Tensei จุติใหม่ ผ่าพิภพปั่นประสาท

ตอนที่ 1 : จุติครั้งที่ 1 [โอกาศ 1 ใน 650,000]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 มิ.ย. 63

ในห้วงอวกาศอันเวิ้งว้าง เต็มไปด้วยดวงดาวนับไม่ถ้วน

เกาะลอยฟ้าที่ลอยไปมาในอวกาศ ออสก้า

แดนพำนักของเหล่าทวยเทพแสนว่างงาน

แต่ข้าในนามของ ‘โลกิ’ เทพีแห่งความชิบหาย...เปลี่ยนใหม่ๆ เทพีแห่งความโกลาหล ขอคัดค้านคำกล่าวที่ว่า ‘เหล่าทวยเทพแสนว่างงาน’

มันไม่จริงเลยซักนิดเดียว!

พวกเราทำงานกันตลอด 25 ชม. ไม่ได้หยุด...แค่มีอู้นิดหน่อย

แต่ก็เป็นเวลาเพียงสั้นๆแค่ไม่กี่พันปีเอง อย่าหาว่าเราอู้เด็ดขาด

แต่เพราะการทำงานแบบเดิมช้ำๆมาหลายล้านปีมันก็มีเบื่อกันบ้างแหละ

“โลกิเอ้ย! ดูเหมือนเจ้าจะว่างนะ” ว่างพระแสงแกสิตาแก่ไอโอดีน

ตาแก่ไอโอดีนมหาเทพที่ใหญ่ที่สุดของออสก้า ตาแก่หนวดเครารุงรังสุด คิโมยอายุร่วมหลายล้านล้านปี สังขารจากที่เห็นก็ใกล้ลงโลงแล้ว ใจจริงก็อยากให้ลงวันนี้เลยแหละ

ไอโอดีนเดินมาอยู่ข้างหลังฉัน กล่าวขึ้นในตอนที่ชั้นกำลังนั่งพักหลังจากโต้รุ่งทำOTมา

มองยังไงสภาพดิฉันตอนนี้ก็ไม่น่าจะเรียกได้ว่าชิลเลยซักนิดเดียว

“นี่ๆอย่าพูดจาโหดร้ายกับคนแก่นักสิ เอาเป็นว่านับตั้งแต่พรุ่งนี้ไปเจ้าจะถูกย้ายไปแผนกใหม่ที่เราพึ่งนึกได้สดๆร้อนๆเลย เพระาพึ่งนึกได้เลยยังไม่มีชื่อ ช่วยคิดให้ทีนะ” คิดบ้านป้าแกสิ! คิดว่าเซ้นการตั้งชื่อฉันดีรึไง

คิดแล้วก็นึกถึงตัวละครเกมเมื่อคืน

‘อัลติเมตเมก้าบอมเบอร์Lnwza007’

อายชิบหัยเล้ย!

ก่อนที่ฉันจะได้ตอบโต้ตาแก่ก็หายไปแล้ว

ถ้าไม่ติดว่าเป็นพ่อล่ะก็ แม่จับยัดโลงเผาไปแล้ว

.

วันรุ่งขึ้นมาถึง

ฉันถูกวงเวทส่งมาที่ห้องทำงานใหม่ที่เงียบสงบ ต่างกับที่ทำงานออฟฟิสระดับล่างเลย

เอกสารทุกอย่างครบถ้วนไม่มีข้อติ ดูเหมือนจะเป็นลายมือของ‘ฟาร์รู’ เลขาของท่านพี่ธอร์

เธอเป็นคนที่เพอร์เฟ็คทุกด้าน แต่เป็นพวกบ้างานไปซะอย่างงั้น

ฉันมักจะขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลโลกจากเธอตลอด

และไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรเธอล้วนทำได้ในระดับสุดยอด

ขนาดตาแก่ไอโอดีนเกือบยกออสก้าให้ไปดูแลเลยทีเดียว

เรื่องนั้นช่างมันก่อน เพราะเอกสารในมือเนี่ยมันเว้นจุดสำคัญที่วงสีแดงไว้ชัดเจน

‘ชื่อแผนก’

“แล้วทำไมฉันต้องตั้งชื่อมันเองด้วยเล่า!”

มันไม่ใช่แผนกที่ฉันยื่นคำขอเพื่อสร้างมัน แค่แผนกที่ถูกยัดเยียดมานะเห้ย!

ฉันได้แต่กุมขมับ ขอนั่งพักก่อนก็แล้วกั...

ปั้ง!

ประตูถูกเตะกระเด็นด้วยฝีมือของ ‘ฟาร์มี’ น้องสาวของฟาร์รู

เป็นสาวน้อยน่ารักบอบบางและอ่อนแอ...เหรอ

ข่าวลือแบบนั้นมันมาจากไหนกัน

โคตรหลอกลวงผู้บริโภคเลย

สาวบอบบางที่ต่อยเวิลด์เซอร์เพนกระเด็นด้วยมือปล่าว ร่างกายที่แข็งจนเฟนริลของฉันกัดไม่เข้า

หรือว่าฉันเข้าใจผิดถึงสามัญสำนึกของสาวน้อยบอบบางมาตลอด

แท้จริงคือสาวน้อยที่โดนบิ๊กแบงเข้าไปก็ไร้รอยขีดข่วน หรือทำได้แม่กระทั่งบีบดาวฤกษ์ให้สลายไปได้ด้วยมือเปล่า

คงเป็นอย่างนี้สินะอืมๆ

ฟาร์มีเดินเข้ามาด้วยท่าทางสดใส

“อายุนซาหวาดค่า~ มาเก็บเอกสารแผนกจามคำสั่งของท่านไอโอดีนค่า~” ในขณะที่ชั้นกำลังเถียงกับความคิดของตัวเองอยู่

ฟาร์มีเดินเข้ามาหยิบเอกสารทั้งหมดแล้วออกจากห้องไป

กว่ารู้ตัวก็ตอนเย็นแล้ว...เหมือนจะลืมอะไรไปซักอย่าง

ช่างมันเถอะ เนอะ~

.

ทางด้านของหนูน้อยฟาร์มี

“อ๊ะดูเหมือนท่านโลกิยังไม่ได้เขียนชื่อแผนกเลย ดายโจบุ มอนไดไน เพราะว่าเค้าคือเทพแห่งการเดาใจที่เก่งที่ฉุด เพราะงั้นเค้าจะเดาใจของท่านโลกิเอง งั้นเอาเป็น... บรึ้นๆไปต่างโลก ฮิฮิ ท่านโลกิต้องชอบมากแน่ๆเลย”

สมองน้อยๆของฟาร์มีประมวลผลจนได้ชื่อสุดเท่ในความคิดของเธอ แล้วบรรจงเขียนด้วยลายมือไก่เขี่ย

แล้วเอกสารก็ยิงตรงไปยังมือของไอโอดีนในที่สุด

เพราะเป็นแผนกที่ไอโอดีนคิดเอง จัดตั้งเอง เลือกคนเอง จึงไม่ได้อ่านรายละเอียดมาจึงเซ็นโดยไม่ได้อ่าน

กว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว

และนี่เป็นเรื่องราวของแผนกที่โลกิได้รับผิดชอบ

..

“ก็อย่างที่เล่าไปนั่นแหละ” เทพีแห่งความชิบหายโลกิที่ตอนนี้เธอได้สถาปนาตัวเองเป็นพระแม่กำลังเล่าเรื่องราวสุดขมขื่นของชื่อแผนกให้ผมฟัง

สงสัยกันล่ะสิว่าผมเป็นใคร ฮะแฮ่ม มาย นาเม่ อิส~ ตัวเอก แค่นั้นแหละ

แค่ตัวเอกเท่านั้น ชื่อก่อนหน้าเหรอ จำไม่ได้แล้วล่ะ

ก็แหม ตัวเอกไปต่างโลกมันต้องชื่อใหม่กันอยู่แล้วใช่ม้า~

“ข้าแนะนำให้เจ้าหยุดคิดแปลกๆแบบนั้นซะ ก่อนจะโดนเทพองค์อื่นหาว่าบ้า แล้วก็ก่อนจะไปต้องเซ็นสัญญาทำประกันวิญญาณด้วยนะ” พระแม่โลกิพูดขึ้นพร้อมกับยื่นเอกสารมาให้ด้วย

เดี๋ยวสิจะไปต่างโลกมันต้องยุ่งยากขนาดนี้เลยเหรอ

ทำไมตัวเอกขี้โกงพวกนั้นมันไปง่ายจังล่ะ

“เพราะเจ้าพวกที่เจ้าคิดมันตายเพราะพระเจ้า แต่เจ้าตายเพราะอายุขัย”

ถึงว่าทำไมไปง่ายจังฟระ

“แล้วก็อีกอย่างนะหน้าที่ของเจ้าคือการไปรับตำแหน่งพระเจ้าในโลกใบนั้น มันต้องมีข้อกำหนดเยอะแยะจนข้าก็ปวดหัวทำมันตั้ง 2000 กว่าปี” ทำไมมันนานจังฟระ หรือตรรกะด้านเวลาของเทพมันเพี้ยนไปแล้ว

“อ้อ จริงๆทำแค่ 3 ชั่วโมงแหละที่เหลืออู้น่ะ ก็งานนี้ค่อนข้างวุ่นวายพอตัวเลยไม่มีกำหนดส่งแน่ชัด เลยเที่ยวจนเบื่อแล้วค่อยมาทำ” 

ใช้ช่องว่างได้ขี้โกงชะมัด

“อ๊ะ ใกล้เวลาเลิกงานแล้ว รีบๆสุ่มพลังของเจ้าได้แล้ว”

“ไม่มีพรงั้นเหรอ”

ผมถามออกไปแบบนั้น เอาเข้าจริงต่างโลกไม่น่าจะอยู่ง่ายขนาดนั้น น่าจะมีพรเล็กๆน้อยๆติดตัวไปมั่งก็ดี

“ไม่มีอะ” พระแม่ตอบแบบหน้าตายสุดๆ

ข้างหน้าผมเป็นโต๊ะปูด้วยผ้ากำมะหยี่ราคาแพง มีจานหรูที่มีฝากระติบข้าวคว่ำบนจาน

พระแม่เปลี่ยนชุดเป็นชุดบาเทนเดอร์ใส่แว่นดำคาบไปป์

เธอหยิบจานขึ้นมาเขย่าอย่างชำนาญ

ข้างในมีเสียงกรุกกรักดังอยู่ตลอด

ลักษณะมันคุ้นๆเหมือนเคยเห็นแถวบ้านรู้สึกว่าชื่อไฮอะไรซักอย่างนี่แหละ

ปุ๊ก!

“เอาล่ะ สูงหรือต่ำ!”

ชัดเลยครับ

แต่ผมยังไม่ทันได้ตอบอะไรคุณพระแม่ก็เปิดฝาออก ให้เดาก่อนสิเฟ้ย!

แต่ข้างในไม่ได้เป็นลูกเต๋าอย่างที่คิด 

“เป็นไพ่สำหรับโป๊กเกอร์”

ไฮ-โลว์โลกไหนมันเขย่าไพ่ฟระ!

แต่พระแม่ไม่ได้หยุดแค่นั้นสับแจกอย่างไว

ข้างหน้าผมมีการ์ด 2 ใบคว่ำอยู่ อีก 2 ใบข้างหน้าพระแม่

อีก 5 ใบอยู่กลางโต๊ะ คิงโพธิ์ดำ คิงดอกจิก 10โพธิ์ดำ ควีนโพธิ์ดำ เอจโพธิ์แดง

สมองของผมเบลอไปหมด อะไรฟระเมื่อไฮโลว์ ตอนนี้โป๊กเกอร์

แล้วพระแม่โลกิก็เปิดไพ่ของตัวเอง

คิงทั้ง 2 ใบ

“โฟร์การ์ด กฎอีกข้อที่เรายังไม่ได้บอก ห้ามหมอบ” เธอว่าแบบนั้นแล้วยืดอกที่ราบเรียบอย่างภูมิใจ

เชี่ย!! ดวงดีอะไรเบอร์ครับ! 

พอลองดูของตัวเอง เอจกับแจ็ค

“ยอมแล้วครับ” ผมยกมือยอมแพ้พร้อมกับเปิดไพ่ของตัวเอง

ตึง!

“ป-เป็นไป...ไม่ได้ โอกาศ 1 ใน 650,000มันเกิดตรงหน้าแล้ว”

เธอหมายความว่าไง

ผมมองไปที่ไพ่ของตัวเอง

เอจโพธิ์กำ แจ็คโพธิ์ดำ

โอ้ว~ เรานี่มันดวงดีจัง

แต่ไม่ทันจะได้ทำอะไรไพ่ก็กลายเป็นลูกแก้โง่ๆสีทองพุ่งเข้าไปในตัวแล้วสติผมก็ดับไป

0 ความคิดเห็น