Where the wind sleeps #Minseon #มินซอน

ตอนที่ 10 : 9 회 - Because I love you (사랑해서 그래)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    11 ก.ค. 62



ณ ตำหนักพระมเหสี


     "ทูลพระมเหสี ขณะนี้องค์ชายซอกชอลกำลังเตรียมการอยู่ ขอพระองค์โปรดวางพระทัยเถิดพะยะค่ะ"


     "ดี แล้วเรื่องานทางในการเข้ายึดพระราชวังเล่า พวกเจ้าวางแผนไว้ดีหรือยัง" ซอนมุงเอ่ยถามเสียงเย็น ดวงตาของนางดูจะมีน้ำตาคลอน้อยๆ ทว่ากลับมีความแข็งกร้าวอยู่ด้วย


     "แน่นอนพะยะค่ะ ประตูวังหกด้าน พวกเราสั่งให้เริ่มมีการควบคุมทีละน้อยแล้ว"


     "แล้วเจ้าจะทำอย่างไรกับฝ่าบาทและพระสนมทั้งหมดเล่า" ซอนมุลถามพลางนั่งจิบชา


     "คงต้องฆ่าพระองค์และพระสนมทั้งหมดทิ้งเสียพะยะค่ะ" อันซองซูเอ่ยแผนการที่เตรียมไว้


      "ถ้าอย่างนั้นก็ดี เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างจบลงแล้ว ข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างงามเลย" นสงเอ่ยตอบอันซองซูเสียงเย็นก่อนจะสั่งให้เขาออกไป



       เมื่ออันซองซูเดินออกไปแล้ว ก็ปรากฎร่างหนึ่งเดินออกมานากข้างหลังม่านกัน องซองอูรู้หมดทุกอย่าง


       เขาหยิบกระดาษออกมาจากเสื้อ ยื่นให้ซอนมุลที่นั่งอยู่


       "นี่คือคำสารภาพของหนึ่งในพวกที่ลอบปลงพระชนม์พระราชาองค์ก่อน กับพระสัสสุระพะยะค่ะ พระราชาถูกวางยาในอาหารมาเป็นเวลาเกือบสามปี ส่วนพระสัสสุนะเองก็โดนแทงด้วยมีดของเขา ก่อนจะมีสาวใช้ในบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้า และบอกว่าบิดาของพระองค์ถูกวางยา ส่วนทาสที่ถูกใส่ร้ายและโดนประหาร เป็นเพียงแพะรับบาปเท่านั้นพะยะค่ะ"


     องซองอูเอ่ยเล่าทุกอย่างที่เขาสืบได้มาตลอดเกือบสองปี


      "ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่ข้าทำ มันก็ไม่สูญเปล่าแล้วล่ะ" นางพูดพลางยิ้มน้อยๆ


 

     ณ ท้องพระโรง


     มินฮยอนที่กำลังนั่งอ่านฎีกาอยู่บนบัลลังก์ ได้ยินเสียงเรียกของขันที


     "ทูลฝ่าบาท พระมเหสีขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ"


     "ให้นางเข้ามา" เขาเอ่ยเสียงเรียบ


      "ถวายบังคมฝ่าบาท" ซอนมุลเอ่ย พร้อมคำนับ


      หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ๆ มินฮยอนที่นั่งฟังว่านางจะพูดอะไรกลับไม่ได้ยินเสียงใดเลย เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับซอนมุลที่มีน้ำตานองหน้า นางมองหน้าเขาอย่างเศร้าสร้อย


       "เจ้า...... เป็นอะไรหรือเปล่า"มินฮยินเริ่มตกใจ ทำอะไรไม่ถูก เขาปิดฎีกา ก่อนจะเดินลงจากบัลลังก์มาตรงหน้านาง นางเข้มแข็งมาตลอด นางไม่เคยเป็นอย่างนี้เลย


      "หม่อมฉันมีเรื่องจำเป็นต้องทูลพระองค์เพคะ" นางเอ่ยพลางพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลไปมากกว่านี้


       "องค์ชายซอกชอลและเสนาบดีฝ่ายซ้าย อันซองซู กำลังจะเข้าบุกยึดพระราชวังในอีกสามวันพะยะค่ะ"


       มินฮยอนนิ่งชะงักไปหลังจากได้ยินสิ่งที่นางเอ่ย 


       "แล้วที่เจ้ากับอันซองซูพบกันบ่อยๆ" เข้าพูดำม่ทันจบ นางก็เอ่ยต่อกันที


      "หม่อมฉันเพียงแค่อยากสืบเรื่องต่างๆมาให้พระองค์เพคะ"


       "ข้าคิดไว้แล้วเชียว "เสียงหนึ่งดังขึ้น เมื่อนางหันไปก็เห็นคังดงโฮเดินออกมาจากหลังบัลลังก์


       "ถ้าอย่างนั้นเรามาวางแผนกันดีกว่านะ เสียเวลามามากพอแล้ว" ทั้งทั้งสองยิ้มให้ซอนมุล ก่อนจะเริ่มวางแผนกันต่อไป


     

     หลังจากวางแผนเสร็จ คังดงโฮได้กลับไปแล้ว ซอนมุลเอง ก็กำลังจะกลับเช่นกัน แต่นางกำลังคิด คิดว่าจะสารภาพความรู้สึกกับพระองค์ดีหรือไม่


      "มีอะไนหรือเปล่า" มินฮยอนที่กำลังเดินไปส่งซอนมุลที่ประตูท้องพระโรงเอ่ยขึ้น เขารู้สึกว่านางเดินมองหน้าเขามาตลอดทาง


      "คือหม่อมฉัน....." นางอึกอัก "หม่อมฉันขอกอดพระองค์ได้ไหมเพคะ" นางเอ่ยออกไป แต่เมื่อเห็นพระองค์ทำหน้าตกใจเล็กน้อยเลยต้องพูดต่อ


      "ในฐานะน้องสาวไงเพคะ" นางเอ่ยพลางยิ้มสดใสให้เขา 


      "ได้สิ" พระองค์ตรัสตอบ ก่อนจะสวมกอดนาง


      ซอนมุลเองซบหน้าลงกับไหล่ของพระองค์ อ้อมกอดนี้ช่างอบอุ่น อบอุ่นกว่าที่นางเคยคิดฝันไว้เสียอีก นางนึกอิจฉาจินรี ที่ได้รับอ้อมกอดนี้ อ้อมกอดที่เต็มไปด้วยความรักของพระองค์


       "เจ้าไปพักผ่อนเถิด" เขาเอ่ยเมื่อเดินมาถึงประตูท้องพระโรง พลางลูบหัวนาง "ขอบใจสำหรับความจงรักภักดีของเจ้า"




     


     สามวันต่อมา


      ในยามดึที่ทุกคนกำลังพักผ่อนกันอยู่นั้น เกิดเสียงโครมครามดังขึ้น ทุกคนที่อยู่ในวังหลวงต่างวิ่งกันอย่างอลหม่าน


       ท้องพระโรงและลานด้านหน้าเป็นจุดรวมตัวของเหล่าเสนาบดีและทหารทุกหมู่เหล่า รวมทั้งพระราชามินฮยอนที่กำลังนั่งสั่งการอยู่ 


       "ตามที่ข้าบอกไป พวกเข้าจงเตรียมตั้งมือรับให้ดี ออกไปได้" พระองค์สั่งอย่างเคร่งเครียด


       เสียงประดาบดังขึ้นเป็นเวลาหลาบชั่วยาม จนกระทั่งถึงยามเช้ามืด


      "องค์ชายซอกชอลได้เข้ายึดประตูวังทั้งหกทิศแล้ว" เสียงประกาศกร้าวดังขึ้น ตอนนี้ทุกอย่างในวังกำลังครุกกรุ่นไปด้วยกลิ่นไอของสงคราม 


       "เหล่าราชวงศ์ที่อยู่ในท้องพระโรงถึงกับลนลายกัยใหญ่เมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนองค์ชายจินซองจะเดินเข้ามาในท้องพระโรงที่พระราชานั่งอยู่ ข้างนอกเองก็ยังคงรบรากันอย่างดุเดือด


         "ยอมแพ้เสียเถิดฝ่าบาท ตอนนี้ข้าควบคุมทุกอย่างในวังไว้หมดแล้ว" องค์ชายซอกชอลพูดพลางยิ้มเยาะ  แต่เมื่อพูดจบได้ไม่เท่าไรกลับรู้สึกได้ถึงคมดาบที่จ่อตรงคอ


        "ท่านนั้นแหละที่ต้องยอมแพ้" คังดงโฮเอ่ย


         "หึ ฮ่าๆๆๆ พวกเจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า" เมื่อองค์ชายซอกชอลพูดจบก็มีทหารเดินออกมาเอาดาบจ่ออยู่ที่คอของเหล่าองครักษ์ทุกคนของมินฮยอน


         "เจ้า!!!" มินฮยอนพูดพลางลุกขึ้นหวังจะเข้าต่อสู้กับองค์ชายซอกชอล 

       

        แต่เมื่อกำลังจำลุกขึ้นกลับมีดาบมาจ่ออยู่ที่คอ เมื่อหันไปมอง ก็ได้พบกับคนที่ไม่คาดฝัน


        "ยอมแพ้เสียเถิดเพคะ เหตุการณ์ภายนอกจะได้สงบ ไม่งั้นจะต้องมีคนตายมากกว่านี้แน่" ซอนมุลเอ่ยเสียงเย็น จ้องหน้ามินฮยอนอย่างแข็งกร้าว ดาบของนาง จ่ออยู่ที่คอของพระองค์เอง




☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆


    Talk : กลับมาแล้วค่าาาา ช่วงนี้เราติวกฎหมายเพื่อเตรียมไปแข่งค่ะ เลยไม่ค่อยมีเวลาเท่าไร แต่จะรีบมาอัพตอนต่อไปนะคะ ตอนนี้อาจจะมีช่วงแปลกๆหรือเบลอๆบ้างก็ต้องขอโทษจริงๆค่ะ เพราะเราเองกำลังอ๊องกฎหมายได้ที่เลย ขอบคุณสำหรับทุกการติดตามค่ะ


     


        


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

11 ความคิดเห็น