[FIC BTS] Chionophobia (KooKV,NamJin,YoonMin) #แทแทกลัวหิมะ

ตอนที่ 15 : NamJin Part III

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 420
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 พ.ย. 60









내가 뭘 잘못했는데?



what did I do wrong?

















Seokjin's Talking








         แต่โซวอนอ่า...

            <พี่หมอก็เป็นแบบนี้ตลอดอ่ะ ทำไมไม่เข้าใจโซวอนบ้างเลยอ่ะ เข้าใจไหมว่า โซวอนเบื่อ!!>

            “พี่ขอโทษนะครับ แต่พี่ไม่ว่างเลยจริงๆ โซวอน..

            <พี่ก็แบบนี้ตลอดอ่ะ!! นี่พี่ไม่ว่างมาจะเป็นสิบครั้งแล้วนะคะ รอบที่แล้วบอกจะพาโซวอนไปเที่ยว พี่ก็ไม่ว่าง แล้วก่อนๆ เรานัดจะไปปีนเขากัน พี่ก็ติดเรียน  ไม่ว่าจะรอบไหนพี่หมอก็เป็นแบบนี้ตลอดอ่ะ!! โซวอนเริ่มจะทนไม่ไหวแล้วนะคะ>

            “ครับๆๆ พี่ขอโทษนะครับ.. พี่ขอโทษจริงๆ งั้นคืนนี้เราไปดูหนังกันโอเคไหมครับ?”

            <ได้หรอคะ!!!???>

            “แน่นอนครับ แต่ตอนนี้พี่เรียนก่อนนะครับ โซวอน

            <แน่ๆ นะคะ พี่หมอ โซวอนจะรอนะคะ ^O^ >

 


            หลังจากกดวางสายไป ใจที่เต้นโครมครามบวกกับแรงดันของเลือดในตัวมันก็เริ่มกลับเข้าสู่สภาพปกติ มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้น


 

            ผมไม่เคยโทษว่าเรื่องบ้าๆ ที่มันเกิดขึ้นระหว่างผมกับโซวอนมันเป็นเพราะความเอาแต่ใจและงอแงของเธอ... แต่ผมโทษมันมาเสมอว่า มันเป็นเพราะความจืดชืดและไร้น้ำยาของผมที่ไม่สามารถปรุงแต่งรสรักของเราสองคนให้ฉูดฉาด จัดจ้าน หรือหวานแหววเหมือนคู่อื่นๆ ได้

 

            ยอมรับเลย... เธอคือรักแรกของผม..ตั้งแต่ม.ปลาย

 

            แต่ก็แน่แหละครับ เมื่อแรกรัก น้ำต้มผักก็ว่าหวาน


            แต่พอยิ่งนาน ถึงขนาดเอาน้ำผึ้งผสมกับน้ำตาล ก็ว่าขมอยู่ดี


 

            “ซอกจินอ่า... โอเคไหม.. หน้านายดูไม่ค่อยดีเลยนะ

            “ม..ไม่เป็นไร.. ฉันไม่เป็นไร


 

            จีซูที่ดูเหมือนจะได้ยินการสนทนาผ่านทางโทรศัพท์ของผมเมื่อครู่ หยุดเขียนเคสในสมุดโน้ต เธอเกาะแขนของผมแล้วลูบมันเบาๆ อย่างเป็นห่วง

           

            เอาเถอะ ถึงแม้ผมจะไม่มีใคร แต่ผมก็มัน่ใจเสมอว่าผู้หญิงปากร้ายคนนี้คือคนที่เป็นห่วงเป็นใยผมมากที่สุด.. ผมเคยคิดจะจีบยัยนี่อยู่ช่วงหนึ่งด้วยแหละ แต่ก็มารู้สึกทีหลังว่าน่าจะเป็นการรู้สึกดีต่อกันเฉยๆ


 

            หน้านายซีดๆ นะ พักหน่อยไหม?”     

   “ไม่เป็นไร.. ฉันโอเคดี

            “กับโซวอนอีกแล้วใช่ไหม?”

           


            พอเจอคำถามที่จี้ใจดำ ผมก็ถึงกับหลบหน้าสาวห้าวในชุดกาวน์ตรงหน้าลงในทันทีทันใด...


 

            ฉันว่านะ... มันชักจะเยอะไปแล้วล่ะ

            “อะไรเยอะ? เธอหมายความว่ายังไง?”

            “คิมโซวอน.. เด็กคนนั้นดูเอาแต่ใจกับนายมากเลยนะ นายไม่สังเกตหรอ ตอนนายสอบเข้าสัตวะ ติดใหม่ๆ เจ้าหล่อนก็บอกนี่ว่าทนได้ที่นายจะไม่มีเวลาให้เหมือนแต่ก่อน แต่ทำไมทีตอนนี้ถึงเอาแต่เรียกร้องโน่นนี่นั่นเป็นเด็กไปได้ ยิ่งพักหลังๆ นี่ เธอยังดูวีนายหนักขึ้น

            “แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง?”

            “ฉันว่า.. นายเลิกกับเธอเถอะนะ

           

            “ไม่!!! ฉันไม่เลิก!!”

            “ซอกจินอ่า.. ทำไมต้องขึ้นเสียงด้วยล่ะ?!”

            “เธอกำลังบอกว่าแฟนฉันเอาแต่ใจนิสัยเหมือนเด็กอมมือก็พูด จีซู.. ทำไมฉันจะไม่รู้ เธอกับโซวอนไม่ลงรอยกันมาตั้งแต่ม.ปลายแล้ว.. แล้วช่วงแรกๆ เธอก็ไม่ค่อยชอบใจซะด้วยนี่ที่ฉันคบกับโซวอนน่ะ

            “คิมซอกจิน!!!.. นี่นาย.. ทำไมนายพูดแบบนี้!”

            “หรือไม่ถูกฮะ คิมจีซู!?”

            “เออ!! ตามสบายเลย!! ถ้านายคิดได้แค่นี้ก็แล้วแต่นายเลย แล้วนายจะเสียใจคิมซอกจิน!”

 

            คุณหมอหน้าสวยตะคอกใส่หน้าผมฉอดๆ แล้วผลักหน้าอกของผมจนเซ ก่อนที่เธอจะวิ่งหนีออกนอกห้องไป...

 

            ผมเอามือกุมขมับตัวเองอย่างเหนื่อยอ่อน แล้วหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ข้างๆ...

 

            ตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่ได้เจอกับนัมจุนอีกเลย... ในวันนั้นผมรู้ตัวดีว่าผมเมามาก พอกลับถึงห้องก็อวกแตกอวกแตนสภาพอย่างกับหมาจนแทฮยองต้องนั่งดูผมเกือบทั้งคืน..

 

            และผมยังจำสายตาของร่างสูงที่มองมาที่ผมในตอนนั้นได้ดีอีกด้วย.. มันไม่ได้มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว หรือเต็มไปด้วยความฉ้อฉลเหมือนเมื่อก่อน..

 

            มันเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดของเขาในการกระทำทั้งหมดที่ได้กระทำลงไป.. มันบ่งบอกผมทั้งหมดในแววตาคู่นั้น


            ผมหอบหนังสือขึ้นมาแนบอกไว้ แล้วเดินออกจากห้องไป.. เพราะวันนี้โซวอนน่าจะไม่มีเรียน ผมเลยคิดว่านานๆ ทีก็โผล่ไปเซอร์ไพรส์เธอหน่อยน่าจะดีเหมือนกัน

 

            แต่นัมจุน...


            นาย..ต้องการอะไร ไม่สิ...... นายคิดว่าฉันเป็นตัวอะไรกันแน่นะ


            และทำไม...


            ทำไมฉันต้อง...แคร์เรื่องของนายขนาดนั้นด้วยนะ











Namjoon's Talking


 

 

            นัมจุนอ่า... นัมจุน มึง!!”

            “ฮะ! อะไรว่ะ?”

            “นั่งเหม่ออะไรของมึงว่ะ เดี๋ยวก็จดงานไม่ทันหรอก

            “เออๆ ไม่มีไรๆ แค่คิดอะไรเพลินๆ น่ะ

 


            พอสิ้นเสียงพูดและการสะกิดให้ตื่นจากภวังค์จากไอ้โฮซอกที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมก็สะดุ้งหนึ่งทีก่อนที่จะนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างที่ละอองหิมะเล็กๆ ของฤดูนี้ตกลงมาอย่างอ้อยอิ่งเหมือนเดิมกับที่ทำในตอนแรก

 

            วันนี้เรื่องที่อาจารย์สอนแทบจะไม่อยู่ในหัวของผมเลยด้วยซ้ำ


            สิ่งที่อยู่ในหัวของผมมีแต่คราบน้ำตาที่แปดเปื้อนอยู่บนใบหน้าขาวใสในตอนนั้น... ผมเห็นน้ำตาของใครมาก็ตั้งหลายคน แต่กับคุณหมอคิมคนนี้มันต่างออกไป

 

            ผมรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นผู้ชายคนนั้นร้องไห้ออกมา ยิ่งพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเจ็บปวดแบบในตอนนั้นแล้วด้วย มันยิ่งทำให้ผมใจห่อเหี่ยวมากขึ้นเป็นทวีคูณ


 

            เอาล่ะ คาบหน้าควิซนะ ไปอ่านมาดีๆ ล่ะ เทอมนี้เต็มที่กันหน่อย อีกเทอมก็จะให้เริ่มดูงานจริงๆ กันแล้วนะ


           

            อาจารย์ซอ ของวิชาออกแบบโครงสร้างพูดลอยๆ ก่อนจะเดินออกนอกห้องไปก่อน.. ที่ผมอยากจะทำตัวให้สนุกที่สุดในนี้ ก็เพราะว่าเทอมสุดท้ายของปีนี้พวกผมต้องออกไปดูงานในที่จริงกันแล้ว คงไม่ได้มานั่งดื่มนั่งกินอะไรแบบที่เป็นอยู่มากมายนัก


            บวกกับนี้ก็เป็นปี 5 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของพวกเราในมหาลัยแล้วด้วย (ที่อื่นเรียน 4 แล้วฝึกงาน มอผมเรียน 4 ปีครึ่งครับ แล้วค่อยออกดูงานหรือฝึกงาน)

 

            แต่ไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้หัวสมองของผมมันถึงขาวโพลนราวหิมะ.. ในหัวไม่ได้มีเรื่องเรียนเลยแม้แต่น้อย.. มีแต่เรื่องของคุณหมอคิมคนนั้นเต็มไปหมด..

 

            ยิ่งประโยคนั้น..ไม่รู้ว่าทำไมเสียงที่สั่นเครือพูดออกมานั้น มันกลับเล่นเอาผมแทบจะกระอักเลือดตายให้ได้...


 

            ผมมีแฟนแล้ว


 

            นี่ใช่ไหมนะ ที่เรียนว่าอกหักตั้งแต่ยังไม่คบ..


           

            นัมจุนอ่า.. ไปดื่มกันป่ะคืนนี้?”

            “ไม่อะมึง วันนี้กูอยากนอน มึงไปเหอะ

            “โห่วววว..เออๆ เดี๋ยวกูไปกับพวกไอ้จงอินก็ได้

            “เออๆ


 

            ผมกับโฮซอกแยกกันตรงหน้าตึกคณะนิเทศที่อยู่ไม่ไกลจากตึกวิศวะมากนัก มันเดินออกไปตรงทางออกข้างๆ กับพวกจงอินแล้ว ตอนนี้เวลาบนนาฬิกาข้อมือของผมมันบอกเวลาประมาณบ่ายสองโมงกว่าๆ ..วันนี้ท้องฟ้ามืดทึบไปหมดราวกับเป็นช่วงโพล้เพล้ ละอองเหมันต์ร่วงโปรยปรายจนพื้นบางส่วนเป็นกลายเป็นสีสำลี..

 

            หางตาของผมสะดุดเข้ากับใครคนหนึ่งเข้า... เขาเดินผ่านผมไปในระยะที่คิดว่าไม่น่าจะเห็นกันออกไปทางประตูทางออกด้านหน้านี้.. คุณหมอคิมในชุดไปรเวตธรรมดาๆ ที่ดูเหมือนเพิ่งจะเปลี่ยนออกมาจากคณะ แต่ดูน่ารักมากกว่าวันไหนๆ เดินออกไปข้ามสะพานลอยด้านหน้าจนลับตาผมไป..

 

            และก็ไม่รู้ว่าเทพองค์ใดดลจิตดลใจให้ผมเดินตามเขาไปต้อยๆ..


            ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าจะตามไปเพื่ออะไร ไม่ดีมีธุระจะคุยกันด้วยซ้ำ


            เผลอๆ เจ้าตัวจะเกลียดขี้หน้าผมเสียเปล่าๆ ด้วยซ้ำไป

           

   แต่ก็นั่นแหละ...


            แค่ได้ตามดูอยู่ห่างๆ ใจผมก็ชื้นขึ้นมาสักนิดแล้ว

 











            ซอกจินเดินเข้ามาในร้านขายดอกไม้ข้างๆ มหาวิทยาลัยด้วยใจที่มีความหวัง.. หวังว่าด้วยดอกไม้ซื้อสวยสดใสช่อนี้ จะทำให้ความรักของเขาและแฟนสาวชุ่มฉ่ำขึ้นมาบ้างหลังจากเหือดแห่งไปนาน



            ช่วยจัดดอกเยอบีร่าสีขาวสักห้าดอกให้เป็นช่อได้ไหมครับ ตอนนี้เลย

            “แน่นอนค่ะ สักครู่นะคะ


           

            พนักงานสาวแก้มตอบเดินหายเช้าไปหลังร้านในทันที เมื่อลูกค้าร่างโปร่งสั่งเสร็จ..


            ซอกจินหยิบมือถือขึ้นมาแล้วเข้าโปรแกรมแชทระหว่างเขาและโซวอน โดยที่ในใจหวังที่จะพิมพ์ข้อความเตือนให้เจ้าหล่อนรู้ตัวว่าเขาจะไปหาก่อนเวลานัด

 

            แต่จิตใต้สำนึกมันก็ตะโกนบอกเขาว่าควรที่จะโผล่ไปแบบลับๆ ให้ตกใจเล่นเหมือนที่คิดไว้ตอนแรกดีกว่า ดังนั้นซอกจินจึงเก็บโทรศัพท์มือถือยัดใส่กระเป๋ากางเกงไว้ดังเดิม

 

            โดยที่ไม่ได้คิดเอะใจเลยว่า...


            มีใครบางคนกำลังแอบตามเขาอยู่..

 

            นี่ค่ะดอกไม้ที่สั่งจัด

            “ขอบคุณมากครับ เร็วมากเลย

            “ค่ะ ช่อนี้ 15,500 วอนค่ะ


            คุณหมอหมาหยิบกระเป๋าสตางค์สีทึบขึ้นมาควักเงินเตรียมจ่าย ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เจ้าของร้านสาวถามขึ้น


 

            เอาไปให้แฟนหรอคะ?”

            “ครับ

            “คุณแฟนต้องดีใจมากเลยแน่ๆ ค่ะ ที่มีแฟนน่ารักแบบคุณลูกค้า ^O^”

            “ขอบคุณมากครับ


 

            อีกฟากหนึ่ง...


            เมื่อรู้ว่าดอกไม้ช่อเล็กนั้นถูกเตรียมไว้เพื่อคนที่สำคัญต่อหัวใจของคนตรงหน้าที่ห่างกันแค่กระจกใสบางกั้น มือของนัมจุนกำเข้าหากันจนแน่น..


            นี่เขากำลังหึงอยู่หรอ...?

 

            นี่เขากำลังแคร์ความรู้สึกของตัวเอง ที่ถูกทำร้ายโดยฝ่ายตรงข้ามโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวอยู่อย่างนั้นหรอ...

 

            มันเหมือนกับว่ากรรมที่เขาเคยทำตลอดเวลาที่ผ่านมา กำลังส่งใบเช็คบิลให้เขาตามจ่ายอยู่เรื่อยๆ... ค่าเสียหายที่เรียกว่าความกระวนกระวายใจ แต่ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทบไปด้วย..


            คือการต้องทนดูคนที่เขาเริ่มยอมรับว่าแคร์ได้เต็มปากกำลังจะไปมีความสุข กับคนอื่นที่มาก่อนเขา

 

           

            พอเห็นคุณหมอผิวขาวเดินออกจากร้านไปพร้อมช่อดอกไม้ เขาถึงกับตกใจจนรีบหันหลังหลบหน้าไปในทันที เพราะกลัวว่าเจ้าตัวจะรู้ว่าถูกตาม.. และพอเห็นว่าไม่รู้ตัว นัมจุนจึงแอบย่องตามซอกจินไปเหมือนเดิมตามระเบียบ...

 

            ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมเขาต้องตามไปดู ทั้งๆ ที่รู้อยู่กับตัวว่าต้องไปเจอในสิ่งที่ทรมาทรกรรมหัวจิตหัวใจของตัวเอง...

           

            ผมคงไม่ได้แค่เสพติดคุณหรอก.. คุณหมอคิม... แต่ผมคงจะ...รักคุณไปแล้วจริงๆ

 

         

            ซอกจินเดินเข้ามานั่งตรงตัวด้านในสุดของร้านกาแฟสไตล์วินเทจเล็กๆ พร้อมช่อดอกเยอบีร่าสีสะอาดในมือ ที่ตอนนี้ถูกวางไว้ที่โต๊ะข้างๆ


            เขาเสมองมันพลางยิ้มอ่อนๆ เป็นระยะ เพราะข้างในมันกำลังรอลุ้นอยู่ลึกๆ ว่าถ้าหากสาวร่างเล็กมาเห็นช่อดอกไม้นี้ที่เขามอบให้กับมือหลังจากที่ไม่เคยได้ให้อะไรมาก่อนเลยตั้งแต่วันเกิดของเจ้าหล่อนตอนก่อนจะปิดเทอมโน่น.... เธอจะรู้สึกดีขนาดไหนกัน

 

            แต่ในขณะนั้นเอง เขาก็เห็นร่างสูงเดินผ่านตัวของเขาไป แล้วนั่งลงตรงโต๊ะที่ไม่ห่างจากเขามากนัก... แต่ซอกจินก็ได้ใส่ใจไม่ กระทั่งชายตาแลยังแทบไม่คิดมอง


            ถึงกระนั้น เขาก็รู้ตัวอยู่เสมอว่าอีกฝ่าย จ้องมองเขาตาไม่กะพริบทั้งๆ ที่เขาไม่ได้หันหน้ากลับไปมองดู

 

            คุณหมอ?” ยังไม่ทันจะได้หยุดความคิด เสียงใหญ่ทุ้มของหนุ่มวิศวะก็ดังขึ้น อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้ทำให้สัตว์แพทย์หนุ่มชายตากลับไปมองได้เลยด้วยซ้ำไป


            หนำซ้ำ...


 

            เราสนิทกันถึงกับเรียกกันแบบนั้นได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?”

            ...เอ่อ.. คุณหมอคิม.. ผม

            “ถ้าจะมาขอโทษหรือจะมาทำอะไรแบบในตอนนั้นอีก ผมจะเอากาแฟร้อนสาดหน้าคุณแน่

            “คุณจะด่าว่า จะเตะหรือถีบผม ผมก็ไม่ว่า.. แต่แค่รับคำขอโทษของผมจะได้ไหม?”

            “แล้วทำไมผมต้องทำอย่างนั้น ในเมื่อคุณเป็นตัวต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด

            “คุณหมอคิม....


           

            นัมจุนรู้สึกสมองชาไปหมดเพราะคนตรงหน้า


            ถ้าเป็นกับคนอื่นๆ อย่างที่ผ่านมา เขาก็แค่ยกยิ้มแล้วยักไหล่อย่างไม่แคร์ฟ้าดิน แล้วเดินออกไปจากตรงนั้นซะ... เพราะยังไงหนุ่มเจ้าเสน่ห์อย่างเขาก็สามารถมีใครได้อีกตั้งหลายๆ คนถ้าไม่ถูกใจก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ

 

            แต่อากัปกิริยาอาการนั้นมันใช้ไม่ได้กับผู้ชายที่ชื่อว่า คิมซอกจิน

 


            ออกไปจากชีวิตผมเถอะนะ... ช่วยทำเหมือนกับว่าเราไม่เคยเจอกันมาก่อนก็ได้

            “แต่.....คุณหมอคิม!!!!! O_O”

            “ไม่...อย่ามาแตะต้องตัวของผม!”


 

            เจ้าของไรผมสีเข้มปัดป้องการช่วยเหลือจากหนุ่มผมสองสีเงาสวย เมื่อฝ่ายตรงข้ามเห็นว่าซอกจินยกมือขึ้นมาทาบดวงหน้าสีสะอาดที่ตอนนี้มันซีดผิดปกติอย่างหมดแรง..


 

            และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่นัมจุนต้องตามมาอย่างห่างๆ...


            สาเหตุหนึ่งคือ... หัวใจของเขามันเรียกร้องเรื่องบ้าๆ กะทันหัน


            และอีกสาเหตุคือ ... ในตอนนี้อดีตเดือนคณะสัตว์แพทย์ผู้น่ารัก หล่อเหลาเอาการในช่วงแรกที่เขาเจอช่างต่างกับในตอนนี้ลิบลับที่ใบหน้าแสนตรึงตาตรึงใจนั่นถูกความทรุดโทรมของร่างกายบดบังจนสภาพของเขาไม่ต่างจากกระดาษสีซีดๆ โดนน้ำซัดจนเปื่อย

 

            ซอกจินเดินออกจากร้านไปแล้ว...


            แต่มีหรือที่นัมจุนจะไม่ดันทุรังตามออกไปอีก

 

            แล้วนี่อีกหรือเปล่าที่ว่า.... เจ็บแค่ไหนก็ยังรัก เขาจะมองเราเป็นวัวเป็นควาย เราก็ยังรักเขา...

 

            นัมจุนไม่ได้อยากมาอยู่ในสภาพนี้เช่นเดียวกันกับ ที่ซอกจินพูดในตอนนั้นว่านัมจุนทำให้เจ้าตัวต้องกลายเป็นสิ่งที่น่าเกลียดน่าขยะแขยง


           

            ฉันก็เกลียดนายซอกจิน... เกลียดและขยะแขยงนายยิ่งกว่าสิ่งใดในโลกใบนี้.. เพราะนายทำให้ฉันกลายมาเป็นแบบนี้... นายทำให้กลายเป็นคนที่หลงนายจนโงหัวไม่ขึ้นแบบนี้ไง!’

 

         

            อีกด้านหนึ่ง ร่างสูงเดินถือช่อดอกไม้สีขาวสะอาด ออกมานอกร้าน โดยหวังว่าเจ้าของใบหน้าพราวเสน่ห์คนเมื่อครู่จะไม่ตามเขามา


            แต่ก็ไม่รู้เหมือนกัน.. ในใจเขากลับคิดว่า สายตาของคิมนัมจุนที่มองเขาในวันนี้มันไม่เหมือนกับสายตาของคิมนัมจุนในตอนที่เจอกันเขาในผับคืนนั้น..

 

            อืม....ยกมือขึ้นกุมขมับตัวเองอย่างมึนๆ พลางส่ายหน้าไปมา เขารู้ดีว่าตอนนี้เขาโทรมไปมากจริงๆ เพราะนอนก็ไม่ค่อยได้นอน ยังมีเรื่องน่าปวดหัวมาให้เขาคิดมากอีกตั้งหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเรียน ไหนจะเรื่องโซวอน ไหนจะเรื่องจีซูในวันนี้ แล้วไหนจะเรื่อง... นัมจุน

 

            ซอกจินเพียงแค่อยากจะนอนตายไปสักหนึ่งพักแล้วฟื้นขึ้นมาใหม่ในช่วงที่สถานการณ์มันเริ่มดีขึ้น... แต่เปล่า ทุกวันนี้มันกลับยิ่งแย่ลงๆ ทุกที

 

            

 JinSeok KIM : พี่ขอโทษนะ.. ปวดหัวมากๆ เลย เป็นพรุ่งนี้ได้ไหม



 

            ฝ่ายตรงข้ามเพียงแต่อ่านข้อความขอเลื่อนของซอกจิน แต่ไร้ซึ่งการตอบรับแต่อย่างใด นั่นทำเขารู้ว่าแฟนสาวคนนี้ ไม่นอนอยู่ก็คงงอนไปแล้ว


            แต่ก็เอาเถอะ เขาไม่อยากรับรู้อะไรแล้วในวันนี้ เพราะร่างกายมันฟ้องออกมาเป็นอาการด้านลบแล้วว่าต้องการการฟื้นตัวอย่างเร่งด่วน..

 

            เขาคิดเช่นนั้น แต่พระเจ้าคงไม่...

 


            ไลน์เข้าไม่ดูหน่อยหรอครับ?”

            “ไม่จำเป็นค่ะ คงมาขอเลื่อนอีกตามเคย โซวอนล่ะเบื๊อเบื่อ

            “แต่ตอบไปหน่อยก็ดีนะครับพี่ว่า ถ้าเกิดไอ้จินมันสงสัยจะแย่เอานะครับ

            “ไม่สงสัยหรอกค่ะ... จะว่าไปพี่ซอกจินไม่น่ามาเรียนสัตวะเลยนะคะว่าไหม?”

            “ทำไมหรอครับ มันก็เก่งดีนะ

 



            “น่าจะไปเรียนเกษตรมากกว่า... เพราะน่าจะไถนาเก่ง!”



 

            สองมือขาวกำเข้าแน่นจนเห็นเส้นเลือดที่ปูดโปนขึ้นมา... เลือดในร่างกายถูกสูบฉีดอย่างบ้าคลั่งราววังน้ำวนในมหาสมุทร... พระเจ้าคงจะดลบันดาลให้ถนนสายนี้มันเงียบกริบเพื่อให้ซอกจินได้ยินเสียงสนทนาที่ดังมาจากซอกตึกเล็กๆ ตรงหน้านี้


            เสียงหวานๆ ของผู้หญิงคนนั้น พูดถึงเขาอย่างเย้ยหยัน ..

 

            ไม่จริง... ซอกจินคิด.. ในหัวของเขาไม่สามารถคิดอ่านสิ่งใดได้ เลย สมองมันประมวล ผลรวนไปหมด มีเพียงคำว่า.. ไม่จริง วนไปวนมา



 

            น้องโซวอนล่ะก็.. พูดไม่เพราะนะครับ

            “ก็พูดจริงนี่คะ ว่าแต่พี่แจฮวานนั่นแหละค่ะ ที่ต้องระวังตัว

            “แหม.. พี่เป็นคนนะครับ

            “เอ๋?”



 

            พี่ไม่ได้โง่เป็นควายอย่างมัน


 

       และที่มันน่าเจ็บปวดใจที่สุดคือ เพื่อนสนิทอีกคนของเขาเนี่ยแหละ..ที่ตีท้ายครัวกันได้ลงคอ..

 

            ซอกจินปล่อยช่อดอกไม้สีสวยในมือลงสู่พื้นโลกอย่างหมดอาลัยตายอยาก ไหล่กว้างพิงลงบนกำแพงดุจคนที่กลายเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ


            ข้างกำแพงนี้ ร่างสูงของชายหนุ่มคณะเภสัชศาสตร์กับสาวร่างบางคณะเศรษฐศาสตร์กำลังพลอดรักกันนัวเนียอย่างหื่นกระหายไม่อายฟ้าดิน... ถึงแม้จะไร้ซึ่งเสียงที่แสดงถึงความเสียใจของสัตวแพทย์หนุ่ม แต่หารู้ไหม ว่าหัวใจของเขาราวกับว่ามันพร้อมที่จะหยุดเต้นแทบจะทุกวินาทีต่อจากนี้...


 

            โซวอนอ่า.....

            “พ..พ...พี่..พี่หมอ.. O_O ทำไมพี่ถึง...


 

            ปลิงคู่บ่าวสาวรีบผละตัวออกจากกันพลางทำหน้าเหวอหวาเลิกลัก เมื่อน้ำเสียงเย็นๆ ของผู้ที่ถูกเอ่ยถึงเมื่อครู่ลอดเข้าไปในโสตประสาทของพวกเขาทั้งคู่... ซอกจินเดินเข้ามาในซอกตึกเล็กๆ นั่นอย่างเชื่องช้าแล้วมองทั้งสองคนด้วยสายตาที่ผิดหวังอย่างร้ายแรง



            พี่..ทำอะไรผิด?”

            “คือ...จิน.กูอธิบาย..ได้...

            “หุบปาก!! สวะอย่างมึงอย่ามาเสือกพูด.. กูถามโซวอนไม่ได้ถามมึง

 


            ร่างโปร่งถึงกับหุบปากไปในทันทีทันใดที่สิ้นคำสั่งที่หยาบคายของผู้เป็นเพื่อน... ดวงตาดำขลับจ้องเขม็งไปที่ร่างเล็กที่คอยแต่หลบเลี่ยงมันอยู่ตลอดเวลา



            ไม่พอหรอ..ที่พี่ให้น่ะ...

            “คือโซวอนแค่...

            “พี่...ถามว่าไม่พอหรือไง เธอต้องการอะไรอีกว่ะโซวอน!!!!”


 

            ว่าไม่ว่า คุณหมอเข้าจู่โจมโดยการพุ่งไปจับไหล่เล็กแล้วเขย่าไปมาจนเส้นผมยาวสลวยของสาวสวยกระเซอะกระเซิงไปหมด.. แต่เขาก็ไม่คิดเหมือนกันว่าเธอจะกล้าทำในสิ่งๆ นี้


 

เพียะ!


 

            “เออ! มันไม่พอหรอก.. พี่รู้ไหม..ว่าโซวอนเหงา แล้วก็เบื่อขนาดไหน มีแฟนก็เหมือนไม่มี เพื่อนๆ แต่ละคนเขาก็อัพรูปกับแฟน ไปเที่ยวกับแฟน กินข้าวกับแฟน แต่โซวอนล่ะคะ! โซวอนมีอะไร!! พี่หมอต่างหากที่ต้องตอบโซวอนว่าเคยแคร์โซวอนบ้างไหม!!??”


 

            สาวหน้าสวยใช้ฝ่ามือบางฟาดเขาไปที่ใบหน้าขาวใส่ของซอกจินเต็มแรง เกิดเป็นรอยแดงบนแก้มข้างขวาอย่างเห็นได้ชัด...


 

            “ทำไมจะไม่แคร์ พี่แคร์เธอโดยการไม่มายืนมั่วกับชาวบ้านที่ไม่ใช่แฟนตัวเองแบบเธอไง... หลายปีที่ผ่านมาพี่ไม่เคยเอะใจ ไม่เคยคิดสงสัย พี่มีแต่เธอตลอด แต่เธอทำแบบนี้กับพี่หรอโซวอน

             ก็...โซวอนทนไม่ไหวแล้วอ่ะค่ะ เลิกกันได้ไหม!?”

            “ไม่!! พี่จะยอมเลิกถ้าเธอเบื่อพี่จริง แต่การขอเลิกของเธอน่ะ มันก็เพื่อที่จะไปเสพสุขกับไอ้แจฮวานแค่สองคนไงล่ะ

            “โซวอนไม่ได้รักพี่แล้วชัดไหมคะ!!!” ปล่อยโซวอนไปได้แล้ว ขอล่ะ พี่อย่าทำตัวน่ารำคาญไปมากกว่านี้เลยได้ไหม!”

            “แต่พี่ยังรักเธออยู่เข้าใจไหม.. เกือบห้าปีที่ผ่านมานี่ไม่มีความหมายสำหรับเราเลยหรือไง คิมโซวอน!?”

 


            ท่ามกลางความเงียบงันที่สุดแสนน่าอึดอัด.. ดวงตากลมใสของหนุ่มผิวขาวค่อยๆ สั่นไหว.. ความอุ่นเล็กๆ เกิดขึ้นรอบๆ ดวงตา


            นี่ใช่ไหมเรียกว่า รักมากเท่าไหร่ใจเจ็บเท่านั้น

 

            มันบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก จุกแน่นอยู่ในอก.. น้ำใสๆ พังทลายม่านตาออกมาราวน้ำพุ ... เหมือนใจมันจะขาดรอนๆ ให้ได้ในตอนนี้



            พี่หมอคะ... ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะ ไปกันเถอะค่ะพี่แจฮวาน

            “ไม่ได้นะ.. ซ..โซวอนอ่า... พี่...พี่ขอโทษ พี่มันดีไม่พอจริงๆ..พี่ยอมรับแล้ว..พี่มัน..ฮึกก พี่มันแย่เอง ฮึกกก.. ให้โอกาสพี่นะ.. ฮือออ


 

            เจ้าของไรผมสีเข้มทรุดลงแล้วพุ่งตัวเข้าไปกอดต้นขาเรียวสวยอย่างน่าเวทนา ใบหน้าสีหิมะในตอนนี้แดงก่ำไปหมด ความเย็นชื้นเกิดขึ้นเกือบทุกอณูหน้าของซอกจิน น้ำตาที่ไหลออกมาเป็นเขื่อนแตกบวกกับเสียงหวานที่ละล่ำละลักพูดออกมาอย่างแหบพร่าชนิดที่ว่าฟังไม่ได้ศัพท์...

 

            นัมจุนเห็นมันหมด...

 

            ใจที่เจ็บแปลกๆ ตอนที่ถูกตัดเยื่อใยโดยซอกจินเมื่อครู่นี้ เหมือนมีคนเอาปืนมาจ่อยิงเข้าตรงๆ จนพรุนให้เจ็บซ้ำสองอีกครั้ง... ทำไมล่ะ.. อีกแล้วหรอ..

 

            นี่เขารักคนคนนั้นไปแล้วจริงๆ ใช่ไหม..

 

            มือหนาที่กำต้นเสาเหล็กที่อยู่ไม่ไกลเกินไปที่จะเห็นและได้ยินเหตุการณ์ทุกอย่างได้อย่างชัดเจนจนแน่น.. ฟันบนล่างขบกัดกันจนดังกรอดๆ อย่างหงุดหงิด


            เขาอยากจะเข้าไปกอดซอกจินแน่นๆ ทีหนึ่ง แล้วพาเจ้าตัวออกมาจากสถานการณ์เฮงซวยนั่นเสียเต็มประดา.. แต่สองขามันกลับก้าวไม่ออก เพราะสมองมันขุดคุ้ยประโยคที่พูดด้วยเสียงหวานๆ แต่แฝงไปด้วยความเย็นชาและเกลียดชังออกมาหลอกหลอน

 


            ออกไปจากชีวิตผมเถอะนะ... ช่วยทำเหมือนกับว่าเราไม่เคยเจอกันมาก่อนก็ได้

 


          ฉันพยายามแล้วซอกจิน... แต่ขอโทษนะที่ฉันทำไม่ได้..

 

            นัมจุนคิดงงแล้วตัดสินใจเดินตรงไปอย่างแน่แน่ว แต่แล้วมันก็ดันเกิดสิ่งที่ทำให้เขาต้องหยุดกึก และเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ.. เพราะเขาไม่คิดว่าแม่สาวหน้าใสคนนั้นจะใจดำอำมหิตถึงเพียงนี้..

 

            ดวงตาคู่สวยของเจาหล่อนฉายแววรำคาญเต็มทน พลางจ้องไปที่อดีตรักเก่า... รองเท้าส้นสูงสีครีมยกขึ้นเหยียบลงไปที่ฝ่ามือขาวของคุณหมอหน้าใส จนเจ้าตัวร้องเสียงหลงออกมาอย่างน่าสงสาร แต่ก็ยังไม่มีท่าทีที่จะยอมปล่อยส้นเท้าบาง...

 


            ปล่อย!!! โซวอนบอกให้ปล่อยไง!!”

            “ฮึกก..ไม่.. พี่ไม่ปล่อย...

            “ก็บอกให้ปล่อยไง!!!!!!!!!!!!!”

            “อ๊าก~~!!!...อ.อ.โอ๊ยย.. ซ...โซวอนอ่า..พี่เจ็บ!”

            “เจ็บก็ปล่อยสิคะ!”

            ไม่มีทาง..อย่า..ทิ้งพี่ไปนะ ฮือออ.. พี่..อยู่ไม่ได้ถ้าไม่..ฮึกก ถ้าไม่มีเธอ

            “ก็บอกให้ ปล่อยไง น่ารำคาญ!!!!!!!”


 

ตุบ!! ตุบ!! ตุบ!!


 

            “ฮ๊ะ!!.. อ๊ากกกกก.. โอ๊ยย... ฮืออออ...ฮึกก....โอ๊ย..

            “คุณหมอคิม...!!! O_o”


 

            สาวหน้าใสตัดสินใจกระทึบส้นรองเท้าลงบนฝ่ามือขาวอย่างแรงจนเกิดเสียงดังตุบหายครั้งถี่ๆ กัน ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนที่ทำเอานัมจุนแทบอยากจะหยุดหายใจเมื่อได้ยินมัน.. ของเหลวสีแดงสดไหลอาบฝ่ามือสวยขาหนึ่งของซอกจินเป็นสีแดงฉานอย่างน่ากลัว


            เธอไปแล้ว.. กับรักใหม่ของเธอ..

 

            นัมจุนวิ่งเข้ามาประคองร่างโปร่งที่แทบจะนอนราบลงไปกับพื้น...

 

            “คุณหมอคิม..เป็นอะไรไหมครับ?”

            “ฮึกก.. ไม่ต้องมายุ่ง!! มันไม่เกี่ยวกับคุณ..โอ๊ยยยยย!!!”

            “คุณหมอคิม!!”


            หนุ่มน่าหวานออกแรงที่ตอนนี้มีอยู่น้อยนิดผลักหน้าอกแกร่งของนัมจุนให้ออกไปให้พ้นๆ ตัวของเขา ทั้งๆ ที่เจ้าตัวก็รู้ตัวดีว่ามันแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ หนำซ้ำยังทำให้เกิดอาการเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสที่แผลอีกด้วย.. เสื้อเชิ้ตสีขาวของหนุ่มวิศวะเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีแดงสด..

 

            สาแก่ใจคุณแล้วนี่!! มัน.. ฮึกก.. มันพังหมดแล้ว.. ฮึกกก ฮือออ ผมอยากตาย ฮืออออ ผมอยากตายยยย!!!”

 


พลัก!!! พลัก!!


 

            “คุณหมอคิม หยุดนะครับ!! อย่าทำแบบนั้น!!”



            นัมจุนถึงกลับเบิกตาโพลงด้วยความตกใจอีกรอบ เมื่อซอกจินพุ่งเข้าหากำแพงแล้วใช้มือข้างที่เลือดอาบไหลนองชกเข้าที่ผนังสีอ่อนจนมันถูกอาบไปด้วยสีแดงเลอะเทอะอย่างหน้ากลัว...


            ..แขนแกร่งกว่าคว้าข้อมือบางขาวไว้ได้ในทันทีทันใด ก่อนที่เจ้าตัวจะกระทำการทรมาทรกรรมร่างกายของตนเองไปมากกว่านี้... สัตวแพทย์หนุ่มหันหน้ามามองเขาด้วยสายตาที่เจ็บปวดอย่างขีดสุด หยาดน้ำตาที่ไม่แห้งเหือดไปจากใบหน้าเสียที เล่นเอานัมจุนถึงกับหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้...



            “..ไปโรงพยาบาลกันก่อนเถอะครับร่างสูงพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย



            ก่อนที่ฝ่ายตรงข้ามจะตอบนัมจุนกลับมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทาปนสะอื้นราวคนติดอ่างพูด..



            “ฮ..ฮึก.. ปล่อยผมไปเถอะนะ.. ฮึกก.. ฮืออ อย่ามายุ่งกับชีวิตผมอีก.. ผมขอร้อง..แค่นี้..ฮึกกก.. ผม..น่ะ..ฮะ.. อ๊ะ.. อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

            “ค..ค..คุณหมอคิม!!!!!”


 

            ไม่รู้ว่าวันนี้พระเจ้าเล่นตลกอะไรกับชีวิตของคิมนัมจุนคนนี้กันแน่..

 

            ซอกจินที่พูดยังไม่ทันจบประโยคร้องโหยหวนขึ้นมาเหมือนผีร้ายถูกไฟเผา.. มือซีดที่มีแต่เลือดไหลย้อมไปทั่วกุมเข้าที่ขมับข้างซ้ายแน่นจนดูเหมือนแทบจะจิกลงไปในสมองของตัวเองก็ไม่ปาน


            ร่างโปร่งที่ตอนนี้ดูเหมือนศพเดินได้มากกว่ามนุษย์ลงไปนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นอย่างทรมานก่อนจะแน่นิ่งไป..

 

            นัมจุนมือสั่น เหงื่อแตกพลักๆ  เหมือนมีดวงอาทิตย์อยู่ข้างๆ ตัวก็ว่าได้..ถึงตอนนี้เขาจะทำอะไรไม่ถูก แต่เขาก็ยังพอรู้ว่าซอกจินยังมีชีวิตอยู่

 

            พอรวบรวมสติได้..เจ้าตัวก็ตัดสินใจแบกร่างสูงขึ้นหลังแล้วออกวิ่งเพื่อหาทางไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดในละแวกนี้ปานลมกรด..


            อย่าเป็นอะไรไปนะซอกจิน... เขาคิดอยู่ตลอดทุกวินาทีหลังจากนั้น

 

            คิมนัมจุนผู้ไม่เคยรู้ร้อนรู้หนาวถึงความทุกข์ทรมานของความรัก..ในตอนนี้เขารู้ซึ้งแล้ว..ว่าการที่กำลังจะต้องสูญเสียคนที่รักมากๆ เหมือนกับที่เหล่าบรรดาแฟนเก่าของเขาเคยสูญเสียมันเป็นอย่างไร....

 


            พระเจ้า... ผมขอโทษ...

           

           

           

           


 

           

 

 ......................................................











อีนังโซวอนนนน!! #กระชากหัวมาตบด้วยรองเท้า

ฮือออออ.. แกทำกับนิ่มน้องพ่อทองพันช่างของชั้นได้ยังไงงง

ทำไมมันดราม่าเช่นนี้!!



ช่วงนี้งานเยอะจริงๆ พูดเลย อาจลงเรตมากๆ เลย

ถ้ารีดเดอร์ท่านไหนไม่พอใจ ไรต์ขอโทษจริงๆ นะ

ช่วงนี้ไม่ค่อยสบายด้วย (ดูแลสุขภาพนะทุกคน)


วันนี้วันเกิดไรต์นะ ฮ่าๆๆๆ เลยมีอารมณ์แต่ง งุ้ยๆๆๆ ^3^


 

           

 

             

 

























? cactus

100 ความคิดเห็น

  1. #68 Ploysin_02 (@Stigma_ptp2002) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 15:11
    โอ้ยยยสงสารพี่จินนน
    #68
    0
  2. #60 JLerJIn (@JayJayJayny) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 22:08
    เราจะไปตบโซวอนบังอาจมาทำร้ายพี่จิน เธอต้องตายยยยยยย
    #60
    0