Tensei จุติใหม่ ผ่าพิภพปั่นประสาท

ตอนที่ 3 : จุติครั้งที่ 3 [ไม่คล้าย แต่ใช่เลย]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 มิ.ย. 63

ความจริงช่างโหดร้าย...

คิดว่าเกิดเป็นแค่สามัญชนคนธรรมดา...

ไหงเค้ามาเกิดในโคตรตระกูลใหญ่ของอาณาจักร

.

เอาล่ะ เค้าจะเล่าถึงครอบครัวเล็กๆของเค้าให้ฟัง

คาเฟรีน... 1 ใน 3 ตระกูลมหาอำนาจของอาณาจักร

ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือขุนนางใดๆ

มีสมาชิก 7 คน ณ ตอนนี้

1.ซิลวา คาเฟรีน อายุ 68 ปี คุณตาหน้าเด็ก อดีตผู้นำตระกูลคาเฟรีน ความสามารถด้านการแพทย์ไม่มีใครเทียม

2.ฟารุน คาเฟรีน อายุ 66 ปี คุณยายหน้าอ่อนเกินวัย ถูกขนานนามว่าจอมปราชญ์ ผู้คิดค้นอุปกรณ์เวทในชีวิตประจำวันมากมาย

3.คุณพ่อ ผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน แพทย์อัจฉริยะ รักษาได้เกือบทุกโรค เก่งกาจแต่ไร้ดวง

4.คุณแม่ แม่ทับไร้พ่าย ‘ไททาเนีย’ ความสามารถด้านกองทัพและการค้าไม่เป็นสองรองใคร แถมเคยถล่มกองทัพอสูรนับหมื่นด้วยตัวคนเดียวมาแล้ว

5.พี่สาว ร่างกายบอบบาง แต่เตะภูเขาหายไปทั้งลูกได้ เป็นความสามารถที่ได้มาจากคุณแม่เต็มๆ และยังเป็นนักปรุงยาอัจฉริยะด้วย

6.พี่ชาย รูปร่างสมส่วนมีกล้ามเล็กน้อย ทั้งที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย เป็นหนอนหนังสือมีออกไปขุดโบราณสถานบ่อยๆ หัวหน้ากองทัพนักประวัตศาสตร์

และ 7. เค้าเอง ลูกชายคนเล็กของบ้าน ความสามารถยังไม่รู้ แต่หน้าตาพอใช้ได้

คาเฟรีน ตระกูลเก่าแก่ทางการแพทย์

... มีแค่นี้แหละ

ก็เค้ารู้แค่นี้ทำไงล่ะ

แต่...ช่างมันเถอะ

ยังไงเค้าก็ไม่ได้อยากยิ่งใหญ่อะไรซักหน่อย

เกิดเป็นลูกคุณหนูก็ดีเหมือนกัน...ชีวิตลั่ลล้ากำลังรอเค้าอยู่~

ว่าไปนั่น

...มันไม่ได้รอซักหน่อย แต่มันเกิดขึ้นแล้ว!!

ข้างหน้าเค้าเป็นทะเลสีฟ้ามรกตกว้างสุดลูกหูลูกตาไงล่ะ

.

ชายหาดส่วนตัวของคาเฟรีน

คุณตากับคุณยายพามาเที่ยวผ่อนคลายนิดหน่อย

คุณยายดูแฮปปี้สุดออกหน้าออกตา

โดยตอนนี้เค้าโดยคุณตาน้วยอยู่

ปกติก็มาแย่งเค้าไปกอดแท้ๆ สังเห่าใจไม่ดีเยย...

“อุเฮะๆ... อุเฮะๆๆ...” 

ไม่ต้องสังเห่าสังหรณ์แล้ว

หน้าของคุณยายมันเยิ้มขึ้นเรื่อยๆ

แถมยังควักกล้องออกจากกระเป๋ามาพร้อมกับหัวเราะแปลกๆชวนหยองสุดๆ

จะว่าไปโลกนี้มันพัฒนาไปไกลน่าดู

ดูเหมือนผู้กล้าที่เคยรับจ๊อบมาโลกนี้ จะสร้างนวัฒกรรมของอีกโลกไว้เยอะพอควรเลย

เห็นได้จากจอเวท ที่หลักการคล้ายกับโทรทัศน์ แต่ใช้ผสานกับเวทมนต์แทนไฟฟ้า

มีกล้องถ้ายรูปด้วย ไม่มีมือถือแต่มาในรูปของเทอมินัลติดตัว

เป็นกำไลเล็กๆที่ข้อมือไว้ติดต่อและยังใช้แทนบัตรประชาชนด้วย

อาหารต่างโลกก็พัฒนาไปมากพอควร...เพราะวัตถุดิบของโลกนี้ด้วยแหละ

.

ตอนนี้ช่างเรื่องอื่นก่อน เค้ามาถึงทะเลแล้ว

โคตรสวยเยย 

หลังจากที่เอาของเก็บแล้ว

เค้าโดนคุณยายฉุดเข้าไปในห้องมืดๆ

“อุเฮะๆ มิลล์จ๊ะ ก่อนเล่นน้ำต้องเปลี่ยนชุดก่อนน้า~”

ไม่ทันจะได้พูดคุณยายก็ถอดชุดออกด้วยไวแสง

แล้วสวมชุดรัดๆให้เค้า...

แต่มันมิดอะเค้ามองไม่เห็นว่ามันชุดอะไร

แล้วก็โดนคุณยายจับพาดบ่าวิ่งออกไป

...ทะเล~ ซ่าๆ

เค้าโดนคุณยายจับลอยแพอยู่กลางทะเล ว่ายกลับไม่ได้...ขาสั้น

เห็นคุณยายกับคุณตาตั้งกล้องมองด้วยสายตาคาดหวังแบบแปลกๆ

ไม่เข้าใจพวกเค้าเลย

แถมเค้าค่อนข้างชอบบรรยากาศเฉื่อยๆแบบนี้อยู่แล้วล่ะ

เพราะงั้น โนพร๊อบเบล็ม

แสงแดดมันอุ่นๆไม่ร้อนเลยซักนิด

แล้วสุดท้ายก็เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้

.

ซ่าๆ~ ซ่าๆ~

ที่นี่ที่ไหนน่ะ

ชายหาดที่ไหนไม่รู้

ข้างหลังเป็นภูเขาสูงและป่าน่ากลัวๆ

ท้องฟ้าสีเลือดชวนสยอง

หันซ้ายแลขวา ไม่มีสัญญาณสิ่งมีชีวิต

จริง...เวทมนต์

เพราะไม่เคยใช้เลยต้องตั้งสมาธินิดหน่อย

วูบ

จู่ๆก็จิตหลุดมาที่ไหนไม่รู้

รอบตัวมืดไปหมดแต่กลับเห็นตัวเองชัดเจน

พอสำรวจไปรอบๆก็เห็นเข้ากับลูกแล้วสีทองๆ 7 ลูก

ทุกลูกมีดาวอยูข้างใน และแต่ละลูดมีจำนวนดาวไม่เท่ากันด้วย

ภาพมันดูคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนซักที่

“ช่างเป็น...เด็กน้อยที่...ประหลาดซะจริง” 

เสียงน่าเกรงขามดังจากข้างหลังเค้าจนต้องหันไปมอง

มังกรจีนสีทองอร่ามที่ยาวไม่สิ้นสุดกำลังยื่นหน้ามาใกล้ๆ

ยิ่งเจอมังกรแบบนี้มันยิ่งคุ้นเข้าไปอีก

“โฮ่ โฮ่~...ประหลาดจริงๆ”

คำก็ประหลาดสองคำก็ประหลาด...อยากมีเรื่องเรอะ

 “ช่างเถอะ...สิ่งที่เจ้าเห็น...มันไม่เหมือนสิ่งที่เจ้าคิดแน่นอน”

จิ้งเหลนทองเปลี่ยนเรื่องเร็วจนเค้าเกือบตามไม่ทัน

“ที่เจ้าเห็นคือ ดราก้อนบอล และข้าคือเทพเจ้ามังกร”

มันไม่เหมือนจริงๆนั่นแหละ...

...แต่มันอันเดียวกันเลย!

“หมดเวลาแล้วสิ...ไว้เจอกันครั้งหน้า”

ให้พูดมั่งสิเห้ย!

แต่เค้าก็โดนส่งกลับมาที่เดิม

แถมยังใช้เวทได้แล้วล่ะ

พอใช้ได้แล้วก็ค่อยๆ...ค่อยๆ...กระจายมันออกไปรอบๆ

ไม่นานมันก็คลุมทั้งเกาะ

หลังจากเรียกกลับมา ได้ข้อมูลเป็นเกาะสามมิติอยู่ในหัว

ตรงกลางเกาะมีสัญญาณของสิ่งมีชีวิต 2 จุด

...ยังไงก็ต้องไปดูสินะ

จะว่าไปเวทบินมันใช้ไงอะ เคยมีคนว่าไว้ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้

ปีก...ปีก...

วิ้ง พรึบ

ปีกสีใสงอกออกจากหลังเค้า พอลองขยับ... มันขยับได้ล่ะ

ไหนลองบินสิ~...

อ๊ะ บินได้ล่ะ...เค้าบินได้~

แล้วก็มุ่งหน้าไปที่ยอดเขากลางเกาะ

ที่ยอดเกาะเป็นบ้านหลังเล็กๆ

เสื้อผ้าที่ตากอยู่รอบบ้านเป็นชุดของผู้ชาย

เค้าค่อยๆร่อนลงหน้าบ้านแล้วเคาะประตูเบาๆ

ก๊อก ก๊อก โครม

สงสัยจะหนักมือไปหน่อย ขอโทษงับ

ข้างในเป็นตาแก่ท่าทางใกล้ตายนอนเป็นผักอยู่

ข้างๆเป็นเด็กน้อยผมเงินอายุพอๆกับเค้า

สีหน้าแววตาโคตรเศร้า

“ฮึก ตาแก่ อย่าทิ้งผมไป ถ้าตาแก่ตายไปแล้วผมจะเกาะใครกิน!ฮือ~”

น้ำเสียงกับอินเนอร์นายได้นะ แต่บทไม่ผ่านอะ

“แฮก! เจ้าหนูกิน เจ้าก็โตแล้ว ค-คงได้เวลาออกไปจากที่นี่แล้ว...ข้าน่ะอยู่มานานเกินพอแล้ว แค๊กๆ”

เป็นฉากที่มันเรียกน้ำตานะถ้าไม่มีประโยคก่อนหน้าของเจ้าผมเงิน

คงเพราะเสียงประตูพังเจ้าผมเงินเลยหันมามองที่ประตู

พอหันมามองเค้าสีหน้าตกใจ

“ต-ตาแก่ มีผู้หญิงมาหา!”

จู่ๆก็ตะโกนขึ้นมาจนเค้าตกใจหมด

แต่ที่ตกใจกว่าคงเป็นตาแก่ใกล้ตาย ที่ลุกจากเตียงมาโผล่หน้าเค้าอย่างไว

“โอ้~หนูน้อยจ๊ะ มาจากไหนเหรอ น่ารักเชียวเข้ามากินติมของลุงก่อนได้นะ หุๆ”

“หยุดเลยนะตาแก่โรคจิต!”

ผลั๊วะ!

เค้าที่กำลังโดนล่วงละเมิดทางเพศจากตาแก่คิโม่ย ได้เจ้าผมเงินกระโดดเตะตาแก่พุ่งออกหน้าต่างไป

“ไม่เป็นไรนะ ชั้น กินโทกิ ซากาตะ กินโทกิ อายุ 4 ขวบยินดีที่ได้รู้จัก เธอล่ะ” 

“อือ...วินด์มิลล์...4 ขวบ”

ซากาตะเหรอ ตระกูลเก่าคุณพ่อนี่นา

เป็นตระกูลนักรบเก่าแก่ แต่คุณพ่อกลับสู้ได้โคตรอ่อนสู้ใครไม่ได้

เลยมาแต่กับคุณแม่แล้วรับตำแหน่งผู้นำคาเฟรีนต่อมา

ส่วนซากาตะก็ได้ฟาเร็น พี่ชายของคุณแม่ไปเป็นผู้นำตระกูล

นอกเรื่องไปไกล

แล้วไมแกมาอยู่ที่นี่ล่ะ

“มิลล์จังสินะ แล้วเธอมาที่นี่ได้ไงล่ะ ของชั้นโดนฉลามกลืนทั้งเรือ”

...พีคอะ หลามที่ว่ามันต้องใหญ่ขนาดไหนถึงกลืนเรือมาได้ทั้งลำ

อ๊ะ...คงได้แหละ ไม่งั้นคงไม่มีเกาะนี่หรอก

หลังจากคุยกันนิดหน่อย กินซังก็พาเข้าไปกินข้าวในบ้าน 

ส่วนตาแก่โรคจิตมุเท็นโรชิ หรืออีกชื่อผู้เฒ่าเต่า ก็ลงไปกลิ้งเล่นในดงกับดักของตัวเองในป่า

.

ทางด้านสองตายายผู้เห่อหลาน

กำลังคาดหวังสายตาละห้อยน่าสงสารของหลานชาย

กำลังเงิบหนัก

หลานหัวแก้วหัวแหวน น่ารักเหมือนผู้หญิงจนคนเป็นยายทนไม่ไหว

จับใส่ชุดวันพีชน่ารักแล้วเอาไปปล่อยกลางทะเล

ตั้งกล้องไว้ถ่ายตอนที่กำลังน่าสงสาร

แต่นอกจากมิลล์จะไม่ร้องแล้ว ยังมีท่าทีเฉยชา

สุดท้ายก็หลับบนแพลม

จนฟารุนใจอ่อนว่ายน้ำไปพาหลานกลับหาด

แต่ใจจริงแค่อยากได้รูปมิลล์ตอนนอน

และคงเพราะเป็นสามีภรรยากันละมั้ง

ซิลวารู้สึกสังหรณ์ใจว่าถ้าปล่อยภรรยาไปคนเดียวเขาต้องอะไรซักอย่างจากมิลล์ไปแน่ๆ

ร่ายเวทน้ำที่เท้าแล้ววิ่งไปหามิลล์

ฟารุนก็ไม่ได้กระจอก เธอหันไปมองสามีที่วิ่งบนน้ำมาด้วยความเร็ว

เธอเร่งว่ายเร็วขึ้น เร็วขึ้น...

อ้า~ งับ ตู้ม!!

ก่อนที่ทั้งสองจะถึงมิลล์

ฉลามตัวใหญ่กว่าเกาะโผล่มากลืนมิลล์แล้วหายวับไป

ปล่อยให้สองผัวเมียเงิบไปตามๆกัน

.

0 ความคิดเห็น