จากคุณหนูสู่มาเฟีย [ KOOKV ]

ตอนที่ 1 : Chapter 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    24 ธ.ค. 61




ระยะการอัพนิยาย 20% 50% 80% 100%
              






                "ฮึก ฮืออ"

               เสแสร้ง เป็นคำเดียวที่เหมาะกับสถานการณืแบบนี้อาจินคุณหมอประจำตรูสรุปผลตรวจออกมาว่าการเสียชีวิตของประธานคิมในครั้งนี้คือการวางยาพิษและไม่ต้องเดาให้ยากก็รู้ว่าใครเป็นคนทำ


               ผู้หญิงวัยกลางคนที่หน้าสะสวยดั่งพระเจ้าสร้างมาพร้อมกับน้ำเสียงที่นุ่มอ่อนหวานน่าฟัง ใครหน้าไหนมันจะไปคิดล่ะว่าลับหลังจะเลวทรามได้ขนาดนี้

               "คุณพี่คะ อย่าห่วงทางนี้เลย น้องจะเป็นตนดูแลให้เอง"

               น้ำตาที่กักกั้นไว้นานไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองข้างเธอแสร้งทำเป็นร้องไห้ต่อไป แทฮยองยืนมองคนที่เปรียบเสมือนแม่คนที่สองของตัวเองร้องห่มร้องไห้อยู่หน้าโรงศพของสามีจวนจะขาดใจตาย ไม่นานักนักข่าวก็เริ่มแห่กันมาโดยตั้งหัวข้อข่าวเป็นการเสียชีวิตของประธามคิม

               "คุณแทฮยองครับขอสอบถามเรื่องการเสียชีวิตของประธานคิมหน่อยครับ"
               
               "เอ่อ"
              
               จะให้ตอบยังไงดีล่ะถึงเขาจะเป็นผู้ชายก็ใช่ว่าจะพร้อมพูดเรื่องแบบนี้ในตอนนี้หรอกนะ

               "ขอประทานโทษนะคะดิฉันว่าครอบครัวของเรายังไม่พร้อมจะพูดอะไรในตอนนี้หรอกค่ะ"

               ครอบครัวหรอ...เหอะ พูดออกมาได้
               
            

               เมื่อไม่รู้ว่าจะอยู่ที่นี่ต่อไปอีกทำไมอยู่ไปก็ไม่ได้ทำให้สภาพจิตใจในจอนนี้ดีขึ้นเลยซักนิด แทฮยองเดินออกมาอย่างเสียมารยาท แม้แม่ย้านและบอดี้การ์ดหลายๆคนเห็นแล้วอยากจะเดินเข้าไปห้ามหรือตักเตือนมากแค่ไหนแต่ใครๆก็รู้อยู่แล้วว่าเวลานี้คงไม่เหมาะ....
มันเป็นเรื่องหน้าเศร้าที่คุณหนูอันเป็นที่รักของตระกูลต้องมาใจสลายเพราะได้เสียคนที่รักมากที่สุดคนสุดท้ายไป ชั่งน่าสงสารซะจริง



               แทฮยองเดินไปตามทางเดินของโบสถ์ แต่แปลก...ตัวโบสถ์กับโรงรถก็ไม่ได้ห่างกันมากแต่ทำไมเขากลับรู้สึกว่าคร้งนี้มันไกลกว่าปกติซะได้ล่ะ



               ตุบ!
              
               "โอ๊ะ"
               
               ไม่รู้ว่าเมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น จู่ๆเขาก็รู้สึกหน้ามืดมาซะดื้อๆ ดีหน่อยที่ยังหาอะไรจับไว้ทันไม่งั้นตัวเขาอนนี้คงไปกระแทกกับอะไรซักอย่างเข้าแล้วล่ะ


               แต่เอ๊ะ
               แล้วเขาจับอะไรล่ะ...


               "ปล่อย"
              
               สิ้นเสียงที่ดูเหมือนจะเป็นคำสั่งชายปริศนาสองคนเข้ามาดึงร่างของเขาให้ออกไปจาก่งที่เกาะกุม แต่เห็นท่าไม่ดีจึงเลือกที่จะพยุงไว้แทน แทฮยองพยายามโฟกัสชายที่อยู่ตรงหน้า
              
               เบลอ...
              
               ทุกอย่างเบลอไปหมดร่างกายอ่อนล้าเหมือนคนจับพิษไข้และเขาไม่มีแรงเลยจริงๆ ทุกอย่างค่อยๆพล่ามัวไปเรื่อยๆจนภาพตรงหน้าถูกตัดพร้อมกับสติที่ดับวูบไปในที่สุด


               .
              



               .    
              


               .




               "คุณหนูจะไปไหนคะ"
              
               เสียงแม่นมเรียกตามหลังมาติดๆ ถ้าเลือกที่จะไม่ตอบและเดินออกไปเลนเห็นทีจะไม่ได้
              
               "ออกไปข้างนอกแปปเดียวครับ เดี่ยวแทกลับมา"

               ว่าเสร็จแล้วก็เดินออกไปนอกประตูที่เปิดค้างไว้อยู่แล้ว จัดการใส่รองเท้าให้เรียบร้อย แทฮยองคิดว่าเขาจะไปดูยอดเงินในบัญชีธราคารที่เขาแอบเปิดไว้ลับๆซักหน่อย 

               ใช่...เขาเขาแอบเก็บเงินไว้กับบัญชีนี้บ้างเผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมาเงินก้อนนี้จะสามารถช่วยเขาได้ถึงจะไม่มากเท่าไหร่นัก และเพื่อไม่ใครรู้ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการไปคนเดียวนั่นเอง

               "เดี่ยว"


               ขาที่กำลังจะก้าวต้องหยุดลง เสียงคูณนายคิมเรีกเขาหรอไม่ใช่หรอกน่า มีเรื่องอะไรกับเขาอีกล่ะเม่อบ่ายที่เขาเครียดจนหน้ามืดเป็นลมไปยังไม่พออีกหรอ ถ้าไม่มีพลเมืองดีมาช่วยพาเขามาส่งให้กับบอดี้การ์ดก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะไปนอนอยู่ที่ไหนหรืออาจจะล้มหัวกระแทกพื้นไปแล้วก็ได้

               "อะไรครับ"

               ถ้าการเดินหนีออกไปแบบเสียมารยาทคงจะทำให้ไม่เป็นผลดีนักจึงหันกลับไปตอบแทน

               ตุบ!

               กระเป๋าสำหรับเดินทางสีเทาราคาแพงถูกโยนมาตรงหน้า บอดี้การ์ดและแม่บ้านต่างพากันขมวดคิ้วเรียงไปตามกัน ซึ่งไม่ต่างจากคุณหนูของตระกูลคิมที่ยืนขมวดคิ้วมุ่นจนหัวคิ้วติดกัน

               เอากระเป๋าของคนอื่นมาโยนเล่นแบบนี้มันไม่ใช่นิสัยที่ดีหรอกนะ

               "นี่มันอะไรกัน"

               ถึงจะเอ่ยออกไปแบบนั้นแต่แทฮยองก็ไม่ได้ใสซื่อจนไม่รู้ว่าในสถานการณ์แบบนี้มันคืออะไร...
               แทฮยองก้มลงไปเก็บกระเป๋าตัวเองที่ตอนนี้ถูกทิ้งไว้กลางพื้นบ้านเหมือนของไร้ค่า

               "ออกไปซะแทฮยองแกไม่ใช่คนของที่นี่อีกแล้ว ออกไปเถอะและไม่ต้องกลับมา...ไม่มีใครรอแกอยู่ที่นี่อีกแล้วแทฮยอง"

               ...

               ใช่สิเขาไม่มีใครรออยู่ที่นี่อีกแล้วหนิ...แต่ก็ใช่ว่าเขาจะยอมอย่าลืมเขาคือใคร คุณหนูคิมแทฮยอง ผู้เป็นนายใหญ่ของบ้านรองจากุณพ่อ คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาต่างหากล่ะคือใคร

               "ไม่ นี่คือบ้านเรา"

               ได้ยินคำนั่นแทฮีถึงขึ้นวี้ดแตกแต่ใครมันจะกล้าเผยออกมากันล่ะจริงมั๊ยและการเก็บอารมณ์ไว้คือทางที่ดีทีสุด

               ...ไม่เป็นไร ยังมีเวลาเอาคืนอีกเยอะ...

               แทฮีนิ่งไปซักพักก่อนจะแสยะยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะ

               "ถ้าไม่ไปฉันก็ไม่รับประกันความปลอดภัยของแม่นมแกหรอกนะ :)" 

               "อึก" น้ำลายเหนียวหนืดกลืนลงคออย่างยากลำบาก สายตาเหลือบมองผู้มีพระคุณของตน สีหน้าของเธอดูมีความสุขเพราะใบหน้าของเธออมยิ้มตลอดเวลา แต่ใครแต่ใครจะสังเกตุเห็นมั๊ยนะว่าแววตาของเธอเศร้าแค่ไหน ไม่รู้ส่าเศร้าเพราะต้องเสียเขาไปหรือเศร้าเพราะหากเขาไม่ไปเธอก็จะอยู่ไม่เป็นสุข

               "โอเค เรายอมแล้ว"

               แทฮยองคิดไว้อยู่แล้วว่าจะต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นซักวันเพราะนายใหญ่ของบ้านได้จากไปและไม่มีใครกล้าไล่เขาออกจากบ้านของตัวเองทั้งๆที่นายใหญืยังมีชีวิตอยู่หรอก เพราะแบบนี้แทฮยองถึงแอบเปิดบัญชีไว้เผื่อซักวันเขาจะได้รับมือกับปัญหาพวกนี้ได้
              
               ...แต่นี้มันเร็วเกินไป...

               ไร้คำตอบใดๆจากคนตรงหน้า แทฮยองเดินออกมาโดยมีคนยกกระเป๋าตามหลังและยกไปเก็บในรถให้ ดูๆแล้วคุณนายคิมคนนี้ก็ไม่ได้ใจมารถึงขั้นที่จะให้เขาเดินออกไปเองหรอกจึงมีรถประจำตระกูลจอดอยู่ข้างหน้า




               เขาตลอดการเดินทางไม่มีใครหลุดคำพูดออกมาจากปากปล่อยให้ความเงียบปกคลุมรถโดยรอบ ซึ่งมันเหมาะกับการใช้ความคิดทบทวนตัวเองอย่างมากเลยล่ะ

               "ค่าเทอม ค่าหอ ค่าใช้จ่ายส่วนตัว คุณหนูต้องหาเอง ส่วนบัตรเครดิตและบัญชีธนาคารจะโดนปิดทั้งหมดโดยเงินที่อยู่ในบัญชีขอยึดไว้กับตระกูลต่อจากนี้ไปุณหนูจะต้องช่วยตัวเองไว้นะครับ"

               "เราเข้าใจ แล้วนี่ายจะพาเราไปส่งที่ไหน"

               ...

               เขาเงียบ...

               ไม่มีคะตอบใดๆจากคนขับรถที่อยู่ข้างหน้า เราออกจากเขตคฤหาสน์ของตระกูลมาถนนใหญ่และแปรเปลี่ยนเป็นซอยเปลี่ยวเล็กๆ ไม่นานนักรถก็หยุดลง

               อย่าบอกนะว่าจะให้เขาลงตรงนี้หนะ






               [20%]






Talk แหะเรามาเปิดเรื่องใหม่อะ ไม่รู้มันสนุกรึป่าวเรื่องนี้เป็นกุกวีนะคะเราฝากด้วยนะเนื่องจากเราไม่ค่อยว่างก็เลยใช้เวลาอัพนานหน่อยนะคะอ่านให้เข้ามาอ่านกันนะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #3 412549 (@412549) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 13:39
    สู้คะๆ
    #3
    0
  2. #2 หบาแตร้ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:39

    มาต่อเร็วๆนะคะ

    #2
    0
  3. #1 faifany (@fai1998fai) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 05:09

    รอนะไรท์รีบกลับมาต่อนะ
    #1
    0