Where the wind sleeps #Minseon #มินซอน

ตอนที่ 4 : 3 회 - Sound (소리)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    6 มิ.ย. 62



    5 ปี ผ่านไป


     อาณาจักรโชซอนภายใต้การปกครองของพระราชามินฮยอนดูจะไปได้ดี ประชาชนทุกหมู่เหล่าดูล้วนมีความสุขเสมอมา จนกระทั่ง.....


     "ทูลฝ่าพระบาท ตอนนี้โชซอนของเรากำลังเผชิญหน้ากับภัยแล้งอย่างหนัก เหล่าเสนาบดีมีความเห็นว่าพระองค์ควรทำพิธีขอฝนนะพะยะค่ะ ขอพระองค์ทรงมีพระบรมราชโองการด้วยพะยะค่ะ!"


     "ขอพระองค์ทรงมีพระบรมราชโองการด้วยพะยะค่ะ!" เหล่าเสนาบดีทั้งหลายพูดพร้อมกัน แล้วก้มลงแทบพระบาท


     "อย่างนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นฝากกรมพิธีด้วยแล้วกัน" พระองค์มีรับสั่งเช่นนั้น


     หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม พระราชามินฮยอนมุ่งหน้าสู่ห้องสมุด เมื่อเปิดประตูก็พบคังดงโฮที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะ และพระมเหสีซอนมุลที่นั่งอ่านฎีกาอย่างขมักเขม้น


     "เป็นอย่างไรบ้างเล่า มีเรื่องร้องเรียนอะไรอีกอย่างนั้นหรือ"พระองค์ตรัสถาม


    "หามิได้เพคะ แต่ตลอดสัปดาห์ที่มีการประชุมนี้ดูจะมีแต่เรื่องน้ำเสียส่วนมาก" นางรายงานตามที่อ่านมา


     "แต่คืนนี้พระองค์ต้องเสร็จประทับที่ตำหนักของสนมฮันมิใช่หรือเพคะ เหตุใดจึงไม่กลับไปเตรียมตัวที่ตำหนัก" นางหันมาถามเมื่อนึกขึ้นได้


     ตอนนี้ยูซอนมุลอายุสิบเก้าปีแล้ว ตลอดระยะเวลาห้าปีที่นางรับตำแหน่งพระมเหสีนี้สำหรับนางช่างดูยาวนานราวกับร้อยพันปี อาจจะดูเหมือนว่าทุกอย่างกลับมาเป็นปกติแล้ว แต่สำหรับนางนั้นความเจ็บปวดยังคงอยู่กับนางเสมอ 


     "เฮ้อ..... ข้าไม่ไปไม่ได้หรือ" ฝ่าบาทนั่งลงแล้วถอนหายใจยาว 


     เขารู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน ตลอดเวลาห้าปีที่ขึ้นเป็นพระราชานั้นไม่ง่ายเลย แต่ยังดีที่มีเพื่อนคู่ใจอย่างพระมเหสีซอนมุล และองครักษ์ดงโฮที่คอยช่วยเหลือเขา ทำให้เบาลงไปบ้าง


     "เสนาบดีกรมพิธีบอกว่าจะมีพิธีขอฝนในอีกสามวัน เตรียมตัวกันด้วยล่ะ" เขาบอกทั้งสองก่อนจะเดินออกมา


     ณ พระตำหนักพระมเหสี


     คืนนี้ท้องฟ้าไร้หมู่ดาว ช่างเป็นคำคืนที่มืดมิดและเหน็บหนาวเหลือเกิน


     นางเก็บงำความลับนั้นได้ได้อย่างไรกันนะ ต้องเจอหน้ากันทุกวัน แต่นางต้องทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร ถึงแม้จะมียศเป็นถึงพระมเหสี แต่สำหรับฝ่าบาทและคังดงโฮแล้ว นางยังคงเป็นยูซอนมุลคนเดิมกับเมื่อก่อน 


     เก้าปีที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา..... ก่อนหน้านี้นางคิดว่าความรู้สึกของนางคงเป็นเพียงความรู้สึกในแบบเด็กๆเท่านั้น เพราะในวังเหล่าองค์ชายก็ไม่ค่อยเล่นกับนางเท่าไรนัก มีแต่ฝ่าบาทและดงโฮที่เป็นเพื่อนกันมา


     สำหรับคังดงโฮ นางและเขามักจะทะเลาะกันบ่อยๆ แต่เขาก็เป็นพี่ชายที่แสนดีคนหนึ่งเลยล่ะ แต่สำหรับฝ่าบาทมินฮยอนแล้วนั้น พระองค์คอยปกป้องเธอ พระองค์เป็นเพื่อนคนแรกในวังของเธอ 


     ในสายตาทุกคนนางคือพระมเหสีคู่บารมีของพระองค์ แต่ในสายตาของพระองค์นั้นนางเป็นเพียงน้องสาวที่แสนดี ยังเป็นเพียงเด็กสาวยูซอนมุลผู้ร่วมทุกข์ ร่วมสุขเท่านั้น


     "เหตุใดพระมเหสีจึงไม่เข้าบรรทมล่ะพะยะค่ะ" คังดงโฮที่มาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ ทักนางที่ยืนอยู่เพียงลำพัง "แล้วเหล่าซังกุงไปไหนเสียเล่า"


     "ท่านดงโฮ....เฮ้อ... ท่านพี่ดงโฮ" ซอนมุลไม่ชินเสียทีกับการที่ต้องเรียกดงโฮเหมือนเป็นคนอื่นคนไกลอย่างนี้เมื่อก่อนนางเรียกเขาว่าท่านพี่เสมอ จะให้เรียกอย่างอื่นก็รู้สึกเหมือนคนแปลกหน้าไปเสียอย่างนั้น


     "ว่าอย่างไรเล่าซอนมุล" เขาเรียกนางด้วยสรรพนามเดิมนั่นทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายขึ้น


     "แล้วท่านพี่ไม่ต้องอยู่ที่ตำหนักของพระสนมฮันหรือ" นางหันไปถาม เพราะปกติดงโฮต้องคอยอารักขาฝ่าบาทอยู่เสมอ


     "ฝ่าบาทกลับตำหนักแล้ว ไม่ได้ประทับที่ตำหนักพระสนมหรอก ไม่ต้องห่วง" ดงโฮพูดอย่างรู้ทันความรู้สึกของนาง ถ้าเทียบกันแล้วนางอาจจะดูสนิทกับฝ่าบาทมากกว่าก็จริง แต่คังดงโฮนั้นมักจะคอยเป็นที่ปรึกษาให้นางเสมอ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องนี้


     "ห่วงอะไรกันเล่า" นางปฏิเสธ พร้อมยู่ปากเหมือนตอนเด็กๆ ทำให้ทั้งสองหัวเราะออกมา


     "ไม่ได้หัวเราะแบบนี้นานแล้วนะ เราโตขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน"ดงโฮพูดพลางมองท้องฟ้าที่มืดสนิท "เจ้าก็พักผ่อนได้แล้ว รักตัวเองบ้างเถิด"


    ดงโฮทิ้งท้ายไว้เท่านั้นก่อนจะเดินจากไป เขารู้ว่านางคิดอย่างไรกับฝ่าบาท และเขาเองก็รู้ว่าฝ่าบาทนั้นยังไม่เคยตกหลุมรักใครสักคน เขาจึงมักจะบอกให้นางรักตัวเองก่อนตามประสาพี่ชายที่แสนดีเสมอ....






    พิธีขอฝนถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชาวบ้านทุกคนต่างหวังพึ่งพาพระราชาให้ช่วยต่อรองกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มินฮยอนยอมรับว่าเข้าไม่ค่อยเชื่อเรื่องนี้เท่าใดนัก แต่เพราะปฏิบัติกันมาแต่โบราณจึงต้องปฏิบัติกันต่อไป


    หลังจากทำพิธีไปได้ครู่ใหญ่ เมฆฝนก็เริ่มเคลื่อนตัวมาปกคลุมแสงแดด ท้องฟ้าสีหม่นปรากฎต่อหน้าทุกคน 


     ไม่นานหนักฝนเม็ดใหญ่ก็หยดลงมา ประชาชนทุกคนต่างดีใจกัน พากันเต้นรำอย่างมีความสุขท่ามกลางสายฝน ส่วนพระราชาอย่างมินฮยอนเอง ก็ถูกสรรเสริญว่าเป็นบุตรแห่งสวรรที่แท้จริง


     "เป็นอย่างไรบ้างเพคะ ทรงเหนื่อยหรือไม่"ซอนมุลถามพระองค์อย่างที่มักจะทำตั้งแต่เด็กๆ


     "นิดหน่อยน่ะ" พระองค์ตอบอย่างอารมณ์ดี


     "ข้าว่าข้าอยากพักผ่อน พวกเราไปเที่ยวกันไหม" พระองค์ตรัสถามสหายทั้งสองที่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก


     "ที่ไหนหรือพะยะค่ะ" คังดงโฮถาม หวังว่าพระองค์จะไม่คิดอะไรแปลกๆหรอกนะ


    "ข้าแค่อยากไปล่าสัตว์เท่านั้นเอง เหตุใดพวกเจ้าต้องทำหน้าอย่างกับข้าจะพาไปโดดเหวอย่างนั้นเล่า" พระองค์สรวลอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นสีหน้าเลิ่กลั่กของทั้งสอง คงคิดว่าเขาจะพาไปเล่นอะไรแปลกๆเหมือนเมื่อเกือบสิบปีก่อนล่ะสิ


     "ถ้าอย่างนั้นอยากจะเสด็จประภาสเมื่อใดเล่าพะยะค่ะ" คังดงโฮถามเพื่อจะไปเตรียมการ


     "อืม..... พรุ่งนี้ ใช่แล้วพรุ่งนี้ ไปสักสองสามวัน"


      "พรุ่งนี้!!" ทั้งซอนมุลและดงโฮประสานเสียงกันอย่างตกใจ นี่มันไม่เร็วไปหน่อยหรือ


     "ไม่ต้องจัดอะไรมากหรอก แค่พวกเจ้าสองคน กับทหารรักษาพระองค์อีกสักห้านายก็พอแล้ว" พระองค์เสนอแนวทางให้


     "แต่มันจะไม่ปลอดภัยนะพะยะค่ะ ฝ่าบาท" คังดงโฮแย้ง


     "นั่นสิเพคะ" ซอนมุลเสริมคังดงโฮ 

   

      "เอาตามนี้แหละ ข้าแค่อยากพักผ่อนแบบส่วนตัวบ้างน่ะ" พระองค์ตรัสสั่ง คังดงโฮจึงไม่อาจขัดได้


     "พะยะค่ะ" เขาตอบรับ


     วันรุ่งขึ้น


     ตอนนี้พระองค์กำลังเสด็จประภาสอยู่กลางป่า โดยมีทั้งพระมเหสีซอนมุล และองครักษ์คังดงโฮประกบสองด้าน ด้านหลังมีทหารรักษาพระองค์อยู่เพียงห้านายเท่านั้น


     แต่ตอนนี้คังดงโฮรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวแปลกๆ ตามทางที่ขี่ม้ามา


     "ทูลฝ่าบาทกระหม่อมคิดว่า...."


     พูดยังไม่ทันจบประโยคก็มีลูกธนูยิงถูกทหารรักษาพระองค์ด้านหลังหนึ่งนาย ทำให้ทุกคนต่างต้องคอยอารักขาฝ่าบาท


      "พระมเหสีดูแลฝ่าบาทด้วยนะพะยะค่ะ กระหม่อมจะคอยกันให้เอง" คังดงโฮหันไปสั่งสองคน


     หลังคังดงโฮพูดจบทั้งสามก็พยักหน้าให้สัญญาณกัน ก่อนที่จะแยกกันคนละด้านเพื่อต่อสู้กับเหล่าโจรที่กรูกันเข้ามาปองร้ายฝ่าบาท


      เมื่อต่อสู้กันไปได้สักพักตอนนี้ทั้งคังดงโฮและซอนมุลต่างปกป้องฝ่าบาทอย่างสุดชีวิต จนลืมสังเกตุบางอย่างไป 


     มีผู้ร้ายอีกกลุ่มมาล้อมมินฮยอน ลำพังเขาก็พอสู้ไหว แต่พวกมันยกกันมาถึงห้าคนและตอนนี้เองเขาได้พลาดท่าถูกฟันที่แขน เลือดที่ไหลออกมาทำให้แรงของเขาเริ่มลดลงเรื่อยๆ และมีอาการบาดเจ็บเพิ่มขึ้น


     เมื่อคังดงโฮมองเห็นจึงวิ่งเข้ามาช่วยประดาบกับพวกมัน


     "หนีไปเพคะ" ซอนมุลที่ตามมาช่วยอีกแรงหนักมาสั่ง หลังจากที่นางกำลังต้านแรงดาบจากหนึ่งในพวกมัน


    ด้วยแรงที่กำลังจะหมดเต็มที อีกทั้งบาดแผลที่มีมาก ทำให้พระองค์ไม่มีทางเลือกต้องวิ่งหนีออกมา 


     ดูเหมือนจะวิ่งมาไกลมากแล้ว แต่ยังไม่มีทีท่าว่าทั้งสองคนจะตามมาสักที พระองค์หยุดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ตอนนี้บาดแผลของพระองค์นั้นทำให้พรอค์ไม่สามารถวิ่งตอไปได้แล้ว เมื่อพระองค์นั่งอยู่สักพักก็ได้ยินเสียงแปลกๆจากทางพุ่มไม้ไม่ไกล แต่ก่อนจะได้มองเห็นสิ่งที่อยู่หลังจากนั้น พระองค์ก็สลบไปก่อนเพราะบาดเจ็บมาก


     อีกด้าน

    

     หลังจากกำจัดพวกมันทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งซอนมุลและดงโฮต่างเดินออกตามหาพระราชามินฮยอน ตอนนี้ฟ้าก็กำลังจะมืดแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววสักที


    หลังจากเดินมาสักพัก ดูเหมือนคังดงโฮจะสังเกตุเห็นอะไรบางอย่าง


     "พระมเหสีซอนมุล" เขาเรียกนางพร้อมนั่งคุกเข่าตรงใต้ต้นไม้ใหญ่

    

      เมื่อนางเดินตามมาดูก็เห็นคราบเลือด และรองเท้าวางอยู่ รองเท่านั้นเป็นของพระองค์ แต่ปัญหาในตอนนี้คือ พวกเขาหารอยเท้าไม่เจอเลย ทำให้ไม่รู้ว่าควรจะตามไปทางไหน


      แต่เท่าที่รู้ในตอนนี้คือ ฝ่าบาทหายตัวไป!



☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆



ตอนที่ 3 มาแล้วค่าาาาาาาา ตอนนี้เนื้อเรื่องเริ่มเดินบ้างแล้ว หวังว่าจะสนุกนะคะ

    


     


    


 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #4 doobdib04 (@chanidagib) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 08:18
    ออกมาเที่ยวแล้วเป็นเรื่องเลย แล้วใครพาตัวฝ่าบาทไปเนี่ย ;-;;
    #4
    1
    • #4-1 V-sha (@V-sha) (จากตอนที่ 4)
      7 มิถุนายน 2562 / 08:21
      ขอบคุณที่ติดตามค่าา
      #4-1