Where the wind sleeps #Minseon #มินซอน

ตอนที่ 7 : 6 회 - Always be with you (그대여야만 해요)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    15 มิ.ย. 62




     "ท่าน....เอ่อ พระมเหสี" จินรีที่เงยหน้าขค้นมาเห็นบุคคลที่เรียกว่าพระมเหสีก็ตกใจจนน้ำตาคลอ


     "นั่งลงเถิดพระสนมแพ" ซอนมุลสั่งอย่างยิ้มๆ 


     ที่จริงแล้วนางไม่ได้ตั้งใจปิดบังจินรี แต่เป็นเพราะฝ่าบาทเองลำบากใจที่จะแนะนำนางว่าเป็นพระมเหสีของพระองค์ นางจึงปล่อยให้จินรีเข้าใจว่านางเป็นเพียงองครักษ์หญิงผู้ช่วยงานการเมืองเท่านั้น อีกอย่าง นางต้องการมองเห็นการกระทำของจินรีให้ชัดขึ้น และพบว่านางเป็นคนดีมากจริงๆ ไม่แปลกใจที่ฝ่าบาทตกหลุมรักนาง.....


       "เป็นอยางไรบ้าง เจ้าคงตื่นเต้นมากเลยสิ ทำใจให้สบายเถิด" นางเอ่ยกับจินรีที่ตอนนี้นั่งก้มหน้าคางแทบชิดอกอยู่ตรงหน้า


      "พระสนมคิมและพระสนมฮันทูลขอเข้าเฝ้าพระมเหสีเพคะ" คิมซังกุงเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาถึงหน้าของนาง


     "ให้พวกนางเข้ามา" นางเอ่ยสั่ง เรื่องที่มาคงหนีไม่พ้นต้องการเห็นหน้าพระสนมคนใหม่สินะ


     "ถวายบังคมเพคะ พระมเหสี" ทั้งสองนางเอ่ยพร้อมกัน พร้อมก้มหน้าทำความเคารพ


     "เชิญนั่งดื่มชากันตามสบายเถิด" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น จนจินรีแปลกใจ  


     ซอนมุลเองชินกับความรู้สึกแบบนี้เสียแล้ว ทั้งสนมคิมและสนมฮันมักจะก่อเรื่องบ่อยๆในตอนที่เพิ่งจะเข้าวังมา ซอนมุลเองก็ต้องคอยจัดการปัญหาให้ เพราะฝ่าบาทไม่ได้มีเวลามากพอที่จะใส่พระทัยเรื่องแบบนี้


     "พระสนมแพหน้าตาน่ารักจริงๆเลยนะเพคะพระมเหสี หน้าเล็กนิดเดียว ปากนิด จมูกหน่อย ไม่แปลกใจที่ฝ่าบาทจะต้องตานาง" พระสนมคิมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยนางนิดๆ 


       สนมคิมน่ะรู้ทุกอย่างดีเลยล่ะ เพราะนางเป็นลูกของเสนาบดีมี่รับใช้ฝ่าบาทองค์ก่อนเหมือนท่านพ่อของนาง นางจึงรู้ดีว่าสิ่งที่ซอนมุลทำนั้น เป็นเพียงหน้าที่เท่านั้น และนางยังมองออกอีกด้วย ว่าซอนมุลคิดอย่างไรกับฝ่าบาท


      "จริงด้วยสิ พิศๆดูก็งามนัก" นางตอบด้วยสีหน้ายิ้มๆอย่างไม่แยแส "แต่ว่าตอนนี้ให้สนมแพกลับไปเตรียมตัวเข้าหอกับฝ่าบาทเถิด วันหลังค่อยมาคุยกันดีกว่า" นางเอ่ยจบก็ลุกเดินออกมาทันที 


      "ตำหนักของพระนางแท้ๆ เหตุใดจึงเสร็จออกมาเล่าเพคะ" คิมซังกุงที่เดินตามนางออกมาเอ่ยขึ้น


       "เพราะคนอย่างนางน่ะ พูดดีๆด้วยไม่รู้เรื่องอย่างไรเล่า" นางเอ่ยก่อนจะเดินนำไปที่สวนพ๊อตกต



ณ ตำหนักคยอนซุน


      "เป็นอย่างไรบ้างจินรี" ฝ่าบาทมินฮยอนเอ่ยถามสนมที่รักของตน วันนี้นางเพิ่งจะเข้าพิธีแต่งตั้งมาแทบทั้งวัน 


     "เหนื่อยนิดหน่อยเพคะ แต่หม่อมฉันไม่เป็นไร" นางเอ่ยตอบพระองค์ด้วยรอยยิ้ม แค่ได้อยู่กับพระองค์นางก็มีความสุขมากแล้ว 


     "ถ้าอย่างนั้น..." พระองค์มองนางด้วยแววตาเจ้าเล่ห์  


     "ขอพระโอรสให้ข้าสักองค์แล้วกัน"


     

      วันรุ่งขึ้น


      "เสนาบดีอันซองซูขอเข้าเฝ้าเพคะ พระมเหสี" คิมซังกุงเดินเข้ามารายงานซอนมุลที่กำลังนั่งจิบชาอ่านฎีกาอยู่ 


     นางรีบเก็บฎีกานั้นไว้หลังฉากกั้น เพราะหากมีใครเห็นว่านางช่วยงานการเมืองฝ่าบาท นางคงไม่พ้นถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองแน่


     "ให้เขาเข้ามา" นางสั่งพร้อมนั่งหลังตรง พยายามทำสีหน้สให้เรียบเฉยที่สุด


      "ถวายบังคมพระมเหสีพะยะค่ะ" เขาเข้ามาพร้อมกับทำความเคารพนาง


     เสนาบดีอันซองซูเป็นเสนาบดีเก่าแก่ท่านหนึ่ง อายุพอๆกับท่านพ่อของนาง หน้าตาที่ดูใจดีนั้นทำให้นางผ่อนคลายลงเล็กน้อย 


     "เหตุใดท่านจึงมาขอเข้าเฝ้าข้าหรือ มีเรื่องใหญ่อะไรหรือไม่" 


      "ทูลพระมเหสี พระองค์ทรงทราบดีว่ากระหม่อมนั้นเป็นสหายรักของพระสัสสุระ" เขาเอ่ยด้วยสีหน้าที่ดูจริงจังกว่าปกติมากนัก


     "ตั้งแต่ที่ท่านสิ้นชีพิตักษัยไป ข้าเองก็ยังทำใจไม่ได้"เขาพูดพล่งก้มหน้าลง ทำหน้าเหมือนลำบากใจเสียเต็มประดา


    "อย่างที่พระองค์ทรงทราบดีว่าสาเหตุของการสิ้นชีพิตักษัยนั้นช่างเป็นที่คลางแคลงนัก" เขาเงยหน้าขึ้นมองนาง


     "และตอนนี้กระหม่อมก็รู้แล้ว ว่าใครที่ทำให้เขาต้องจากไปเช่นนั้น"


     ซอนมุลได้ยินเช่นนั้นก็เงียบไป เวลาผ่านไปนานเช่นนี้ ยังหาตัวคนร้ายได้อยู่อีกหรือ....


     "ผู้ที่ลงมือเป็นหนึ่งในทหารรักษาพระองค์พะยะค่ะ" เขาเอ่ยก่อนจะเว้นช่วงไปนาน เหมือนกับจะทิ้งช่วงให้นางได้คิด


      คงไม่ใช่ว่า.....


     "เขารับสารภาพ ว่าทั้งหมดเป็นแผนการของพระเจ้ายอนโจ พระราชาพระองค์ก่อนพะยะค่ะ"




 



       "พระมเหสี"


        "พระมเหสีพะยะค่ะ!" 


       "โอ๊ย ข้าตกใจหมดท่านพี่ดงโฮ เหตุใดจึงต้องเสียงดังด้วย"นางหันไปเอ็ดดงโฮ ที่จู่ๆก็มาพูดเสียงดังข้างหูนาง


     "ก็ข้าเรียกเจ้าหลายรอบแล้วนี่ เจ้าไม่ตอบข้าก็เลยต้องเร่งเสียงหน่อย" ดงโฮตอบพลางยิ้มอย่สงกวนโทสะนาง แต่เมื่อเห็นหน้าที่ดูเคร่งเครียดของนางแล้วจึงไม่กล้าเล่นต่อ


     "แล้วพระมเหสีเป็นอะไรเล่าพะยะค่ะ กระหม่อมเห็นพระองค์ดูไม่มีสมาธิเท่าไรเลย" เข้าพูดจริงจังขึ้นมาเมื่อเห็นว่าบรรยากาศแปลกไป


     "ข้าไม่เป็นไรหรอก แค่พักผ่อนน้อยน่ะ" นางตอบอย่างเหนื่อยหน่าย


     "ข้าขอออกไปเดินเล่นสูดอากาศเสียหน่อย ท่านไม่ต้องตามข้าหรอก" พูดจบนางก็เดินออกไป ปช่อยให้ดงโฮยืนงงอยู่เพียงคนเดียว


     

     อีกด้าน


     ฝ่าบาทมินฮยอยและสนมแพเอง ก็กำลังเดินเล่นชมสวนกันอย่างมีความสุข โดยไม่รู่เลยว่า ทุกการกระทำของทั้งคู่ ตกอยู่ในสายตาใครบางคน


     "ฝ่าบาทเพคะ" จินนีเรียกฝ่าบาทมินฮยอนที่เดินยิ้มอยู่ข้างๆนาง เขาหันมาพร้อมกับยิ้มเอ็นดูในความน่ารักของนาง


     "ว่าอย่างไร หื้ม... สงสัยอะไรอีก" เขาถามนางอย่างนึกเอ็นดู วันนี้เขาพานางเดินเล่นในวังหลวงและอธิบายข้อสงสัยที่นางถามเขามาตลอดวัน เขายังนึกสงสัยว่า มีอะไรที่เขายังไม่ได้บอกนางอีกหรือ


    "เหตุใด... พระองค์จึงรักหม่อมฉันเล่าเพคะ ทั้งที่หม่อมฉันเป็นแค่เด็กธรรมดาแท้ๆ" นางหันนางพร้อมเอียงคอถาม ยิ่งทำให้ดูน่ารักขึ้นไปอีกเท่าตัว


     "คงเพราะอะไรหลายๆอย่าง การที่ข้าได้ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านของเจ้า ทำให้ข้สได้เห็นว่าเข้าเป็นคนอย่างไร" พระองค์อธิบาย พลางนึกย้อนไปถึงช่วงก่อนหน้านี้ที่อยู่ที่บ้านของนาง


     "การที่เจ้าดูแลข้า ห่วงใยข้า ความดีที่เจ้าทำ ทุกอย่างที่เป็นเจ้า ทำให้ข้ารักเจ้า" พระองค์พูดพลางส่งยิ้มหวานให้นาง พร้อมเอ่ยสารภาพอีกอย่างออกมา


     "เจ้าเป็นรักแรกและจะเป็นรักเดียวของข้า แพจินรี" พูดจบก็กอดนางอย่างรักใคร่ 

  

      ทั้งสองกอดกันอย่างมีความสุข ในขณะที่อีกหนึ่งสายตาที่เฝ้ามองนั้นนั้น เต็มไปด้วยความเจ็บปวด และหยาดน้ำตา


     ซอนมุงเดินออกมาอีกฝั่ง จนถึงศาลากลางน้ำ บรรยากาศที่ร่มรื่น ไม่อาจทำให้นางรู้สึกดีขึ้นเลย อีกทั้งเรื่องที่ยังกวนใจนางที่สุดในตอนนี้ คงหนีไม่พ้นสิ่งที่นางได้พูดคุยกับอันซองซู



ก่อนหน้านี้


      'จะเป็นไปได้อย่างไร' นางถามอย่างไม่อยากเชื่อ พระองค์ดีกับครอบครัวนางมาตลอด ไม่มีทางเป็นเช่นนั้นแน่


       'แต่นี่เป็นคำสารภาพจากคนร้ายเองเลยนะพะยะค่ะ เรื่องแรงจูงใจยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เขาบอกว่าแผนทั้งหมด เป็นคำสั่งจากพระเจ้ายอนโจพะยะค่ะ' เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง


       'พระเจ้ายองโจเอง ตอนนั้นสติฟั่นเฟือนเพราะเสพติดฝิ่นพะยะค่ะ' เขาเอ่ยต่อ 'เรื่องนี้เป็นความลับที่ไม่มีใครรู้' 


      'แต่บุคคลเดียวที่รู้ความลับนี้ ก็คือคนที่อยู่กับพระเข้ายองโจตลอด ก็มีเพียงสามคน คือขันทีโจว คิมซังกุง แะลท่านราชเลขาบิดาของพระองค์.....'



      ซอนมุลที่ตอนนี้สติหลุดไปแล้ว กำลังคิดภาพตามที่อันซองซูเล่า การที่พระอาการประชวรของพระองค์ทรุดลงเรื่อยๆ ก็เพราะเสพติดฝิ่นอย่างนั้นหรือ


      'ไม่แน่ว่าพระเจ้ายอนโจอาจจะมีอาการที่เรียกว่าประสาทหลอน คิดว่าท่านพ่อของพระองค์จะก่อกบฏ จึงได้มีคำสั่งให้ทำเช่นนั้นพะยะค่ะ' เขาเอ่ยคาดการณ์ออกมา

  

      'พระเจ้ามินฮยอนเอง แต่เดิมก็ไม่ใช่พระโอรสจากพระมเหสีองค์ก่อน แต่เป็นโอรสที่กำเนิดจากพระสนมเอก' 


     เรื่องนั้นนางรู้ดี แต่สิ่งที่นางไม่เข้าใจคือสิ่งที่อันซองซูพยายามจะบอกกับนาง


     'แล้วอย่างไรเล่า' นางถามเขาต่อ ตอนนี้สติของนางเริ่มกลับมาแล้ว จึงยังควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้


     'กระหม่อมคิดว่าฝ่าบาทมินฮยอนไม่มีความเหมาะสมกับตำแหน่งพระราชาพะยะค่ะ ก่อหน้านี้ที่ข้าไม่กล้าโต้แย้ง เพราะกลัวจะเกิดปัญหาใหญ่'


      'แต่การหลังจากที่พระองค์แต่งตั้งพระสนมแพขึ้นมา ข้าคิดว่าเป็นการไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง อักทั้งข้ากลัวว่านางจะเป็นหมากจากเสนาบดีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง' อันซองซูพูดพลางจ้องตานาง


      'กระหม่อมคิดว่าคนที่เหมาะสมที่สุดคือองค์ชายกอนฮีพระปิรุลาของพระเจ้ามินฮยอนพะยะค่ะ' 


   ถึงตอนนี้นางเองก็พอจะเดาได้แล้ว


      'กระหม่อมคิดว่า เราควรร่วมมือกันก่อกบฏสักครั้ง อย่างน้อยที่สุดก็ให้โชซอนอยู่ในมือของผู้ที่เหมาะสมและพระมเหสีเองจะได้ชำระความให้กับท่านพ่อของพระองค์พะยะค่ะ'


     ปัจจุบัน


     ซอนมุลนั่งคิดวนเวียนอยู่กับประโยคเหล่านั้น นางเองไม่เคยคิดทรยศต่อพระองค์ เพราะคงามรักที่นางมอบให้พระองค์นั้น นางยอมแลกได้แม้กระทั่งชีวิต แต่เมื่อคิดเช่นนั้น ความคิดที่ว่าพระองค์ไม่เคยเห็นนางในสายตาก็วกกลับมา ภาพความรักอันแสนหวานที่พระองค์มอบให้แพจินรีนั้นสร้างความเจ็บปวดให้นางไม่น้อย นางนั่งคิดเพียงครู่ ก็นึกบางอย่างได้ขึ้นมา


     และนางตัดสินใจแล้ว ต่อให้ต้องตายนางก็จะทำ......









☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆

 

  อัพแล้วค่าาา รู้สึกยิ่งแต่งยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆเลย ยังไงจะพยายามต่อไปนะคะ ฝากติดตามด้วยน้าาาาา


      




     





   





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #8 doobdib04 (@chanidagib) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 18:41
    พระมเหสีจะทำอะไร อย่าเสี่ยงอันตรายเลยนะ ;-;
    #8
    0