配骨 วิวาห์กระดูก [สำนักพิมพ์ Hermit Book]

ตอนที่ 17 : บทที่ 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,184
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    3 ม.ค. 64

หลังจากนั้นเหออี้ผิงซบหน้าลงบนอกกว้าง ขาทั้งสองข้างเกี่ยวรัดทางด้านหลังของหลิวไป๋หลงเอาไว้ แม้แต่แขนก็ยังคล้องรอบลำคอเหมือนกลัวว่าจะหลุดตกลงไปที่พื้นด้านล่าง

“อี้เอ๋อร์... ร่างกายเจ้าเต็มไปด้วยธาตุหยางเช่นนี้ สามีอย่างข้าก็ได้แต่เศร้าใจ แต่ถึงอย่างไรข้าในฐานะสามีไม่อาจนิ่งดูดายได้แน่ หากยังไม่ดีขึ้นข้ายอมสละเวลาชั่วนิรันดร์เพื่ออยู่กับเจ้าเป็นอย่างไร” หลิวไป๋หลงกล้าพูดอย่างแก่ตัวมากขึ้นโดยไร้ความรู้สึกผิดเช่นทุกที แต่ยังแฝงความเจ้าเล่ห์และคำพูดไร้ยางอายจนคนฟังที่แม้จะหลับอยู่ก็ยังต้องลืมตาขึ้นมาทันที

“สามี ท่านร้ายนัก...” เหออี้ผิงกล่าวว่าอย่างเหลืออดกับความใจร้ายของหลิวไป๋หลง 

“สามี... ข้ายอมรับว่าข้าชอบมากกว่าเจ้าเรียกว่าท่านพี่เสียอีก เรียกอีกสิ.. อี้เอ๋อร์” 

เหออี้ผิงก้มหน้าไม่ยอมเรียกซ้ำ ด้วยกลัวว่าจะไม่มีวันได้ลุกออกไปจากเตียงนอนในห้องนี้อีกแล้วจริง ๆ แล้วฝ่ามือก็มาจับที่ปลายคางบังคับให้กลับไปจ้องหน้าของหลิวไป๋หลงที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่ายังต้องการมากเพียงใด ความปรารถนาไยถึงไม่ลดลงบ้างเลย

“ให้ท่านหายไปแต่เช้าเช่นวันเข้าหอก็คงดีกว่า”

“จริงหรือ ข้ากลัวแต่เจ้าจะเอาแต่พร่ำบ่นลำพังว่าข้าไม่พอใจในตัวเจ้ามากกว่า อี้เอ๋อร์เจ้าอย่าคิดมากไปเลย ข้าจะบอกให้รู้ ข้าพอ ใจ มาก” 

ช่างเป็นการเน้นคำที่ดูน่าขนลุกยิ่งนัก เหออี้ผิงชักหนาว ๆ ร้อน ๆ ขึ้นมาแล้วในตอนนี้ ทางที่ดีสมควรหาทางหนีเพื่อรอดชีวิตออกไปจากห้องนี้ดีกว่า แต่ในท่าทางเช่นนี้แขนทั้งสองข้างของหลิวไป๋หลงโอบรอบเอวไว้แน่นหนาจะขยับตัวออกอย่างไร

“หากเรียกสามีอีกสักครั้งข้าจะยอมปล่อยเจ้าออกจากอ้อมกอด หรือไม่ก็ร่วมรักกันอีกสักสองสามท่าเป็นไร”

“ข้ามาคิดดูแล้ว ข้าสมควรคิดให้รอบคอบมากกว่านี้สักหน่อย” เหออี้ผิงไม่ยอมให้ร้ายอยู่ฝ่ายเดียว โต้ตอบด้วยวาจาเผ็ดร้อนไม่แพ้กัน หากใครจะรู้หลิวไป๋หลงที่เคยหวาดกลัวเหลือเกินกับการตัดสินใจเลือกของตนจะบอกอย่างหน้าตาเฉยด้วยความมั่นใจ

“ถึงอยากเปลี่ยนใจข้าก็ไม่ยอมแล้ว  อย่าคิดหนีไปจากข้าเลยฮูหยิน” หลิวไป๋หลงว่าแล้วก็ประทับจูบลงบนแก้มแผ่วเบา ค่อย ๆ ขยับเลื่อนมายังริมฝีปากที่เผยอรออยู่ก่อนแล้ว 

แต่ให้บังเอิญต้องหยุดชะงักเมื่อมีเสียงตะโกนของเสี่ยวหยวนที่ด้านนอกดังขึ้น

“นายน้อย...” 

หลิวไป๋หลงคร้านจะสนใจยังจงใจแนบริมฝีปากเข้าหาหมายจะจูบต่อ แต่คิดไม่ถึงเสี่ยวหยวนจะเหิมเกริมถึงขั้นเคาะประตูสองสามครา 

“เสี่ยวหยวน หรือเจ้าอยากตายอีกรอบ ครานี้ข้ารับรองว่าเจ้าจะไม่ได้กลับมายืนให้ข้าต้องทนเห็นหน้าอีกเลย” หลิวไป๋หลงตะโกนออกไปขู่เสียงดังลั่น เสี่ยวหยวนปกติรู้ความดีนักเหตุใดวันนี้ใจกล้าไม่กลัวเกรง  

“นายน้อย อย่าโกรธเคืองเสี่ยวหยวน ที่นอกคฤหาสน์มีคนจากสกุลเหอมาขอพบฮูหยินน้อย พ่อบ้านหลิวออกไปรับหน้าแล้ว ข้าจึงรีบเร่งมาแจ้งนายน้อยกับฮูหยินน้อย” มีหรือเสี่ยวหยวนจะกล้าไม่กลัวไม่ได้อยู่รับใช้คุณชายของตน แต่เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนจะรอไม่ได้  

 “สกุลเหอ...” หลิวไป๋หลงถึงกับทวนคำด้วยไม่อยากจะเชื่อ คนสกุลเหอที่จงใจส่งเหออี้ผิงมาตายกลับส่งคนมาเยี่ยมเยือนถึงคฤหาสน์ร้างห่างไกล 

หรือว่าต้องการจะรับตัวเหออี้ผิงกลับไปกัน...

“หรือว่าเป็นคุณหนู” เหออี้ผิงคาดเดาได้เพียงคนเดียว เหอรั่วซีเอ็นดูและใจดีกับตนมาตลอดราวกับเป็นน้องชายแท้ ๆ นอกเหนือจากคนอื่นนั้น ตนคิดไม่ออกว่าจะมาเยี่ยมเยียนหาหลังจากสกุลเหอมาได้สักพักแล้ว

“นางต้องการจะมารับตัวเจ้ากลับไปอย่างนั้นหรือ”

“ไม่หรอก ท่านพี่อย่าได้กังวลเลย” เหออี้ผิงปลอบใจ ด้วยเห็นแววตาและสีหน้าเจ็บปวดและเศร้าสร้อยขึ้นมาในทันทีของหลิวไป๋หลง อย่างไรตนก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจทอดทิ้งสิ่งที่ได้สัญญาไว้แล้วแน่นอน บุญคุณของสกุลเหออี้ผิงได้ตอบแทนด้วยชีวิตมากแล้วครั้งหนึ่ง 

ตอนนี้เหออี้ผิงเป็นภรรยาที่เป็นสมบัติของสามี ย่อมจากไปไหนไม่ได้อีก 

“ข้าเชื่อใจเจ้า” หลิวไป๋หลงมีสีหน้าดีขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนจะปล่อยให้เหออี้ผิงลุกออกไปแต่งตัวก็ประทับจูบบนหน้าผากอีกคราอย่างอ่อนโยน พร้อมรับรอยยิ้มกว้างที่ส่งกลับมาให้ด้วยความชื่นใจ 

 

                ห้องโถงหน้าเรือนใหญ่ของคฤหาสน์สกุลหลิวใหญ่โตโอ่อ่าและเพียบพร้อม เหอรั่วซียอมรับว่ามาเยี่ยมเยือนในวันนี้ก็เพราะจนใจเมื่อบิดาขอร้องแกมบังคับให้มาดูด้วยตาตัวเองว่า คุณชายหลิวที่ว่าตายไปแล้วนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ 

ด้วยเพราะการเมืองในวังหลวงตอนนี้วุ่นวายยิ่งนัก เหล่าขุนนางแตกเป็นหลายฝ่ายหลายก๊ก มีการส่องสุมกำลังพลหยั่งเชิงหลังจักพรรดิประชวรมีอาการไม่สู้ดีนัก และยังไม่มีการเลือกรัชทายาทให้สืบทอดบัลลังก์ 

                ข่าวบ้างก็ว่าอ๋องเฉิงที่นางปรารถนาจะครองคู่แต่งเข้าเป็นพระชายาเอกมีโอกาสได้รับตำแหน่งรัชทายาท แต่บางข่าวก็ลือว่า จักรพรรดิต้องการฟื้นฟูสายเลือดมหาจักรพรรดิฮั่นเกาจง ซึ่งหมายถึงหลิวไป๋หลงทายาทสกุลหลิวแต่เพียงผู้เดียว 

                บรรยากาศในคฤหาสน์สกุลหลิวน่าขนลุกยิ่งนัก แม้ตกแต่อย่างดีเลิศเพียงใดก็ไม่อาจคลายความรู้สึกวังเวงและเงียบสงัดโดยไร้แม้ซึ่งเสียงลมหรือนกร้องไปได้ หลิวเย่และฮูหยินหลิวใบหน้าซีดขาวจนดูผิดปกติเหมือนไม่ใช่มนุษย์ แต่คงเป็นไปไม่ได้ วิญญาณที่ไหนจะอยู่ภายใต้แสงตะวันทั้งยังดูมีเลือดเนื้อเช่นนี้ 

                เหอรั่วซีเบนสีหน้ามองไปทางประตูเมื่อได้ยินฝีเท้าที่วิ่งเข้ามาพร้อมกับสีหน้าตื่นเต้นดีใจของเหออี้ผิง บ่าวรับใช้ที่ไม่ได้พบหน้ามาหลายวัน ตอนนี้สลัดความเป็นบ่าวไพร่ไปเหลือแต่ราศีอำนาจของสะใภ้สกุลหลิว มองดูแล้วก็ไม่ได้ลำบากยากเข็ญอะไร สมควรขอบใจตนและบิดาให้มากที่ส่งมาแต่งงานจนสุขสบายแบบนี้ นางขยับลุกขึ้นยื่นมือออกมาจับแขนของอี้ผิงเอาไว้พร้อมกับคลี่ยิ้มอบอุ่นให้ 

                “คะ.. เอ่อ ท่านพี่ ข้าดีใจที่ได้พบท่าน” 

                “เสี่ยวอี้  เจ้าอย่าเสียมารยาทต่อหน้าพ่อแม่สามี” เหอรั่วซีปรามบ่าวรับใช้ แต่สายตามองเลยไปถึงคนที่เดินตามมาทางด้านหลังด้วยความสนใจ 

                เหออี้ผิงยิ้มกว้างพร้อมพยักหน้ารับรู้หน้าที่ จึงเดินไปเคียงข้างสามีทำความเคารพบิดา มารดาของหลิวไป๋หลง พ่อบ้านหลิวผู้ชราถือถ้วยถาดไม้ส่งให้ ตนก็จึงเข้าไปยกน้ำชาให้แก่พ่อแม่สามีเพื่อแสดงความกตัญญู นับเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นใบหน้าของทั้งสองหากไม่ได้รู้ความจริงมาก่อนแล้ว การได้พบปะกันในวันนี้อาจจะดูน่าขนลุกเพราะทั้งสองดูน่ากลัวยิ่งนัก ทั้งสีหน้าและแววตาล้วนไร้ชีวิต

                เหออี้ผิงกลับไปนั่งข้างสามีก่อนจะมองเหอรั่วซีอย่างมีความสุข คุณหนูที่ตนห่วงใยดูสุขภาพแข็งแรงดีและมีความสุข แค่นี้ก็ถือว่าตนสมหวังที่สุดในชีวิตแล้ว หากมีเวลาก็อยากจะไถ่ถามเรื่องอื่น ๆ ด้วย 

                “คุณหนูเหอมาเยือนสกุลหลิวก็เพื่อพบกับอี้ผิง พวกเราเองมีธุระต้องไปจัดการ เชิญพวกเจ้าสนทนากันตามสบาย ไป๋หลงข้ามีเรื่องจะพูดกับเจ้าหน่อย ปล่อยให้สองพี่น้องได้อยู่กันตามลำพังเถอะ” หลิวเย่เอ่ยขอตัวพร้อมทั้งเรียกให้บุตรชายตามไปที่เรือนหลังคฤหาสน์ด้วย 

                หลิวไป๋หลงมองภรรยาด้วยแววตาเศร้าอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเดินออกไปทิ้งทั้งสองคนไว้ในห้องโถง 

                “ไหนว่าคุณชายหลิวตายไปแล้ว ข้ายังเห็นเขาเป็นปกติดีทุกอย่าง” เหอรั่วซีเอ่ยออกมาทันทีหลังจากลับสายตาผู้อื่นแล้ว น้ำเสียงดูจะไม่พอใจยิ่งนัก 

                “คงเป็นการเข้าใจผิดเท่านั้นคุณหนู” เหออี้ผิงไม่อาจบอกความจริงได้เพราะสัญญากับหลิวไป๋หลงแล้วว่าจะไม่เล่าความลับของคฤหาสน์สกุลหลิวให้ผู้ใดฟัง ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม 

                “เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้” เหออี้ผิงเริ่มวิตกกังวล หากหลิวไป๋หลงยังไม่ตาย อีกทั้งยังอยู่ดีเป็นปกติทุกอย่าง สำรวจดูทั้งรูปร่างหน้าตา ดูองอาจมีสง่าราศีแฝงอำนาจไม่ต่างจากสายเลือดแห่งราชวงศ์เช่นนี้ หนทางการขึ้นเป็นองค์รัชทายาทของอ๋องเฉิงจะยิ่งลำบาก 

                “มีอะไรผิดปกติหรือคุณหนู ท่านดูไม่สบายใจนัก” เหออี้ผิงมองดูท่าทางของเหอรั่วซีแล้ว ย่อมรับรู้ได้ในทันทีว่านางมีเรื่องกลุ้มใจด้วยรับใช้กันมานานนัก ไม่ว่าอะไรก็มักจะเข้าใจได้ทันกัน 

                “เจ้ามาแต่งให้คนตายนี่ ทำไมเขาถึงยังอยู่ ทำไมหลิวไป๋หลงถึงไม่ตายไปเสียจริง ๆ” เหอรั่วซีที่เก็บอาการได้ดีมาตลอดแต่พอเห็นหลิวไป๋หลงยังมีชีวิตอยู่ก็เริ่มหงุดหงิดหัวเสีย

                “คุณหนู...” 

                “อี้ผิง... ในเมื่อเจ้าต้องมาแต่งให้คนตายอยู่แล้ว ทำไมเจ้าไม่ให้เขาตายไปจริง ๆ เสียเลย” 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

224 ความคิดเห็น

  1. #185 PuiPui--r (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 18:07
    เอ๊า~นังคุณหนู ตายแทนตอบแทนบุญคุณไปแล้วรอบหนึ่งยังจะกล้าพ่นคำพูดซั่วๆออกมากอีก
    #185
    0
  2. #98 Fueled me (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 21:41
    ชาวบ้านลือกันยังไงเนี่ย ข้อมูลไม่ถูกต้องเท่าไหร่เลย5555555555 ก็อย่างว่าจะรู้ได้ยังไงก็ในเมื่อทั้งตระกูลไม่มีใครได้ออกไปเล่าให้คนอื่นฟังสักคน
    #98
    0
  3. #67 ชาติ...ัั่ว (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มกราคม 2564 / 20:01
    อิคุณหนูราสต้า
    #67
    0
  4. #54 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 19:23

    นังคุณหนูนี่ ดีแตกซะแล้ว!

    #54
    0
  5. #26 Nhamtaeyzaza (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 17:49
    เอ้า!!!
    #26
    0
  6. #25 oyzoyx (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 00:21
    คุณหนู...ร้ายแน่ๆ
    #25
    0