ยุทธการคานกระเด็น

ตอนที่ 10 : EP.7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 77
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    13 มิ.ย. 63

 

เพลินนารียืนงงตั้งแต่เริ่มเข้างาน เพราะวันนี้พี่เลี้ยงอย่างสรัยฉัตรลาป่วยกะทันหัน หนำซ้ำอินทัชคิวไม่ว่างตั้งแต่หัววัน วันนี้ทั้งโชว์รูมเลยเหมือนจะเหลือเธอกับพนักงานขายที่เป็นผู้ชายซึ่งเข้ามาใหม่อีกคน

                เหมือนปล่อยคนเงอะงะสองคนให้เฝ้าร้าน

                หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจคำรบใหญ่ ภาวนาขอให้วันนี้ไม่มีลูกค้าคนใดเข้ามาดูรถ เพราะถึงแม้จะผ่านไปเกือบเดือนแล้วที่ได้เข้ามาทำงาน เธอก็ยังไม่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับตัวรถทั้งหมดเสียที

                “ชาญ... ถ้าวันนี้มีลูกค้า พี่ยกให้ชาญหมดเลย” เพลินนารีเดินไปตบบ่ารุ่นน้องที่เพิ่งเข้ามาใหม่ 

                “จะดีเหรอพี่เพลิน ถ้าพี่ทัชรู้เข้า เขาจะบ่นพี่เอานะ” ชาญชัยตอบอย่างกล้าๆ กลัวๆ 

                เพราะน้องใหม่คนนี้ก็เคยพูดประโยคเดียวกันกับสรัยฉัตรเมื่อตอนเข้ามาทำงานใหม่ๆ ผลก็คือโดนทั้งอินทัชและสรัยฉัตรสับเละ โทษฐานไม่รู้จักเรียนรู้งาน

                “แต่พี่ไม่เคยขับรถเอง อย่างเก่งก็มอเตอร์ไซค์ ถ้าลูกค้ามาถามถึงกลไกลึกๆ เกี่ยวกับตัวรถ พี่ก็ตายเลยน่ะสิ” 

                เพลินนารีทำท่าทางขยาด ที่ผ่านมาเอาตัวรอดได้เพราะสรัยฉัตรช่วยเอาไว้ ถึงได้พอรับลูกค้าเองได้บ้าง เธอไม่อยากจะนึกเลยว่าสิ้นเดือน ผลการประเมินจะออกมาในรูปแบบไหน 

                มันยากกว่าตอนเธอเป็นเทรนเนอร์ฟิตเนสอยู่มากโข

                “เราแค่พูดให้ขายได้ ไม่ได้พูดให้ลูกค้าซ่อมรถได้ พี่ไม่จำเป็นต้องรู้กลไกทั้งหมดหรอก” ชาญชัยปลอบ

                “แต่คนเป็นเซลล์ ถ้าลูกค้าถามมาแล้วไม่รู้อะไรเลย เขาก็จะมองว่าเราไม่โปรฯ เอานะ” 

                เพลินนารีอธิบายถึงความอึดอัดที่เธอกำลังเผชิญ

                “พี่ก็รู้แค่หลักๆ ที่ควรรู้หมดแล้ว ลึกกว่านั้นไม่ต้องหรอก ถ้าอยากได้ลึกกว่านั้น ลูกค้าต้องคุยกับช่างแล้วนะ ใครมันจะไปอยากรู้ทุกกลไกขนาดนั้น แค่รถใช้น้ำมันอะไร วิ่งได้เท่าไหร่ แรงม้าแค่ไหน ประสิทธิภาพบนถนนเมืองไทยโอเคมั้ย อะไรที่ควรดูแลเป็นพิเศษ พี่ก็ตอบได้หมดนี่ แล้วจะมาไม่มั่นใจอะไร เขาคงไม่ถามหรอกว่าเอาม้ากี่ตัวมาทำ พันธุ์อะไรบ้าง” 

                โดนรุ่นน้องบ่นใส่ เพลินนารีก็ได้แต่ทำหน้าหงอย เป็นครั้งแรกที่ต้องยืนขายรถโดยไม่มีผู้ช่วย เธอก็ขาดความมั่นใจหนัก

                “เอาน่าพี่เพลิน ก็ขายแบบที่ขายๆ มานั่นแหละ คงไม่โชคร้ายเจอลูกค้าเรื่องมากหรอก” 

 

                เหมือนคำอวยพรของรุ่นน้องอย่างชาญชัยจะศักดิ์สิทธิ์ เพราะลูกค้าคนแรกของวัน เลือกเดินตรงเข้ามาหาเธอในทันที แม้จะแกล้งพยายามยืนหลบมุมแล้ว 

                ร่างสูงชะลูดในชุดลำลองสบายๆ แค่เพียงเสื้อยืดคอเต่าสีดำ กับกางเกงยีนส์ขายาว สวมรองเท้าหนังสีดำเงา และคาร์ดิแกนสีน้ำตาลตัวนอกคลุมเอาไว้หลวมๆ ผู้ชายคนนี้ก็ดูดีอย่างไม่น่าเชื่อ นี่สิ! หุ่นแบบนี้เหมาะกับการแต่งเป็นอปป้ามากกว่าเจ้านายเธอเสียอีก

                ถึงแดดเมืองไทยจะไม่ค่อยเอื้ออำนวยให้แต่งตัวแบบนี้เท่าไหร่ แต่การประเมินจากสายตาเบื้องต้น คนระดับเขาคงไม่ได้มายืนตากแดดตากร้อนนานๆ หรอก เพราะแค่รถที่เขาขับมาจอดหน้าโชว์รูมนั่น แค่รู้ว่าต้องจ่ายกี่หลักเพื่อให้ได้มา เพลินนารีก็หนาวแทนแล้ว

                “สนใจคันไหนเป็นพิเศษ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ” 

                หญิงสาวส่งยิ้มหวานที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ทั้งที่ในใจเต้นระส่ำ 

                เธอไม่ได้อยากบินเดี่ยวรับลูกค้า แต่เพราะเขาเดินตรงเข้ามาหา อีกทั้งชาญชัยยังรีบปลีกตัวออกห่างอีกต่างหาก

                “มีอยู่ในใจแล้วครับ”

                ลูกค้าหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่เพลินนารีกลับรู้สึกว่าเขากำลังปฏิเสธการบริการจากเธอ จึงถอยหลังออกห่างนิดหนึ่ง ให้ชายหนุ่มได้เดินดูรถคันที่เขาหมายตา

                หญิงสาวได้แต่ยืนส่งยิ้มอยู่ห่างๆ อย่างทำตัวไม่ถูกว่าจะเริ่มตรงไหนต่อ

                “ทำไมยืนห่างเลยล่ะ ไม่มีอะไรแนะนำเพิ่มเติมหรือครับ”

                เพลินนารีเบิกตาโพลงอย่างลืมตัว ก่อนจะรีบไปหยิบแผ่นตารางการดาวน์รถมาให้ ท่าทีของเธอตะกุกตะหักจนลูกค้าหนุ่มแอบหัวเราะเล็กน้อย 

                นิ้วเรียวดีดเข้าที่หลังมือของตัวเองเป็นการทำโทษ พอเจอลูกค้าพูดเช่นนั้น เธอก็ไปไม่เป็นเสียเฉยๆ ต่างจากตอนอยู่ฟิตเนสที่เป็นงานถนัดลิบลับ เหงื่อเม็ดเล็กพรายผุดขึ้นตามไรผม ทั้งที่แอร์ในโชว์รูมค่อนข้างเย็น บ่งบอกว่าเพลินนารีประหม่าจนเสียอาการ

                “ขอโทษด้วยนะคะ พอดีเพลินเป็นพนักงานใหม่ อาจจะบริการไม่ถูกใจ” 

                เพลินนารีโค้งแทบจะก้มติดปลายเท้า ส่งผลให้ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเสียงไม่ดังนัก

                “ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ” 

                “ถ้าอย่างไรแล้ว เรียกพนักงานคนใหม่ได้นะคะ ถ้าหากเพลินบริการไม่ดี” 

                “ตอนผมเริ่มทำงานใหม่ๆ ผมก็เป็นแบบคุณ ดีเสียอีกที่คุณยอมรับว่าเพิ่งเข้ามาทำงาน อาจจะมีข้อผิดพลาดบ้าง แต่ผมก็ให้อภัยนะ” 

                หญิงสาวเงยหน้ามองลูกค้าหนุ่มด้วยสายตาเป็นประกายแห่งความซาบซึ้ง งานที่เธอไม่ถนัด มันช่างสร้างความกดดันให้เป็นอย่างมาก แต่พอมีลูกค้าเข้าใจ เพลินนารีก็แทบอยากจะก้มกราบสวยๆ ให้ชนะการประกวดมารยาทงามกันไปเลย

                “ถ้าอย่างนั้น สนใจเป็นคันนี้ใช่มั้ยคะ เชิญลูกค้าด้านนี้เลยค่ะ” 

                หลังจากที่วิญญาณแม่ค้ากลับเข้าร่าง เพลินนารีกุลีกุจอเชิญลูกค้านั่งโต๊ะ ก่อนจะยื่นแคตตาล็อกสีรถให้

                “คุณ... สนใจเป็นสีไหนคะ” หญิงสาวเอ่ยถาม 

                “ผมชื่อเชนครับ”

                ลูกค้าหนุ่มยิ้มตอบกลับ เป็นชื่อของตัวเอง เพลินนารีเอะใจเล็กน้อย ก่อนจะนึกขั้นได้ว่าสิ่งแรกที่เธอควรจะต้องรู้ในยามที่ลูกค้าก้าวเข้ามาในโชว์รูมนั่นก็คือชื่อของลูกค้า

                “ค่ะ คุณเชน สนใจเป็นสีไหนคะ ตอนนี้สียอดนิยมจะมีเป็น สีส้มลาวาแบล็ก ตัวรถสีส้มตัดดำซุ้มล้อ กระจังหน้า ตาไฟ และอีกสีที่แนะนำจะเป็นสีเจ็ทแบล็ค ส่วนรุ่นที่คุณเชนกำลังดูอยู่จะเป็นรุ่นไฮบริด ที่พัฒนามาจากตัวธรรมดาให้เป็นรถ SUV กึ่งสปอร์ตมากขึ้น”  

                เพลินนารีอธิบายถึงตัวรถอย่างเจื้อยแจ้ว ตามข้อมูลที่เธอได้ท่องจำขึ้นใจ แทบจะทุกรุ่นที่มีในโชว์รูม

                “คุณเพลินว่าสีไหนดีครับ”

                ราเชนทร์เอ่ยขึ้น พลางมองเพลินนารีด้วยหน้าตาแย้มยิ้มไปจนถึงดวงตาปิดเป็นสระอิ 

                หญิงสาวนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะขึ้นเบาๆ 

                “ต้องตามใจลูกค้าสิคะ แต่ถ้าให้แนะนำ สีเจ็ทแบล็คดูเหมาะกับคุณเชนมากค่ะ ดูสุขุม ภูมิฐาน น่าจะช่วยเสริมให้คุณเชนดูโดดเด่นกว่าเดิม” เพลินนารีวิเคราะห์ไปตามความน่าจะเป็น

                “แต่เอาเข้าจริงๆ สำหรับคุณเชน เพลินแนะนำเป็นสีโทนมืดดีกว่าค่ะ” 

                “ใจตรงกันจัง”

                คำตอบสั้นๆ ของลูกค้าหนุ่ม ทำเพลินนารีนิ่งอึ้ง หากแต่สังเกตอาการคนพูดที่ยังจดจ่ออยู่กับแคตตาล็อกว่าไม่มีอะไรผิดปกติไป หญิงสาวก็ลอบถอนหายใจพลัน

                “ไปมาทุกโชว์รูม มีแต่จะบอกว่าสำหรับผม สีไหนก็ดีทั้งนั้น ไม่มีใครเดาถูกสักทีว่าผมมีตัวเลือกไหนไว้ในใจ” 

                ราเชนทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะปิดแคตตาล็อกลง

                “มีคุณเพลินคนแรกเลยที่เดาถูก ประทับใจจัง เดาเก่งแบบนี้ ยอดขายน่าจะดีกว่าคนอื่นสินะครับ” 

                เพลินนารียิ้มให้กับคำชมของลูกค้าหนุ่ม

                “ไม่หรอกค่ะ ที่จริงแล้วเพลินก็ไม่ได้เดาอะไร แค่คิดตามความน่าจะเป็นว่าบุคลิกของลูกค้าแต่ละคนเหมาะกับแบบไหน หลายทีเพลินก็พลาดไปเหมือนกัน ไม่ได้เก่งอะไรหรอกค่ะ” 

                นิ้วเรียวทัดปอยผมเหน็บไว้ข้างหูอย่างคนกำลังขวยเขิน

                เปล่า... เพลินนารีแค่รำคาญมันปรกหน้าจนเขียนรายละเอียดลงไปในใบเสนอราคาลำบากต่างหาก แต่ดูเหมือนราเชนทร์จะไม่คิดเช่นนั้น

                “ไม่ต้องเขินหรอกครับ ผมชมจากใจจริงเลยนะ”

                หญิงสาวหยุดมือที่กำลังเขียน ก่อนจะเงยหน้ามายิ้มให้ แม้ในใจอยากจะบอกเหลือเกินว่า

                ‘ไม่ได้เขิน...โว้ย!’ 

                “นี่ค่ะ ตารางการดาวน์และดอกเบี้ยทุกขั้น หรือคุณเชนจะเงินสดก็ได้นะคะ ยินดีมากค่ะ” เพลินนารีเลื่อนแผ่นตารางรายละเอียดที่เธอกรอกเพิ่มเติมลงไปให้

                “ไหนครับ”

                ราเชนทร์ถามขึ้นหลังจากรับมา หญิงสาวจึงชี้ให้ดูที่เธอเขียนเอาไว้ “ตามนี้เลยค่ะ” 

                “ผมหมายถึงเบอร์ติดต่อคุณเพลินน่ะครับ”

                เพลินนารีหัวเราะราวฝืน ก่อนความคิดฝ่ายเข้าข้างตัวเองจะทำงาน ก็พลันนึกขึ้นได้ว่าเธอเป็นเซลล์ ลูกค้าต้องการเบอร์ติดต่อนั้นไม่แปลก

                เธอสิแปลกที่ลืมเขียนลงไปให้

                “อ้อ! ลืมเลยค่ะ ขอโทษที สงสัยมีแววจะได้ขายรถเลยตื่นเต้น” เพลินนารีหัวเราะกลบเกลื่อน

                “ปกติที่นี่ให้ค่าคอมฯ กันยังไงหรือครับ” ลูกค้าหนุ่มเอ่ยถาม

                หญิงสาวก็ได้แต่ทำหน้าสงสัย ไม่เข้าใจในสิ่งที่คนตรงหน้ากำลังจะสื่อ ซึ่งไม่เคยมีลูกค้าคนไหนเขาถามกัน

                “ผมหมายถึง ถ้าให้ค่าคอมฯ สมน้ำสมเนื้อ ผมจะได้แนะนำเพื่อนมาอุดหนุนคุณเพลิน จะมาร์คไว้ตัวโตๆ ว่าเข้าโชว์รูมนี้มาต้องถามหาเซลล์ที่ชื่อเพลินเท่านั้น” 

                ราเชนทร์ยักคิ้วใส่ ทั้งคำพูดและท่าทางของเขาจริงจังจนหญิงสาวอดดีใจลึกๆ ไม่ได้

                ‘ปลาตัวเบ้อเร่อ หว่านแหลงไปสิยะ แค่เบ็ดมันจะไปพอลากอะไรนังเพลิน!’

                “อย่าพูดให้มีความหวังสิคะ ใบแจ้งหนี้สั่นไปหมดแล้วเนี่ย” 

                “ดูคุณเพลินเป็นคนอารมณ์ดีนะครับ คุยด้วยแล้วรู้สึกสนุก ถึงผมจะไม่ได้ถามถึงเรื่องรถสักคำคุณก็ยังยอมคุย” 

                “ทำเรื่องยื่นไฟแนนซ์ก่อนเลยมั้ยคะ จะได้ไม่เสียเวลา” 

                เพลินนารีพยายามดึงให้ลูกค้าหนุ่มเข้าเรื่องเข้าราว ว่าที่ปลาตัวเขื่อง เธอต้องจับให้อยู่หมัด!

                “ไม่ต้องครับ”

                คำปฎิเสธอันแสนนุ่มนวล ราวปุยเมฆให้เธอขึ้นไปนอนกลิ้งเกลือกเล่น... แล้วก็หล่นตุ๊บเหมือนร่วงจากวิมานลงเหวนรกทันที

                หญิงสาวพยายามซ่อนเศษหน้าแตกๆ ไว้ใต้รอยยิ้มที่กว้างจนจะถึงใบหู แต่รอยยิ้มนั้นแสนจะแห้งผาก

                “เอาใบจองมาดีกว่าครับ ผมจ่ายมัดจำเลย ถ้าคุณมีสีลาวาแบล็กพร้อมให้ผมรับรถภายในสัปดาห์นี้” 

                “ส่วนยื่นไฟแนนซ์คงไม่ต้อง ผมถนัดจ่ายเป็นเช็คมากกว่า ไม่ค่อยอยากมีหนี้ดอกเบี้ยโดยไม่จำเป็นน่ะครับ” 

                เสียงนุ่มๆ ของราเชนทร์กลายเป็นหยาดน้ำทิพย์ชโลมใจให้หญิงสาวผู้เกือบจะรันทด ได้เอามาราดลดอุณหภูมิเดือดในนรกที่เกือบจะต้องตกลงไปถ้าเธอพลาดให้เขาหลุดมือ เพลินนารีลุกแทบจะวิ่งตัวปลิวไปเอาเอกสารใบจองทันทีที่ได้ยิน

                หญิงสาวเห็นแววตาซุกซนของราเชนทร์ที่กำลังกลั้นยิ้มให้กับท่าทีของตัวเองแล้วก็รู้สึกประดักประเดิดเล็กน้อย

                ‘แต่เงินต้องมาก่อนค่ะพี่น้องงงง’

              

 

 

 

 

 

 

Thumbnail Seller Link

สุภาพบุรุษ สุดที่ร้าย

จิณณะ

 

www.mebmarket.com

ฉายานางมารหน้าจิก เธอไม่ได้มาเพราะโชคช่วย “ทยาดา” หัวหน้าทีมฝ่ายขายสุดเนี๊ยบออกจะชอบฉายานี้เสียด้วยซ้ำไป เพราะเธอสวย และโหดมาก ฟาดได้ฟาด ฆ...

Get it now

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น