Where the wind sleeps #Minseon #มินซอน

ตอนที่ 6 : 5 회 - Triangle (삼각형)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62



     "ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท"


     "ถวายบังคมพะยะค่ะฝ่าบาท"


     ทุกคนพูดขึ้นพร้อมกัน โชคดีที่ตรงนั้นเป็นที่เกือบท้ายตลาด ทำให้ไม่มีคนมากนัก แต่อย่างไรก็คงอยู่ที่นี่นานไม่ได้


     "ฝ่าบาทเพคะ โปรดเสด็จกลับวังเถิด ตอนนี้วังหลวงกำลังจะวุ่นวายนะเพคะ" ซอนมุลเอ่ย ก่อนจะรู้สึกถึงใครบางคนที่ไม่คุ้นหน้า


      "แล้ว... นางคือ...."


       "แพ จินรี นางคือคนที่ช่วยชีวิตข้าไว้" พระองค์เอ่ยตอบ 


       เมื่อครู่ก่อนจะเดินเขามานางเห็นพวกเขาที่กำลังเดินจับมือซื้อของกันอยู่ก่อนแล้ว การที่นางให้ทหารรักษาพระองค์เหล่านี้มาล้อมพระองค์ไว้ก่อน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกลัวพระองค์จะหายไป จนหาไม่เจออีก แต่อีกอย่างหนึ่งคือนางต้องการแยกทั้งสองออกจากกัน ดูนิสัยไม่ดีเลยใช่ไหม....

 

      แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ นอกจากจะแยกพวกเขาไม่ได้แล้ว พวกเขายังจับมือกันแน่นขึ้นอีก....


      "นี่มันอะไรกัน ท่าน.... เอ่อ.... พระองค์คือฝ่าบาทหรือเพคะ" แพจินรีที่ตอนนี้กำลังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เริ่มจะมีสติกลับมาบ้างแล้ว


      "ข้าว่าเราไปคุยกันที่บ้านของจินรีเถิด" ฝ่าบาทพูดแล้วจูงมือจินรีเดินนำไป


       "ไหวไหมพะยะค่ะ พระมเหสี" คังดงโฮถามอย่างเป็นห่วง ทั้งเขาและซอนมุลอดหลับอดนอนมาหลายวัน แถมสิ่งที่ฝ่าบาทแสดงออกก่อนหน้านี้ แม้แต่เขาก็รู้ได้ว่าพระองค์รู้สึกเช่นไรกับแพจินรี 


       "รีบไปเถิด แค่หาพระองค์เจอก็ดีมากแล้ว" ซอนมุลพูดก่อนจะเดินตามไป



       บ้านของแพจินรี


     ตลอดทางเดินพระองค์ยังคงจับมือกับจินรีจนมาถึงบ้าน ซอนมุลเองก็ได้แต่เดินตามทั้งสอง 


     "สรุปเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่....เอ่อ เพคะ" จินรีถามอย่างลืมตัว


      "พูดกับข้าตามปกติเถอะ" พระองค์บอกกับจินรี ก่อนจะกันมาพูดกับซอนมุลและดงโฮ


      "พวกเจ้า ขอต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้กลับไป เพราะแผลของข้าเพิ่งจะหายดี"


     ซอนมุลและดงโฮหันมองหน้ากัน พวกเขาไม่เคยเห็นพระอง์เป็นแบบนี้มากก่อน มันเป็นความรู้สึกที่แปลก.... แปลกไปจริงๆ


      "ไม่เป็นไรหรอกเพคะ แต่ตอนนี้พระองค์ควรจะเสด็จกลับได้แล้วเพคะ เพราะเหล่าเสนาบดีเริ่มจะสงสัยเรื่องที่พระองค์ไม่ได้เข้าประชุมแล้ว" นางเอ่ยรายงานพระองค์


      เวลาเกือบครึ่งเดือนนี้ไม่มีใครรู้เลยว่าพระองค์ หายตัวไป ตลอดเวลาที่ผ่านมานางต้องทำหน้าที่อ่านฎีกาและเขียนคำสั่งออกไปแทนพระองค์ ให้ท่านราชเลขาเป็นผู้อ่านแทน และอ้างว่าเป็นพระราชสาส์นจากพระองค์ที่ทรงพระประชวรอยู่


      "อืม...เรากำลังคิดจะกลับไปอยู่พอดี" พระองค์ตรัสตอบ


     "แต่ว่า.... ข้าจะพานางกลับไปด้วย" พระองค์พูดพลางจับมือจินรีขึ้นมาให้ซอนมุลและดงโฮดู


      ไม่ผิดไปจริงๆ ซอนมุลคิดถูกแล้ว ทั้งสายตาและการกระทำที่พระองค์มอบให้หญิงสาวที่ชื่อว่าจินรี พระองค์รักนาง และนางเป็นรักแรกของพระองค์......


       ซอนมุลหลุบตามองพื้น พยายามกลั้นน้ำตาไว้ นางอยู่เคียงข้างพระองค์มาตลอด อยู่ใกล้ถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงไม่เคยมองเห็นนางบ้างเลย


      "เพคะ หม่อมฉันจะช่วยดูแลนางให้เอง แต่ตอนนี้เตรียมตัวเถิดเพคะ" นางเอ่ย แล้วเดินออกไปข้างนอกบ้านทันที



      "มินฮยอน ท่าน เอ่อ... ฝ่าบาทเพคะ คือหม่อมฉัน " จินรีที่ตอนนี้ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ทำให้มินฮยอนเอ็นดูนางเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว


     "ไม่ต้องห่วงหรอก เจ้าอยู่กับข้าไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น" เขาพูดแล้วจูงมือนางออกมาจากบ้าน ก่อนจะพานางเดินมาหา ดงโฮและซอนมุลที่ยืนรออยู่


     "ผู้ชายตัวใหญ่ๆที่เจ้าเห็นนี้คือคังดงโฮ องครักษ์ของข้า ส่วนผู้หญิงนางนี้คือ...."


     "องครักษ์หญิงเพคะ" ซอนมุลเอ่ยเมื่อเห็นมินฮยอนลังเลที่จะแนะนำนาง


      "ใช่ล่ะ นางเป็นองครักษ์หญิง. เป็นเหมือนเพื่อนและน้องสาวของข้าด้ว. ทั้งสองเป็นเพื่อนกับข้ามาตั้แต่เด็กๆแล้ว ดงโฮช่วยข้าเรื่องการต่อสู้ ส่วนซอนมุลนางทำเป็นทุกอย่าง ทั้งช่วยอ่านฎีกา วิเคราะห์การเมือง หรือแม้แต่การต่อสู้นางก็ทำได้" พระองค์แนะนำนางอย่างนั้น


      "ตอนนี้ทุกอย่างพร้อมแล้วล่ะ เจ้าก็ลาท่านพ่อพอแล้วใช่ไหมจินรี" พระองค์หันไปถามจินรี


      "เพคะ" นางตอบด้วยน้ำเสียงกุกกัก เพราะความไม่ชิน


      หลังจากนั้นทุกคนจึงเดินทางกลับพระราชวัง







ณ พระราชวัง


      หลังจากพาพระองค์กลับเข้ามาในพระราชวังได้แล้ว พระองค์ก็มีรับสั่งให้ซอนมุลช่วยพาจินรีไปทางตำหนักที่พระองค์รับสั่ง  ระหง่างทางเดิน นางได้เจอกับคิมซังกุงเข้า


      "พระมเหสีเพคะ" คิมซังกุงเดินเข้ามาทัก พร้อมทั้งคำนับนาง จินรีเองตอนนี้แทบทำตัวไม่ถูกแล้ว


      "ผิดแล้วคิมซังกุง ข้ายู ซอนมุล องครักษ์ของฝ่าบาทต่างหากเจ้าค่ะ" นางเอ่ยตอบ พลางส่งสายตาให้คิมซังกุงจนนางเข้าใจและเล่นตามบทของนาง


     "อ้อ ข้าขอโทษด้วยเข้าใจผิดไปเองไม่ทันมองให้ดีน่ะ" คิมซังกุงตอบพร้อมมองไปทางจินรีอย่างสงสัย


      "นางคือ เอ่อ.... ผู้หญิงของฝ่าบาทน่ะ" นางแนะนำไปอย่างนั้น เพราะหากบอกว่าเป็นคนที่ช่วยชีวิตฝ่าบาท ความลับที่เก็บไว้อาจแตกได้


    แต่ผู้หญิงของฝ่าบาทหรอ..... นางคิดว่าคำนั้นคงไม่ผิดเท่าไรนัก แต่นางเองที่เจ็บเมื่อพูดออกไป คำที่นางไม่เคยได้สัมผัส ผู้หญิงของฝ่าบาท....


     "ข้าต้องพานางไปที่พักแล้ว ท่านไปทำงานต่อเถิด" พูดจบก็พาจินรีเดินออกมาทันที



       ณ ตำหนักซงชิม


       "พระองค์ให้ข้าพาเจ้ามาพักที่ตำหนักนี้ หลังจากนี้ไป ที่นี่คือบ้านของเจ้า" ซอนมุลเอ่ยกับจินรี ที่ตอนนี้เอาแต่มองไปรอบๆตำหนัก


     "แล้วเมื่อครู่  ที่มีคนบอกว่าท่านเป็นพระมเหสีล่ะ ฝ่าบาท เคย...." จินรีเอ่ยถามนางอย่างเศร้าๆ


      นางคงนึกเสียใจที่ไม่ได้เป็นหญิงเพียงคนเดียวของฝ่าบาทสินะ อ่า...... ซอนมุลเองก็เหมือนกัน


     "ฝ่าบาทเคยอภิเษกมาแล้วก็จริง แต่พระองค์ก็สามารถแต่งตั้งเจ้าเป็นสนมได้ อย่างไรเสียพระองค์ก็รักเจ้า" นางเอ่ยตอบจินรีอย่างนึกเจ็บปวดอยู่ในใจ 


      "จริงหรือ พระองค์รักข้าจริงๆใช่ไหม ท่านไม่โกหกข้านะ" จินรีเอ่ยถามนางด้วยแววตาที่ดูมีความหวัง

 

     "จริงสิ รักครั้งแรกเสียด้วย....." นางเอ่ยตอบพลางหันหน้าหนีจินรี เพราะต้องกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา ก่อนจะเอ่ยลา "ถ้าอย่างนั้นข้าไปก่อนนะ เจ้าเองก็พักผ่อนเถิด อีกเดี๋ยวจะมีสาวใช้มาช่วยเจ้า" พูดจบก็เดินออกมาทันที



    ณ ตำหนักพระมเหสี


     ซอนมุลเองหลังจากไม่ได้พักผ่อนมานาน ดูเหมือนนางกำลังจะป่วยลง จนต้องตามให้หมอหลวงมาช่วยดูอาการ


      "พระอาการไม่มีอะไรหนักมากพะยะค่ะ เพียงแค่พักผ่อนมากๆ เสวยชาช่วยผ่อนคลายก็เพียงพอแล้ว"  เสียงนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ เมื่อตรวจพระอาการแล้วไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ร่างสูงเก็บของก่อนจะคำนับลา


      "เดี๋ยวก่อน องซองอู" เสียงใสเอ่ยรั้งเขาไว้ ทำให้เขาต้องหันกลับมา


    "พะยะค่ะพระมเหสี" เขาตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม รอยยิ้มนี้ของเขา รอยยิ้มที่มอบให้นางเพียงผู้เดียว


     "ขอบใจเจ้ามากนะ เจ้าเองก็ช่วยเป็นเพื่อนข้ามาตลอด หากไม่มีเจ้าให้คอยแลกเปลี่ยนความรู้ล่ะก็ ข้าคงเหงาตายไปแล้ว" นางเอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ


     "ไม่เป็นไรหรอกพะยะค่ะ พระองค์บรรทมเถิด พระอาการจะได้ดีขึ้นเร็วๆ" เขาคำนับลาอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากตำหนักไป




     7 วันต่อมา 


     มินฮยอนพาจินรีเข้ามาอยู่ในวังได้ครบสัปดาห์แล้ว เขาคิดว่าควรจะแต่งตั้งนางให้ถูกต้องตามประเพณีเสียที จึงให้จัดงานเพื่อแต่งตั้งแพจินรีขึ้นเป็น พระสนมแพ แถมยังเป็นสนมเอกเสียด้วย ทำเอาเหล่าสนมนางอื่นๆอิจฉานางเสียยกใหญ่


       มีหลายคนที่สงสัยถึงที่มาของนาง เพราะหลังจากทุกคนทราบว่าอาการประชวรของฝ่าบาทดีขึ้นจนสามารถเข้าประชุมได้แล้ว กลับพบว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งเพิ่มขึ้นมา สร้างความแคลงใจไม่น้อย แต่เขาบอกกับทุกคนเพียงว่า นางเป็นบุตรสาวของขุนนางทหารองครักษ์ที่ออกไปล่าสัตว์พร้อมกับเขาก่อนจะป่วยเท่านั้น


      ในพิธี พระองค์จ้องมองนางด้วยแววตารักใคร่ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เหล่าสนมที่อิจฉา ซอนมุลเองก็นึกอิจฉาอยู่ไม่น้อย แต่เพราะนางรู้ ว่าไม่มีวันที่นางจะได้รับความความรักในแบบนั้น ทำให้นางทำใจและนั่งมองพระองค์ต่อไป


     หลังจากทำพิธีทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จินรีในฐานะสนมเอก จะต้องเข้าไปทำความเคารพพระมเหสี ก่อนที่จะเข้าหอกับฝ่าบาทในคืนนี้


     นางเดินก้มหน้าเข้ามาในตำหนักของพระมเหสี ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเดินมาถึงหน้สพระที่นั่งของพระองค์ นางจึงก้มทำความเคารพ


     "ถวายบังคมเพคะ พระมเหสี" นางเอ่ย พลางก้มหน้า คุกเข่าลงทำความเคารพ


     "เงยหน้าขึ้น เชิญนั่งเถิด" น้ำเสียงหวานคุ้นหู เอ่ยกับนาง


      และเมื่อนางเงยหน้าขึ้น ก็พบกับยู ซอนมุล นางเป็นพระมเหสีของฝ่าบาท.......



☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆ 



      ตอนที่ 5มาแล้วค่าาา รู้สึกยิ่งเขียนยิ่งสั้นลงยังไงไม่รู้ ยังไงก็ฝากติดตามตอนต่อๆไปด้วยนะคะ ตอนนี้เรื่องก็เดินทางมาถึงครึ่งเรื่องแล้ว แต่ยังมีบางประเด็นที่เรายังเแดไว้แล้วก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ได้ลงในประเด็นนั้น แต่ในตอนต่อไปจะมีแน่นอนค่ะ ขอบคุณสำหรับทุกการติดตามค่ะ


     




     

      


    



      

 


  

     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #7 doobdib04 (@chanidagib) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 10:03
    สงสารซอนมุลจังฮือออ ฝ่าบาททำไมไม่มองน้องบ้าง ;-;;;
    #7
    0