นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[OS] NIELONG : 영원 ❁ Forever

โดย SoleilinSeoul

ต่อให้เวลาจะผ่านไปสักร้อยปีพันปี กระหม่อมจะรักเพียงพระองค์คนเดียว ซองอูคนนี้จะรักเพียงแต่เซจาพ่ะย่ะค่ะ..

ยอดวิวรวม

205

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


205

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


10
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  17 พ.ย. 61 / 16:01 น.
นิยาย [OS] NIELONG : 영원 ❁ Forever

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
S
N
A
P


잊지 말아요 가슴 아픈 사랑이
슬퍼하는 날엔 내가 서 있을께요.


..................................................







..................................................


ได้โปรดอย่าลืมความรักอันแสนเจ็บปวดนี้
ในวันที่เธอต้องเจ็บช้ำ ฉันจะคอยอยู่เคียงข้างเธอเอง





เนื้อเรื่อง อัปเดต 17 พ.ย. 61 / 16:01


S
N
A
P
 








                แสงของพระอาทิตย์ยามรุ่งอรุณสาดส่องไปทั่วห้องกว้าง ตรงมุมต่างๆ ของห้องยังคงมีแท่งเทียนละลายไม่ได้รูปซึ่งถูกใช้งานไปแล้วหลงเหลืออยู่ หากทว่ามันไม่มีเปลวไฟที่ส่องสว่างเหมือนเมื่อหลายชั่วยามก่อน เขายืนอยู่หน้าห้องมาจนเกือบร่วมชั่วโมง สายตาขององครักษ์หนุ่มในเวลานี้เห็นเพียงแค่เหล่านางในที่มีอายุบ้างอายุน้อยบ้างรวมถึงเหล่าขันที เดินกันเข้าออกห้องที่มีประตูบานเลื่อนขึงด้วยกระดาษสากันไปมาจนน่าเวียนหัว สองมือของพวกเขาทั้งหลายหอบหิ้วตั้งแต่ชิ้นผ้าไหมมันเงา เครื่องประดับต่างๆ ทั้งหมวก เข็มขัด กระทั่งเจ้าตัวเริ่มที่จะทนไม่ไหวกับการเสียเวลานี้จึงตะโกนเข้าไปในห้องโดยที่บานประตูยังคงปิดสนิทอยู่

 

            เซจา!.. ทรงสายมากแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ พิธีใกล้จะเริ่มแล้วนะพะย่ะค่ะ

            รู้แล้วน่า ถ้าเจ้าอยากให้มันเสร็จไวๆ นัก ก็เข้ามาช่วยข้าเปลื้องผ้าสิ!”

            โธ่! พระองค์ นี่ไม่ใช่เวลาจะมาล้อเล่นนะพ่ะย่ะค่ะ

            เอาน่า.. เจ้านี่ขี้บ่นยิ่งกว่าเสด็จแม่เป็นไหนๆ เลยจริงเชียว

 

            ในที่สุดเหล่านางกำนัลขันทีทั้งหลายก็พากันเดินออกมาจากห้องใหญ่นั้น เสียงนุ่มของผู้ที่คาดว่าตอนนี้น่าจะอยู่ด้านในเพียงแค่คนเดียวดังออกมาจากห้องเป็นเชิงคำสั่ง

 

            ซองอูย่า~ เข้ามาหาข้าหน่อย

            พ่ะย่ะค่ะ

 

            ขันทีในชุดคลุมเขียวเข้มตรงหน้าเขาเลื่อนบานประตูให้เปิดออก บุรุษตัวสูงสาวเท้าเข้าไปด้านในห้อง ตรงส่วนกลางมีร่างของชายคนหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ เขาหันหน้ากลับมาหาซองอูที่เดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของเขา ซึ่งจากนั้นเจ้าตัวก็ก้มหัวให้หนึ่งครั้งอย่างนอบน้อม

 

            วันนี้ข้าเป็นยังไงบ้าง?”

            ทรงพระสิริโฉมมากพ่ะย่ะค่ะ

            ย่า~ ไม่ต้องชมข้าหรอกข้ารู้ตัว ^O^”

 

            องครักษ์หนุ่มหลุดหัวเราะร่วนจนตาหยีให้กับความหลงตัวเองอย่างน่ารักของผู้เป็นนายเหนือหัว ไม่ต่างกันเพราะร่างสูงในชุดคลุมตัวยาวสีเขียวทึบก็ยิ้มร่าแล้วช่วยประสานเสียงแห่งความขบขันออกมาตามๆ กัน ผู้มีศักดิ์ต่ำกว่าเงยหน้าขึ้นมามองคนที่ยืนอยู่บนพื้นต่างระดับแล้วแสดงท่าทีหงุดหงิดออกมาหน่อยๆ

 

            ทำไมรัดพระองค์เบี้ยวขนาดนี้ล่ะพ่ะย่ะค่ะ.. ซังกุงพวกนี้ทำงานมาจนหัวหงอกแล้วแท้ๆ แต่ทำการอันใดไม่ได้ละเมียดละไมเลย

            ฮ่าๆ.. ได้ยินเสียงท่านว่าโน่นนี่แบบนี้แล้วข้าก็ใจหายเหมือนกันนะ

            เซจา.. โปรดอย่าทรงพูดกับกระหม่อมด้วยสรรพนามแบบนี้อีกเลยพ่ะย่ะค่ะ

            อ้าว.. ก็ท่านเกิดก่อนข้านี่ ถึงพ่อท่านจะเป็นแค่เจ้ากรมกลาโหม แต่เสด็จพ่อข้ากับพ่อของท่านก็เหมือนสหายสนิทกัน หนำซ้ำยังเลี้ยงพวกเรามาด้วยกันอย่างกับพี่น้องเลยด้วยซ้ำ ข้าพูดเช่นนี้มันจะเป็นกระไรไปเสียเล่า

            เฮ้ออ.. งั้นก็ตามพระทัยเถอะพ่ะย่ะค่ะ แต่ต้องเป็นตอนที่พระองค์อยู่กับกระหม่อมแค่เพียงลำพังแบบนี้นะพ่ะย่ะค่ะ ถ้ารู้ไปถึงพระเนตรพระกรรณของฝ่าบาทกับพระมเหสี เงาหัวกระหม่อมคงไม่มีแน่

           

            ผู้มีอายุมากกว่าพูดไปด้วยน้ำเสียงกึ่งบ่นสองมือก็พลางจัดเข็มขัดกรอบสีทองเงาวาวให้ตรงจุดที่คิดว่าเหมาะสมที่สุด แล้วเริ่มถามผู้ที่ตนรับใช้ต่อ

 

            หยกกับพระมาลาล่ะพ่ะย่ะค่ะ?”

            อยู่ทางโน้นน่ะ บนโต๊ะหลังฉากกั้น.. ท่านไปหยิบมาให้ข้าหน่อยสิ

            พ่ะย่ะค่ะ

 

            ซองอูเดินไปที่อีกมุมหนึ่งของห้อง หยิบแท่งหยกสีเขียวสวยกับหมวกทรงสูงที่ตกแต่งปีกด้านบนของส่วนหมวกบานออกห้อยประดับด้วยหินอัญมณีหลากสีที่ร้อยเรียงกันลงมาเป็นแนวเส้นตรงดุจม่านกันหน้าผู้สวมใส่ เมื่อเดินมาถึงจุดเดิมเขาก็ยื่นหยกให้กับผู้เป็นนายถือไว้แล้วหยิบหมวกเดินขึ้นไปบนพื้นต่างระดับตรงหน้า จนตอนนี้ตัวของเขาและผู้สวมใส่ยืนร่างขนานกันพอดิบพอดี

 

            ข้ายังพูดไม่จบเลยนะ.. ที่บอกว่าใจหายน่ะ

            พระองค์ทรงหมายความว่าอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

 

            ขณะที่องครักษ์เขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อสวมเครื่องประดับศีรษะแก่คนตรงหน้า ถ้อยพยางค์ที่เอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มก็ทำให้เขาชะงักการกระทำไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อยๆ ลดหมวกลงแล้วถามกลับไปถึงสิ่งที่ผู้พูดต้องการที่จะสื่อ

 

            วันนี้มันมาถึงเร็วเกินกว่าที่ข้าคิดไว้จริงๆ.. ท่านรู้ไหม เสียงบ่นของท่านคืออีกสิ่งที่ข้าเติบโตมาพร้อมกับมันเลยนะ ฮ่าๆๆๆ

            เซจา..

            ถ้าข้าต้องออกไปอยู่วังอื่นแล้ว ข้าคงจะเหงาแย่..

            เซจา.. อย่าทรงทำพระพักตร์หมองเศร้าแบบนั้นเลย วันนี้เป็นวันดีของพระองค์นะพ่ะย่ะค่ะ

             

            ซองอูพูดกับนายเหนือหัวของเขาด้วยน้ำเสียงห่วงใย เมื่อแววตาของเจ้าตัวหรี่ลงแล้วคลี่ยิ้มเศร้าๆ คำขออีกครั้งของผู้มีสิทธิ์สั่งพรั่งพรูออกมาจากปากของเจ้าตัว

 

            เราเหลือเวลาอีกมากไหม?”

            สายมากแล้วพ่ะย่ะค่ะ เชิญเสด็จเถิด

            ถ้าเช่นนั้น.. ท่านพอจะทำตามคำขอของข้าอีกสักข้อจะได้ไหม?”

            ประสงค์สิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

            จนกว่าเราจะก้าวเท้าออกจากห้องนี้.. ท่านเรียกชื่อข้าได้ไหม?.. พูดเหมือนเราเคยพูดกันตอนยังเด็ก

            แต่พระองค์.. นั่นมันไม่ถูกนะพ่ะย่ะค่ะ เกิดพวกนางกำนัลขันทีมาได้ยิน--”

            มันเป็นประสงค์ของข้านี่..จริงไหม? ท่านพี่..

            พ่ะย่ะค่ะ

            สวมมาลาให้ข้าหน่อย

            ขอพระราชทานอนุญาตพ่ะย่ะค่ะ.. เซจา

            ข้าบอกว่าอะไร?”

            เอ่อ.. กอนอ่า..

            อ่า! นั่นแหละๆ ข้าไม่ได้ยินท่านเรียกข้าแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ

 

            กอนหัวเราะแกลมพูดออกมาอย่างชอบอกชอบใจ สังเกตได้ว่าองครักษ์ตรงหน้าของเขาจู่ๆ ก็หน้าแดงขึ้นมาอย่างเฉยๆ.. อย่างน้อยแค่วันนี้ ขอแค่อีกวันที่เขาจะได้ทำสิ่งที่เขาอยากทำในฐานะน้องชายคนหนึ่งที่ค่อนข้างเอาแต่ใจบ้าง

 

            หาใช่ในฐานะรัชทายาทกับองครักษ์

 

            หากแต่เป็นฐานะคนที่ได้เขาอยู่ด้วยแล้วมีความสุขทุกครั้งไป

 

            องซองอูคนนี้ตอบโจทย์ฐานะนั้นได้ดีที่สุด

 

            หมวกทรงสูงถูกสวมลงบนหัวของคนตรงหน้า ซองอูเงยขึ้นมองสำรวจความเรียบร้อยทางด้านบน สองมือขยับตัวหมวกนิดหน่อยเพื่อความแน่นหนาและมั่นใจว่าผู้ใส่จะเดินได้อย่างไม่ต้องกลัวมันจะหลุด คนหน้าคมลดระดับสายตาลงมาที่ดวงหน้าขาวใสของกอน เจ้าตัวกำลังเพ่งมองเขาอยู่ด้วยสายตาเป็นสุข

 

            ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมาทุกอย่างนะ.. ท่านพี่

            ไม่ใช่ในฐานะองครักษ์ แต่ในฐานะพี่ชายคนหนึ่งของพระองค์.. ต่อจากนี้พระองค์ไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว ในทุกวินาทีหลังจากนี้จะทรงพระดำริสิ่งใด ขอทรงตัดสินพระทัยให้เฉียบขาด และไตร่ตรองให้ดี.. โปรดยำเกรงและรักพระชายาให้มากๆ นะพ่ะย่ะค่ะ.. โชคดีนะกอน ข้าจะค่อยอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ

            ข้าขอกอดท่านได้ไหม?”

           

            ไม่รอให้ผู้ถูกขอจะตอบตกลง ร่างสูงในชุดคลุมลายมังกรอ้าแขนแล้วพุ่งตัวโอบผู้เป็นดั่งพี่ชาย คางได้รูปสอดประทับลงตรงไหล่ที่มีเสื้อกั๊กตัวยาวคลุม แรงเบียดเมื่อครู่ทำให้หมวกปีกบานสีดำที่มีลูกปัดหินร้อยเรียงลงมาจนถึงหน้าอกของซองอูหล่นลงพื้น อาจเป็นเพราะเชือกผูกตรงคางเป็นปมที่มัดไว้อย่างหลวมๆ ลวกๆ เลยทำให้มันร่วงลงโดยง่าย

 

            กอนอ่า.. เจ้าร้องไห้หรอ?”

            ..ข้า.ไม่อยากแต่งงานเลย ไม่อยากเลยจริงๆ..ฮึกก

            อย่าร้องไห้สิ.. เจ้าต้องเข้มแข็งนะ คิดซะว่านี่ไม่ใช่เพื่อเจ้า แต่เพื่อบ้านเมืองของเรา

            แลกกับการที่บ้านเมืองได้ แต่ข้ากลับต้องเสียทุกอย่าง.. ทั้งความเป็นตัวของข้า ทั้งอิสระทางความคิด ข้าต้องนึกถึงชายาด้วยเสมอ.. ไหนจะท่านอีก

            ข้าบอกแล้วไง.. ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ หยุดร้องได้แล้ว

 

            ซองอูถอนอ้อมกอดออกก่อนจะหยิบหมวกของตนที่ตกอยู่ขึ้นมาสวมตามเดิมแล้วผูกเชือกใต้คางให้แน่นหนากว่าเก่า กอนยกแขนเสื้อตัวใหญ่ขึ้นมาปาดน้ำตาลวกๆ..

 

            ที่ไม่อยากแต่งงานไม่ใช่เพราะเขาไม่ต้องการทำเพื่อแผ่นดินเกิด..      

 

            ไม่ใช่เพราะเขากลัวที่จะต้องสูญเสียชีวิตที่ค่อนข้างเสรีอย่างเก่า

 

            แต่เพราะเขาไม่ได้รักนางผู้นั้นเลย แม้แต่หน้าค่าตาก็เพิ่งเห็นกันไปได้เพียงแค่ชั่วครู่เดียว นิสัยใจคอลึกๆ ก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ

 

            และอีกประการที่สำคัญที่สุด.. เขามีคนที่รักอยู่แล้ว..

 

            และมันอาจจะเป็นเรื่องที่บ้าบอมากๆ ด้วยซ้ำ..

 

            เพราะคนคนนั้น...

 

            ยืนอยู่ตรงหน้าของเขาเอง..

 

            ใช่..เขารักซองอู เขาแอบรักผู้ที่เป็นทั้งพี่ชายทั้งองครักษ์ของตัวเอง

 

           

            บานประตูกระดาษสีหม่นถูกเลื่อนเปิดออกอีกครั้ง สี่เท้าของคนสองคนเยื้องย่างออกมาจากห้องโดยผู้มียศศักดิ์สูงกว่าและองครักษ์เดินออกมาตามลำดับ.. บทบาทของพี่ชายและน้องชายจบลงอย่างสมบูรณ์แบบแล้วภายในห้องนั้น ก่อนที่กอนจะเดินนำขบวนเหล่าขันทีและนางในที่แต่งตัวด้วยชุดวอนซัมเขียวเข้มแขนเสื้อแถบแดงเหลืองตัดกับขาวและวิกผมปลอมใหญ่เต็มยศ ซองอูก็พูดขึ้นเบาๆ กับเจ้าตัวเพื่อบอกอะไรบางอย่าง..

 

            พอถึงทางเดินกลางตำหนักกระหม่อมคงส่งพระองค์ได้เพียงเท่านั้น.. พระองค์ทรงแย้มพระสรวลเข้าไว้นะพ่ะย่ะค่ะ

            อืม.. ขอบใจเจ้ามาก

 

            เมื่อขบวนเดินหน้ามาจนถึงส่วนกลางของทางเดินในตำหนัก ก็ปรากฏขบวนอีกหนึ่งขบวนที่เดินมาบรรจบกันที่โถงใหญ่พอดี เหล่าพลพรรคนางกำนัลขันทีทั้งหลายในขบวนฝั่งตรงข้ามดูผ่านๆ แล้วแทบจะไม่มีสิ่งใดที่ต่างไปจากเหล่าข้ารับใช้ที่เดินตามหลังกอนอยู่เลยด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เตะตาที่สุดก็คงเป็นร่างเล็กที่เดินนำหน้าพวกเขาเหล่านั้นมาด้วยสีหน้าสงบเสงี่ยมเยือกเย็นเสียมากกว่า

            เครื่องประดับศีรษะทรงสูงที่ทำให้หญิงสาวตรงหน้าเขาดูตัวโตกว่าปกติขึ้นมามาก มันถูกประดับด้วยเพชรนิลจินดารูปทรงต่างๆ หลากสีสันชวนมอง หงส์จีนทองสองตัวที่ตรึงติดอยู่กับปลายวิกที่ถักลากยาวลงมาเป็นทรงคล้ายหมวกครอบตั้งแต่หลังศีรษะสะท้อนเข้ากับแสงแดดที่ส่องสาดเข้ามาจากภายนอกผ่านบานหน้าต่างตามระเบียงทางเดินเป็นประกายแวววาว ปิ่นปักผมหัวมังกรเงางามอันใหญ่เสียบอยู่บริเวณหลังวิกดำ ตรามังกรสีทองที่พาดบนไหล่เสื้อคลุมยาวสีแดงฉานทั้งสองข้าง ตัดเข้ากันอย่างลงตัวกับแผงคาดไหล่สีดำที่ปักดิ้นทองด้วยรูปหงส์สองตัวกำลังโบยบิน มือสองมือที่กุมแท่งหยกเช่นเดียวกันกับเขาไว้ตรงหน้าอก ปากเป็นกระจับสีสวย จมูกเล็กๆ น่ารัก กับคิ้วโก่งเข้ากับตากลมโตหวานใส เธอก้มหัวลงให้กอนอย่างนอบน้อมเช่นเดียวกันกับเขาที่โค้งหัวให้เธอหนึ่งครั้งเช่นกัน

 

            ในตอนนี้ขบวนทั้งสองขบวนได้รวมตัวกันเป็นขบวนใหญ่เดินไปตามโถงทางเดินยาวของตำหนัก ซองอูหยุดยืนอยู่แค่ที่ตรงนั้น ยิ้มอ่อนให้กับผู้ที่เป็นนายเหนือหัวอย่างปิติเขาสังเกตเห็นว่ากอนหันมาเหลียวหลังมองเขาวูบหนึ่ง แววตาคู่นั้นมองเขาหงอยๆ อย่างน่าสงสารเล็กๆ มันเป็นแววตาที่เขาไม่ชอบเลย

            ซองอูหันหลังเดินกลับไปทางเดิมเพื่อที่จะอ้อมไปลงประตูหลังตำหนัก เพราะจะได้ไม่เป็นการขัดขบวนเสด็จของนายทั้งสอง แต่ทำไมกันก็ไม่รู้.. ในทุกฝีก้าวที่ถุงเท้าขาวเหยียบย่ำลงไปบนพื้นไม้มันเงา เหตุใดใจของเขามันโหวงเหวงได้ขนาดนี้..

 

            “..ข้า.ไม่อยากแต่งงานเลย ไม่อยากเลยจริงๆ..ฮึกก  

          แลกกับการที่บ้านเมืองได้ แต่ข้ากลับต้องเสียทุกอย่าง.. ทั้งความเป็นตัวของข้า ทั้งอิสระทางความคิด ข้าต้องนึกถึงชายาด้วยเสมอ.. ไหนจะท่านอีก

 

 

            ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน.. กอน ว่าต้องทำเช่นไรข้าถึงจะไม่ต้องเสียเจ้าไป

 

         

            ตอนนี้เขาไม่รู้เลยว่าจะวางตัวอย่างไรต่อหน้าสตรีผู้นี้..

            ดุจกระพริบตาเพียงแค่ไม่กี่ครั้ง รัตติกาลก็เข้าปกคลุมวังหลวงแล้ว แสงในห้องมีเพียงไฟจากเปลวเทียนตามมุมต่างๆ เท่านั้น ผู้หญิงร่างเล็กตรงหน้าของเขายังคงนั่งนิ่งอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวเช่นเคย กระทั่งเจ้าตัวตัดสินใจเป็นฝ่ายเอ่ยปากพูดกับนางออกไปก่อน

 

            เจ้า..เป็นลูกสาวท่านเสนาบดีคิมใช่ไหม?”

            เพคะ.. หม่อมฉันเซจอง จากสกุลคิมเพคะ

            พ่อเจ้าก็เป็นนักปราชญ์ที่เก่งเอาการเลยเหมือนกันนี่ ข้าก็เชื่อว่าในอนาคตเจ้าก็คงจะนำความเก่งกาจที่ได้จากพ่อของเจ้ามาช่วยข้าในการจัดการบ้านเมือง

            เป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อท่านพ่อและตระกูลของหม่อมฉันเหลือเกินเพคะ ที่เซจาทรงเอ่ยพระโอษฐ์ชมขนาดนี้

 

            เจ้าหล่อนแย้มยิ้มอย่างปลื้มใจทำเอากอนเผลอยิ้มและหัวเราะไปด้วย.. กระทั่งเมื่อเสียงแห่งความสุขเงียบลง กอนก็ยิ่งทำตัวไม่ถูกเข้าไปอีก.. ก็ใช่สิ เขาไม่ได้เต็มใจอยากได้ชายาด้วยซ้ำ จะให้วางแผนโน่นนี่มาก่อนคืนส่งตัวเขาก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

 

            นี่ถ้าซองอูอยู่ข้างๆ เขาคงตะโกนถามเจ้าตัวไปแล้วด้วยซ้ำ..

 

            ข้า... เอ่อ.. ง่วง

            เอ๋.. แต่พระองค์

            หรือเจ้ายังไม่ง่วง

            ..ยังหรอกเพคะ..

            ขนมก็เยอะแยะนี่.. เจ้านั่งกินไปพลางๆ ก่อนก็ได้นะ

            ขอบพระทัยเพคะ.. แต่..

            ... อ้อ! ขอโทษเจ้าด้วย ข้าเกือบลืมไปเลย อย่าถือโทษความสะเพร่าของข้าเลยนะ

            หามิได้เพคะ

 

            เซจองกลอกตาขึ้นไปด้านบนเพื่อสื่อให้คู่หมายของเธอรู้ว่าเขาควรจะจัดการตัวเธออย่างไรต่อไป กอนหัวเราะอย่างเขินอายก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปดึงปมเชือกใต้วิกตรงคางของเธอให้หลุดออก แล้วจึงใช้สองมือประคองถอดเครื่องประดับศีรษะอันโตลงมาจากหัวของเธอแล้ววางมันไว้ข้างๆ...

 

            เซจองอ่า...

            เพคะเซจา

            ไม่ใช่ในฐานะรัชทายาท.. หากแต่เป็นสวามีของเจ้า.. ข้าขออะไรเจ้าสักอย่างหนึ่งจะได้หรือไม่?”

            ถ้าหากเป็นพระประสงค์ของพระสวามีแล้ว ชายาอย่างหม่อมฉันก็คงขัดมิได้หรอกเพคะ

            งั้นรอข้าสักเดี๋ยวนะ

            เซจา..เซจาเพคะ! จะเสด็จไปไหนน่ะเพคะ?!”

           

            ท่ามกลางความตกตะลึงของชายา กอนลุกดิ่งไปที่ประตูห้องทันที เมื่อบานประตูเปิดออกยังไม่ทันที่นางจะได้ทราบความและจุดมุ่งหมายของสวามีเจ้าตัวก็รีบบึ่งออกไปแล้ว.. กอนกระซิบกับขันทีคนสนิทอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบจ้ำอ้าวเดินออกจากตำหนักไป

 

            จีฮุนอ่า..

            พ..พ่ะย่ะค่ะ?”

            ถ้าพระชายาทรงถามว่าข้าไปไหน ตอบว่าไม่รู้นะ อ้อ.. แล้วอย่าให้นางตามข้ามาล่ะ

            พ่ะ..พ่ะย่ะค่ะเซจา

 

            ประตูห้องถูกปิดลงอีกครั้ง.. พระชายาในชุดสีสดนั่งเงียบไปสักพักก่อนจะเอ่ยเสาวนีย์ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นแก่คนสนิทของตน

 

            จอนซังกุง.. ยูจอง ชองฮา.. เข้ามาช่วยข้าเปลี่ยนชุด

            เพคะพระชายา

 

            ซังกุงสาวในชุดสีเขียวเข้มกับนางกำนัลอีกสองนางโค้งหัวรับคำสั่งก่อนจะรีบเดินดุ่มเข้าไปในห้อง ไม่กี่นาทีต่อมาบานประตูกระดาษฉลุลวดลายประณีตก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง ซึ่งภาพตรงหน้าเล่นเอาขันทีหนุ่มหน้าหวานต้องรีบก้มหัวหน้าซีดปากสั่นไปหมด..

           

            ร่างเล็กในชุดทังอีสีขาวสะอาดปักลายดิ้นทองทั้งตัว ที่ไม่เปลี่ยนไปคือตรามังกรขนาบสองข้างไหล่กับอีกหนึ่งจุดตรงหว่างอกและหน้าท้องตัดกับกระโปรงยาวคลุมตาตุ่มสีม่วงปักลวดลายหงส์สีเงินเงารอบชาย ปิ่นปักผมหัวมังกรคาบอัญมณีสีแดงก่ำทำให้เธอดูมีสง่าราศีขึ้นโข เธอเดินนำซังกุงส่วนตัวและนางกำนัลออกมา พูดกับจีฮุนด้วยน้ำเสียงที่แตกต่างกับที่เธอพูดกับสวามีโดยสิ้นเชิง จากน้ำเสียงหวานใสดุจวายุอ่อนพัดให้กอหญ้าและมวลหมู่ผกาพลิ้วไสวในคิมหันตฤดู มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงเย็นยะเยือกประหนึ่งหยาดน้ำค้างในฤดูเหมันต์

           

            เงยหน้า...

            กระหม่อม..มิบังอาจพ่ะย่ะค่ะขันทีพัคกล่าวเสียงสั่น

            นี่คือพระเสาวนีย์ของพระชายา ขันทีเยี่ยงเจ้าบังอาจขัดพระบัญชาหรอ!?” จอนซังกุงที่ยืนขนาบข้างผู้เป็นนายหญิงกล่าวตำหนิเขา

            จอนซังกุง.. เงียบก่อน

            ขอทรงประทานอภัยเพคะพระชายา

 

            เธอสั่งหญิงรับใช้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แล้วหันมาสั่งขันทีหนุ่มอีกรอบหนึ่งด้วยเสียงพูดแบบเดิมกับเมื่อครู่นี้

 

            ข้าสั่งให้เจ้าเงยหน้าขึ้น... ผลจากคำสั่งทำให้ขันทีเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าหล่อนอย่างกล้าๆ กลัวๆ

            เซจาเสด็จไปที่ใด?..

            กระหม่อม.. ไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ--”

 

เพียะ!

 

            โอ๊ย!”

 

            ซังกุงและนางกำนัลประจำตำหนักถึงกับยกมือขึ้นป้องปากอย่างตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อผู้มีอำนาจลงมือฟาดฝ่ามือบางลงไปบนแก้มของขันทีหนุ่มจนดวงหน้าขาวใสหันไปตามแรงกระทบในทันใด เจ้าตัวรีบหันหน้ากลับแล้วก้มหัวลงทันที แต่นั่นกลับไม่ใช่วิธีทางแก้ปัญหาเลย..

 

            ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง.. เซจาเสด็จไปที่ใด

            ทรงประหารกระหม่อมเถิด กระหม่อมไม่ทราบจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ

 

เพียะ!! เพียะ!! เพียะ!! เพียะ!!

 

            ฝ่ามือบางที่ยืนออกมาจากแขนเสื้อกว้างสีบริสุทธิ์กระหน่ำฟาดเข้าไปที่ดวงหน้าของขันทีหนุ่มหลายครั้งติดๆ กัน จนแก้มขาวใสช้ำแดงไปหมด นางกำนัลเล็กๆ บางคนที่ยืนอยู่แถวหลังอุทานออกมาเบาๆ แล้วรีบก้มหัวลงตามเดิม เมื่อเห็นการกระทำอันโหดร้ายของผู้มีศักดิ์เป็นมารดาของแผ่นดินคนต่อไป..

 

            จอนซังกุง.. ไปได้แล้ว

            เพคะ..

            แต่..แต่เซจาทรงตรัสว่าห้ามใครตามพระองค์ออกไป แม้กระทั่งพระชายานะพ่ะย่ะค่ะ

            ข้าคือชายาของพระองค์เหตุใดข้าจึงไม่มีสิทธิ์..

            แต่มันเป็นการขัดพระบัญชา--”

            ข้าไม่อยากทูลฟ้องพระมเหสีหรอกนะ ว่าในคืนส่งตัวเช่นนี้ เซจาของเจ้ายังไม่ทันถอดเครื่องทรงข้าเลยด้วยซ้ำ แต่กลับหนีหายออกจากตำหนักเยี่ยงนี้ และอีกอย่าง.. ถ้าสิ่งที่เจ้าถูกสั่งสอนไปเมื่อกี้มันไม่พอ ข้าก็พร้อมจะสนองให้เจ้าอีกนะขันที...

           

            ผู้เป็นชายาเดินออกมาตามระเบียงของตำหนักแล้วพูดกับคนสนิทของนาง.. สายตาเรียบนิ่งไร้แววหวานใสเหมือนในตอนแรก ดุจแววตาของอสรพิษที่จับจ้องมองหาเหยื่อ

 

            จอนซังกุง..

            เพคะ..

            ข้าคาดแล้วเชียว..ว่าพระองค์ต้องไม่ทรงเสวยขนมอาบยาพิษพวกนั้นแน่ๆ.. ยังดีที่ท่านพ่อบอกข้าว่าเตรียมแผนสำรองเอาไว้.. เล่าให้ข้าฟังหน่อยได้ไหม

            แน่นอนเพคะ.. แต่หลังจากนี้พระองค์ จะต้องเปลี่ยนฉลองพระองค์อีกครั้งหนึ่ง แล้วจะมีคนของใต้เท้ามาพาพระองค์หนีไปท่าเรือเพื่อไปต้าหมิงผ่านประตูหลังวังเพคะ ส่วนเครื่องทรงของพระองค์เราก็จะหานางในเคราะห์ร้ายสักหนึ่งนางมาปิดปากแล้วใส่มันเสีย.. ที่นี้หม่อมฉันจะติดต่อคนของใต้เท้าคิมให้มาจัดการเอาศพนางไปทิ้งไว้ในบ่อน้ำในตำหนักร้างท้ายวัง ถ้าหากการลอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาทสำเร็จ พระชายาก็จะถูกเข้าใจไปเองว่าทรงสิ้นพระชนม์เพราะกบฏเช่นกัน... จนกว่าจะหาร่างพระชายาปลอมเจอศพก็คงเน่าเฟะจนจำพระพักตร์ไม่ได้ ถึงตอนนั้นก็คงไม่มีใครรู้หรอกเพคะว่าพระองค์จริงๆ ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่

            หึๆ.. แยบยลดีนี่.. ว่าแต่..แล้วแพะที่จะมาเล่นเป็นกบฎคือใครล่ะ..

            ใต้เท้าเล่าให้หม่อมฉันฟังว่า องซองจินเจ้ากรมกลาโหม สนิทสนมกับองค์ชายองค์หนึ่งที่เป็นพระโอรสพระสนมซุกอึยที่สิ้นพระชนม์ไปแล้วอยู่ ใต้เท้าคิมพ่อของพระชายาน่ะปลอมหลักฐานไว้เรียบร้อยแล้วเพคะ ว่าเจ้ากรมกลาโหมคิดก่อกบฏลอบปลงค์พระชนม์รัชทายาทเพื่อให้องค์ชายองค์นั้นขึ้นมาเป็นรัชทายาทแทน

            แล้วบุตรชายของเขาที่เป็นองครักษ์ของเซจา ชื่อองซองอูล่ะ?”

            นั่นก็ยิ่งเข้าแผนใหญ่เลยเพคะ.. องครักษ์ของเซจาน่ะ ใครๆ ก็รู้กันทั่ววังว่าตัวติดกับเซจาขนาดไหน เพราะฉะนั้นถ้าหากพระองค์ถูกลอบปลงพระชนม์ขึ้นมาจริงๆ เขาซึ่งเป็นทั้งคนใกล้ตัวที่สุด และเป็นทั้งบุตรชายของเจ้ากรมกลาโหมก็ต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยมากที่สุดอย่างเสียมิได้เพคะ   

           

 

 

            อ่า.. ข้าว่าแล้วเชียวว่าเจ้าต้องอยู่ที่นี่

            เซจา!”

 

            ร่างสูงในชุดคลุมมังกรสีครามเข้มกล่าวทักทายผู้ที่กำลังนั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่บนหอดูดาว เจ้าตัวรีบหยิบดาบเล่มสวยขึ้นมาก่อนจะรีบโค้งหัวให้ผู้เป็นนายหนึ่งครั้ง.. ซองอูเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าเป็นกังวล

 

            แล้วพระชายาล่ะพ่ะย่ะค่ะ?”

            นางอยู่ในตำหนัก

            เซจา! นี่พระองค์ทรงทิ้งพระชายาออกมาในคืนส่งตัวเช่นนี้น่ะหรือพ่ะย่ะค่ะ.. ถ้าเกิดฝ่าบาทกับพระมเหสีทรงรู้เข้า ต้องเป็นการไม่ดีแน่.. เสด็จกลับเถอะพ่ะย่ะค่ะ เดี๋ยวกระหม่อมตามเสด็จไปส่ง

            ซองอูย่า.. ข้าออกมาอย่างนี้เจ้ายังไม่รู้ตัวอีกหรอ.. ว่าข้าอยากจะมาเจอเจ้า

            ..พระองค์?...

            พรุ่งนี้ข้าจะต้องเปลี่ยนราชฐานแล้ว.. ท่านไปกับข้านะ

            แต่กระหม่อม.....

            ดาวคืนนี้สวยจังนะ.. เหมือนตอนที่ท่านกับข้าเคยมาวิ่งเล่นกันที่นี่เลย

 

            สรรพนามในการพูดเปลี่ยนไปอีกแล้ว..กอนเดินมาใกล้ๆ ซองอูก่อนจะหย่อนตัวลงบนพื้นไม้แล้วเหม่อมมองขึ้นไปบนท้องนภาสีครามที่ถูกแต่งแต้มด้วยหมู่ดาวระยิบระยับกระจัดกระจายเกลื่อนกลาดไปทั่ว องครักษ์หนุ่มยิ้มอ่อนๆ ให้กับการกระทันอุกอาจของนายเหนือหัว.. สมเป็นเจ้าตัวจริงๆ เอาแตใจยังอย่างไรก็ยังคงเอาแต่ใจอย่างนั้นอยู่วันยังค่ำ

 

            ท่านเบื่อข้าไหม?”

             เอ๋?”

            ท่านเบื่อความเอาแต่ใจของข้าไหม?..

            กระหม่อมมิบังอาจหรอกพ่ะย่ะค่ะ.. พระประสงค์ของพระองค์ล้วนทำให้พระองค์ทรงมีความสุขได้ฉันใด การที่กระหม่อมได้เห็นพระองค์ทรงมีความสุขกับความสมพระประสงค์ก็เป็นความสุขของกระหม่อมฉันนั้นพ่ะย่ะค่ะ

            มันอาจจะฟังดูแปลกๆ...

 

            ร่างสูงเลื่อนมือเข้ามากุมกับฝ่ามือเรียวหยาบขององครักษ์หนุ่ม เจ้าตัวตกใจถึงกับปล่อยดาบที่อยู่ในมือลงในทันใด ดวงหน้าขาวใสของผู้เป็นนายเพ่งมองมาในดวงตาของซองอู แววตาคู่นั้นมันบ่งบอกถึงความคาดหวังในบางอย่างอย่างแรงกล้า และยิ่งถ้อยวลีที่เปล่งออกมาหลังจากนั้นด้วยแล้ว ทำเอาผู้พิทักษ์หน้าคมถึงกับนิ่งอึ้งตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง..

 

            ถ้าข้าบอกว่าข้ารักท่าน..ท่านจะเชื่อข้าไหม?”

            ซ..เซจา..

            ถ้าเลือกเกิดได้.. ข้าก็อยากเป็นเพียงแค่คนธรรมดาสามัญ ที่สามารถใช้ชีวิตอยู่กับคนที่ข้ารักได้จนบั้นปลาย ตราบลมหายใจสุดท้ายของข้าจะหมดไป.. แต่เพราะตำแหน่งนี้.. เพราะตรามังกรบนไหล่กับอกของข้ามันทำให้ข้าต้องอยู่อย่างลำบากใจแบบนี้.. ข้าควรทำอย่างไรดี.. ในเมื่อข้ารักท่านไปแล้ว ท่านตอบข้าได้ไหม ว่าข้าควรจะทำยังไง?”

           

            มาคราวนี้มือที่ยื่นออกมาจากแขนเสื้อกว้างสีทึบเริ่มถือวิสาสะเอนขึ้นไปจับตรงคางเรียวของผู้ต่ำศักดิ์กว่า ซองอูมองกอนตาไม่กระพริบ ดวงตาเรียวคู่ตรงหน้าของเขามันบ่งบอกได้ดีโดยไม่ต้องใช้เสียง ว่าสิ่งที่เจ้าตัวพูดออกมาเมื่อครู่มันมาจากใจของเขาทั้งหมด ไร้ซึ่งการปรุงแต่งเสแสร้งแต่อย่างใด

            องครักษ์ของเขาสะดุ้งในใจหน่อยๆ เมื่อคางของเขาถูกเชิดขึ้นเล็กๆ ก่อนที่จะต้องใจหายอีกครั้งเมื่อถูกแรงของคนตรงหน้าดึงเข้าไปในอ้อมแขน ลมหายใจของเจ้าตัวพ่นลงที่กกหูของซองอูก่อนที่มือข้างเดิมจะเชยคางของเขาขึ้นอีกครั้ง ริมฝีปากอวบอิ้มเลื่อนเข้ามาใกล้ๆ ดวงหน้าเรียวจนท้ายที่สุดแล้ว นายเหนือหัวของเขาก็ฝังจุมพิตสำหรับค่ำคืนซึ่งมันควรจะเป็นของชายาของเจ้าตัวลงบนฝีปากบางขององซองอู องครักษ์หนุ่มทำได้เพียงแค่หลับตาพริ้มลงเพื่อรับการตักตวงความหอมหวลจากร่างสูง

            เอาเถอะ..อย่างน้อยถึงรักของเขามันจะเป็นไปไม่ได้ แต่แค่คิดเสียว่านี่คือความฝันที่ดีที่สุดในชีวิตของซองอูเท่านั้น เขาก็นอนตายตาหลับแล้ว..

 

            กอนถอนจูบออกโดยที่สองมือยังคงประคองรูปหน้าหล่อเหลาของคนสนิทค้างไว้ แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล..

 

            ตอบข้าที.. ถ้านี่เป็นประสงค์ของข้า.. ท่านควรจะตอบว่าอย่างไร

            กระหม่อม.. ก็รักพระองค์พ่ะย่ะค่ะ.. รักเหลือเกิน แม้มันจะเป็นไปไม่ได้ก็ตาม

           

            นี่คงเป็นครั้งแรงเลยจริงๆ ที่คนเข้มแข็งอย่างซองอูยอมปล่อยให้น้ำใสๆ ที่แสดงความอ่อนแอของจิตใจไหลรินต่อหน้าคนที่เขารัก.. เพราะอย่างไรก็ตามหน้าที่ขององครักษ์ไม่ใช่เพียงแค่รัก แต่ต้องภักดีและเข้มแข็งอยู่เสมอแม้ในยามที่ผู้เป็นนายจะอ่อนแอเพียงใด ดังนั้นในเมื่อเขาเลือกที่จะเล่นบทบาทนี้แล้ว การแสดงความเปราะบางของใจให้ผู้ที่ต้องรับใช้เห็นจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรยิ่ง..

 

            แต่ตอนนี้.. เขาทำไม่ได้..

 

            ที่นี้พระองค์ทรงบอก..ฮึกก กระหม่อมได้ไหม.. ว่า..ฮึกก ว่ากระหม่อมควรทำเช่นไร

            ท่านพี่..

            ถ้ารู้ว่า..ฮึกก รักแล้วใจมันเจ็บต้องปวดขนาดนี้ กระหม่อม..ไม่อยากจะรู้จักกับพระองค์เลย ฮึกก ไม่อยากจะต้องมายืนอยู่ในจุดนี้เลย.. แต่กระหม่อม..ก็ดีใจที่ได้ทำหน้าที่นี้.. ทุกครั้งที่กระหม่อมได้จับดาบเพื่อพระองค์ มันก็เหมือนกระหม่อมได้คุ้มกันดวงใจของกระหม่อมไปด้วยในเวลาเดียวกัน

             

 

            กอนรู้สึกมีความสุขและหดหู่ใจไปด้วยในเวลาเดียวกัน..

            สุขใจที่เขารู้ว่าอย่างน้อย หัวใจของเขาและซองอูก็เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน

            แต่หดหู่ใจ.. เพราะรู้ว่ายังไง ก็ไม่สามารถครอบครองมันได้..

 

            มือหนาดึงร่างของคนสนิทที่กำลังสะอื้นเบาๆ เข้ามาสวมกอดจนแน่น.. ทว่าในตอนนั้นเอง อะไรบางอย่างพัดผ่านหน้าของกอนไปอย่างรวดเร็วตามด้วยความเจ็บปวดที่แก้มข้างซ้าย เขาผละตัวออกจากซองอู.. แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้าที่ใบหน้าขาวใสของรัชทายาทหนุ่ม สะท้อนภาพที่น่ากลัวเข้าสู่สายตาของผู้เป็นองครักษ์ให้รีบคว้าดาบขึ้นมาแล้วชักมันออกจากฝักอย่างรวดเร็ว ซึ่งก่อนหน้านั้นมีดบินคมกริบก็ได้ปักคาเข้าที่เสาไม้ด้านหลังของทั้งคู่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

            เซจา!! พระโลหิตนั่น ..ใครน่ะ!!! ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!!!.. พวกเจ้า..เตรียมคุ้มกันองค์รัชทายาท!!”

 

            เสียงนุ่มๆ เมื่อครู่กลายเป็นเสียงตวาดก้องไปทั่วอาณาบริเวณ ตามด้วยเสียงคำสั่งฟังดูดุดัน ทหารยามด้านหน้ารับคำสั่งของผู้มียศสูงกว่าโดยการตั้งหอกสามง่ามยาวขึ้นมาเตรียมตั้งท่าพร้อมโจมตีกลับไว้.. ทันใดนั้นเอง.. ดอกธนูปริศนาก็ยิงเข้าใส่ร่างทหารยามนายหนึ่งจนล้มลงนอนแน่นิ่งไป ตามด้วยนายที่สอง..และสาม

 

            ซองอูเห็นท่าไม่ดีแน่แล้ว.. เขารู้เลยว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังก่อการกบฏ และสิ่งที่พวกมันต้องการไม่ใช่สิ่งอื่นใดเลย..นอกจากชีวิตของผู้ที่เป็นดั่งหัวใจของเขา..

 

            เซจา.. เสด็จหนีมากับกระหม่อมก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ

 

            ทันทีที่คว้าข้อมือในชุดคลุมลายมังกรได้ซองอูรีบพาเจ้าตัวออกวิ่งไปจากหอดูดาวนั่นทันที ซึ่งตามที่เขาคาดไว้ไม่มีผิด กลุ่มคนในชุดดำทะมึนปิดหน้าปิดตาในมือพวกเขาทั้งหลายมีดาบเงาวาวถืออยู่คนล่ะเล่ม วิ่งหน้าตั้งมาทางเขาทั้งสองอย่างเร็วรี่ ซึ่งนั่นก็ทำให้ทั้งคู่ต้องเร่งฝีเท้าขึ้นเช่นกัน

 

            แต่ในตอนนั้นเอง...

            อ๊ากกก!!!”

            เซจา!!!!”

 

            ร่างสูงของผู้เป็นนายจู่ๆ ก็รีบคว้าตัวขององครักษ์เข้ามากอดไว้ เป็นเวลาเดียวกันกับที่ดอกธนูไม้ดอกหนึ่งปักเข้าที่ไหล่ซ้ายตรงตรามังกรข้างหนึ่งพอดิบพอดี เสียงร้องเจ็บปวดทำเอาซองอูถึงกับใจหาย มองไปทางด้านบนก็เห็นได้ว่า ตามหลังคาตำหนักรอบๆ มีเหล่าบุคคลปริศนาในชุดดำอย่างเดียวกับพวกที่วิ่งตามเมื่อครู่กำลังง้างคันธนูเตรียมยิงทั้งเขาและกอนอยู่    

           

            แต่ถึงแม้คนที่เขาต้องปกป้องจะบาดเจ็บจากการมาเป็นผู้ปกป้องเขาเสียเอง ซองอูก็หยุดวิ่งไม่ได้ มือที่จับแขนเสื้อที่ทอด้วยผ้าไหมมันเงาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ..

 

            ห่าธนูโปรยปรายลงมาใส่คนทั้งสองที่วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน จนในที่สุดไม่รู้ว่าสวรรค์ช่วยยื้อเวลาชีวิตของทั้งคู่ไว้หรืออย่างไร ซองอูก็สามารถพากอนเข้ามาหลบอยู่ในตำหนักเก่าๆ เล็กๆ หลังหนึ่งในหมู่ตำหนักทางด้านหลังวังนี้ได้สำเร็จ ซึ่งคาดว่าถ้ากบฏพวกนั้นต้องการตามตัวพวกเขา คงใช้เวลาสักพัก กอนฟุบตัวลงกับผนังอย่างเหนื่อยล้า ความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วแขนซ้ายทำเอาดวงหน้าขาวมีเหงื่อออกเต็มไปหมด..

           

            เซจา..ทรงเป็นอะไรมากไหมพ่ะย่ะค่ะ?”

            ข้า..แฮกก.. ไม่เป็นไร ท่านล่ะบาดเจ็บไหม?”

            ไม่พ่ะย่ะค่ะ เป็นความผิดกระหม่อมเอง.. ถ้าพวกเรารอดไปได้ กระหม่อมจะขอยอมตาย

            เราก็จะตายกันอยู่แล้วท่านยังจะมาขอยอมตายอีกหรือ?”
            ไม่พ่ะย่ะค่ะ..กระหม่อมจะไม่ยอมให้เซจาเป็นอะไรอีกแน่นอน

           

            ไม่ทันที่จะได้ทำอะไรหลังจากนั้นต่อ เสียงฝีเท้าของกลุ่มคนนับสิบก็ดังขึ้นจากทางด้านนอกตำหนัก ซ้ำยิ่งที่นี่เป็นหลังวังด้วยแล้วทหารยามที่คอยรักษาการณ์ก็มีน้อยมาก ถึงแม้จะพอถ่วงเวลาได้นิดหน่อย แต่ก็คงสู้กำลังกบฏไม่ได้แน่..

 

            ท่าน..หนีไป.. ให้มันฆ่าข้า

            อย่าตรัสสิ้นคิดแบบนั้นพ่ะย่ะค่ะ!!”

            มิฉะนั้น ท่านจะต้องตายไปกับ--”

            กระหม่อมยอมตาย!! มันคือหน้าที่ของกระหม่อม.. ถอดฉลองพระองค์ออกพ่ะย่ะค่ะ

            ท่านจะทำอะไรน่ะ?”
            กระหม่อมขอร้อง.. พระองค์ทำตามที่กระหม่อมบอกเถอะ.. พระองค์ต้องมีพระชนม์ชีพต่อไปนะพ่ะย่ะค่ะ

            ข้าจะไม่ทำจนกว่าท่านจะบอกว่าท่านมีแผนอะไรกันแน่!!”

 

            ร่างสูงที่บาดเจ็บพูดใส่หน้าซองอู องครักษ์หน้าคมชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจพูดแผนการในใจของตนเองให้อีกฝ่ายได้รู้ โดยหวังว่าคนตรงหน้าจะยอมทำตามที่เขาสั่งแต่โดยดี

 

            นี่ไม่ใช่แค่การทำให้พระองค์จนมุม หรือหาทางจับตัวพระองค์ พวกมันต้องการจะลอบปลงพระชนม์แน่นอน.. กระหม่อมจะสวมฉลองพระองค์ของพระองค์เอง.. ถ้าหากล่อพวกมันไปทางอื่นได้.. ก็คงพอถ่วงเวลาให้พระองค์เสด็จหนีได้ทัน อย่างน้อยชีวิตกระหม่อมก็ไม่ได้เป็นเป้าหมายของพวกมันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

            ท่านบ้าไปแล้วหรอ!!! ท่านพี่!! ท่าน.. ท่านจะเอาชีวิตของท่านมาเป็นเดิมพันเพื่อให้ข้าหนีทั้งๆ ที่เราต่างก็ไม่รู้ว่าจะรอดกันหรือเปล่าอย่างนั้นหรอ!?”

            แต่มันเป็นทางเดียวพ่ะย่ะค่ะ.. เซจา.. กระหม่อมขอร้อง ไม่อย่างนั้นเราต้องตายกันหมด!”

            นั่นไม่ดีหรือไง.. ท่านกับข้า.. เราทั้งคู่จะได้--”

            พระองค์จะต้องทรงเป็นพระราชาในอนาคตนะพ่ะย่ะค่ะ จะทรงคิดเห็นแก่ได้แบบนั้นมิได้!!”

 

             กอนถึงกับสะดุ้งไปกับเสียงดุเบาๆ  ของซองอู แววตาขององครักษ์หนุ่มที่มองเขามันเปี่ยมไปด้วยความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด แน่นอนว่าเจ้าตัวก็คงคิดหนักเหมือนกันที่ต้องทำเช่นนี้.. แต่แล้วดูเหมือนว่าสวรรค์จะเล่นตลกกับชีวิตของพวกเขาอีกครั้ง เมื่อเสียงตะโกนน่ากลัวกับเสียงฝีเท้าเหยียบพื้นไม้กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ .. ทั้งคู่รู้ได้ทันทีว่าพวกเขาเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว

 

            กระหม่อมก็เช่นกัน.. ถ้ากระหม่อมยอมตายพร้อมพระองค์.. พ่อของกระหม่อม.. ตระกูลของกระหม่อม จะต้องถูกตราหน้าไปจวบสิ้นแผ่นดิน... ถึงแม้ว่าจะรักพระองค์ขนาดไหน แต่สุดท้ายกระหม่อมก็คือองครักษ์.. หน้าที่ของกระหม่อมคือทำทุกอย่างเพื่อให้พระองค์ปลอดภัย.. แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตกระหม่อมเองก็ตาม..

            ข้าขอร้อง.. ท่านพี่ ท่านอย่าทำแบบนี้...

           

             ร่างสูงในชุดคลุมมังกรเริ่มเสียงสั่นเทา.. ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะต้องตาย..

 

            แต่กลัวว่าเขาจะต้องเสีย คนที่เขารักมากที่สุดไปตลอดกาลมากกว่า

           

            และไม่ต่างกัน..

 

            กอนเห็นได้ชัดผ่านแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้าผ่านซอกไม้เก่าๆ ที่แตกหักกระทบเข้าที่หน้าของซองอู .. น้ำตาของเจ้าตัวกำลังไหลอยู่.. ซองอูสูดหายใจเข้าหนึ่งครั้งก่อนจะพูดต่อ

           

            เร็วเข้าเถิดพ่ะย่ะค่ะ.. กอนอ่า.. ถ้าเจ้ารักข้า.. จงทำตามที่ข้าขอ

           

           




            นั่น!! เซจาอยู่นั่น ตามไป!!!!”

 

            ร่างโปร่งในชุดคลุมลายมังกรปักสีเงินสาวเท้าอย่างรวดเร็วออกไปทางประตูเก่าๆ ของตำหนักอีกด้านหนึ่ง.. พอมาถึงประตูหลังวัง มือหนึ่งหยัดผนังของกำแพง ตามด้วยขาเรียวยาวที่กระโดดข้ามมันไปอย่างคล่องแคล่ว.. เหล่าบุคคลชุดดำหลายสิบชีวิตยังคงวิ่งตามเขารวดเร็วปานลมกรดอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย คบไฟในมือของพวกเขาเหล่านั้น ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นของผู้ล่าได้เปรียบกว่าผู้หนีมากขึ้นไปอีกเท่าตัว

           

           

            ในขณะที่วิ่งไปได้ไม่ทันไร.. ดอกธนูดอกหนึ่งก็ยิงเข้าปักที่กลางหลังทะลุเสื้อคลุมผ้าไหมสีครามทึบจนเกิดเป็นรอยเลือดซึมไหลอย่างน่ากลัว..ทว่าขายังคงออกแรงวิ่งต่อไปแม้ร่างกายส่วนบนจะเจ็บปวดจนชาไปหมด.. ดอกธนูไม้ยังคงปักคาหลังโปร่งอยู่อย่างนั้น กระทั่งเจ้าตัววิ่งมาถึงริมผาที่วิวด้านหน้าเป็นทะเลเดือดสีทะมึนมืดดุจหลุมนรกอันไร้จุดสิ้นสุด เสียงคลื่นคลั่งสาดซัดกระเซ็นเข้าหาชายฝั่งแข่งกับเสียงหัวใจของเขาที่กำลังเต้นอย่างรุนแรง.. ในมือข้างหนึ่งยังคงถือดาบเงาเงินคู่กายไว้ข้างๆ ลำตัว..

 

            ซองอูรู้ดีว่าอย่างไรเขาก็ไม่รอดแน่แล้ว.. จึงตัดสินใจปักดาบนั่นลงตรงพื้นดินจนแน่น.. ในใจก็หวังว่าถ้าหากแผนของเขาสำเร็จ คงจะมีสักวันที่ดวงใจของเขาจะต้องมาพบกับมันจนได้ กอนเป็นคนฉลาด เขาจะต้องจับและสืบสาวหัวเรือของพวกกบฏเหล่านี้ได้แน่ .. ซองอูมั่นใจ

           

            แต่จะผิดหรือไม่ที่องครักษ์คนนี้กำลังกลัว.. กลัวจนน้ำตาไหล..

 

            ถามว่าสิ่งที่กลัวคือความตายหรือไม่.. ตอบได้เลยว่าไม่..


            ตระกูลอง เป็นตระกูลขุนนางฝ่ายบู๊ที่รักษาตำแหน่งองครักษ์ประจำพระองค์มาอย่างยาวนานหลายรุ่น.. ดังนั้นความตายจึงเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจะท้าทายสำหรับองซองอูคนนี้ด้วยซ้ำไป


            แต่ที่กลัว...

 

            คือกลัวว่าเขาจะไม่ได้เห็นรอยยิ้มน่ารักของนายเหนือหัวของเขาอีก.. กลัวว่าจะไม่ได้พูดคุย จะไม่ได้พบเจอกับเจ้าตัวอีก...

 

            นั่นคือสิ่งที่เขากลัวที่สุด..

 

           

 

 

            กระหม่อมจะวิ่งล่อพวกมันออกไปอีกทาง.. พอเสียงฝีเท้าของพวกมันไปไกลจนพ้นตำหนักนี้แล้ว.. กระหม่อมเชื่อว่าพวกมันที่เหลือจะต้องมีแอบหลบซ่อนอยู่ในวังหลวงอีกแน่.. เพราะฉะนั้น.. พระองค์จงวิ่งออกไปทางประตูหลังวัง.. ไปทางตะวันออก พอเริ่มเจอเขตหมู่บ้าน.. พระองค์จะปลอดภัย.. ที่หมู่บ้านระแวกนั้นมีตำหนักของพระสนมคยองพินที่ประทับอยู่นอกวัง.. พระนางต้องช่วยเหลือพระองค์แน่..

            ท่านจะต้องกลับมาหาข้านะ.. ท่านพี่ ท่านจะต้องกลับมานะ..สัญญากับข้า

            แน่นอน..กระหม่อมสัญญากระหม่อมจะกลับมาให้ได้..

 

           

             

            อยากได้มากไม่ใช่หรอชีวิตข้าน่ะ!! ข้าอยู่นี่ไง!! มาเอาไปสิ!!!”

 

            ทันทีที่เสียงตะโกนบ้าระห่ำของซองอูจบลง เหล่าบุคคลนิรนามที่ตามเขามาแต่ต้นก็พุ่งเข้าโจมตีเจ้าตัวทันที.. แต่ยังไม่ทันที่ปลายดาบของบุคคลเหล่านั้นจะได้ฟาดฟันเข้าเนื้อตัวของเขา ซองอูก็ตัดสินใจโรยตัวลงจากหน้าผาชันนั้นทันที เพราะถ้าหากกบฏเหล่านี้เห็นหน้าของเขา พวกมันจะต้องรู้แน่ว่ารัชทายาทตัวจริงยังมีชีวิตอยู่

 

            ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว..หากแต่อ่อยอิ่งเหลือเกินสำหรับองซองอู เขารู้สึกว่าตัวของเขาเบาหวิวไปหมด.. เวลาแต่ละวินาทีที่ร่างกายกระทบกับอากาศมันช่างเชื่องช้า.. แต่ก็ดี เพราะอย่างน้อยมันก็ยังพอทำให้เขาได้มีห้วงเวลาเล็กๆ ให้คิดถึงคนคนนั้นได้บ้าง..ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายของเขาจะถูกมัจจุราชพรากไป..

 

            ...รอยยิ้ม...

            ...ท่าทาง...

            ...น้ำเสียง...

            ...กอดอุ่นๆ...

            ...วันวาน...

 

            ซองอูค่อยๆ หลับตาลงปล่อยให้น้ำใสๆ ไหลรินออกจากช่องทางทั้งสอง.. หากแต่ริมฝีปากบางยังคงยกยิ้มอย่างอบอุ่น..และมีความสุข

 

          



백년이나 천년 지나도

ต่อให้เวลาจะผ่านไปสักร้อยปีพันปี

저는 사랑하는 사람을 세자입니다

กระหม่อมจะรักเพียงพระองค์คนเดียว

성우 이사람..  사랑하는 사람을 세자입니다

ซองอูคนนี้..จะรักเพียงแต่เซจาพ่ะย่ะค่ะ

 

 

           

 

           

                       

 끝.

             










 .................................................................


อ่ะโจ๊ววว ..เรื่องนี้เป็น Nielong สั้นๆ ที่เราแต่งขึ้นมาเพราะความอิน 55555

จากซีรี่ส์ย้อนยุคที่ดูกับยายตอนเย็นบ่อยๆ จนเก็บมาเขียน ไรต์พยายามเขียนภาษาให้ทุกคน

เข้าใจเรื่องง่ายที่สุดนะ เพราะถ้าบรรยายพวกย้อนยุคข้อมูลมันจะเยอะ 

จนทุกคนอาจเบื่อนึกว่าอ่านหนังสือประวัติศาสตร์แทน 5555555

เอาเหอะ! ถ้าใครไม่เก็ตอะไรตรงไหน จะถามไว้ไรต์ก็ไม่ว่านะ จะตอบไว้ให้เอง


อ้อ! อีกเรื่อง.. เผื่อบางคนงงกับชื่อ

'กอน' ในที่นี้ก็คือน้องแดนของเราเอง 5555 คือถ้าใครดูซีรี่ส์ย้อนยุคบ่อย

จะเห็นว่าชื่อกษัตริย์หรือรัชทายาทจะเป็นชื่อพยางค์เดียวซะส่วนใหญ่

จะเอาดา.. เอานี.. เอาเอล มาตั้งก็แปลกๆ 55555

ไรต์เลยถอดพยางค์สองจากชื่อเก่าของน้องแดน ว่า กอนมาใช้เป็นชื่อแทน

คงจะเก็ตแล้วเนอะ!! ฮู้ววววว ^O^



           

ผลงานอื่นๆ ของ SoleilinSeoul

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 23:52

    ดีมาก ด๊ มาก ๆ ไรท์สุดยอดมาก ความรัก ความเสียสละ สุดยอดมากๆ ชอบๆ

    ถ้าเป็นได้ก็อยากให้มีตอนพิเศษนะ ขอบคุณที่มีนิยายดีให้อ่าน ชอบมากเลย

    #บางทีความรักก็ไม่จบแฮปปี้เสมอไป บางทีความรักก็ต้องแลกกับน้ำตาเพื่อให้คนที่รักมีความสุขที่สุด

    ชอบมากไรท์ สุดยอดมากๆค่ะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png


    #4
    1
    • 30 ธันวาคม 2561 / 22:50
      ขอบคุณที่แวะเข้ามาน๊าาาาา งื้อออ มีเม้นบอกว่าอยากให้เพิ่มตอนอีกแล้ว 55555 ต้องขอคิดดูก่อนเอนะ ไรต์กลัวจะแต่งได้ไม่ดีเท่าเดิม (แล้วเท่าเดิมนี่ดีแล้วหรอ 555) ซากึกเป็นอะไรที่เขียนยากมากก สำหรับไรต์ แต่พอได้เห็นรีดเอร์ที่แวะมาหลายๆ คนชอบ ไรต์ก็แฮปปี้มากเลยยย แต้งกิ้ววว
      #4-1
  2. วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 00:18
    อยากให้มีภาคต่อนะคะคุณไรต์😢
    #3
    1
    • 2 ธันวาคม 2561 / 19:57
      งื้ออออ ไรต์เคยคิดอยากแต่งแนวนี้เหมือนกันนะ 5555 แต่มันเขียนยากมากอ่ะรีด กลัวไม่มีคนอ่าน แต่ไรต์ก็ชอบแนวประวัติศาสตร์ๆ แบบนี้เหมือนกัน ยังไงก็ ถ้ามีโอกาสไรต์อาจจะเขียนก็ได้นะ ^^
      #3-1
  3. #2 gewntnc2 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 00:17
    แต่งดีมากๆเลยค่ะ ร้องไห้แล้ว;-;
    #2
    0
  4. วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 15:06
    แงงงง เศร้ามากๆค่ะ อยากให้เค้าทั้งสองคนสมหวังจังเลย
    #1
    1
    • 25 ตุลาคม 2561 / 20:02
      เราต้องมโนกันต่อเองแล้วล่ะ ฮืออออ
      #1-1