สื่อรัก...สี่ขา❤🐶

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 51 Views

  • 0 Comments

  • 3 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    0

    Overall
    51

ตอนที่ 4 : รักครั้งที่4 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    23 ต.ค. 61

                 We don't talk anymore

                 We don't talk anymore

                 
We don't talk anymore

                  Like we used to do

            เสียงเพลงอันไพเราะเสนาะหูของท่านพี่ชาลี พุท ดังขึ้นมาภายในเช้าของวันหยุด

            "ครับแม่"

            "วันนี้ว่างมั๊ยลูก มาช่วยงานที่คลินิกหน่อยสิ"

            "ว่างครับ วันนี้คนเยอะหรอครับ"

            "ใช่ครับ เดี๋ยวแม่ให้ตาเมฆไปรับนะ"

            "โอเคครับ"

             คุยกับแม่เสร็จผมก็ได้เวลาจึงลุกออกจากเตียงแล้วเดินไปที่ห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัวให้เสร็จ 

 

             วันนี้ผมว่าจะพาไอ้โบ้ไปบ้านต้นไผ่สักหน่อย งั้นเปลี่ยนแผนพามันไปที่คลินิกไปเจอสาวแทนละกัน

             แต่งตัวเสร็จผมก็ได้ยินเสียงรถของพี่เมฆมาจอดที่หน้าบ้าน ผมจึงเดินมาข้างล่างไปหาให้โบ้

             "ปะโบ้ วันนี้จะพาไปเปิดหูเปิดตาที่คลินิก วันนี้มีสาวเยะมากกก"

             เดินจูงไอ้โบ้ผ่านห้องครัวก็เห็นพี่เมฆกำลังทำแซนวิชอยู่ บอกให้พี่ทำเผื่อดีกว่า

             "พี่เมฆทำให้ผมด้วยนะพี่"

             "โอเค จะพาแรมโบ้ไปด้วยมั๊ย"

             "อือ จะพามันไปหาสาว ไปรอที่รถนะพี่"

             ผมเดินออกมารอที่รถตามที่พูดไว้ เปิดประตูให้ไอ้โบ้ไปรอด้านหลัง ทุกครั้งที่มันมาด้วยผมจะให้นั่งด้านหลังส่วนผมนั่งด้านหน้ากับพี่ชาย นั่งรอสักพักพี่เมฆก็เดินมาพร้อมกับแซนวิชและน้ำเปล่า

             "เอาไปกินรองท้องไปก่อน ไปถึงคลินิกค่อยหาอะไรกิน"

             "ขอบคุณครับ"

             โฮ่ง โฮ่ง

             เสียงไอ้โบ้เห่าขึ้นมาเมื่อเห็นผมกินแซนวิช เหมือนมันจะบอกว่าหิวเหมือนกัน ผมเลยแบ่งแซนวิชให้มันหนึ่งชิ้นเพื่อให้มันกินรองท้อง ขับรถมาเรื่อยๆก็เห็นคลินิก'อุ่นใจ'ของพ่อกับแม่ผม

             พอเข้ามาใกล้ผมก็เห็นว่มคนเยอะมากกก ทำไมมันเยอะขนาดนี้  แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปกินข้าวละเนี่ย

             เดินเข้าด้านในผมก็รีบไปที่ประจำของผมทันทีเพื่อเริ่มงาน สงสัยผมรีบเดินเกินเลยชนเข้ากับคนใครหนึ่ง

             "ขอโทษนะครับ เจ็บตรงไหนมั๊ยครับ"

             ผมเงยหน้าเพื่อมองว่าผมชนใคร พอผมเห็นหน้าผมก็ตรงตกใจสุดขีด 


                นี่มันไอ้โรคจิตที่จับก้นผมนี่นา!!




....................loading 70% ...........................




             ทำไมโลกมันกลมขนาดนี้เนี่ย เมื่อวานก็เจอที่สวนแล้ววันนี้ก็ยังมาเจออีก เจ้าคิดเจ้าแค้นเหมือนกันนะเนี่ย


             "คุณมาทำอะไรที่นี่ห่ะ"


             "ผมมาสั่งอาหารกินมั้งคุณ มาคลินิกรักษาสัตว์ก็พาสัตว์มารักษาสิ"


             "งั้นเหรอ แล้วสัตว์เลี้ยงของคุณมันเป็นอะไรล่ะ อย่าบอกนะว่าติดเชื้อโรคจิตกับเจ้านายมันน่ะ"


             "ยังไม่หยุดคิดว่าผมเป็นโรคจิตอีก ว่างๆคุณก็ไปเช็คสมองหน่อยนะ โรคจิตอะไรหล่อขนาดนี้"


              อะไรจะมั่นใจขนาดนั้น เหอะหล่อตรงนี้ก็แค่ จมูกโด่งเหมือนกับเขื่อนกลั้นน้ำ หน้าคมอย่างกับใบมีด คิ้วเนี่ยหนาอย่างกับทุ่งหญ้า? สูงอย่างกับเสาไฟฟ้า แค่เนี่ย

                    

              ที่พูดมาเนี่ยไม่ได้อิจฉาเล๊ยยย


             "แอบนินทาผมอยู่ใช่ไหม"


             "เปล๊า เชิญคุณไปนั่งรอที่หน้าห้องเลย"


            พอคุณโรคจิตเดินไปที่ห้องคุณพ่อผมก็หยิบงานที่ทำค้างไว้ขึ้นมาทำต่อให้เสร็จ งานที่ผมมาทำช่วยทางบ้านก็คืองานทั่วไป อย่างเก็บเงินค่ารักษา เตรียมอุปกรณ์หรือไม่ก็ตรวจร่างกายของน้องหมา ส่วนมากผมจะมาช่วยในวันที่คนเยอะ อย่างเช่นวันนี้ที่คนเยอะกว่าปกติเพราะเป็นวันนัดฉีดวัคซีนของย้องหมาหลายๆตัวเลยยุ่งกว่าทุกวัน  ที่จริงผมจะเรียนเกี่ยวกับพวกสัตวแพทย์สัตว์อยู่หรอกนะ แต่ผมไม่ถนัดเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ก็เลยเลือกเรียนวิศวะแทน ส่วนหนึ่งก็เพราะเพื่อนเรียนด้านนี้เยอะด้วย


              นั่งทำงานได้ไม่นานก็ต้องยอมแพ้ต่อกระเพาะอาหารที่มันส่งเสียงเรียกร้องหาอาหาร ผมจึงลุกขึ้นเลยไปที่ห้องครัวของคลินิกที่อยู่ผมจึงลุกขึ้นเลยไปที่ห้องครัวของคลินิกที่อยู่ถัดจากห้องของพ่อ 


             เมื่อเดินมาถึงห้องครัวก็เดินตรงไปที่ตู้เย็นทันที เปิดประตูตู้ออกมาก็พบกับบรรดาของสดทั้งหลาย 


             โธ่แม่ก็รู้นี่นาว่าลูกชายคนที่สองของท่านทำอาหารไม่เป็น

 

             ผมรีบมองกาอย่างอื่นที่สามารถนำมาประทังชีวิตได้?? สายตาอันเฉียบคมก็มองเห็นนมกล่องหนึ่งในตู้เย็นจึงหยิบออกมา ก่อนดื่มต้องดูวันหมดอายุก่อนเพื่อความปลอดภัยในการดื่ม พอเห็นว่าดื่มได้ผมก็เดินดูดนมออกมาจากห้องครัว

 

             สงสัยละสิว่าที่คลินิกมีกี่ห้องเดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังเอง คลินิกมีสองชั้นแต่ละชั้นจะมีสามห้องรวมเป็นหกห้อง ประกอบไปด้วยห้องพ่อ แม่ พี่ ห้องครัว ห้องน้ำ และห้องนอน  ห้องของพ่อจะอยู่ติดกับห้องครัว ส่วนห้องของแม่จะอยู่ห้องตรงข้ามกับพ่อที่ชั้นสอง ส่วนชั้นหนึ่งนั้นมีห้องของพี่เมฆติดกับห้องนอน ส่วนห้องน้ำอยูตรงข้ามกับห้องนอน


             ผมเดินผ่านห้องพ่อเห็นพ่อกับแม่นั่งคุยอยู่กับแขกในห้อง พอแม่หันมาทางผมก็เรียกผมให้เข้าไปหา ผมจึงรีบดูดนมให้หมดแล้วทิ้งตรงที่ถังขยะหน้าห้องแล้วเดินเข้มไปหาท่าน

             "ธารามาพอดีเลย มาทำความรู้จักกับพี่เพลิงสิลูก"


              ผมจึงมองคนที่นั่งตรงข้ามกับพ่อแม่ผม


             "ไอ้โรคจิต!!


             "น้องธาทำไมเรียกพี่เขาอย่างงั้นละลูก"


             "แม่รู้จักด้วยหรอ"


              "รู้สิ ก็ว่าที่คู่หมั้นของลูกนี่นา"


              คู่หมั้นงั้นหรอทำไมผมไม่เคยรู้ละ ไม่ได้การละอย่างนี้ต้องถามให้ละเอียด


              "อะไรนะแม่ ธาไม่เข้าใจอ่ะขอคำอธิบายหน่อย"


             "แม่ของตาเพลิงเป็นเพื่อนสนิทของแม่เอง เราเคยสัญญากันไว้ว่าให้ลูกคนที่สองของแต่ละฝ่ายหมั้นกัน ไม่ว่าเพศไหนก็ตาม


             ไอ้หยาาา นี่มันคือการคลุมถุงชนในแบบของแม่ๆนี่หว่า แบบนี้ต้องปฏิเสธ


              

             "ไม่เอาธาไม่หมั้น"

 

             "แม่นึกไว้แล้วว่าหนูต้องพูดแบบนี้ แม่เลยทำข้อตกลงกับเพื่อนแม่ไว้ว่า นับตั้งแต่พรุ่งนี้ไปแม่จะให้ธาไปอยู่คอนโดของพี่เพลิงเป็นเวลาสองเดือน ถ้าลูกโอเคแม่ก็จะจัดงานหมั้นให้ ถ้าไม่โอเคแม่ก็ไม่บังคับ"


          โอ้มายก็อดด ชีวิตอันแสนสงบของผมมมมม


             













                              ธารา



 ครบ100%แล้วน๊าา

งงไหม แต่เรางงนะ

ปรับวิธีเขียนใหม่ค่ะ

ลองเอาแบบเก่าไปถามเพื่อนแล้วมันบอกว่าสั้นเกินไป  เลยคิดว่าจะเขียนให้ยาวกว่าเดิมนิดนึง เพื่อให้ทุกคนคุ้มกับการอ่านนิยายเรื่องนี้ค่ะ  แล้วก็อย่าลืมเม้นเพื่อเป็นกำลังใจในการแต่งด้วยนะะ

                          

                             1เม้น=1ล้านกำลังใจ

          

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

0 ความคิดเห็น