาด เพราะท่าทีของฟ้าระวีที่แปลกไป ราวต้องการอะไรบางอย่างแล้วเหมือนถูกขัดใจ ซึ่งจนป่านนี้เขาก็ยังติดต่อแฟนสาวไม่ได้ จึงเหลือเพียงคนเดียวที่น่าจะพอปรึกษาหารือได้ก็คือเพลินนารี

                “มาแล้วค่ะ”

                ประตูที่เปิดออก ราวดั่งประตูสวรรค์ที่ส่งผู้ช่วยมาให้ 

                “นั่งเลย เร็ว!” 

                อัคราออกคำสั่งหน้าเครียด ลูกจ้างอย่างเพลินนารีก็ทำตามอย่างว่าง่าย แต่สีหน้าเห็นได้ชัดว่าประหลาดใจ

                “มีอะไรหรือเปล่าคะ หน้าเครียดเลย” 

                “ก็ต้องมีสิ ถึงได้เรียกเธอมา” ชายหนุ่มตอบห้วนๆ ได้ยินเพียงหญิงสาวตรงหน้าร้องอ๋อแบบไม่เต็มใจ

                “ฉันจะทำยังไงดี ฟ้าไม่ตอบข้อความตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว” 

                อัครารีบเข้าเรื่อง ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินวนไปมาอยู่กับที่ ประหนึ่งเป็นเรื่องที่เครียดมาก

                “ไม่ตอบข้อความ?... แล้วทำไมไม่โทรล่ะคะ” 

                เพลินนารีถามด้วยความสงสัย หน้าตาเหมือนจะบอกว่าถ้าเป็นเธอคงไม่รอยันเช้าเหมือนเขาแน่นอน 

                “ฉันไม่รู้ว่าฟ้าโกรธอะไร ก็เลยไม่รู้ว่าถ้าโทรไปแล้วฟ้าจะยิ่งโกรธหรือเปล่า เพราะเคยทำแบบนี้ ผลก็คือโดนด่าว่าโทรมาทำไม” ชายหนุ่มพูดเหมือนอัดอั้นตันใจมานาน

                “คุณฟ้าว่ามาหรือคะ”

                “เปล่า คนอื่น” เขาตอบสั้นๆ

                “แล้วคนอื่นกับคุณฟ้าเนี่ย คนละคนกันใช่หรือเปล่าคะ” เพลินนารีถามเขา 

                อัคราเผลอนิ่วหน้ามองลูกจ้างสาว แต่ไม่พบวี่แววของความจงใจกวนประสาท เห็นเพียงแต่อาการถอนหายใจเหนื่อยๆ ของเพลินนารีแทน

                “ก็ต้องคนละคนสิ”

                “โถ่!” ลูกจ้างสาวร้องออกมาเสียงดัง “คนละคน ก็ต้องปฎิบัติกันคนละแบบมั้ยล่ะคะ” 

                ถึงตาอัคราถอนหายใจบ้าง “ทำไมเรื่องเยอะอย่างนี้ ตกลงต้องการอะไรกันแน่”

                “ถามใครคะ ถ้าถามเพลินก็ไม่รู้ค่ะ เพราะเพลินไม่ใช่แฟนคุณอัค” 

                ชายหนุ่มหยุดเดิน พลางจ้องหน้าลูกจ้างสาวอย่างเอาเรื่อง

                “เพลินนารี ยังอยากมีงานทำอยู่มั้ย” 

                ลูกจ้างสาวหน้าสลดชั่วครู่ แล้วก็กลับมาตีหน้าซื่อเช่นเดิม

                “ขอโทษค่ะ แต่ถ้าจะมาถามเพลิน เพลินตอบให้ไม่ได้จริงๆ คุณอัคต้องถามคุณฟ้าค่ะว่าเป็นอะไร” 

                “พูดอย่างกับจะบอกง่ายๆ” อัคราสวน

                แหงล่ะ ถ้าตอบง่าย เข้าใจง่าย เขาไม่มานั่งวุ่นวายใจแบบนี้หรอก

                เพลินนารีถอนหายใจรอบที่ร้อยจนสังเกตได้ “คุณอัคไปทำอะไรไว้คะ” 

                 “ถ้าฉันรู้ ก็คงไม่ต้องพึ่งเธอแล้ว” อัคราตอบห้วนๆ

                “นั่นน่ะสิคะ ถ้าคุณอัครู้ ก็คงเป็นศาสดาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสตรีคนแรกของโลกไปแล้ว” ชายหนุ่มหันขวับมมองลูกจ้างสาวที่กำลังประชด

                “อาการแบบนี้คืองอน มันก็ต้องมีสาเหตุค่ะว่าไปทำอะไรไม่ถูกใจเข้าสักอย่าง แล้วเวลาแฟนงอน สิ่งที่ต้องการที่สุดคือให้อีกฝ่ายมาง้อ จะผิดจะถูกไม่รู้ แต่แค่ง้อให้กลับมาคุยกันได้ดีๆ ก่อน แล้วค่อยอธิบายว่ากันทีหลังด้วยสติสัมปชัญญะที่ครบถ้วน ไม่ใช้อารมณ์” 

                “ส่วนสาเหตุ ถ้าคิดจะเป็นแฟนกันจริงๆ ก็ต้องคุยเปิดอกกันได้ว่าโกรธอะไร ต้องการให้ทำยังไง ถ้าทำให้ได้โดยไม่อึดอัด นั่นเรียกว่ากำลังปรับตัวเข้าหากัน แต่ถ้าทำแล้วใครสักคนนึงอึดอัด นั่นเรียกพยายามอยู่ฝ่ายเดียวค่ะ” 

                “แล้วคุณอัคคิดว่าตอนนี้ตัวเองอยากจะอยู่ฝั่งไหนคะ ปรับตัวเข้าหากัน หรือพยายามอยู่คนเดียว” เพลินนารีร่ายยาว ก่อนจะยิงคำถามใส่

                “ก็ต้องปรับตัวเข้าหากันสิ พยายามอยู่ฝ่ายเดียวจะมีประโยชน์หรือไง” เขาตอบ

                “แน่ใจนะคะ” ลูกจ้างสาวถามย้ำ

                “อืม”

                “แล้วจะเดินวนไปวนมาทำไมคะ แค่โทรไปซะ ไม่ก็ไปหา ติดอะไรที่คุณฟ้าเขาชอบไปด้วย ผู้หญิงน่ะ แค่เห็นแฟนมาง้อ ที่โกรธๆ ก็หายไปเกือบสามสิบเปอร์เซ็นต์แล้วค่ะ” 

                “แล้วทำไมที่ผ่านๆ มาถึงบอกว่าไม่อยากเจอ ไม่ต้องโทรมาหานะ ไม่ต้องซื้ออะไรมาด้วย ไม่เอา ไม่กิน แล้วฉันจะรู้มั้ยว่าจะเอายังไง” 

                อัคราถามในสิ่งที่ติดอยู่ในใจมานาน แฟนกี่คนก็พูดแบบนี้กันทั้งนั้นจนเขาไม่รู้จะทำตัวยังไง 

                “แล้วที่ผ่านมาคุณอัคทำยังไงกับคำพูดพวกนั้นคะ”

                “ก็อยู่เฉยๆ เขาห้ามก็คือห้าม แล้วจู่ๆ ก็กลับมาดีกัน ไม่มีปี่มีขลุ่ยนั่นแหละ” ชายหนุ่มตอบตามความจริง

                เขาเคยง้อ ไม่ใช่ไม่เคย แต่พอถูกปฎิเสธตามอย่างที่บอกกับเพลินนารีไป เขาก็เลือกที่จะอยู่เฉยๆ รอให้อีกฝ่ายหายโกรธ แล้วค่อยกลับมาคุยกัน ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นไม่นานมันจะจบไม่สวยแทบทุกรายก็ตาม

                “ที่กลับมาคืนดีกัน ถามจริงๆ เหอะค่ะ เพราะคุณอัคเปย์ให้บรรดาแฟนเก่าเป็นประจำหรือเปล่า” 

                เพลินนารีถามจี้ พลางหรี่ตามองอย่างจับผิด 

                ซึ่งอัคราก็ยักไหล่ใส่ เพราะมันเป็นไปตามที่เพลินนารีพูดนั่นแหละ

                “ก็ใช่ อยากได้อะไรฉันก็ให้ อยากกินอะไรก็หามาให้ เอาใจขนาดนี้แล้ว ฉันก็ยังไม่เข้าใจระบบความคิดของผู้หญิงอยู่ดีว่าต้องการอะไร” 

                เพลินนารีตบโต๊ะดังปึ้ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนชี้นิ้วเข้าหาเขา

                “นั่นไงคะ! เพราะคุณอัคเอาแต่ใช้เงินซื้อใจผู้หญิง ต่อให้ไม่ง้อ เดี๋ยวพวกนางก็กลับมาหาเอง แล้วพอเป็นอย่างนี้บ่อยๆ เข้า คุณอัคก็เป็นได้แค่ตู้เอทีเอ็ม ไม่ใช่คนรัก”

                “ถ้าคิดจะจริงจังกับคุณฟ้า รีบไปหาแล้วคุยกันให้รู้เรื่องค่ะว่าต้องการอะไร ท่าทางของคุณฟ้าน่ะ หวานนิด หยอดหน่อย เดี๋ยวก็ใจอ่อนยอมคุยด้วย ดูขนาดที่มีคนไม่หวังดีส่งรูปตอนเลือกชุด คุณฟ้ายังเข้าใจเลย”

                “แล้วถ้าฟ้าไม่ยอมบอกล่ะว่างอนอะไร ฉันจะทำยังไง” อัคราหยั่งเชิง

                “ก็ขอโทษสิคะ บอกไปว่าพี่ขอโทษนะคะที่ทำให้ฟ้าไม่พอใจ พี่ไม่ได้ตั้งใจ ถ้ามีอะไรที่ฟ้าไม่ชอบก็บอกพี่นะ บลาๆ พูดไปสิคะ ร้อยทั้งร้อย ใครขอโทษก่อนได้เปรียบ คนขอโทษก่อนไม่ใช่คนผิด แต่เป็นคนที่พร้อมจะปรับปรุงตัวค่ะ”

                ชายหนุ่มนิ่งไปอึดใจ ทุกคำพูดของเพลินนารีกระทบเข้าอย่างจังในสิ่งที่เขาไม่เคยทำมาก่อนทั้งสิ้น คำขอโทษของเขาที่มีให้แฟนสาวแต่ละคน ก็ต่อเมื่อเขาต้องเป็นคนผิดจริงๆ เพราะคิดอยู่อย่างเดียวว่าหากขอโทษพร่ำเพรื่อ มันก็จะไม่มีความหมายอีกต่อไปในครั้งหลังๆ

                “และที่สำคัญนะคะ ถ้างอนหรือทะเลาะกันในปัญหาเดิม เกินห้าครั้ง นั่นแสดงว่าปัญหามันไม่เคยถูกแก้ไปเลยสักครั้ง มันแค่ดับไปรอวันปะทุ ตอนนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะอดทนได้ดีกว่ากัน ถ้าทำดีก็ควรทำซ้ำ ถ้าทำผิดก็ไม่ควรทำซ้ำ การขอโทษก็เช่นกันค่ะ ถ้าคิดแค่ว่าขอโทษก่อนเสียศักดิ์ศรีหรือทำให้อีกฝ่ายเคยตัว นั่นแสดงว่าที่ผ่านมาคุณต้องขอโทษซ้ำๆ ในเรื่องเดิม จนมันไม่มีความหมายแล้ว” 

                ชายหนุ่มค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่ง สมองกำลังประมวลผลตามคำบอกของที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างพิจารณา 

                เพลินนารีพูดเป็นจริงทุกคำ

                “เธอนี่เก่งพูดนะ มิน่าล่ะ ลูกค้าคนนั้นถึงได้สนใจเธอเอามากๆ” อัคราเอ่ยขอบใจลูกจ้างสาว ก่อนจะทิ้งท้ายเอาไว้ว่าลูกค้าคนนั้น แค่แว่บเดียวที่เห็น เขาก็ดูรู้ได้เลยว่ามีท่าทีที่ดีต่อลูกจ้างสาวแค่ไหน 

                เพลินนารีถึงกับเงียบไปในทันที ไม่เอ่ยอะไรต่อ แถมยังรีบชิ่ง ขอตัวไปทำงานทั้งที่หน้ายังเหวอรับประทานอยู่

                อัคราชอบอกชอบใจ ที่แม่คนพูดมากเป็นต่อยหอยเงียบกริบ เวลาที่ถึงคิวของตัวเองเข้าซะบ้าง 

                แค่ตั้งใจจะแหย่สักหน่อย นึกไม่ถึงว่าเจ้าตัวจะใบ้กินเอาดื้อๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

Thumbnail Seller Link

สุภาพบุรุษ สุดที่ร้าย

จิณณะ

 

www.mebmarket.com

ฉายานางมารหน้าจิก เธอไม่ได้มาเพราะโชคช่วย “ทยาดา” หัวหน้าทีมฝ่ายขายสุดเนี๊ยบออกจะชอบฉายานี้เสียด้วยซ้ำไป เพราะเธอสวย และโหดมาก ฟาดได้ฟาด ฆ...

Get it now

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น

  1. #1 TaNaPP (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 23:01
    ตอนนี้ลงเรือเชนเพลินแล้วนะไรท์...
    เรือคุณอัคปล่อยรั่วไปเถอะ555555
    ### ปล. มีคำผิดนิดหน่อยฝากแก้ด้วยนาจา❤️
    #1
    0