Where the wind sleeps #Minseon #มินซอน

ตอนที่ 3 : 2 회 - The saddest words in the world (세상에서 가장 슬픈말)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    5 มิ.ย. 62





    งานอภิเษกขององค์รัชทายาทมินฮยอนและยู ซอนมุลถูกจัดขึ้นในอีกสองเดือนถัดมา ตั้งแต่วันที่ได้รับพระบรมราชโองการจากฝ่าบาทแล้ว นางรู้สึกได้ ว่าองค์รัชทายาทดูจะเปลี่ยนไป


      ตลอดเวลาที่อยู่ในพิธีนั้น ทั้งสองไม่ได้คุยกันเลย พระองค์ไม่ได้แม้แต่จะมองหน้านางด้วยซ้ำ ถึงแม้งานจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มีคณะราชทูตจากหมิงมาร่วมยินดี มีงานฉลองถึงเก้าวันเก้าคืน แต่สำหรับนางแล้วดูช่างดูเงียบเหงาเหลือเกิน


     ทั้งสองไม่ได้พูดหยอกล้อกันเหมือนอย่างเคย องค์รัชทายาทดูจะสับสนกับเหตุการณ์ต่างๆอยู่ไม่น้อย แต่สำหรับนางแล้ว นี่คือความเต็มใจ


     "พระชายาเพคะ" อันซังกุงเรียกซอนมุล ที่ตอนมีมียศเป็นพระชายาขององค์รัชทายาทแล้ว 


      "ฝ่าบาทมีรับสั่งให้พระชายาเข้าเฝ้าเพคะ"


       "ไปสิ" ซอนมุลหันไปพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินนำเหล่าข้าราชบริพารที่คอยดูแลนางไป



ณ พระตำหนักคยองซุน


     "ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท" นางก้มลงทำความเคารพอย่างนอบน้อม


     "นั่งสิ" พระราชาสั่งนาง ก่อนจะไออย่างหนัก ดูเหมือนว่าตอนนี้พระอาการประชวรของพระเจ้ายองจุนเองจะแย่ลงไม่น้อยเลย


     "ข้าขอบใจเจ้ามากจริงๆ ที่ยอมทิ้งทั้งชีวิตเพื่อมาดูแลองค์รัชทายาทของข้า" พระองค์ตรัส และทอดพระเนตรมองนางอย่างขอบพระทัย 


     ตั้งแต่เมื่อสี่ปีก่อน นางเติบโตขึ้นมาในวังพร้อมกับเหล่าองค์ชาย และองครักษ์ พระเจ้ายองโจเองก็รู้ดีถึงความรู้สึกของนาง จึงอดสงสารไม่ได้


     "ข้ารู้ถึงความรู้สึกของเจ้าดีพระชายา แต่ได้โปรดเถิด ช่วยดูแลองค์รัชทายาทด้วย" พระองค์ตรัสด้วยสีหน้าซีดเซียว


     "หม่อมฉันเต็มใจเพคะ หม่อมฉันพร้อมที่จะใช้ทั้งชีวิตของหม่อมฉัน เพื่ออยู่เคียงข้างองค์รัชทายาทเพคะ" นางให้สัญญา


     "ถ้าอย่างนั้นเจ้าไปพักผ่อนเถอะ" พระองค์ตรัสสั่ง ก่อนที่นางจะเดินกลับตำหนัก



      ณ ตำหนักซานยอน


      องค์รัชทายาทที่เห็นพระชายาของตนเพิ่งกลับเข้ามาจึงได้ถามถึงอาการของผู้เป็นพระบิดาของตน


     "ฝ่าบาททรงเป็นเช่นไรบ้าง"


     "พระอาการยังไม่ดีขึ้นเลยเพคะ หม่อมฉันคิดว่าพระองค์ควรจะไปเสด็จไปเยี่ยมหน่อยนะเพคะ" นางกล่าวตามความเป็นจริง


     "ข้าก็คิดเช่นนั้น แล้วพระชายาจะไปกับข้าหรือไม่" พระองค์ตรัสตอบโดยที่ไม่เงยหน้ามามองนางสักนิด


     เย็นชาเหลือเกิน.... 


     "ไม่ดีกว่าเพคะ พระองค์คงอยากประทับอยู่กับฝ่าบาทตามลำพังมากกว่า" 


     นางพูดจบ บรรบากาศโดยรอบก็เงียบลง ไม่นานนัก คังดงโฮก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด


     "ถวายบังคมองค์รัชทายาท พระชายา" เขาทำความเคารพ แล้วยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง อย่างไม่รู้จะพูดอย่างไร


     "ว่าอย่างไรเล่าดงโฮ เหตุใดจึงยืนเงียบอยู่ได้" เมื่อเห็นดงโฮเงียบไปนาน องค์รัชทายาทจึงตรัสถามอย่างเสียไม่ได้


     "พระชายา" เขาเอ่ยเรียกอย่างติดๆขัดๆ "คือว่า.....กระหม่อมจะมาทูลว่า....พระสัสสุระสิ้นชีพิตักษัยแล้วพะย่ะค่ะ"


     "ท่าน... ท่านพ่อ" นางเอ่ยพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมา "ตอนนี้ท่านพ่ออยู่ที่ไหน" นางเอ่ยถามคังดงโฮอย่างร้อนรน

   

     "เชิญทางนี้พะยะค่ะ" นางวิ่งตามคังดงโฮไป องครัชทายาทเองก็ตามไปด้วย


      ณ จวนท่านราชเลขา


      "ท่านพ่อ!!" นางวิ่งเข้ามาในบ้าน มองเห็นเพียงเหล่าทาสรับใช้ยืนอยู่อย่างสงบ 


     เมื่อเดินเข้ามาในห้อง นางพบกับร่างของบิดาที่นอนอยู่บนฟูกนอน


     "ท่านพ่อ...." นางนั่งลงข้างร่างของบิดา พร้อมทั้งจับมือของยูซองยอนมาแนบแก้มตน 


     "ข้ากลับมาแล้วท่านพ่อ เหตุใดท่านจึงเป็นเช่นนี้" นางร้องไห้ปานจะขาดใจ แม้ขนาดองค์รัชทายาทมินฮยอนที่หมู่นี้ทำตัวเย็นชากับนางก็อดใจอ่อนำม่ได้


     "พระชายา...." เอ่ยเรียกนางพร้อมทั้งวางมือลงบนบ่า 


      ยูซอนมุลเงยหน้าขึ้นสบตากับพระองค์ เมื่อได้เห็นสายตาที่กลับมาเป็นปกติ ไม่ทำเย็นชากับนางแล้วนั้น ทำให้นางยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม


     "เราจะจัดงานให้พระสัสสุระอย่างสมเกียรติ"


     3 เดือนผ่านไป

   

     หลังจบงานศพของพระบิดาของพระชายาซอนมุลแล้วนั้น ดูเหมือนสถานการณ์จะไม่เป็นปกตินัก เมื่อพระอาการประชวรของพระเจ้ายองจุนดูจะทรุดหนักลงยิ่งกว่าเดิม


    อีกทั้งดูเหมือนว่าสาเหตุการสิ้นชีพิตักษัยของพระสัสสุระนั้นก็ยังไม่คลี่คลาย เพราะก่อนที่จะฝังร่างนั้น ได้มีการชันสูตรโดยแพทย์ของวังหลวง และพบว่าพระบิดาของพระชายานั้นถูกแท้งด้วยดาบ ก่อนจะมีการเปลี่ยนชุด และจัดสภาพศพให้ดูเหมือนนอนหลับไปเสียอย่างนั้น


     และในวันนี้เอง เป็นอีกวันที่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของโชซอน


     'พระเจ้ายองจุนสวรรคตแล้ว' ประกาศนี้แพร่กระจายไปทั่วแผ่นดิน


     ตอนนี้วังหลวงเองก็ดูเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งวังกำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย ทั้งเตรียมพิธีพระบรมศพของพระเจ้ายองจุนแล้ว ยังต้องเตรียมสถาปนาองค์รัชทายาทขึ้นเป็นพระราชาองค์ใหม่


       จากรัชทายาทมินฮยอน เปลี่ยนเป็นพระเจ้ามินฮยอนแห่งโชซอน


      และจากพระชายาซอนมุล ก็ได้กลายเป็นพระมเหสีซอนมุน ใยพระเจ้ามินฮยอนแห่งโชซอนเช่นกัน.....


      หลังจากงานทุกอย่างเสร็จสิ้นไป ดูเหมือนทุกอย่างจะเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่ความสัมพันธ์ของพระราชาและพระมเหสีนั้นดูจะไม่ดีนัก แม้ต่อหน้าทุกคนจะดูเหมือนเป็นคู้บุญบารมี แต่ใครจะรู้ว่าทั้งหมดนั้นมีเพียงความอึดอัดใจ







     ในค่ำคืนแรกของการขึ้นเป็นพ่อและแม่ของแผ่นดินนั้น ทั้งพระราชามินฮยอนและพระมเหสีซอนมุลเองก็ดูจะอึดอัดใจไม่น้อย


     "พระมเหสี" พระราชามินฮยอนเอ่ยเรียกมเหสีของตน ตอนนี้ทั้งสองยืนอยู่ที่สะพานในวัง ดวงดาวที่พร่างพราวท้องฟ้าตอนนี้ ทำให้ทั้งสองหวนนึกถึงอดีต


     "เพคะฝ่าบาท" นางเอ่ยตอบ


     "เจ้าเองยังเด็กนัก แต่ก็ดูแลข้าทุกอย่าง เจ้ายอมทิ้งชีวิตของเจ้ามาอยู่เคียงข้างข้า ต้องขอบใจเจ้าจริงๆ" พระองค์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้า


    "ก่อนนี้ข้าขอโทษที่ทำเย็นชากับเจ้า ทั้งที่ก่อนหน้านี้เราดีต่อกันมาตลอดแท้ๆ แต่เพราะความงี่เง่าของข้าเอง ที่เราแต่งงานกันก็เพราะจำใจ เจ้าไม่ผิดสักนิด"


     ซอนมุลนิ่งฟังพระสวามีของตนพูด


     "ข้าเองก็ควรจะทำดีกับเจ้าให้เหมือนที่แล้วมา..... เจ้าคงไม่ถือโทษโกรธข้าหรอกใช่ไหม" พระองค์ตรัสถามนาง เมื่อเห็นนางไม่ตอบจึงพูดต่อไป


     "เมื่อสี่ปีก่อนเราเจอกันครั้งแรก ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเข้มแข็งได้ขนาดนี้ ไม่เสียแรงที่เราได้เป็นเพื่อนกัน" เมื่อพูดจบพระองค์ก็หันหน้าเข้าหาซอนมุล ก่อนจะจับมือนางขึ้นมา


     "ต่อแต่นี้ไปเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมเถิด เจ้าจะเป็นน้องสาวที่น่ารักของข้าเหมือนเดิม ตกลงไหม" พระองค์ถาม พลางยิ้มอย่างเอ็นดู


     อ่า....รอยยิ้มแบบนี้อีกแล้ว สายตาแบบนี้อีกแล้ว ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด


      "เพคะ หม่อมฉันจะเป็นน้องสาว เป็นองครักษ์ เป็นที่ปรึกษา เป็นเพื่อนของพระองค์" นางตอบพลางส่งยิ้มให้พระองค์ 


     "ดีแล้วล่ะ ถ้าอย่างนั้นเจ้ากลับตำหนักเถิด ข้าว่าจะไปอ่านฎีกาที่ห้องสมุดหน่อย ฝันดีนะน้องสาวของข้า" พูดจบก็เสร็จไป


     "น้องสาว......" นางพูดอย่างแผ่วเบาพร้อมน้ำตาที่ไหลริน มองแผ่นหลังของพระองค์ที่ห่างออกไป นางเป็นได้เท่านั้นเองน่ะหรือ หรือนางยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจความรักกันนะ


      แต่แค่ได้ยิน นางก็รู้สึกว่าช่างเป็นคำที่เจ็บปวดเหลือเกิน......... 







☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆

 


ตอนที่สองมาแล้วค่าาาาา อาจจะดูรวบรัดไปหน่อย เราบรรยายไม่ค่อยเก่งจริงๆค่ะ จะพยายามพัฒนาให้มากขึ้นนะคะ


ปล.บางคนอาจงงเรื่องอายุ  ตอนนี้ฝ่าบาทของเราอายุ 16 ค่ะ ส่วนนางเอกอายุ 14 อาจจะดูเด็กไปสำหรับปัจจุบันนะคะ แต่ถ้าเคยดูซีรีส์น่าจะเคยเห็นผ่านตากันมาบ้าง 

     

ปล. 2 หากมีข้อผิดพลาดประการใดบอกได้เลยนะคะ




   

    


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #3 V-sha (@V-sha) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 08:18
    ขอบคุณค่ะ จะพยายามเขียนให้ดีที่สุดน้าา
    #3
    0
  2. #2 doobdib04 (@chanidagib) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 08:13
    สงสารน้องไม่ไหวแล้วฮือออ เมื่อไหร่องค์ชายจะรู้ว่าน้องรักตัวเองง สู้ๆนะคะไรท์ตามอ่านอยู่น้า ;-;
    #2
    0