วิวาห์โค้งสุดท้าย ลิขสิทธิ์ สนพ.พิมพ์คำ

ตอนที่ 7 : บทที่ 3 คุณแม่วุ่นวาย (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,831
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    1 ก.พ. 60



*** ปุกาศ ***
*** บ.ก ฝากบอกมาค่ะ ***
สำหรับปกวิวาห์โค้งสุดท้าย น่าจะได้ยลโฉมกันเร็วๆ นี้ ข่าววงในกระซิบมาว่าท่านผู้ใหญ่เมตตา เห็นคนรักหมอเข้มกับเดหลีเยอะ ปกน่าจะเก๋ไก๋มิใช่น้อย
ส่วนรูปเล่ม ทางสนพ.จะเปิดให้สั่งจองเร็วๆ นี้ และน่าจะได้จับตัวเป็นๆ กันราวๆ วันที่ 22 ก.พ. ส่วนคนที่รอซื้อตามหน้าร้าน คงได้หลังจากนั้นนิดหน่อยค่ะ
*** รักษาตับไตไว้ให้หมอเข้มกับเดหลีด้วยนะคะ ***


มีลูกเขย ก็ต้องมีแม่ยาย มาดูฤทธิ์ว่าที่แม่ยายของหมอเข้มกันนะคะ อิอิ
จำได้ไหม...จำคุณศกุนตลากันได้หรือเปล่า...

             หลังกลับจากบ้านสวนในคลองหมาแหงนของนายแพทย์หนุ่ม เดหลีก็ไม่มีโอกาสได้แวะเวียนไปหาเขาอีกเลย ทั้งยังทิ้งรถคันโปรดไว้ที่นั่น เพราะต้องยุ่งอยู่กับการจัดกิจกรรมใหญ่ระดับเวิลด์คลาสให้แก่ดิเอวาลอน อเวนิว ที่ทางตระกูลอัศวฤทธาตั้งใจสร้างให้เป็นลักซูรีมอลล์ ที่ทั้งใหญ่โต หรูหรา และน่าทึ่งเพียงแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

                มารู้สึกตัวอีกที ว่าไม่ได้ติดต่อกับเขมวันต์มาเกือบสัปดาห์ก็เป็นเช้าวันศุกร์แล้ว มิหนำซ้ำยังไม่ได้ติดต่อกับแก๊งเพื่อนสนิทเพื่อรายงานความคืบหน้าอย่างที่สัญญากันไว้

ที่สำคัญคืนนี้ก็เป็นคืนงานเลี้ยงฉลองสมรสของญาติสาวด้วย!

หญิงสาวจึงรู้สึกหงุดหงิดใจไม่น้อย เพราะนั่นแปลว่าทั้งสองจะไม่ได้เจอกันไปอีกหลายวันทีเดียว ช่วงนี้ทั้งงานหลวง งานราษฎร์รัดตัวจนหาเวลาว่างไม่ได้ ดังนั้นการจะปลีกตัวไปหาอีกฝ่ายตอนกลางสัปดาห์หน้าก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย

                ความคิดนี้ทำให้หญิงสาวถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกโต ก่อนบังคับตัวเองให้ลงมืออ่านเอกสารกองโตตรงหน้าที่ต้องเซ็นอนุมัติด้วยจิตใจห่อเหี่ยวกว่าทุกวัน

เธอเพิ่งตวัดปากกาลงไปบนกระดาษได้แค่สามแผ่น เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น คนที่อยู่ด้านนอกไม่รอให้เอ่ยปากอนุญาตก็ผลักประตูเข้ามาหา บ่งบอกให้รู้ว่าต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจในอาณาจักรของเอวาลอนไม่น้อย เพราะด้วยตำแหน่งของเดหลีนั้น ไม่ใช่ใครนึกจะเข้าพบก็ได้พบง่ายๆ โดยไม่ต้องนัดหมาย ยิ่งเข้ามาถึงห้องทำงานของเธอยิ่งยากใหญ่

แล้วก็ไม่ผิดไปจากที่คิดไว้สักเท่าไร เมื่อได้ยินเสียงกระแอมของคุณศกุนตลา ผู้เป็นมารดา

หญิงสาวลุกขึ้นยืน ยกมือไหว้ผู้ให้กำเนิดอย่างนอบน้อม

“คุณแม่มีธุระกับเดย์หรือคะ”

“ยังจำได้หรือ ว่ามีแม่คนนี้อยู่”

คำถามประชดประชันนี้ ทำให้เดหลีลอบผ่อนลมหายใจยาว แล้วเอ่ยปากถามเสียงอ่อน อย่างไม่ค่อยใช้กับใครบ่อยนัก

“ทำไมคุณแม่พูดอย่างนั้นล่ะคะ”

“ก็หรือไม่จริง ขืนแม่ไม่มาหาเราที่นี่ ก็คงไม่ได้เห็นหน้าเรา”

“เมื่อเช้าคุณแม่ก็เห็นหน้าเดย์แล้ว ตอนพิธียกน้ำชา”

เธอท้วงพร้อมอ้างถึงพิธีแต่งงานแบบจีนในช่วงเช้าของลูกพี่ลูกน้อง ที่รวมผู้หลักผู้ใหญ่ของทั้งสองตระกูลเอาไว้ ทำให้เดหลีต้องไปร่วมด้วย แต่เสร็จพิธีหญิงสาวก็ปลีกตัวมาทำงานทันที ไม่ได้อยู่กินเลี้ยงต่ออย่างคนอื่นๆ

“แค่แวบเดียวนั่นน่ะนะ”

“ช่วงนี้พี่ชายอยากเพิ่มยอดคนเดินดิเอวาลอนให้ขึ้นมาแตะที่สามหรือสี่หมื่นคนต่อวัน เดย์เลยต้องคิดว่าจะหาอีเวนต์อะไรมาลงที่ห้างดี ถึงจะดึงดูดคนได้มากๆ”

หญิงสาวอธิบายอย่างใจเย็นถึงเหตุผลที่ไม่ได้กลับคฤหาสน์ของตระกูลในช่วงนี้ และเลือกจะอยู่ที่คอนโดฯ ซึ่งซื้อไว้กลางเมืองแทน

แต่เหมือนคุณศกุนตลาจะไม่พอใจกับคำตอบที่ได้รับนัก

“อ้อ...ทำงานหนักจนกลับบ้านไม่ได้ แต่ไปคลองหมาแหงนอะไรนั่นได้”

เดหลีหรี่ตาลงเมื่อได้ยินเช่นนั้น

เรื่องที่เธอไปบ้านสวนของเขมวันต์ไม่ใช่ความลับก็จริง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะรู้ไปถึงหูคุณศกุนตลา และคนที่รู้เรื่องนี้ก็มีแค่สามคน คนแรกคือเลขาฯ สาวที่ทำงานให้มาหลายปี อีกสองคนคือ ปุริส พี่ชายคนโตกับนักบินของเขา ที่ขับเฮลิคอปเตอร์ไปรับเธอในวันนั้น

ซึ่งสองคนหลังนี้ไม่มีวันเล่าเรื่องนี้ให้คุณศกุนตลาฟังแน่ ขณะที่ จิราณี เลขาฯ ประจำตัวก็ไม่ใช่คนปากโป้ง แต่คงเพราะโดนผู้เป็นมารดาคาดคั้น อย่างหนักนั่นเอง

นึกถึงตรงนี้ก็ได้ยินคำถามที่แสนจะเข้มงวดราวกับเธอเป็นวัยรุ่นอายุสิบสี่

“เราไปทำไม”

ไม่ผิดกับที่คิดไว้ในใจเลย

เดหลีรำพึงในใจ มั่นใจว่าเลขาฯ คู่ใจคงพยายามช่วยปกปิดแล้วระดับหนึ่ง ทว่าคุณศกุนตลายังไม่พอใจกับคำตอบที่ได้รับ เลยมาคาดคั้นอีกครั้ง เธอเลยตอบหน้าตายและแอบเอานิ้วชี้กับนิ้วกลางไขว้กันไว้ที่ด้านหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมนึกขอโทษเด็กหญิงไปด้วยในใจที่ถูกลากเข้ามาพัวพันในเรื่องนี้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

“เดย์ไปเพราะหนูนิด”

“หนูนิด?” คิ้วเรียวที่เขียนไว้อย่างสวยงามของคนฟังขมวดมุ่นเข้าหากันอยู่อึดใจหนึ่ง ก่อนแว้ดเสียงออกมาว่า “เด็กคนนั้นเอง แล้วเราไปยุ่งกับเขาทำไม มีอะไรทำไมไม่ให้เวียนนาไป”

เวียนนา ที่คุณศกุนตลาเอ่ยถึงคือญาติผู้พี่ของเธอ และเป็นมารดาแท้ๆ ของเด็กหญิง

แต่เวียนนาทำผิดต่อบุตรสาวและพ่อของเด็กอย่างที่เขาไม่สามารถให้อภัยได้ เขมวันต์กับวนิษาจึงไม่ยอมข้องเกี่ยวกับญาติของเธอเลย จะว่าไปแล้วสองแม่ลูกเคยพูดกันบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ ขณะที่นายแพทย์หนุ่มก็เปิดปากเล่าเรื่องของเขากับเวียนนาให้เธอฟังแค่ครั้งเดียว จากนั้นก็ไม่ยอมพูดถึงอีก

เมื่อเขาไม่พูด เดหลีก็ไม่อยากรู้

อดีตก็คืออดีต

หญิงสาวเลยย้อนถามผู้เป็นมารดาไปว่า “เวียนนาเคยสนใจหนูนิดเมื่อไหร่กันคะ”

“แต่ลุง ป้า น้า อาแท้ๆ ของเด็กนั่นก็มี ทำไมต้องมาเดือดร้อนถึงเราด้วย”

“ก็ขนาดตัวเวียนนาเอง คนบ้านนั้นยังไม่สนใจ แล้วนี่ลูกนอกกฎหมายที่เวียนนาแอบไปคลอดเอาไว้ไม่ให้ใครรู้ คุณแม่คิดว่าพวกเขาจะสนใจหรือคะ”

ที่พูดเช่นนี้เพราะญาติผู้พี่ของเธอคนนี้ เป็นลูกภรรยาน้อยของ ยูนาน ผู้เป็นลุงนั่นเอง แต่ความที่แม่ของเวียนนาตายไปตั้งแต่ลูกสาวยังจำความไม่ได้ และหน้าตาผิวพรรณของฝ่ายนั้นก็กระเดียดมาทางคนอัศวฤทธาอยู่มาก ลุงของเธอจึงไม่อาจใจจืดปล่อยให้ลูกคนนี้โตขึ้นมาในสลัมได้ แต่การเติบโตขึ้นมาในบ้านของภรรยาหลวงที่มีลูกชาย ลูกสาวอยู่แล้วถึงสามคนทำให้เวียนนาเหมือนเป็นส่วนเกิน

เรื่องนี้แม่ของเธอก็รู้อยู่เต็มอก

“ในเมื่อพวกเขาเกี่ยวข้องกับเด็กนั่นตรงๆ แต่กลับไม่สนใจแล้วเราจะไปวุ่นวายอะไร”

ดวงตาคู่คมกริบของคุณศกุนตลาจับจ้องมาอย่างไม่ลดละ ทำให้เดหลีรู้สึกหงุดหงิด คล้ายถูกจับผิด

ไม่รู้ว่าแม่รู้เรื่องที่เธอไปบ้านสวนของเขมวันต์ที่คลองหมาแหงนมากน้อยแค่ไหน แต่เดหลีสัญญากับตัวเองว่า ตราบใดที่ความสัมพันธ์ของเขากับเธอยังคลุมเครืออยู่เช่นนี้ ก็จะไม่มีวันแพร่งพรายเรื่องชายหนุ่มออกไปเป็นอันขาด

ถ้าแม่รู้เรื่องว่าที่ลูกเขยคนนี้...โอกาสที่เธอจะได้เปลี่ยนจากนางสาว เป็นนางคงถึงขั้นติดลบ!

“เดย์ก็ไม่อยากวุ่นวาย ถ้าลุงยูนานไม่สั่ง” หญิงสาวอ้างชื่อผู้เป็นลุงหน้าตาเฉย

เดหลีไม่ได้โกหก แต่ยูนานเคยเปรยออกมาจริงๆ ว่าต้องการพบวนิษา ด้วยเด็กหญิงเป็นหลานสาวคนแรก ลุงของเธอจึงอยากเจอหน้าเป็นธรรมดา

คุณศกุนตลาเงียบไปเมื่อได้ยินเช่นนั้น เดหลีเลยได้โอกาสเสริมต่อ

“เดย์เลยชวนหนูนิดมางานแต่งงานซิดนีย์ด้วยกัน”

“ก็เท่ากับเราต้องเป็นพี่เลี้ยงเด็กนั่นน่ะสิ” ผู้เป็นแม่เอ่ยด้วยสีหน้ายุ่งยากใจ

“จะพูดแบบนั้นก็ได้ค่ะ” เธอตอบ โล่งอกนิดหน่อยเมื่อไม่ถูกซักฟอกต่อ

“แล้วนี่มีเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับให้เด็กนั่นหรือยัง”

คนถูกถามกะพริบตา เพราะไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้มาก่อน ขณะที่ผู้เป็นแม่พอเห็นสีหน้าของเธอก็ทำตาเขียวใส่

“อย่าบอกนะ ว่าเราลืม”


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นอกจากวิวาห์โค้งสุดท้ายแล้ว มดยังลงผลงานอีกเรื่องบนเด็กดีด้วย
ชื่อเรื่อง สีหราช เหมหงส์ เป็นแนวอดีต ปัจจุบัน อนาคต ลองอ่านดูนะคะ

https://my.dek-d.com/Umariga_Darapadi/writer/view.php?id=1557711

สำหรับข่าวคราวของมดกับนิยายที่เขียน ติดตามข่าวได้ที่เพจอุมาริการ์ ดาหราปตี https://www.facebook.com/umariga/

ใครอ่านแล้วยังไม่กดไลก์ ฝากกดด้วยค่ะ









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

105 ความคิดเห็น

  1. #52 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 04:08
    คุณแม่!!!
    #52
    0
  2. #17 mijamjam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:50
    555 ตกลงคุณแม่ยายอยู่ทีมไหนคะเนี่ยยย ชอบตั้งแต่อ่านบทนำแล้วคะ ฮามาก อ่านตอน**ชะตากรรมของเมียหมอสูติ ** ชะตากรรมของสามีนักธุกิจพันล้าน แล้วเหมือนมีความรู้สึกว่ายืนอยู่บนที่สูงแล้วโดนผลัก(ถ ี บ) ลงหุบเหวเลยคะ ชอบอ่านคำโปรยของคนเขียนก่อนเข้าเนื้อเรื่องแค่นี้ก็ฮามั๊กมั๊กกกกก
    #17
    1
    • #17-1 Umarigar_Darapadi (@Umariga_Darapadi) (จากตอนที่ 7)
      1 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:30
      เรื่องขุ่ณแม่ นี่ต้องตามต่อค่ะ ^^
      ขอบคุณนะคะ ที่ชอบบทนำ คนเขียนก็ชอบค่ะ เคยเป็นสาวโสด เคยอิจฉาและหมั่นไส้เวลาได้การ์ดเพื่อน ที่จู่ๆ ก็ดันแต่งงานตัดหน้าเราซะได้ประมาณนั้นอ่ะค่ะ แฮ่ๆ
      #17-1