เติมรักรินหัวใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6 Views

  • 0 Comments

  • 1 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1

    Overall
    6

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 เม.ย. 62

สายลมแห่งฤดูหนาวพัดมาเอื่อยๆปัดปลิวกระทบร่างบางที่กำลังเริ่งฝีเท้าให้ทันกับเวลาที่หญิงสาวเหลือบมองด้วยความเร่งร้อน เหมือนจะพยายามแข่งกับเข็มนาฬิกาบนหน้าปัดที่เดินไปอย่างเที่ยงตรงไม่มีวันหยุด ฟุตบาทคลาคล่ำไปด้วยพนักงานออฟฟิสที่บางก็ยังโอ้เอ้ อาจจะด้วยเหตุผลที่ยังไม่ถึงเวลาเข้างาน บ้างก็เร่งรีบเพื่อให้ทันเวลาเข้างาน 
ลมหนาวที่พัดมากระทบใบหน้าละมุนที่มีเครื่องสำอางแต่งแต้มไว้อ่อนๆ ที่บัดนี้มีเหงื่อซึมเล็กน้อยที่บริเวณหน้าผาก ค่อยคลายความร้อนจากการเร่งรีบได้ไม่น้อย ผมที่มัดไว้อย่างเรียบร้อยทรงหางม้าปัดปลิวไหวๆไปตามแรงลมและการขยับไหวของร่างกาย  รองเท้าส้นสูงขนาดสองนิ้วแบบทางการที่เธอมักจะใส่เฉพาะงานสำคัญทำให้เธอเดินไม่ถนัดนัก ด้วยปกติเธอมักจะใส่รองเท้าไม่มีส้นที่เดินได้สบายกว่านี้แต่สุภาพมาทำงาน ทำให้วันนี้เธอต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น จึงไม่สามารถเร่งรีบได้ดั่งใจ ประกอบกับเอกสารที่หอบหิ้วในถุงใส่เอกสารใบใหญ่ ทำให้พลังงานมากกว่าครึ่งหมดไปกับการพยุงสิ่งของ วันนี้เธอแต่งกายด้วยชุดแซ็กสีเทาอ่อนแขนกุด ซึ่งเป็นชุดเก่งในเวลาเร่งรีบ เธอแค่ไปสวมเสื้อสูทที่พาดวางไว้ที่โต๊ะทำงานก็ทำให้ชุดนี้เป็นทางการเหมาะกับงานประชุมในวันนี้
‘ทำไมถึงได้โชคร้ายอย่างนี้นะดันมาตื่นสายได้วันนี้‘ เมวิกาปรารภในใจ เธอเริ่งฝีเท้ายิ่งขึ้น ด้วยความที่คุ้ยเคยกับถนนหนทางเป็นอย่างดีแม้เธอจะเพิ่งเริ่มงานที่ใหม่ได้เพียงหนึ่งเดือน เธอจึงเดินไปด้วยจัดสัมภาระไปด้วย โดยไม่ได้ใส่ใจมองทางมากนัก เธอมั่นใจว่ารู้จังหวะการเดิน เธอเดินเลี่ยงเสาตรงมุมถนนตามที่คุ้นเคยมาตลอด แต่วันนี้ไม่เหมือนทุกวัน 
มอเตอร์ไซด์บิ๊กไบค์เครื่องยนต์ 600 ซีซีแบรนด์ยุโรปมันวาวที่ผู้ขับขี่ผ่านมาด้วยความมั่นใจและความเร็วสูงตัดผ่านแยกสัญญาณไฟที่ด้วยขณะนั้นเป็นไฟสีส้มซึ่งกำลังจะเปลี่ยนเป็นไฟแดง ตัวเลขวินาทีเตือนการเปลี่ยนสัญญาณไฟบอกเลขไล่ลำดับลงมาจนกระทั่ง สาม …
ชายหนุ่มหุ่นปราดเปรียวในชุดทะมัดทะแมงมั่นใจเสมอ เค้าผ่านเส้นทางนี้มาตลอด เขาและรถคู่ใจของเขา คาดเดาได้ว่าการกะระยะและเวลาแล้ว ด้วยการขับขี่ของเค้าสามารถผ่านแยกนี้ได้ทันแน่นอน ชายหนุ่มยกหน้ากากหมวกกันน็อกปิดลง มองตรงไปยังเส้นทางด้วยใจที่มีสมาชิกจดจ่อ สอง…
จังหวะนั้นเองสิ่งของบางอย่างจากริมทางเท้ากลิ้งออกมาจากริมถนน พร้อมหญิงสาวคนหนึ่งที่ชะงักค้างเหมือนรู้สึกตัวได้ว่ากำลังล้ำออกมานอกทางเท้าด้วยความตกใจที่พวงกุญแจคริสตัลทรงแอปเปิ้ลหรูหรากลึงเกลาเป็นเหลี่ยมเพชรที่ล้วงมาจากกระเป๋าถือกระเด็นออกไปยังนอกทางเท้า
เสียงเครื่องยนต์เบรกกลางครันตรงแยกทางม้าลายทำให้ผู้คนที่ผ่านไปมาตื่นตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้า หญิงสาวชะงักค้างถอยหลังสะดุดรองเท้าลงไปนั่งจ้ำเบ้า ขณะเจ้าของรถมอเตอร์ไซด์ที่เบรกกระทันหันเสียหลักเล็กน้อยแต่ไม่วายล้อรถทับพวงกุญแจคริสตัลนั้นเต็มๆ คริสตัลแหลกละเอียดไปจนไม่เหลือรูปทรงที่สวยงามอีกต่อไป ชายหนุ่มหัวเสียเป็นอย่างมากและรู้สึกเสียหน้าในที่สาธรณะทั้งๆที่เค้าใส่หมวกกันน็อคซึ่งปกปิดใบหน้าเอาไว้อย่างมิดชิด ‘ผู้หญิงอะไรไม่ดูตาม้าตาเรือ เกือบไปแล้วมั้ย’ เมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว รถที่รอสัญญาณไฟคันหนึ่งบีบแตร ทำให้ชายหนุ่มตื่นจากพวัง เค้าจัดตำแหน่งรถเพื่อเตรียมออกรถไปต่อโดยไม่ให้กีดขวางทางจราจร ชายหนุ่มสังเกตเห็นล้อรถมีเศษคริสตัลแตกระเอียด เค้าเปิดหมวกกันน็อค รีบบอกหญิงสาวที่ก้มสำรวจตัวเองโดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง 
“นี่คุณ คราวหลังเดินดูทางบ้างนะ นี่ยังดีนะที่ผมหยุดทัน  เอ้า” ชายหนุ่มโยนพวงกุญแจพังๆที่ห่วงพวงกุญแจตอนนี้มีกระดาษแข็งใบเล็กๆเจาะไว้ด้วยให้เธอ เธอเงยหน้ามารับของอย่างเร่งรีบ ชายหนุ่มพูดทิ้งท้ายต่อว่า
“นั่นนามบัตรผม คุณไปตามที่อยู่นั่น เดี๋ยวผมจะชดใช้ค่าเสียหายให้  ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้เป็นคนซุ่มซามทำมันพังก็ตาม”
เค้าปิดหมวกกันน็อคแล้วเร่งเครื่องออกไปทันที ปฐวีไม่มีเวลาแม้แต่จะล้วงหาธนบัติ และไม่แน่ใจว่าจะมีด้วย เนื่องจากเค้ามักไม่ต้องใช้เงินสด ส่วนใหญ่เลขาของเค้าจะจัดการให้ โดยมากถ้าเค้าไปไหนก็มักใช้แต่บัตรแครดิต และวันนี้ก็เป็นวันอะไรก็ไม่รู้ ที่คนขับรถดันเกิดอาการท้องเสียกระทันหัน ในวันที่เขามาเริ่มงานวันแรกหลังจากไปติดต่องานที่ยุโรปหนึ่งเดือน เขาจึงต้องพึ่งพาตนเองโดยใช้พาหนะคู่ใจสองล้อเครื่องเต็มสูบแทน โดยมากเขาจะใช้ขี่มาทำงานในวันที่ไม่เร่งรีบอะไรนัก แค่อยากใช้เวลาสั้นๆก่อนเริ่มงานและหลังเลิกงานทำอะไรผาดโผนเล่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยเขาให้ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า และได้หลุดออกจากชีวิตที่เต็มไปด้วยภาระและหน้าที่ที่เขาต้องแบกรับชั่วคราว และทำให้เขาได้รู้สึกเหมือนได้กลับไปใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่นอีกครั้ง 
หญิงสาวที่กำลังตื่นตะลึงกับความมาเร็วเคลมเร็วของคู่กรณี จึงไม่ทันได้ต่อว่าหรือระบายความหงุดหงิดแม้แต่ประโยคเดียว ถ้าเป็นเวลาปกติเธอคงปล่อยผ่านและโทษความเงอะงะของตัวเอง แต่วันนี้ลืมตาขึ้นมาก็มีแต่เรื่องไม่ได้ดั่งใจ เธอจึงพาลโมโหหนุ่มนักซิ่งและแอบแช่งชักให้เขาพบเจอความซวยตลอดวัน
“ชิ ขับรถประมาทแล้วยังจะโทษคนอื่นอีก” หญิงสาวบ่นพลางกำพวงกุญแจพิกลพิการที่มีกระดาษนามบัตรแขวนอยู่จนยับยู่ยี่ เธอไม่สนใจแม้แต่ปรายตาดูนามบัตรนั่นแม้แต่น้อยด้วยซ้ำ เธอปัดเศษฝุ่นที่มือและลำตัวพร้อมกับก้าวเดินต่อไป แต่ก็รู้สึกแสบที่บริเวณแขนด้านขวา เธอมองสำรวจแหล่งอาการนั้นพร้อมนิ่วหน้าเล็กน้อย เธอมีแผลที่ข้อศอกซึ่งมีเลือดไหลซึมเล็กน้อย น่าจะเป็นตอนที่เธอล้มหงายหลังลงไปจนข้อศอกกระแทกไปพื้นปูนซีเมนต์ เธอหยิบกระดาษทิชชูในกระเป๋ามาซับอย่างเบามือ ก่อนจะรีบเดินหน้าต่อไป  
“อย่าให้ชั้นเจอนายอีกนะ ไอ้คนพาซวย” 

0 ความคิดเห็น