วิวาห์โค้งสุดท้าย ลิขสิทธิ์ สนพ.พิมพ์คำ

ตอนที่ 6 : บทที่ 2 ชะตากรรมของเธอกับเขา (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,009
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    31 ม.ค. 60

คิดถึงกวยจั๊บคู่หูของหนูนิดกันไหมคะ ถ้าคิดถึง กวยจั๊บก็มาแล้วค่ะ 



นี่เป็นครั้งแรกที่เดหลีอยู่ในบ้านของเขมวันต์เกินเที่ยงคืน และเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่เธอผล็อยหลับไปก่อน

ชายหนุ่มเองก็เหนื่อยเกินกว่าจะสานต่อกิจกรรมที่ค้างคาอยู่ช่วงหัวค่ำ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนไข้ของเขาตกเลือดหลังจากไปทำแท้งเถื่อนมา เด็กสาวเนื้อตัวซีดเซียวเพราะเสียเลือดไปมากและความดันต่ำจนน่ากลัวตอนที่มาถึงมือเขา กว่าชายหนุ่มจะยื้อยุดฝ่ายนั้นออกจากยมโลกได้ก็กินเวลานานหลายชั่วโมง

เพราะเหตุนี้เองเขาจึงไม่คิดจะปลุกเธอให้ตื่น เพื่อขับรถกลับบ้านหรือเข้าไปนอนที่ในตัวอำเภอ อย่างทุกครั้ง แต่กลับเลือกที่จะอุ้มหญิงสาวขึ้นไปบนห้องนอน แล้วรีบอาบน้ำเปลี่ยนชุดลงมานอนสวมกอดเธอไว้แต่เพียงหลวมๆ แล้วผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเลยไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนสองคนที่ย่องขึ้นมาบนบ้าน ก่อนจะแง้มประตูห้องนอนเขาออกแล้วปิดลงอย่างรวดเร็วและแผ่วเบา

 

วนิษาอมยิ้มแก้มแทบปริกับภาพที่เห็น พร้อมกับเอื้อมมือไปบิดต้นแขนคนที่พามาส่งสุดแรงเกิด ทำให้กวยจั๊บ หรือ ฉมา มั่นโมลี ชายหนุ่มรุ่นน้องพ่อที่ขอให้เด็กหญิงเรียกเขาว่าพี่แทนอานั้นถึงกับร้องลั่นเลยทีเดียว

“เฮ้ย!

วนิษาได้ยินแล้วก็รีบเอามือไปปิดปากอีกฝ่ายแทบไม่ทัน

“เบาๆ สิพี่จั๊บ จะร้องให้พ่อกับพี่เดย์ตื่นหรือไง” เธอเอ็ดเขาพร้อมขึงตาใส่อย่างไม่เกรงใจ เพราะสนิทกันมาก แลกหนังสือกันอ่านเป็นประจำ กวยจั๊บเลยเป็นเหมือนเพื่อนและพี่ชายมากกว่า อา อย่างที่เขาควรจะเป็น

“ก็หนูนิดหยิกพี่ทำไมล่ะ เจ็บนะ” ชายหนุ่มบ่นอุบ พร้อมลูบต้นแขนไปพลาง

“ก็หนูนิดอยากให้แน่ใจนี่ว่าไม่ได้ตาฝาดเห็นไปคนเดียว”

“เห็นอะไร ผีเหรอ” คนถามทำหน้าตาตื่น เด็กหญิงเลยค้อนให้ขวับใหญ่

“ผีที่ไหนล่ะ หนูนิดหมายถึงพ่อเข้มกับพี่เดย์ต่างหาก ในที่สุด พี่เดย์ก็ยอมค้างที่นี่แล้ว เห็นไหมพี่จั๊บ”

เธอตอบพร้อมอดยิ้มกว้างไม่ได้ กวยจั๊บเลยมองมาอย่างหมั่นไส้

“เออ เห็นแล้ว  รับรองว่าอีกไม่นานนี้หนูนิดได้เปลี่ยนคำเรียกคุณเดหลีจากพี่เป็นแม่แน่ๆ”

ฝ่ายนั้นตอบด้วยสุ้มเสียงเบื่อๆ พร้อมยกมือปิดปากหาว คงเริ่มง่วงนอนแล้ว

วนิษาเองก็ต้องไปโรงเรียนพรุ่งนี้เหมือนกันจึงไม่นึกอยากเซ้าซี้กวยจั๊บต่อ แค่เขายอมสอนเลขเธอช่วงหัวค่ำ และดูคลิปวงเกาหลีสุดโปรดเป็นเพื่อนก่อนจะพามาส่งบ้านก็มากพอแล้ว

“งั้นพี่จั๊บไปนอนเถอะ หนูนิดก็ง่วงเหมือนกัน แล้วพรุ่งนี้อย่าลืมมารับหนูนิดไปโรงเรียนด้วยล่ะ”

“เฮ้ย! พี่เข้มก็อยู่ คุณเดหลีก็อยู่ แล้วทำไมต้องให้พี่ไปส่งด้วยวะ” ชายหนุ่มทำหน้าเบ้ ร้องประท้วงออกมา

“ก็เพราะมีพี่เดย์อยู่ด้วยน่ะสิ หนูนิดถึงไม่อยากให้พ่อตื่นเช้า พี่จั๊บไปส่งหนูนิดละดีแล้ว”  เธอประกาศ

“ดียังไงวะ”

กวยจั๊บบ่นพึม คงเพราะขัดใจที่ต้องตื่นจากที่นอนแต่เช้าตรู่

“ดีสิ พ่อกับพี่เดย์จะได้มีเวลาจู๋จี๋จุ๊กกรูฮุกกันไง”

“แก่แดด”

คนตัวโตกว่าพูดพร้อมเขกหัวคนตัวเล็กกว่าหนึ่งที ทำให้เด็กหญิงมองตาขวาง

“โอ๊ย! เจ็บนะ มาเขกหัวหนูนิดทำไม”

“ก็เผื่อลอนสมองมันจะได้เข้าที่เข้าทาง เราจะได้เลิกแก่แดดสักทีไง เด็กอะไรน่ากลัวฉิบหาย ทั้งเจ้าเล่ห์ ทั้งขยันวางแผน”

คนพูดส่ายหน้ามองมาด้วยสายตาขบขันระคนอ่อนใจ ทำให้วนิษาเบะปากใส่อย่างไม่เกรงใจ

“อย่ามาหาเรื่องเขานะไอ้พี่จั๊บ หนูนิดไปวางแผนอะไรไม่ทราบ พ่อกับพี่เดย์มานอนกอดกันเองนะ”

“แล้วไอ้ที่เผ่นแน่บหนีไปบ้านพี่ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง กว่าจะกลับก็ปาเข้าไปค่อนคืน แถมตอนเช้ายังให้พี่มารับอีก แบบนี้ไม่วางแผนแล้วเรียกอะไรไม่ทราบ”

“ก็เรียกว่ามหาอภิชาตบุตรีไง” เธอลอยหน้าตอบ

“มหาอภิชาตบุตรีตรงไหนวะ”

“ก็ตรงที่ไม่ขัดขวางความสุขของพ่อ ช่วยทำให้ครอบครัวสมบูรณ์แบบ มีพ่อ แม่ ลูก พร้อมหน้าไง หรือว่าพี่จั๊บอยากให้หนูนิดเป็นกำพร้า”

“เป็นไม่เป็นก็เป็นมาตั้งสิบกว่าปีแล้วละ ยังไม่ชินอีกหรือ” กวยจั๊บตอบเสียงเอือมระอา

“ก็หนูนิดไม่อยากเป็นกำพร้าต่อแล้วนี่” เธอตะเบ็งเสียงใส่อีกฝ่าย เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาบ้างที่เขาช่างไม่รู้จักคล้อยตาม ชี้นกเป็นไม้ชี้ไม้เป็นนกเสียบ้างเลย

พอชายหนุ่มเห็นว่าเธอเริ่มจะสำแดงฤทธิ์เดชใส่ก็รีบโบกมือเป็นเชิงห้าม พร้อมรับปากอย่างขอไปทีว่า

“เออๆ เข้าใจแล้ว ไม่ต้องตะเบ็งเสียงใส่พี่แล้ว ไม่งั้นพ่อกับว่าที่แม่เลี้ยงเราตื่นขึ้นมาไม่รู้ด้วยนะ”

คำขู่ของเขาทำให้เด็กหญิงเม้มปากแน่น มองคนตรงหน้าอย่างน้อยใจแกมโมโห

“เข้าใจแล้ว พรุ่งนี้เช้าก็อย่าลืมมารับหนูนิดด้วยล่ะ มาสักตีห้านะ”

“เฮ้ย! ทำไมเช้านัก ทุกทีเราไปโรงเรียนตั้งเจ็ดโมง”

“ก็หนูนิดอยากไปแต่เช้า พ่อกับพี่เดย์จะได้...”

“จู๋จี๋กัน” เขาแทรกขึ้นทันควัน

เด็กหญิงเลยดีดนิ้วเป๊าะ ค่อยหายโกรธอีกฝ่ายขึ้นมาหน่อย

“แม่นแล้ว”

“กรรมของกูจริงๆ” ฝ่ายนั้นบ่นพึม ทำให้เธอตีต้นแขนเขาดังเผียะ “อะไรอีกล่ะคราวนี้” ชายหนุ่มแทบจะตะคอกใส่หน้า

“ก็ใครใช้ให้พี่จั๊บพูดมึงวาพาโวยกับหนูนิดล่ะ”

“เกล้ากระหม่อมขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะองค์หญิง ต่อไปเกล้ากระหม่อมจะไม่พูดภาษาพ่อขุนกับองค์หญิงอีกแล้ว”

เขาประชดก่อนเดินดุ่มจากไป พร้อมบ่นพึมไปตลอดทาง จับความได้ประมาณว่า

“เนื้อนุ่มๆ ก็ไม่ได้กอด หนังเนียนๆ ก็ไม่ได้ลูบ แล้วทำไมกูต้องมาตื่นแต่เช้ามืดด้วยวะ”

วนิษาแลบลิ้นตามไล่หลังไป

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะกวยจั๊บนั่นละ อันที่จริงคืนนี้เธอตั้งใจจะนอนที่บ้านของเขาอย่างที่เคยทำมา แต่ชายหนุ่มไม่ยินยอมและให้เหตุผลว่า

หนูนิดเป็นสาวแล้ว จะมานอนบ้านผู้ชายได้ยังไง กลับไปนอนบ้านโน่นไป๊

สาวที่ไหนกัน หนูนิดยังเป็นเด็กหญิงอยู่เลย

เด็กหญิงเถียงอย่างไม่ยอมแพ้  ไม่เข้าใจอีกฝ่ายแม้แต่นิดเดียว

ก็เมื่อก่อนตอนที่ยังเป็นเด็กประถม เธอกับกวยจั๊บก็เคยอ่านหนังสือ นั่งดูการ์ตูน หรือเล่นเกมด้วยกันจนหลับคาเตียงไปบ่อยๆ พอเธอขึ้นชั้นมัธยม ฝ่ายนั้นก็ไล่ให้ไปนอนห้องอื่น ซึ่งเรื่องนั้นก็พอจะเข้าใจอยู่หรอก เพราะเขานอนดิ้นเป็นที่หนึ่ง ชอบเผลอตัวถีบหรือละเมอชกลมบ่อยๆ เธอเองก็ไม่อยากโดนลูกหลงเหมือนกัน

แต่จู่ๆ ไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ ฝ่ายนั้นก็ปฏิเสธที่จะให้เธอค้างคืนด้วยเช่นเคย

ดูอย่างวันนี้แค่ขอนอนในห้องรับแขกก็ยังไม่ได้เลย

จะนอนได้ไง ทั้งพี่เส้นเล็ก พี่บะหมี่ พี่เกี๊ยวเดินกันให้ควั่ก แถมพ่อผู้ใหญ่อีกคน

ก็เดินไปสิ ไม่เป็นไร หนูนิดหลับง่าย พ่อเคยบอกว่าต่อให้ช้างยกโขลงมาเดินข้างเตียงก็ไม่ตื่น พี่จั๊บไม่ต้องห่วง

ไม่ห่วงไม่ได้หรอก เรากลับไปนอนบ้านเถอะไป เขาย้ำคำเดิม

แต่หนูนิดไม่อยากไปเป็นก้างขวางเตียง เอ๊ย! ขวางคอพ่อกะพี่เดย์นี่

ดึกป่านนี้แล้ว ไม่ต้องกลัวก้างจะติดคอพวกเขาหรอก เพราะคู่นั้นคงกินกันเสร็จไปนานแล้ว

ชายหนุ่มรุ่นพี่ตอบเสียงมั่นใจ ทำให้วนิษาอดหน้าแดงไม่ได้

ลามก

ก็เธอมันแก่แดด

เขาตอบและไม่ยอมอ่อนข้อให้ ชายหนุ่มลากแขนเธอ พามาส่งถึงบ้านเลยทีเดียว สีหน้าท่าทางบอกว่าทั้งหงุดหงิด และออกจะรำคาญไม่น้อย

ก็ใช่สิ...เธอไม่ใช่แม่พวกสาวๆ ที่เขาคอยแชตด้วยทางไลน์ หรือตามฟอลโลว์ไอจีนี่

วนิษาเบ้ปากอีกครั้งด้วยความหมั่นไส้ พร้อมสาบานว่าหลังจากเสร็จภารกิจกามเทพจำเป็นครั้งนี้แล้ว จะเล่นบทนางมารน้อยดูสักที ก็ไม่ทำอะไรมากหรอก แค่เข้าไปตั้งค่าสาธารณะบนภาพส่วนตัวของกวยจั๊บที่เขาถ่ายทั้งภาพนิ่งและคลิปร่วมกับสาวๆ มากหน้าหลายตาเก็บไว้บนเฟซบุ๊ก แล้วแท็กให้บรรดาสาวๆ ที่เขาสะสมไว้ในสต็อกเห็นเท่านั้นเอง...หึๆ

 

อากาศที่เย็นสบายทำให้เดหลีไม่ยอมลืมตาตื่นเอาง่ายๆ ทีท่าของหญิงสาวเหมือนกับดักแด้ที่ตั้งใจจะซุกตัวอยู่ในรังไหมไปอีกนานแสนนาน แต่กลิ่นอาหารเช้าหอมกรุ่นที่เขายกขึ้นมาเสิร์ฟเธอถึงเตียงนอนคงมีอิทธิพลกับฝ่ายนั้นไม่ใช่น้อย เพราะเห็นปลายจมูกโด่งบานพะเยิบออกมานิดหนึ่งคล้ายกำลังตั้งใจสูดกลิ่นยั่วน้ำลายนี้เข้าไปให้เต็มปอด

การกระทำเช่นนี้ทำให้เธอดูราวกับเป็นสาวน้อยช่างฝัน 

เขมวันต์เลยอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปจูบแก้มคนตรงหน้าแรงๆ ด้วยความมันเขี้ยว

แต่เช้านี้หน้าของเขายังไม่ได้เจอใบมีดโกน ตอหนวดสากระคายเลยทำให้ผิวแก้มเธอเป็นปื้นแดงขึ้น และหญิงสาวคงจั๊กจี้ไม่น้อยจึงพยายามเบี่ยงหน้าหนี หากชายหนุ่มกลับตามติดซุกไซ้ความนุ่มเนียนต่ออย่างไม่ลดละจนอีกฝ่ายเปิดเปลือกตาขึ้นในที่สุด

เธอกะพริบตาถี่ๆ ด้วยความงุนงงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามออกมาว่า

“คุณเข้ม...คุณกลับมาแล้วหรือคะ”

“กลับมาจนนอนหลับไปตื่น แล้วลงไปต้มข้าวต้มปลาเสร็จแล้ว”

คำตอบเรียบๆ หากแฝงไว้ด้วยความภูมิใจของเขาทำให้เดหลีตื่นขึ้นเต็มตาทันที หากเธอไม่ได้เหลือบมองข้าวต้มปลาที่เขมวันต์ตั้งใจปรุงในเช้านี้แม้แต่น้อย ฝ่ายนั้นเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางไว้ตรงโต๊ะข้างเตียงมาดูแล้วอุทานลั่นออกมา

“ตายแล้ว เจ็ดโมงครึ่งแล้วหรือคะ”

“เจ็ดโมงยี่สิบหกนาทีต่างหาก” ชายหนุ่มกล่าวแก้ และเห็นใบหน้าหญิงสาวซีดเผือดลงไปต่อหน้าต่อตา

เธอรีบก้มดูมือถือ พร้อมพึมพำว่า “ฉันว่าฉันตั้งนาฬิกาไว้ตอนตีห้านะ”

เขมวันต์นิ่วหน้ากับคำพูดนั้น พร้อมกับนึกขึ้นได้ว่าเห็นเหมือนมีเงาคนเดินเข้ามาในห้องตอนเช้ามืด แต่ตอนนั้นเขางัวเงียจนไม่ทันได้คิดอะไร อีกอย่างเวลาที่ลูกสาวนอนไม่หลับก็ชอบขอเข้ามานอนด้วยบ่อยๆ จึงนึกว่าเป็นเด็กหญิงที่เข้ามา แล้วรีบออกไปเพราะเห็นเดหลีอยู่ในห้อง

แต่...

วนิษาจะปิดระบบตั้งเตือนปลุกของมือถือเดหลีไปทำไม

เขมวันต์คิดไม่ออก ขณะเดียวกันหญิงสาวตรงหน้าก็เอ่ยพึมพำเสียงเครียดออกมาว่า

“ทำยังไงดีคะ ฉันมีประชุมตอนเก้าโมงเช้ากับฝ่ายการตลาดของดิเอวาลอน อเวนิวเสียด้วยสิ แล้ววันนี้ฉันต้องเป็นประธานในที่ประชุมด้วย”

ดิเอวาลอน อเวนิวที่หญิงสาวเอ่ยถึงคือห้างสรรพสินค้าระดับลักซูรีมอลล์ของครอบครัวเธอที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ดิเอวาลอน อเวนิว ซึ่งเพิ่งเปิดให้บริการไปเมื่อปีที่แล้ว 

“เหลือเวลาอีกแค่ชั่วโมงครึ่ง ต่อให้คุณซิ่งไปยังไงก็ไม่ทันหรอก เว้นแต่จะมีปีกเท่านั้น”

เขมวันต์พูดเสียงเรียบๆ เจตนาบอกให้อีกฝ่ายทำใจ แต่เหมือนเดหลีฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ เพราะหญิงสาวรีบเขย่าแขนเขาแล้วถามอย่างมีหวังว่า

“แถวนี้มีตึก อาคารที่มีดาดฟ้าหรือลานที่พอจะจอดเฮลิคอปเตอร์ได้ไหมคะ”

“คิดว่าพอมีนะ ที่โรงแรมเปิดใหม่ตรงริมแม่น้ำก็เห็นว่าเขาสร้างที่จอดเฮลิคอปเตอร์เอาไว้รับกรุ๊ปทัวร์ระดับวีไอพีโดยเฉพาะ ว่าแต่คุณถามทำไมหรือ” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ก่อนเบิกตากว้างมองมาอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเองในวินาทีต่อมา “คุณอย่าบอกนะว่าคุณจะบินกลับไปจริงๆ”

“ก็ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ” เธอตอบพร้อมค่อยยิ้มออก “ในเมื่อครอบครัวฉันมีนักบินสมัครเล่นตั้งหลายคน แล้วพี่ชายเองก็เพิ่งซื้อเฮลิคอปเตอร์ลำใหม่และจ้างนักบินส่วนตัวเมื่อเร็วๆ นี้ เขาคงไม่ว่าหรอกถ้าฉันจะขอยืมเฮลิคอปเตอร์กับนักบินของเขาเพื่อไปประชุมให้ทันเช้านี้”

ฟังแล้วก็ไม่แปลกใจเลย เพราะพี่ชายของเธอเป็นนายห้างใหญ่ของเอวาลอนกรุ๊ป กลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่งของเมืองไทย

ถึงอย่างนั้นเขมวันต์ก็ไม่คิดว่าสิ่งที่หญิงสาวต้องการจะถูกเนรมิตขึ้นได้ในพริบตานี้

“แต่ผมไม่รู้จักเขา แล้วคุณจะไปขอใช้สถานที่เขาได้ยังไง”

เดหลียิ้มตรงมุมปาก...รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำให้เธอดูสดใสอ่อนเยาว์จนเขาเฝ้ามองอย่างเผลอไผล

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คนในครอบครัวฉันมีคอนเนกชันมากมาย ถึงพี่ชาย นายอัค หรือฉันจะไม่รู้จักเจ้าของโรงแรมที่คุณบอก แต่ฉันเชื่อว่าในบรรดาคนที่ทำงานกับเรา ญาติพี่น้องของเราจะต้องมีใครสักคนรู้จัก ยิ่งเป็นโรงแรมระดับไฮเอนด์อย่างที่คุณบอกยิ่งต้องมี ว่าแต่โรงแรมที่คุณว่านี่ชื่ออะไรคะ”

พอได้ยินคำตอบ หญิงสาวก็กดโทรศัพท์มือถืออย่างรวดเร็ว ได้ยินเธอสั่งความใครบางคนที่ปลายสายเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างชัดเจนและเฉียบขาด จากนั้นจึงตัดสาย และคงนึกอยากอาหารขึ้นมาเพราะเดหลีคลี่ยิ้มให้อย่างเอาใจ พร้อมบอกเขาว่า

“ขอฉันไปล้างหน้าล้างตาก่อนนะคะ จะได้มากินข้าวต้มปลาฝีมือคุณเสียที...ว่าแต่คุณรู้ได้ยังไงคะว่าฉันชอบกินข้าวต้มปลาร้อนๆ ตอนเช้าที่สุดเลย”

เขมวันต์มีพรายกระซิบชั้นเยี่ยมที่คอยบอกว่าเดหลีชอบหรือไม่ชอบอะไร หากเขาไม่คิดจะบอกอีกฝ่ายในตอนนี้ เพราะมัวแต่ลอบถอนหายใจลึกยาว...

ถ้าเขาไม่ติดคนไข้หรือต้องทำคลอดด่วน ก็เป็นเธอที่ติดพันกับธุรกิจของครอบครัวซึ่งมีมากมาย

จนบางครั้งชายหนุ่มได้ยินแล้วก็นึกไม่ออกว่าหญิงสาวแบ่งร่างแยกเงาไปทำหน้าที่พวกนั้นได้อย่างไร แค่นึกถึงการที่ต้องเข้าประชุมกับผู้ถือหุ้นหรือบริษัทในเครือตั้งแต่เช้าจดเย็น แล้วยังต้องไปงานอีเวนต์ที่จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขาย รวมถึงงานเลี้ยงกระชับมิตรทางธุรกิจที่มีไม่ต่ำกว่าสามหรือสี่งานต่อคืน เขาก็หมดแรงเสียแล้ว ให้ทำคลอดคุณแม่มือใหม่สักห้ารายเสียยังดีกว่า

เพราะแบบนี้เลยไม่รู้ว่าเมื่อไหร่วันว่างของเขากับเธอจะตรงกันเสียที 

นี่คงเป็นชะตากรรมของผู้ชายที่ริอ่านมีแฟนเป็นนักธุรกิจระดับพันล้านสิท่า!


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นอกจากวิวาห์โค้งสุดท้ายแล้ว มดยังลงผลงานอีกเรื่องบนเด็กดีด้วย
ชื่อเรื่อง สีหราช เหมหงส์ เป็นแนวอดีต ปัจจุบัน อนาคต ลองอ่านดูนะคะ

https://my.dek-d.com/Umariga_Darapadi/writer/view.php?id=1557711

สำหรับข่าวคราวของมดกับนิยายที่เขียน ติดตามข่าวได้ที่เพจอุมาริการ์ ดาหราปตี https://www.facebook.com/umariga/

ใครอ่านแล้วยังไม่กดไลก์ ฝากกดด้วยค่ะ







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

105 ความคิดเห็น

  1. #85 fsn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 23:42
    อีกหนึ่งความไม่สะดวก
    #85
    0
  2. #51 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 04:02
    หมอเข้ม ท่องไว้ เพื่อให้ได้เมียต้องอดทน
    #51
    0