[FIC BTS] Chionophobia (KooKV,NamJin,YoonMin) #แทแทกลัวหิมะ

ตอนที่ 5 : วิธีการรักษาที่ 3 : กินข้าวกับแพทย์เจ้าของไข้ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 876
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    18 ก.ย. 60









왜 이렇게 내 얼굴이 아주 뜨겁다 !?


Why is my face so hot like this !?
















            <พี่จินมารับผมหน่อยได้มั้ยฮะ? คือมาร์คมันมีนัดกับน้องรหัสน่ะ”      

   “โอเคๆ รอพี่หน้าตึกนั่นแหละ เดี๋ยวพี่ไปรับนะ

            <ครับๆ>

           


            หลังจากวางสายจากผู้เป็นน้องชายแล้ว ผมก็กวาดข้าวของบนโต๊ะเรียนลงกระเป๋าสะพายอย่างลวกๆ เพราะกลัวว่าหิมะจะลงมาหนักกว่านี้ แล้วแทฮยองอาจจะลำบากได้


            ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมหน้าหนาวปีนี้ หิมะถึงได้ขยันตกกันจริงๆ เทพประจำฤดูกลัวไม่ได้ตังค์ค่าโอทีหรือไงก็ไม่รู้ถึงตกได้ทั้งกลางวันทั้งกลางคืนแบบนี้ -__-

 


            “จินอ่า!~..จินโว้ยยยยย..ซอกจินนนน ไอ้คิมซอกจินโว้ยยยยย

            “นี่ยัยปากตลาดหัดเงียบบ้างเถอะน่า หมาแมวชั้นล่างอยู่กันเพียบ เธอยังจะเห่าแข่งกับมันอีกหรอ -___-”

 

            เหอะๆ.. พวกคุณอึ้งกันใช่ไหมว่าที่ประโยคสนทนาเมื่อกี้น่ะ มันเป็นบทสนทนาระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง..

 

            เพราะผมยังไม่ทันจะได้ลุกออกจากเก้าอี้เลยด้วยซ้ำ คิมจีซู..ยัยผู้หญิงร่างเล็กพอๆ กับหมากระเป๋าแต่ใจใหญ่ยิ่งกว่าสมองปลาวาฬก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาหา แล้วเรียกผมเสียดังลั่นอย่างกับว่าตัวผมอยู่ดาวพลูโตแล้วเจ้าตัวเธออยู่ดาวพุธก็ไม่ปาน

           

            โถ่ววววว ถ้าเกิดฉันเป็นหมา นายมันก็เห็บบนตัวหมาเลยล่ะ

            “อ้าวววว ยัยบ้านี่!!”

            “พอๆๆๆ วันนี้ไปกินเนื้อย่างกันเว้ยยยย ฉันนัดกับเฮียกิกับพี่เจนนี่เอาไว้ หรือว่านายไขสือจำวันเกิดคิมจีซูคนนี้ไม่ได้ฮะ?”

            “ไม่ได้ไขสือ แต่จำไม่ได้เลยต่างหาก..แล้วก็ไม่ไปด้วย... ฉันต้องไปรับน้อง

            “กรี๊ดดดด~~ ต่ำตมไปอีกกกกกก >O< !!! คำก็น้องสองคำก็น้อง ..น้องชายนายน่ะปีสองแล้วนะ ไม่ใช่อนุบาลสอง ทำไมต้องประคบประหงมขนาดนั้นวะ?”

            “ว่าไปเธอก็ไม่เข้าใจหรอก งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะ อันนยอง..

            “เฮ้ยยยย ด..ด เดี๋ยว ดิ!” ยัยหมากระเป๋าจีซูหน้าเหวอหวาทันทีพอเห็นว่าผมกำลังจะลุกเดินหนีออกไป สองมือของยัยนั้นก็ดึงชายเสื้อของผมไว้อย่างแน่น


 

            เอาตรงๆ นะ รู้จักยัยนี่มาตั้งแต่ขึ้นม.ปลายใหม่ๆ นิสัยนี่ยังไงก็อย่างงั้นมาจนตอนนี้เลยแหละ แล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นคราวเคราะห์หรือเปล่าก็ไม่ทราบ เพราะดันมาสอบติดคณะเดียวกันอีก ยังไม่พอนะครับ.. รุ่นพี่ทั้งหลายแหล่ที่ไม่รู้ว่าใช้ตาหรือนิ้วเท้ามองกันแน่ ถึงจับผมกับยัยนี่เป็นดาวเดือนคณะคู่กันอีก Y^Y

 

            ซึ่งแน่นอน.. บางครั้งพวกคณะนิเทศก็จะมาสัมภาษณ์เรา ไปลงวารสารมหาลัย และก็แน่นอนอีกว่า บทสนทนาในตอนนั้นไม่มีเค้าโครงในตอนนี้อยู่เลยแม้แต่น้อย...เช่นครั้งล่าสุด


 

          เอ่อ..ที่ไปออกค่ายรักษาน้องหมากับน้องแมวกับเพื่อนๆ ก็ดีใจมากเลยค่ะ..โดยเฉพาะกับซอกจินค่ะ คือ..จีซูชอบมากเลยตอนที่ซอกจินอุ้มหมาที่โดนรถทับขาหักจากเขาด้านบนลงไปโรงพยาบาลด้านล่าง ก็รู้สึกว่า..ตำแหน่งเดือนคณะมันควรเป็นของเขาจริงๆ แหละค่ะ


          .

          .


          จีซูเธอก็น่ารักมากเลยครับ.. เธอลงทุนนั่งป้อนอาหารลูกแมวตัวเล็กๆ ทีละตัวๆ อดหลับอดนอนทั้งคืน.. เพื่อดูลูกแมวตัวเล็กๆ พวกนั้น ตำแหน่งดาวคณะก็เหมาะกับเธอจริงๆ แหละครับ เธอทั้งน่ารัก แล้วก็ใจดีซะขนาดนั้น


 

            โฮยยยยยยย!! เลี่ยนๆๆๆ อยากจะอ้วกโว้ยยยยย >O<


            คือแต่เอาเข้าจริงๆ พวกผมก็ทำแบบนั้นกันจริงๆ นะ มันเหนื่อยก็จริงแต่แลกมาด้วยความสุขที่ประมาณค่าไม่ได้เลย


            น๊าๆ จินน๊า~ ไปเป็นเพื่อนกันหน่อยน๊า~”

            “เฮ้ออออ..เออๆ ไปก็ไป แต่ขอพาน้องชายฉันไปด้วยได้ไหม? วันนี้ไม่ได้ซื้อข้าวไว้น่ะ

            “ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ น้องชายนายคนนั้น ที่หน้าตาน่ารักๆ ที่เรียนอยู่วิทยาศาสตร์ใช่ไหม?”

            “อื้อ...

            งั้นโอเค เจอกันหน้ามหาลัยนะ ชั้นขอกลับหอไปแต่งองค์ทรงเครื่องก่อนยัยปากตลาดเดินแยกออกไป

 

            “โอเคๆ อย่าลืมล้างหน้าด้วยน้ำมะพร้าวนะ หน้าจะได้สะอาดๆ

            “จริงหรอ!!! เดี๋ยวจะหาซื้อมาลองล้างดูนะ......เอ... แต่เดี๋ยวนะ...ในตอนนั้นเองผมก็รีบเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว แล้วก็เป็นไปตามคาด..เสียงเสียงหนึ่งดังไล่หลังผมมาสนั่นลั่นโลก


 

            ไอ้ซอกจิน!!!! นี่นายว่าฉันเป็นศพหรอ ไอ้เพื่อนบ้า!!!! >O<!!”


                       

            พอก้าวพ้นออกมานอกตัวตึกคณะ ผมก็พบว่าหิมะเริ่มหยุดตกแล้ว..


            แต่มันก็ยังไม่โอเคนัก เพราะผมรู้ดีว่าอาการของแทฮยองไม่ได้เกิดแค่ตอนหิมะตกเท่านั้น แค่ตัวเด็กคนนั้นโดนสิ่งไม่มีชีวิตสีขาวพวกนี้อาการก็กำเริบได้แล้ว..

 

            ไม่ต้องบอกผมก็รู้ว่าแทฮยองคงคิดถึงผมแบบไหน..พวกคุณก็น่าจะรู้แล้วเหมือนกันนะ

 

            เด็กคนนั้นไม่ค่อยกล้าคุยกับผมเหมือนแต่ก่อนหรอก เมื่อก่อนเด็กคนนั้นชอบแกล้งผมจะตาย แต่มันมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมค่อนข้างปฏิเสธตัวเองจากโลกภายนอกพอดูเลยล่ะ

 

            มันเป็นธรรมชาติของเด็กที่คิดจะเรียนสายแพทย์แหละครับ ช่วงขึ้นม.ปลายแรกๆผมชิลมาเยอะ พอเริ่มโตขึ้นผมก็ต้องเริ่มปรับตัวให้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น การคุยกันแบบเด็กๆ กับการแหย่กันเล่นในตอนนั้นระหว่างผมกับแทฮยองเลยกลายเป็นภาพความทรงจำสีจางๆ

 


            แต่ผมก็ยอมรับนะ..ในตอนแรกผมไม่คิดจะทำอะไรจริงจังแบบนี้หรอก ผมคิดแค่ว่าถ้าผ่านช่วงแรกไปแล้วผมก็จะกลับไปเป็นซอกจินสายชิลเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันผมถึงกลับไปเป็นแบบเดิมไม่ได้

            มันน่าจะกลายเป็นนิสัยของผมไปแล้วล่ะ ไอ้ลุคหน้านิ่งๆ อย่างกับหุ่นปูนปลาสเตอร์น่ะ  ^_^



           

            ผมเดินมาเรื่อยๆ อย่างไม่ได้อะไรมากมาย แต่อากาศด้านนอกก็เย็นเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แถมวันนี้เสื้อคลุมยังไม่ได้ใส่มาด้วยสิ >~<


            จนตอนนี้ผมกำลังเดินผ่านหน้าตึกวิศวะ..

 



            ฮิฮิ้วววว~ คุณคนนั้นอ่ะ คุณที่หน้าเหมือนคู่หมั้นในอนาคตของผมน่ะครับ กำลังจะไปไหนหรออออ ^///o///^”

           


            ผมหันหน้าไปตามเสียงของสัมภเวสีที่มันมีกันอยู่กระจุกหนึ่ง..



 หนึ่งในนั้นถือกีตาร์โปร่งสีดำเอาไว้ ส่วนเท่าที่ผมเดานะไอ้เสียงกระชากวิญญาณให้ออกจากร่างเมื่อตะกี้น่าจะเป็นเสียงผู้ชายตัวสูงที่สุด ผมสีน้ำตาลไฮไลต์สีม่วงที่ดูโดดเด่นบวกกับหน้าตาที่ดูหล่อเจ้าเล่ห์เล็กๆ พร้อมกับผิวที่ไม่ได้ขาวมากมายนัก

            

               สาบานว่านี่คือเด็กวิศวะ!!! ถ้าบอกว่าเป็นเด็กนิเทศนี่จะเชื่อเลยนะเนี่ย O_O

 

            คิดไม่ทันไร..เขาก็เริ่มพูดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งแน่นอน ผมโคตรมหาบรมงงเลยล่ะ

 


            “นี่ๆ คุณน่ะชื่อ แอมใช่ไหมอ่ะ

            “อะไรของพวกคุณครับ.. แล้วผมก็ไม่ได้ชื่อแอมด้วยผมตอบหน้านิ่งๆ

            ว๊า~ อยากให้คุณชื่อแอม จังงงงงง >_<”

            “........................?”

            “เพราะครูวิชาภาษาอังกฤษสอนผมว่า I ต้องคู่กับ Am เสมออออออ ฮิ้วววววววววว >3<”

 


            พอจ่าฝูงปล่อยไอ้มุขเสี่ยวๆ ชวนอ้วกนั่นจบ เหล่าลูกคู่ทั้งหลายต่างพากันเฮโลสาระพากันร้องออกมาพร้อมๆ กันอย่างกับติ่งช่วยกันสตรีมในคอนเสิร์ตบังทัน ไม่ก็คล้ายๆ เพลงเกี่ยวข้าว เพลงฉ่อยอะไรเทือกนั้น  -__- (นี่แกรู้จักเพลงพวกนี้ด้วยหรอ พูด!!)

 


Rrrrrrrrrrr...

 

            ผมหยิบไอโฟนเครื่องดำที่กำลังสั่นเป็นองค์ลงเพราะมีสายโทรเข้ามา ซึ่งมันฟ้องว่าสายปลายทางเป็นชื่อของแทฮยอง.. ท่าทางผมคงจะโอ้เอ้มากเกินไปละ

           

โอเคๆ..พี่ใกล้จะถึงแล้วผมกดรับมันแล้วพูดสั่นๆ จากนั้นจึงกดตัดสายไปก่อนจะเก็บมือถือยัดเข้ากระเป๋ากางเกงยีนส์อย่างลวกๆ

 

ระวังโทรศัพท์ระเบิดนะครับ... เพราะในนั้นมันอัดแน่นไปด้วยความรักของผม >////<”

วิ้วววววววววว ฮิ้วววววววววววว >o<!!”

 

เอ่อ... ใครก็ได้เอาไอ้พวกนี้ไปเล่นให้ผีในป่าช้าจีนแถวๆ นี้ฟังที เผื่อพวกเขาจะได้ไม่เหงา..  - O -


 

ผมทำหน้าอึนๆ ใส่พวกนั้นก่อนจะก้าวท้าวออกจากจุดเดิมที่ยืนอยู่ทันที แต่จ่าฝูงหัวม่วงของไอ้เด็กลานเกียร์พวกนี้ก็ตะโกนลั่นเสียจนผมต้องรีบหยุดกึก

 

หยุด!!! อย่าขยับครับ.. เอาหัวใจของคุณออกมามอบตัวเสียโดยดี เพราะตอนนี้รักของผมล้อมไว้หมดแล้วววววววว

 

เฮ้ออออออออออ ไอ้บ้า.... =___=

เอาเซ้!!..รู้จักคิมซอกจินน้อยไปแล้ว...เล่นกับใครไม่เล่น..


 

ผมยิ้มแบบโลกสดใสออกไปให้ร่างสูงๆ นั่น ก่อนจะพูดขึ้นบ้าง..


 

หรอครับ.. ^O^ แต่รักของผมที่มีให้คุณน่ะ มันเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้าเลยน๊า

ว้าวววว... มันนับไม่ถ้วนเลยหรอครับ *O*”


เปล่าครับ..มันเสียเวลานับ!!!”


 

หน้าที่ไม่ค่อยขาวนั่นซีดเป็นไก่ต้มไปเลย..ก๊ากๆๆๆ อยากขำเป็นภาษาพม่า ^^



ผมหันหลังเดินต่อไปตามทางของผมทันที ซึ่งผมก็ได้ยินเสียงไล่หลังตามมาด้วย มันทำให้ผมรู้ข้อมูลบางอย่างของเขา..

ฮ่าๆๆ พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งเลยมึง คิมนัมจุน.. เดือนคณะวิศวะ โดนตอกหน้าเข้าให้แล้วว่ะ ฮ่าๆๆๆ >O<”


 

ก็ยอมรับนะครับว่าผู้ชายคนนั้นก็แลดูมีเสน่ห์เหมือนกันถ้าไม่นับปากที่เปิดสถานรับเลี้ยงน้องหมาไว้ในนั้นอ่ะ =_=

พลังงานความม่อพวกนั้นถ้าเอาไปใช้ประโยชน์เพื่อสันติภาพของโลกได้มันก็คงจะดีแหละนะ =_=



แต่เดี๋ยวสิ...


 

ทำไมอ่ะ...


 

แกไม่ชอบแล้วทำไมหน้าแกต้องร้อนผ่าวขนาดนี้ด้วย คิมซอกจินนนนน  >/////<





















Taehyung's Talking





1 ชั่วโมงต่อมา...


 

            ตอนนี้ผม พี่จิน และพี่จีซูนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารในร้านปิ้งย่างแห่งหนึ่ง แต่บนโต๊ะก็ยังมีเพียงแค่เมนูอาหารสองสามเล่ม ถ้วยเล็กๆ สะอาดเอี่ยมอ่อง กับช้อนและตะเกียบที่ยังไม่ได้แกะออกจากห่อเท่านั้น

           


            เห็นพี่จินบอกผมว่าจะมีรุ่นพี่อีกสองคนตามมาอีกเลยยังไม่ได้สั่งอะไร


   คือมันให้ฟีลเหมือนมางานรียูเนี่ยนผู้สูงวัยมากเลยอ่ะ เพราะวันนี้ผมคงต้องนั่งกินมื้อเย็นอยู่ท่ามกลางผู้สูงอายุถึงสี่ชีวิต T^T

 


Rrrrrrrr...


            เสียงโทรศัพท์ของใครบางคนดังขึ้น..


            ซึ่งนั่นก็คือพี่จีซูนั่นเอง.. เธอหยิบมือถือขึ้นมาจากกระเป๋าหนังสีชมพูอ่อนด้านข้างตัวแล้วกดรับมันไว้แนบหู


            ยอโบเซโย? ค่ะพี่เจนนี่... คะ?!... อย่างงั้นหรอคะ... ถ้างั้นให้หนูสั่งของไว้รอเลยไหมคะ?... โอเคค่ะ..แล้วเจอกันค่ะ

            “มีอะไรหรอ?” พี่จินถามเสียงเรียบๆ

            เฮียกิมาไม่ได้น่ะ.. แต่เห็นว่าให้รุ่นน้องคนนึงมาแทน

            งั้นหรอกหรอ...

            “เอ้อ! พี่เจนนี่บอกว่าให้สั่งอะไรมารอก่อนเลยก็ได้นะ เพราะใกล้จะถึงแล้ว

 

            พูดจบปุ๊ปพี่จีซูก็หยิบแผ่นเมนูขึ้นมากางออกแล้วกวักมือเรียกบริกรมาคนนึง จากนั้นเธอก็จิ้มนี่นั่นแล้วสั่งโน่นนี่อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลป..

            นี่ยัยบ้า... สั่งมาอย่างกับจะเลี้ยงโต๊ะจีนลิง ใครมันจะไปกินหมดเนี่ย -__-”

            “ก็ฉันเนี่ยแหละจะทำไม?!”

            “คร้าบบบบ.. ฉันอยากรู้จริงว่าถ้ามื้อนี้เธอเป็นคนจ่าย เธอจะกล้าให้ฉันสั่งแบบนี้ไหม

            “ไม่มีวันหรอกย่ะ!”

            “โถ่เอ้ยย.. ไม่สวยแล้วยังงกอีกต่างหาก คงได้ขึ้นคานไปจนตาย.. อ๊ากกกก เจ็บบบ >O<!”

           

            พี่จินพูดยังไม่ทันจบ พี่จีซูก็ดึงแก้มขาวๆ ข้างหนึ่งของพี่จิน ตอนนี้สภาพมันเหมือนขนมโมจิไม่ก็แป้งต็อกขาวๆ ที่ถูกยืดด้วยมือมากอ่ะ

            นานเท่าไหร่แล้วนะ..ที่ผมไม่ได้เห็นพี่จินเป็นแบบนี้..

             

            “เฮลโล่ววววว จีซูย่า~”



            แต่ในตอนนั้นเองเสียง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น พอผมเงยหน้ามองขึ้นไป ก็พบกับผู้หญิงคนหนึ่ง ที่หน้าตาดูอินเตอร์สุดๆ ยืนอยู่ ผมยาวสลวยประบ่าสีน้ำตาลคาราเมลบวกกับสำเนียงการพูดภาษาเกาหลีคำอังกฤษคำ ที่มันไม่ได้ทำให้ผมมีความรู้สึกว่าวิบัติเหมือนที่คนอื่นพูดเลยแม้แต่น้อย แต่มันทำให้เธอแลดูแพงและเปรี้ยวซ่าไปในเวลาเดียวกันขึ้นมากกว่าเสียอีก

            อันนยองค่ะพี่เจนนี่!! มีของขวัญให้นน้องสาวคนนี้ไหมค๊า~~” พี่จีซูโบกมือให้เธอคนนั้นอย่างสดใส แล้วพูดทวงถึงของขวัญ.. วันนี้น่าจะเป็นวันเกิดพี่จีซูนะผมว่า

            ยังไม่ได้ซื้ออ่ะ ฮ่าๆๆๆ ^O^”

            “โห่ววววว ใจร้ายยยยย T^T”

            “โอ๋ๆๆๆๆ ไม่ร้องน๊า~ Baby don’t cry~ ...โอ๊ะโอววว นี่ซอกจินหรือเปล่าเนี่ย?”

            “ครับ.. ^^” พี่จินตอบพลางพยักหน้าให้เธอคนนี้หนึ่งครั้ง

            “ว้าวววว มายก็อดดดด ไม่ได้เจอกันนาน ยังหล่อเหมือนเดิมเลยน๊า~... อ้าววว! แล้วเดอะบอยตรงนี้ ใครกันล่ะเนี่ย พี่ไม่คุ้นหน้าเลยน๊า~” ว่าจบเธอก็ชี้นิ้วมาทางผม พลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ แล้วยิ้ม น้องชายผมเองครับ.. ชื่อแทฮยองพี่จินตอบแทนผม           

           

   “คิมแทฮยองครับ..ยินดีที่ได้รู้จักครับ..

            “โอ้วววว Nice to meet you too~ พี่ชื่อเจนนี่นะ.. เจนนี่ คิม รัฐศาสตร์ IR ปี 4”

 

    เธอฉวยข้อมือของผมขึ้นไปจับ จากนั้นก็เริ่มถือวิสาสะดึงแก้มของผมแล้วบิดไปมาอย่างกับว่ามันเป็นขนมโมจิญี่ปุ่น ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมได้แต่ยิ้มแหยๆ กลับไป


      นี่คนแก่ๆ เขาชอบเล่นแก้มกันแบบนี้ทุกคนเลยหรอเนี่ย พูด!?

 

    “แล้วเห็นบอกว่ามีรุ่นน้องอีกคนมาแทนเฮียกินี่คะ แล้วอยู่ไหนหรอ?” พี่จีซูถามพี่เจนนี่ที่นั่งลงที่เก้าอี้อีกฝั่งหนึ่ง

    “เข้าห้องน้ำอยู่น่ะ เดี๋ยวก็คงตามมาล่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะ รุ่นน้องคนนี้พี่กับชูก้ารู้จักดี ไม่น่ากลัวอะไรหรอก

   

    พี่จินที่เห็นผมทำหน้านิ่วคิ้วขมวดก็พูดขึ้นเบาๆ โดยที่มือยังคงจับจ้องไอโฟนเคสสีชมพูอ่อนๆ ไปด้วย ชื่อเล่นๆ พี่ยุนกิเขาน่ะ..ชูก้า


    ผมพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจหนึ่งครั้ง.. เพราะโดยปกติแล้วผมก็พอเคยเจอพี่ยุนกิบ้างตอนที่ไปนั่งเล่นๆ บนตึกคณะพี่จิน แต่ก็ไม่ได้รู้จักอะไรกันมากมายนัก

 

    “นี่น้องแทฮยอง.. มานั่งฝั่งนี้แทนพี่ได้ไหมคะ พอดีอยากฟุดฟิดฟอไฟแอนด์เม้าท์มอยซอยเก้ากับยัยจีซูสักแปปนึงน่ะ ^_^”

    “อ๋อ... งั้นก็ได้ครับ ผมไม่มีปัญหาหรอกผมยิ้มเจื้อนๆ แล้วลุกขึ้นจากที่นั่งเดิมที่อยู่ระหว่างพี่จินกับพี่จีซู ซึ่งพี่เจนนี่ก็หยิบกระเป๋าของเธอแล้วลุกเดินย้ายมานั่งแทนที่ทางด้านของผมแทน ทำให้ตอนนี้มีเพียงผมคนเดียวที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอีกฝั่ง


    โดดเดี่ยวเดียวดายในท้องเล.. Y^Y (เกี่ยว? -__-)

 

    สักประเดี๋ยวเดียวอาหารที่สั่งก็ถูกพนักงานเสิร์ฟทยอยนำมาวางไว้บนโต๊ะ ซึ่งนั่นก็ทำให้คิมจีซูผู้ซึ่งเป็นแม่งานเริ่มจัดแจงสิ่งไม่มีชีวิตที่เรียกว่าอาหารเป็นคนแรกของวง

 

    “นี่ยัยบ้า.. ค่อยๆ กินก็ได้ป่ะ ลืมหรอว่าเธอไม่ได้มาคนเดียวน่ะ -_-” พี่จินพูดอย่างบ่นๆ พลางคีบเนื้อย่างที่สุกแล้วบนเตาเอื้อมมาใส่ถ้วยของผม

 

    ถึงสีหน้าท่าทาง และการแสดงออกทางความรู้สึกของพี่ชายคนนี้ของผมจะเปลี่ยนไปแต่ในใจลึกๆ ผมรู้ดีเลยล่ะ...

    ว่าสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยของพี่จินคือความอ่อนโยนและความเป็นห่วงเป็นใยที่มีต่อผมมาโดยตลอด

    “ย่ะ! ฉันเป็นเจ้าของวันเกิดนะยะ! ให้เกียรติกันหน่อยไม่ได้หรือไงพี่จีซูเคี้ยวเนื้ออยู่ในปากตุ้ยๆ พลางบ่นไปด้วย ทำให้เสียงในการพูดของเธอดูฟังไม่ค่อยชัดเหมือนต่างด้าวกำลังเคี้ยวข้าวแล้วพูดเกาหลีอยู่ก็ไม่เชิง

 


    “ขอโทษที่มาช้านะครับ

 

    เสียงหนึ่งดังขึ้นโดยเกือบจะพร้อมกับช่วงจังหวะที่ใครคนหนึ่งทิ้งตัวลงตรงที่นั่งว่างข้างๆ ผม

    


    เดี๋ยวนะ..น้ำเสียงแบบนี้

    


    กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกาแฟอ่อนๆ แบบนี้ O_O

 




    “แทฮยอง!!/จองกุก!!”

 




    เสียงเราสองคนที่หันมามองหน้ากันในทันทีทันใดแล้วพร้อมใจกันอุทานประสานเสียงกันราวนักร้องคอรัสมืออาชีพ ทำให้ผู้สูงอายุทั้งสามคนที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งหันหน้ามามองพวกเราทั้งสองคนเป็นตาเดียว

    “โอ้วววว.. So surprise! นี่รู้จักกันด้วยหรอเนี่ยพี่เจนนี่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงประหลาดใจเล็กน้อย ครับ.. พอดีเราเคยเจอกันที่มหาลัยน่ะครับ ^_^” จองกุกพูดต่อก่อนจะหันมายิ้มโชว์ฟันกระต่ายน้อยๆ นั่นให้ผม

    “อันนยองฮะพี่จิน ช่วงนี้ไม่ค่อยเล่นเกมเลยน๊า~”

    “นายเห็นพี่ว่างขนาดนั้นเลยหรอ

    “อ้อ! พี่จีซูฮะ..จองกุกหยิบตุ๊กตาหมีสีขาวตัวเล็กๆ ที่อยู่ข้างๆ ตัวของเขายื่นไปให้พี่จีซู (ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าไอ้ตุ๊กตานี่มันโผล่มาตั้งแต่ตอนไหน -0- ) แล้วพูดต่อ

    “พี่ยุนกิฝากมาให้ฮะ.. บอกว่าขอให้น้ำหนักลดเร็วๆ นะฮะ ^^”

    “นี่ฉันควรจะดีใจกับคำอวยพรแบบนี้ด้วยหรอ -____- เอาเถอะๆ ยังไงพี่ฝากนายไปขอบคุณเฮียกิหน่อยนะ

 

    พี่จีซูคว้าตุ๊กตาหมีในมือของจองกุกไปวางไว้ข้างๆ ระหว่างตัวของเธอกับพี่เจนนี่ก่อนจะเริ่มพิธีการสวาปามอีกครั้ง

 

    “เจอกันอีกแล้วนะ.. แทฮยอง ^0^”

 

    เสียงกระซิบเบาๆ พร้อมรอยยิ้มชนิดที่ว่าทำให้ดอกไม้ที่เฉาไปแล้วเจ็ดวันกลับมาบานได้อย่างกับใส่ปุ๋ยเร่งโต ของจองกุก ทำให้หัวใจของผมลูกขึ้นมาเต้นแทงโกอีกครั้งแล้ว!!! >.<


    เอาล่ะนะ..



    นับ 



    1! 



    2!


 

    3!


 

    เป็นลมสิครับจะรออะไร งื้ออออ >///O///<

 

















......................................................


100%
















แล้วๆๆๆๆ >O< เขาเจอกันอีกแล้วท่านผู้โชมมมม
มวันนี้ Comeback ด้วยแหละ ฮุุุฮุฮุ (และไรต์ก็สอบ Final ด้วย TT^TT)
ใครไปหวีด DNA มาแล้วบ้างของเสียงโหน่ยยยยยย >O<















? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

100 ความคิดเห็น

  1. #20 JustTheAirJK (@Stigma_ptp2002) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 11:32
    โอ้ยยยจอนจองกุก!!!><
    #20
    0
  2. #17 jvjk (@jvjk) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 20:52
    ไปหวีดมาแล้ววค่าาาา
    #17
    1
  3. #16 Lawless (@snow-prince) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 19:33
    เจอกันอีกแล้ว ฮื่ออออ ;-;
    #16
    1
    • #16-1 VioletVelvet (@VioletVelvet) (จากตอนที่ 5)
      18 กันยายน 2560 / 21:02
      เขาเรียกบุพเพสันนิวาส 8bdqq
      #16-1
  4. #14 JustTheAirJK (@Stigma_ptp2002) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 21:39
    โอ้ยยยทำเขาหน้าชาแต่แบบตัวเองเขินเองคือไร๊!!!55555555
    #14
    1
    • #14-1 VioletVelvet (@VioletVelvet) (จากตอนที่ 5)
      13 กันยายน 2560 / 22:49
      บทละครไทยหลังข่าวไง 5555555555
      #14-1
  5. #13 Lawless (@snow-prince) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 19:51
    หืมมม พี่จินโดนพี่นัมจุนเต๊าะซะแล้วววว -.,-
    #13
    1
    • #13-1 VioletVelvet (@VioletVelvet) (จากตอนที่ 5)
      13 กันยายน 2560 / 20:08
      เอาใจช่วยเขาเถอะ ว่าจะเต๊าะแตกหรือเปล่า 55555555
      #13-1