เล่ห์

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 มี.ค. 62

ตอนที่ 1

ตอนนี้ผมกำลังมานั่งเเหมะอยู่ที่ร้านกาเเฟข้างมหาลัยสถานที่เอาไว้ให้เหล่านักศึกษามานั่งพัก บรรยากาศร้านไม่ได้ถือว่าอบอุ่นออกจะเป็นร้านที่ตกแต่งเรียบง่ายด้วยซ้ำ มีที่นั่งทั่งข้างนอกและในร้านถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีนักศึกษามานั่งพักพร้อมกับอ่านหนังสืออยู่ประปราย ส่วนทำไมผมต้องมานั่งตรงนี้เหตุสืบเนื่องมาจากคุณหญิงเเม่นัดผมมาพบ ทั้งๆที่วันนี้ผมควรจะได้นอนสบายตูดที่ห้องในวันหยุด ผมซึ่งเป็นลูกที่ดี สุภาพเรียบร้อยอย่างกับผ้าพับไว้? จึงต้องถ่อสังขารมาพบ ตอนนี้ก็เลยเวลานัดมาครึ่งชั่วโมงเเล้วเเต่คุณหญิงเเม่ก็ยังไม่มา 


“ลูกเอ็มเเม่มาเเล้วจ๊ะ”เเหนะพอบ่นถึงก็มาปุ๊บตายยากจริงๆ อุ๊ย แช่งบุพการีแบบนี่ผมจะตายไวไหมอ่ะ


“คุณเเม่เรียกผมมาวันนี้มีอะไรเหรอครับ”ผมเข้าเรื่องทันทีพร้อมกับคุณหญิงแม่นั่งลงเก้าอี้ตรงข้าม


 “เเหม รีบร้อนไปไหนจ๊ะคุณเเม่พึ่งมาถึงเองนะ”ดูเอาเถอะครับยังจะหยิบเมนูขึ้นมาสั่งของหวานมากินได้อีก อ๋อ แม่ผมเป็นคนชอบทานของหวานต้องคอยห้ามอย่าทานเยอะท่านอายุมากแล้วร่างกายไม่เหมือนตอนสมัยสาวๆทานมากคงไม่ดีเท่าไร


 “ห้ามเกินสองชิ้นนะครับ”ผมซึ่งเป็นลูกที่ดีก็ต้องดูแลคุณหญิงแม่สักหน่อย


“ขัดจังหวะแม่จริง”วางเมนูลงข้างๆหลังสั่งเสร็จ“แม่มีคนมาให้รู้จัก”ผมว่าแล้วถ้าคุณหญิงแม่ถึงกระทั่งมาเองแบบนี้ต้องมีเรื่องอะไรสักอย่างแน่นอน


“ใครเหรอครับ”ผมเลิกคิ้วสงสัย


“มานี้สิจ๊ะหนูมิ้นท์ไปยืนหลบทำไมตรงนั้น”เเม่ผมเรียกใครสักคนก่อนจะมีผู้ชายตัวเล็กสูงประมาณ 167 เดินออกมาจากเสา?? เอ๋อ.... ไปหลบตรงนั้นได้ไงแล้วทำไมผมไม่เห็น???


“นี่หนูมิ้นท์ลูกเพื่อนเเม่เองจ๊ะเเม่อยากฝากน้องเขากับลูก”ดูแม่ผมพูดพร้อมกับทำท่ากะดี๊กะด๊าใหญ่เลย เเม่ครับขนาดตัวผมเองยังรับผิดชอบตัวเองไม่ไหวจะดูเเลใครได้ละครับเนี้ย ผมเงยหน้ามองพินิจพิจารณาหนูมิ้นท์ของแม่เป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กจริงๆถ้าเทียบกับเด็กผู้ชายทั่งไป ผิวขาวจัดติดขาวซีด ดวงตากลมโตดูใสสะอาด จมูกเล็กดูรั้น ริมฝีปากสีชมพูสดได้รูป เอ่อ....น่ารกมากกว่าจะหล่ออีกนะเนี้ยร่างกายก็ไม่ได้ติดว่าบางอะไรแต่ก็ไม่ได้มีกล้ามเนื้อแบบผู้ชายทั่วไป


“เเม่ครับเเต่ว่า”พอจะอ้าปากพูดแค่นั้นแหละ


“ห้ามปฎิเสธน้องเรียนมหาลัยเดียวกับลูกนะคณะเดียวกันด้วย ดูเเลน้องให้ดีอย่าให้น้องเป็นอะไรเข้าใจไหมจ๊ะ”ถามผมด้วยครับอย่าพึ่งดักทางกัน


“เเล้วผมจะตอบอะไรได้ละดักไว้หมดเเบบนี้ ตกลงครับผมจะดูเเลน้องให้”ผมถอนหายใจตอบตกลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ เงยหน้ามองน้องมินท์ของคุณแม่อีกครั้ง ไม่คิดจะนั่งเลยหรือไงยืนอยู่ได้แล้วไอ้การที่ผมเงยหน้ามองแล้วหลบตามันหมายความว่าไง


“ดีมากจ๊ะเเม่ขอตัวไปก่อนนะดูเเลน้องเค้าดีๆละ”อ่าวคุณหญิงแม่ครับแล้วเค้กกับกาแฟที่เหลือนี้ละ


“แม่ยังทานไม่หมดเลยนะครับ”ผมว่าคุณหญิงแม่หันมามองก่อนจะยกยิ้มร้าย


“ฝากลูกชายทานให้แม่หน่อยนะคะ”ว่าแล้วเชียวเป็นแบบนี้ทุกที ถึงจะบอกว่าชอบของหวานแต่ถ้าอยู่ในช่วงเร่งรีบแบบนี้คุณแม่มักจะให้คนที่อยู่ด้วย และต้องเป็นคนในครอบครัวเท่านั้น ย้ำนะครับ คนในครอบครัวเป็นคนทานให้เสมอ ส่วนถ้าตอนที่ออกไปทานคนเดียวคุณหญิงแม่มักจะสั่งทานแค่ชิ้นเดียวแล้วซื้อกลับมาทานที่บ้านมากกว่า


 “นี้นายนะชื่อมิ้นท์สินะ”ตอบแต่ไม่ยอมมองหน้า?? ชิ ผมจิปากอย่างไม่ชอบใจก่อนจะเอ่ยปากถามอีกครั้ง


“คะ..ครับ”ทำไมต้องตัวสั่น นี้ตรูน่ากลัวขนาดนั้นเชียว


“ส่วนฉันชื่อเอ็มเเม่บอกนายเรียนบริหารปีหนึ่ง??”


“ครับ”


“เวลาคุยกับผู้ใหญ่ไม่มีใครบอกเหรอว่าต้องเงยหน้าขึ้นมาคุยก้มหน้าเเบบนี้มันเสียมารยาทนะรู้ไหมแล้วก็นั่งลงด้วยยืนนานขนาดนั้นไม่เมื่อยหรือไง”


“ขอโทษครับ ไม่เมื่อยครับ”แต่ก็ยอมนั่งอยู่ดี หึ เด็กอะไรน่าแกล้งซะมัดช่วงนี้ยิ่งรู้สึกเบื่อๆอยู่ด้วย ดีเหมือนกันบางทีการดูแลเด็กอาจจะไม่ได้แย่ก็ได้ ว่าแล้วมิ้นท์ก็นั่งลงตรงข้ามผมที่คุณหญิงนั่งเมื่อกี้นั่นแหละครับพร้อมกับเงยหน้ามอง มิ้นท์กัดริมฝีปากร่างเล็กน้อยเหมือนกับกลัวผมจริงๆ สายตาก็ไม่ได้มองตรงมาที่ผมด้วย เห็นแล้วขัดใจ


“ฉันน่ากลัวเหรอ”ผมเท้าแขนกับเก้าอี้ก่อนจะเอนหลังพิง


“เปล่าครับ”พูดเสียงเบา คนไม่กลัวเขาหลบสายตากันแบบนี้เหรอ เอาเถอะผมจะถือว่าพึ่งเจอกันก็ได้


“ชอบทานของหวานไหม”


“ครับ??”อ่ะ มองหน้าแล้วแถมยังทำหน้าเหมือนสงสัยอะไรเสียเต็มประดา มองแบบนี้แล้วยิ่งน่ารักแก้มที่เหมือนกับอมอะไรเอาไว้สักอย่างอย่างกับกระรอกแหนะเวลาให้แทะขนมจะน่ารักมากกว่านี้หรือเปล่าว่าแล้วก็นึกขำคงน่าเอ็นดู ผมตัดสินใจแล้วการดูแลเด็กคงจะน่าสนุกจริงๆ


“ของหวาน”ผมว่าก่อนจะใช้สายตาบอกว่าของหวานที่ว่าคืออะไร ก่อนที่มิ้นท์จะมองตามสายตาของผมแล้วมองของหวานที่อยู่ตรงหน้า เครปเค้กหนึ่งชิ้นที่ยังไม่ผ่านการตักกินสักนิด แยมสตอเบอรี่ยังคงไหลลงมาทับลวดลายสีสวยที่ตัดกันเป็นชั้นๆของเครปเค้กสายรุ้งและเค้กส้มสีสด ผมมองตามดวงตากลมโตที่เอาแต่จ้องเค้กของงชิ้นตรงหน้าดูแวววาวขึ้น ผมรู้คำตอบแล้ว


“ถ้าชอบก็ทาน”


“ครับ”พองี้ละยิ้มได้แถมยังเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ผมอีก หึ เด็กน้อยจริงๆ  ผมนั่งมองมิ้นท์ใช้ช้อนตักเค้กเข้าปาก ผมไม่ชอบเลยไอ้ของหวานเนี้ยแต่คุณหญิงแม่ก็มักจะบังคับให้ผมกินเพราะเสียดายของ ผมยังคงนั่งมองมิ้นท์ทานเค้กไปเรื่อยๆไม่ได้เร่งรีบอะไรสายตาก็กวาดมองคนภายในร้าน มีหลายคนที่มองโต๊ะที่ผมนั่งอยู่บ้างก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย แบบนี้มันไม่ค่อยดีเท่าไรแต่พอสายตาผมกวาดมองคนคนเหล่านั้นก็เก็บโทรศัพท์ลง


“มีคนถ่ายรูปนาย”มิ้นท์เงยหน้าจากเค้กขึ้นมามองผมก่อนจะหันไปมองตามทางที่ผมบอก และเจ้าตัวก็หันกับมาตักเค้กเข้ามาแล้วงับช้อนเอาไว้แปบหนึ่งก่อนจะดึกช้อนออกพร้อมกับบอกว่าไม่เป็นไร เป็นแบบนี้ปกติ โอเคผมจะทำเป็นไม่สนใจแล้วกันในเมื่อตัวเจ้าทุกข์ไม่ว่าอะไรแต่ถ้ามันมีอะไรที่มากกว่านี้ผมเกรงว่าผมคงต้องยื่นมือเข้าไปยุ่งสักนิดในฐานะคนดูแลเสียแล้วละ ผมนั่งรอต่อไปเรื่อยๆจนมั่นใจแล้วว่าน้องทานอิ่มแล้วแถมยังหันมาถามผมว่าสั่งน้ำได้ไหม ผมก็พยักหน้ารับ มิ้นท์ก็ลุกขึ้นยืนเดินไปสั่งน้ำที่เคาน์เตอร์แล้วกับมานั่งที่เดิม ไม่นานน้ำที่สั่งไว้ก็มาส่ง นมสดปั่น?? ของหวานอีกแล้ว


ผมมองคนอายุน้อยกว่านั่งดูนมสดปั่นไปยิ้มไปท่าจะชอบของหวานจริงๆมิหน่าคุณหญิงแม่ผมถึงเป็นธุระมาเองท่าว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าผมจะเป็นที่รักของคุณหญิงแม่เสียแล้ว

ผมใช้เวลาอยู่ที่ร้านกาแฟไม่นานก่อนจะลุกขึ้นยืนมองมิ้นท์ที่ทานอะไรเรียบร้อยหมดแล้ว เชื่อไหมครับเค้กสองชิ้นและน้ำปั่นนมสดรสหวานเลี่ยนน้องมิ้นท์ทานหมดแถมยังดูเหมือนอยากจะทานเพิ่มอีกแต่มันคงไม่ไหวแล้วละผมเนี้ยจะไม่ไหวแล้วอยากนอนเต็มแก่


“อิ่มแล้วใช่ไหม”


“ครับ”พูดแค่นั้นก่อนจะลุกขึ้นตามผม เข้าใจอะไรง่ายดีว่าแล้วผมก็พามิ้นท์เดินออกมาจากร้านตรงไปที่มินิคูเปอร์คันโปรดของผม ผมมีรถลูกรักแค่คันเดียวคุณหญิงแม่ซื้อให้ตอนที่สอบเข้าบริหารได้ก่อนหน้านั้นที่บ้านไปรับไปส่งจนผมจบมัธยมศึกษาตอนปลายคิดดูเถอะ


ผมใช้เวลาขับรถจากร้านกาแฟมาที่คอนโดไม่นานเพราะอยู่ใกล้กับมหาลัยด้วยใช้เวลาเดินทางทั้งหมดร่วมๆยี่สิบนาที ตลอดทางผมก็หันไปมองคนที่นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถไปด้วย มองทางไปด้วยสลับกันไปแน่นอนว่าผมต้องมองทางมากกว่าอยู่แล้ว ถ้ามัวแต่มองมิ้นท์มีหวังลูกรักของผมคงได้ทำใครเขาเดือดร้อนแน่ๆ พอมาถึงเขตคอนโดผมก็ขับรถเคลื่อนเข้าสู่โรงจอดที่อยู่ชั้นใต้ดิน


 “เราจะไปไหนเหรอครับ”เมื่อก้าวออกมาจากรถร่างบางที่นั่งเงียบมาตลอดทางก็เอ่ยปากถามขึ้น


“พามาดูห้อง มีของมาหรือเปล่า”


“คุณแม่บอกว่าจะให้คนที่บ้านมาส่งให้ทีหลัง”ผมพยักหน้าเข้าใจก่อนจะเป็นคนเดินนำร่างบางขึ้นลิฟต์ตรงไปยังห้องของผม ห้องที่ผมอยู่เป็นห้องชุดมีทุกอย่างอยู่ครบ ทั้งห้องรับแขก ห้องครัว และห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัวและห้องน้ำที่แยกออกมาจากห้องนอน เอาเป็นว่าเป็นห้องคอนโดที่มีหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องครัว หนึ่งห้องรับแขกและสองห้องน้ำ ไม่ต้องกังวลเรื่องคนที่จะเข้ามารบกวนพื้นที่ส่วนตัวด้วย แม้ผมจะไม่ใช่คนหวงพื้นที่ส่วนตัวขนาดนั้นก็เถอะนะ


“เป็นไงชอบไหม”ผมถามหลังจากที่เราเข้ามาในห้องแล้ว ห้องของผมอยู่ชั้นสี่ของคอนโดนี้ทั้งชั้นมีอยู่เพียงแค่สี่ห้องเท่านั้น ห้องที่เหลือเป็นของเพื่อนผมอีกที ผมมองตามคนที่กำลังสำรวจห้องของผมเหมือนกระรอกที่พอเจอสถานที่ไม่คุ้นเคยก็จะทำการสำรวจเพื่อให้รู้ว่ามีที่ไหนพอซ้อนตัวได้บ้างและมีอันตรายต่อตัวเองหรือเปล่า ห้องของผมถูกตกแต่งแบบเรียบง่ายมีเพียงเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นเพิ่มเข้ามาที่เหลือเป็นของที่ทางคอนโดจัดมาให้พร้อมหมดแล้ว จึงจะเห็นได้ว่าเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเข้าชุดกับห้องทุกส่วน ผมมองมิ้นท์ที่หายเข้าไปในห้องครัวก่อนจะเดินออกมาแล้วเดินไปทางห้องนอนของผม ในเมื่อมีห้องเดียวคงต้องนอนห้องเดียวกันไปเลยคงไม่แย่หรอกเหมือนกับนอนกับเพื่อนผู้ชายนั่นแหละแต่น้องจะนอนกับผมได้หรือเปล่าต่างหากละที่ต้องห่วง ผมเดินตามมิ้นท์ที่เดินเข้าไปในห้องของผม


“ชอบไหม”


“ชอบครับหน้าอยู่มากๆเลย”พูดแต่ไม่มองผม เลือกที่จะเดินไปทางระเบียงห้องแทนเอาเถอะผมจะไม่ถือสาอะไรก้แล้วกันถือว่าเพราะน้องยังเด็กอยู่เลยอาจจะทำอะไรตามใจตัวเองไปบ้าง


“มิ้นท์นอนห้องเดียวกันได้ใช่ไหมที่นี้มีห้องนอนเดียว”


“ได้ครับ”ชะโงกหน้าผ่านม่านมาตอบผมแล้วก็หันไปมองวิวด้านอกเหมือนเดิม เอาเถอะ ผมก้าวออกจากห้องนอก่อนจะเดินมานั่งเล่นที่โซฟาเปิดทีวีหาอะไรดูปล่อยให้กระรอกเดินสำรวจพื้นที่ที่เจ้าตัวจะต้องมาอยู่หลังจากนี้อีกสี่ปีก่อนจะจบปริญญาตรี


“พอใจยัง”ผมถามขึ้นเมื่อมิ้นท์เดินมานั่งเเหมะลงที่โซฟาถัดจากที่ผมนั่งเว้นไว้เล็กน้อย


“เรียนบริหารเพราะที่บ้านเหรอ”เมื่อไม่มีอะไรให้คุยผมก็เลือกถามสายเรียนแล้วกัน


“ส่วนหนึ่งครับแต่จริงๆแล้วผมชอบมากกว่า”เหตุผลเข้าท่าดี แต่ดูเหมือนมิ้นท์จะเริ่มกลัวผมน้อยลงหรือจริงๆแล้วไม่ได้ลัวแต่ไม่ชินกับการที่เจอคนไม่คุ้นหน้าอาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้แต่พอได้เริ่มคุยก็เริ่มชิน ผมคิดวาเป็นเพราะเหตุผลนี้แล้วกันนะครับ


“เรื่องเสื้อผ้ารอทางบ้านส่วนของใช้ส่วนตัว”ผมพูดพร้อมกับหันหน้าไปมองมิ้นท์ที่นั่งอยู่ข้างๆ


“คงต้องรบกวนพี่เอ็มพาผมไปซื้อ”

“ขับรถไม่เป็น”และก็ได้รับรอยยิ้มเล็กๆพร้อมกับการพยักหน้ามาเป็นเครื่องยืนยัน เห็นอนาคตที่ต้องขับรถไปรับไปส่งเด็กชายมิ้นท์ตลอดชีวิตรั่วมหาลัยอยู่ร่ำไร


 “งั้นเดี๋ยวพาไปซื้อ”ชื่อของนายเอ็มผู้ที่เคยใช้ชีวิตอย่างอิสระมาตลอดแต่มาดูตอนนี้สิมีสิ่งเล็กๆที่ไม่ได้น่ารำคราญอะไรเข้ามาอยู่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแล้ว


“ขอความกรุณาด้วยครับ”น้องมันบอกยิ้มๆมีเกาหัวเเก้เขินด้วย ผมเดาว่าอาจจะอายมากกว่าเขินด้วยซ้ำอายุขนาดนี้แล้วปกติต้องขับรถเป็นแล้วไม่ใช่เหรอไง


“งั้นก็ไปได้แล้วเดี๋ยวเย็นอันตราย”จริงๆผมอยากรีบมากนอนมากกว่า ผมลุกขึ้นยืนหยิบกุญแจที่วางอยู่ข้างตัวแล้วเดินนำน้องออกจากห้อง

0 ความคิดเห็น