วิวาห์โค้งสุดท้าย ลิขสิทธิ์ สนพ.พิมพ์คำ

ตอนที่ 9 : บทที่ 3 คุณแม่วุ่นวาย (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,437
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    2 ก.พ. 60

แต่...

ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นละศกุนตลาตัดสินเฉียบขาด เอาตามนี้ละ

เดหลีกัดฟันกรอดกับคำสั่งรวบรัดของมารดา

เรื่องบ้าๆ นี่ จะเริ่มเมื่อไหร่คะ

บ่ายนี้

คะ?” เธอตาลุก ไม่เร็วไปหรือคะ

ไม่หรอก ตอนนี้เลขาเราขาดไปคนนึง นี่ก็เท่ากับได้เลขา หรือผู้ช่วยมาเพิ่มอีกคน จะได้ช่วยดูแลเรื่องเสื้อผ้า ข้าวของที่จะส่งไปให้เด็กนั่นกับตาหมอนั่นด้วย

ผู้เป็นแม่สรุปให้เสร็จสรรพ จากนั้นก็เดินฉับๆ ออกไปโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้แย้งแม้แต่คำเดียว

เดหลีเลยจำต้องมองตามด้วยความว้าวุ่นใจ และขุ่นใจไปพร้อมกัน เพราะพอจะมองเจตนารมย์ของมารดาออกลางๆ แต่ยังไม่แน่ใจสักเท่าไหร่

แต่หญิงสาวไม่มีโอกาสได้ไขปัญหาข้อนี้นานนัก เพราะหลังจากนั้นไม่เกินสิบห้านาที พนักงานสี่คนจากแผนกเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายชาย กับแผนกเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายสตรี ก็ช่วยกันลำเลียงเสื้อผ้าสำหรับสองพ่อลูกขึ้นมาส่งให้

เดหลีเห็นแล้วก็ยิ่งมั่นใจว่าเธอได้นิสัยความ เยอะ มาจากคุณศกุนตลานี่เอง

 

เย็นวันนั้น เขมวันต์ยอมรับว่าแม้เขาจะเคยแปลกใจกับบรรดาของขวัญที่เดหลีนำมามอบให้ไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็ยังอดอ้าปากค้างไม่ได้ เมื่อเห็นชุดสูทที่แขวนเรียงรายจนเต็มผนังห้องรับแขก และกล่องรองเท้าหลายกล่องบนพื้น กับชุดราตรีทั้งสั้นและยาวที่กองสุมอยู่บนโซฟากับโต๊ะรับแขกร่วมสิบชุด

แต่ที่ทำให้เขาแปลกใจที่สุดก็เห็นจะเป็นร่างเพรียวระหงของบุตรสาวในชุดราตรีสีฟ้าอ่อนใสเหมือนท้องฟ้าฤดูหนาวแสนสวย ราวกับเจ้าหญิงจะไปงานราตรี แต่จะต่างจากเจ้าหญิงในการ์ตูนวอลต์ ดิสนีย์ที่เคยเห็นอยู่ก็ตรงที่คนใส่ใส่ไปเกาไปตรงนั้น ตรงนี้จนดูยุกยิกน่าขัน

“คุณว่าสวยใช่ไหมคะ”

เดหลีหันขวับมาถามเขาทันที สีหน้าเธอเหมือนคนเรือแตกที่เห็นขอนไม้ผุลอยมากลางทะเลแล้วโผเข้าเกาะอย่างมีหวัง

เขมวันต์ไม่อยากทำลายความรู้สึกของคนถาม เลยเลือกที่จะตอบไปว่า

“ชุดสวย”

คำตอบกำกวมนั้นทำให้หญิงสาวมองมาคล้ายตัดพ้อ ขณะที่บุตรสาวตบมือหัวเราะร่า

“แต่หนูนิดใส่แล้วไม่สวยใช่ไหมคะพ่อ”

“ไม่ใช่ไม่สวย แต่พ่อไม่ชินมากกว่า”

เขาแก้ตัวไปในรูปนั้น แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เด็กหญิงยิ้มกว้างส่งให้ แล้วหันไปหาเดหลีด้วยสีหน้ากระตือรือร้น

“เป็นอันว่า หนูนิดไม่ต้องใส่ชุดเจ้าหญิงปัญญาอ่อนพวกนี้แล้วนะคะพี่เดย์”

“แต่เราไปงานแต่งงาน หนูนิดไม่ใส่ชุดราตรีไปแล้วจะใส่อะไรไป”

เดหลีถามเสียงขรึม บ่งบอกว่าไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เช่นกัน เด็กหญิงเลยยิ้มแหย ขณะที่เขมวันต์เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

“งานแต่งงาน?

“ซิดนีย์ ลูกพี่ลูกน้องของฉันจะแต่งงาน คุณลุงยูนานเองก็อยากเห็นหนูนิด พวกญาติๆ ก็บ่นว่าไม่ได้เจอหนูนิดตั้งแต่คราวงานแต่งงานนายอัค คุณแม่เลยให้ฉันเอาชุดพวกนี้มาให้ แกจะได้ใส่ไปงานแต่งงานคืนนี้”

“คืนนี้?” เขาพูดเกือบเหมือนตะโกนด้วยความตกใจ

“ค่ะ คืนนี้” เธอรับคำหน้าตาเฉยอย่างไม่สะทกสะท้าน

“แต่นี่มันเกือบห้าโมงเย็นแล้วนะคุณ”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ เรื่องเดินทาง ไม่มีปัญหา พวกเราจะไปทางเฮลิคอปเตอร์”

เธอบอกเสียงมั่นใจ แต่เขากลับรู้สึกเหมือนได้กลิ่นอันตรายเพิ่มขึ้นทุกขณะ

“พวกเรา?

“นี่เป็นงานรวมญาตินะคะ คุณเป็นพ่อหนูนิด คุณก็ต้องไปด้วย”

“แต่ผมไม่เคยบอกคุณหรือ ว่าผมกับลูกไม่ต้องการจะเป็นส่วนหนึ่งของอัศวฤทธาของคุณ พวกเรามีความสุขที่ได้อยู่แบบนี้ เป็นชาวบ้านธรรมดาๆ อย่างนี้”

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเข้ม เห็นจากทางหางตาแวบๆ ว่าบุตรสาวรีบเลี่ยงออกไปจากห้องโถงอย่างคนที่รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง

เดหลีก็คงจะเห็นเหมือนกัน เพราะเธอผ่อนลมหายใจหนักๆ ออกมาคล้ายหนักใจกับปัญหานี้เช่นกัน 

“เคยค่ะ แต่ไม่ว่ายังไง คุณก็ปฏิเสธความจริงที่ว่าหนูนิดมีสายเลือดของคนอัศวฤทธา ไหลเวียนในตัวครึ่งหนึ่งไม่ได้หรอกนะคะ”

“แล้วยังไง”

“ดังนั้น แกก็ควรได้รับสิทธิ์อย่างที่พวกเราได้ตอนที่อายุเท่ากับแกด้วย”

“สิทธิ์ของการเป็นลูกคุณหนู แล้วขับเบนท์ลีย์ มาเซราติ ไม่ก็ปอร์เช่ ตอนอายุสิบแปดน่ะหรือ” เขาถามเสียงขุ่น ทำให้คนตรงหน้าอุทานออกมาอย่างฉุนโกรธ

“คุณเข้ม!

“บอกเลยนะ ว่าผมไม่คิดหรอกว่าหนูนิดจะอยากได้สิทธิ์พวกนั้น”

“สิทธิ์ที่ฉันพูดถึง ไม่ใช่แค่เรื่องรถหรู หรือชีวิตในสังคมไฮโซ เจตเซต แต่ฉันหมายถึงการไปเปิดตัวกับเครือญาติครั้งนี้ จะทำให้แกได้รับโอกาสอย่างที่ทายาทสายตรงอัศวฤทธาทุกคนได้รับ ได้ฝึกฝนอย่างคนอัศวฤทธาทุกคนได้ฝึก พวกเราจะต้องเป็น เด็กฝึกงาน ในห้าง หรือตามร้านค้าที่ครอบครัวถือหุ้นอยู่ตั้งแต่อายุน้อยๆ อย่างฉัน พี่ชาย หรือนายอัคก็ถูกคุณพ่อใช้ให้ไปช่วยห่อของขวัญในห้างตั้งแต่ยังไม่เต็มสิบขวบดี”

หญิงสาวเอ่ยเสียงแข็งแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ พร้อมมองสบตาเขาอย่างแน่วแน่ด้วยมาดนางสิงห์ ที่บ่งบอกว่าจะไม่ยอมอ่อนข้อให้แม้แต่ก้าวเดียว

“เว้นเสียแต่ว่า คุณจะให้หนูนิดเสียสิทธิ์ที่แกควรจะได้รับไปเปล่าๆ โดยที่แกยังไม่ทันได้มีโอกาสตัดสินใจหรือพิสูจน์ตัวเอง”

เขมวันต์ไม่สนใจสิ่งที่เดหลีพูด แต่ก็ไม่อยากทำตัวเป็นคนใจแคบ โดยเฉพาะเมื่อเรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับวนิษาโดยตรง แต่ถึงอย่างนั้นคำชวนอย่างฉุกละหุกของอีกฝ่ายก็ทำให้เขาตัดสินใจลำบาก

เดหลีเองก็เข้าใจดีว่าช่วงเวลาเช่นนี้ เธอควรจะรุก หรือควรจะหยุดรอตั้งรับ เพราะเมื่อเห็นเขาเงียบไป เธอก็เลือกที่จะปิดการสนทนาครั้งนี้สั้นๆ แต่ได้ใจความว่า 

“คุณยังมีเวลาคิดอีกชั่วโมงหนึ่ง  เพราะงานเขาเริ่มทุ่มหนึ่ง เราออกจากที่นี่หกโมงครึ่งก็ทันค่ะ”

แล้วหญิงสาวก็เดินกรีดกรายจากไป เหลือเพียงกลิ่นของน้ำหอมที่ชอบใช้เป็นประจำ

กลิ่นที่หอมหวานยามดอมดมจากซอกคอเรียวระหง แต่กลับทำให้รู้สึกเปล่าเปลี่ยวและเหงาลึกๆ ในอกเมื่อไม่มีเงาอีกฝ่ายอยู่ใกล้ๆ


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นอกจากวิวาห์โค้งสุดท้ายแล้ว มดยังลงผลงานอีกเรื่องบนเด็กดีด้วย
ชื่อเรื่อง สีหราช เหมหงส์ เป็นแนวอดีต ปัจจุบัน อนาคต ลองอ่านดูนะคะ

https://my.dek-d.com/Umariga_Darapadi/writer/view.php?id=1557711

สำหรับข่าวคราวของมดกับนิยายที่เขียน ติดตามข่าวได้ที่เพจอุมาริการ์ ดาหราปตี https://www.facebook.com/umariga/

ใครอ่านแล้วยังไม่กดไลก์ ฝากกดด้วยค่ะ













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

105 ความคิดเห็น

  1. #54 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 04:18
    หมอเข้มว่าไง
    #54
    0