วิวาห์โค้งสุดท้าย ลิขสิทธิ์ สนพ.พิมพ์คำ

ตอนที่ 5 : บทที่ 2 ชะตากรรมของเธอกับเขา (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    30 ม.ค. 60

เนื่องจากบทนี้ มีเนื้อหา ... อยู่บ้าง ทางผู้เขียนเลยขอตัดทอน เพื่อจะได้ไม่ต้องซดแบรนด์ตราเด็กดีนะคะ

ฉบับอันคัท มีในรูปเล่มอย่างเดียวจ้า



คำถามนั้นทำให้เดหลีหรี่ตาลงช้าๆ พลางช้อนตาขึ้นมองเจ้าของใบหน้าคมคายตรงหน้าอย่างหมั่นไส้ระคนค้นคว้า

“คุณอยากได้จริงหรือคะ”

“คุณกล้าให้หรือเปล่าล่ะ”

ชายหนุ่มย้อน พร้อมจ้องหน้าเธอคล้ายจะท้าทายแกมล้อเลียน ก่อนจะถอยไปนั่งเอนหลังพิงโซฟาตัวยาวในห้องรับแขกอย่างรอคอย

เขาคงคิดว่าเธอไม่กล้าเอาตัวเองผูกโบส่งให้เขาแทนของขวัญละสิ ถึงได้ถามอะไรแบบนี้

แต่...

ขอโทษนะ

เดหลีคนนี้ผ่านฝนผ่านหนาวเป็นสาวมาตั้งไม่รู้กี่ปีแล้ว หรือพูดง่ายๆ คือถ้ารออีกหน่อยก็คงแก่จนปีนลงคานไม่ไหว มิหนำซ้ำก็เพิ่งได้รับตำแหน่งป้ามาครองหมาดๆ และทำท่าจะได้ตำแหน่ง อาตามมาในไม่ช้า เพราะทั้งน้องชายและพี่ชายพากันแต่งงานแซงหน้า ซ้ำยังเร่งผลิตทายาทเป็นแฝดสอง แฝดสาม ราวกับจะแข่งกันตั้งทีมฟุตบอลเร็วๆ นี้ ส่วนพวกเกิร์ลแก๊งที่เคยแฮงก์เอาต์ด้วยกันมาตลอดหลายปีนี้ก็เริ่มมีทีท่าว่าจะขายออกในไม่ช้า

ขืนเธอหน้าบางนักก็คงต้องอยู่บนคานโดยมีพวกเกิร์ลแก็งที่เคยแฮงค์เอ้าท์ด้วยกันมาตลอดหลายปีนี้เป็นเพื่อน และเป็นได้แค่ มนุษย์ป้าหรือ มนุษย์อา ไม่มีทางเป็น มนุษย์เมีย หรือ มนุษย์แม่ อย่างใครๆ

ยิ่งกว่านั้นวนิษาก็เพิ่งบอกว่าจะไม่กลับมา จนกว่าจะเช้าวันพรุ่งนี้

ตอนนี้ในบ้านมีแค่เธอกับเขาเพียงเท่านั้น หญิงสาวจึงเชิดปลายคางมนสูงขึ้น บอกตัวเองให้มั่นใจเข้าไว้

บทนางแมวยั่วสวาทง่ายๆ แค่นี้ เธอทำได้สบายมาก!

แต่ถึงอย่างนั้นมือเรียวก็ไม่วายสั่นเทาตอนหญิงสาวเลื่อนไปแตะซิปกางเกงผ้าสีเข้มเนื้อนิ่มแบบเรียบแต่หรูและใส่สบาย

“ให้ผมถอดให้ไหม”

เสียงห้าวกระเซ้าขึ้น คงเพราะเห็นท่าทางงกๆ เงิ่นๆ ของเธอนั่นเอง เดหลีเลยขึงตาใส่อีกฝ่ายอย่างดุเดือด

“ไม่ต้อง”

จากนั้นเธอก็รูดซิปกางเกงลงอย่างรวดเร็ว แล้วปล่อยให้ผ้าเนื้อนิ่มลงไปกองเป็นวงที่รอบข้อเท้าเรียว ช่วงขาเพรียวเลยเย็นวาบพร้อมๆ กับได้ยินเสียงแหบห้าวครางในลำคอเบาๆ ดังแผ่วมาเข้าหู และพอเหลือบมองไปก็เห็นชายหนุ่มมองมาด้วยสายตาเข้มจัด...เหมือนจะกลืนกินเธอผ่านดวงตาคมคู่นั้น เลยนึกดีใจไม่น้อยที่สามารถสร้างความรู้สึกหวั่นไหวให้อีกฝ่ายได้ถึงเพียงนี้ ทั้งที่เธอเองก็กำลังย่ำแย่ไม่แพ้กัน

ดวงตาคู่นั้นช่างมีอานุภาพแรงกล้า ทำให้มือทั้งสองข้างของเธอสั่นระริกจนแกะกระดุมไม่ออก

หลังจากงุ่มง่ามแกะกระดุมอยู่เกือบนาที ร่างระหงของหญิงสาวก็ถูกคนที่เฝ้ามองกระชากให้เข้าไปหาเสียแล้ว

“ใจคอคุณจะยั่วผมให้เลือดออกเจ็ดทวารตายเลยหรือไง” เขาถามเสียงเข้ม ประกายแห่งความปรารถนาเรืองรองในดวงตา

“ใครว่ายั่วคะ ฉันก็แค่อยากให้เหลือโบเส้นนี้แค่เส้นเดียวอย่างที่คุณบอกไง” เธอตอบเสียงขึงขัง แต่เนื้อตัวกลับอ่อนเปลี้ยเต็มที เป็นอาการที่เกิดขึ้นทุกครั้งเมื่ออยู่ใกล้อีกฝ่าย

เหมือนเขาเป็นกองไฟ แล้วเธอคือก้อนน้ำแข็ง...แค่โดนไอความร้อนก็พร้อมจะละลายกลายเป็นหยดน้ำเสียแล้ว

“ผมไม่สนใจอะไรโบนั่นหรอก” 

เขมวันต์ตอบเสียงห้าวติดกระด้างเล็กน้อย ทำให้รู้ว่าหมดเวลาสำหรับการยั่วเย้ากระเซ้าแหย่ในค่ำคืนนี้แล้ว

ชายหนุ่มต้องการของขวัญวันเกิดของเขาเดี๋ยวนี้!

และเธอเองก็พร้อมจะมอบให้ แต่ไม่รู้ว่าควรจะให้อย่างไร เพราะสิ่งเดียวที่เดหลีเจนจัดคือเรื่องงาน ไม่ใช่เรื่องรัก  มือทั้งสองข้างจึงลูบไล้สะเปะสะปะไปบนแผ่นหลังกว้างที่ตึงแน่นของชายหนุ่มอย่างไร้เดียงสา หากนั่นกลับทำให้เขมวันต์ครางกระหึ่มในลำคอ และบดเบียดริมฝีปากลงมาทวงจูบจากเธออย่างไม่รีรอ

จุมพิตของเขาลึกซึ้งและแทบดูดกลืนจิตวิญญาณของเธอเข้าไปด้วย ขณะที่ปลายลิ้นก็อุกอาจและกล้าหยอกล้อกับปลายลิ้นอ่อนนุ่มของเธออย่างไม่เกรงใจ

เขาทำให้เสียงครวญครางของเธอถูกกลืนหายไปในลำคอ และเสียงหวีดร้องด้วยความตกใจกลับกลายเป็นเสียงงึมงำแทนเมื่อบราเซียร์ที่สวมอยู่ถูกปลดลงจากหัวไหล่มน

ชายหนุ่มขบเล็มผิวอ่อนๆ ตรงลำคอระหงของเธออย่างช้าๆ และเปล่งเสียงหัวเราะเบาๆ ด้วยความพึงพอใจออกมาเมื่อกำปั้นน้อยๆ ของหญิงสาวทุบเข้าที่ต้นแขนเป็นเชิงเร่งเร้า

เดหลีไม่รู้ว่าเธอต้องการอะไร หรืออยากให้เขาทำอะไร รู้แค่ว่าเขมวันต์เล่นเกมนี้ช้าไป...เธออยากให้เขารุกอย่างรวดเร็วและหนักมือกว่านี้ หากยังไม่ทันได้เอ่ยคำประท้วงออกไปก็ได้ยินเสียงกระซิบเหมือนปลอบประโลมดังขึ้น

เขมวันต์ทำเหมือนเธอคือแหล่งน้ำกลางทะเลทรายที่ดูดกลืนเท่าไรก็ไม่มีวันพอ ขณะที่เดหลีรู้สึกราวกับมีกระแสไฟแล่นปราดไปทั่วร่างทำให้เนื้อตัวชา และสมองคล้ายมีม่านหมอกบดบังอยู่จนคิดอะไรไม่ออก รู้แต่ว่าเธอปรารถนาให้อีกฝ่ายกอดรัดให้แนบสนิทยิ่งกว่านี้

หญิงสาวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชายหนุ่มผละไปถอดเสื้อผ้าตอนไหน มารู้สึกตัวก็ตอนที่แผ่นหลังแตะเข้ากับเบาะโซฟาหนังแท้ โดยมีร่างเกือบเปลือยของอีกฝ่ายทาบทับอยู่ด้านบน พร้อมกับได้ยินเสียงห้าวพึมพำที่ข้างหู ต้องตั้งสติอยู่นานกว่าจะจับคำได้ว่า

“คุณโอเคไหม”

“คะ...” ถามซ้ำด้วยความงุนงง

“ถ้าคุณไม่โอเค ผมจะหยุด”

เขมวันต์ตอบพร้อมเงยหน้าขึ้นมองมาด้วยสายตาคมกล้า สีหน้าเขาจริงจังบอกให้รู้ว่าเธอยังมีโอกาสตัดสินใจอีกครั้ง ก่อนก้าวผ่านค่ำคืนนี้ไปกับเขา

หากเดหลีตัดสินใจมาดีแล้ว

เธอรอเวลานี้มาเกือบปี และควรจะได้สานต่อสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นเมื่อสิบห้าปีก่อนเสียที

หญิงสาวจึงประสานตากับคนตรงหน้า พร้อมเอื้อมมือไปโอบรั้งลำคอหนาให้ใบหน้าคมคายของชายหนุ่มก้มต่ำลงมาหา

“คุณคิดว่ายังไงล่ะ”

ถามจบก็ได้ยินเสียงแหบห้าวครางออกมา พร้อมกับสะโพกหนาหนักที่กดทับลงมาอย่างเจตนาและรับรู้ได้ไม่ยากว่าเขมวันต์พร้อมยิ่งกว่าพร้อม เดหลีเลยปิดเปลือกตาลง แล้วยื่นริมฝีปากไปทาบทับริมฝีปากของเขาก่อนเป็นครั้งแรก

แต่...

จูบนี้ไม่เหมือนเวลาที่เขาเป็นคนจูบแม้แต่น้อย

ไม่รู้เพราะเธองุ่มง่ามหรือเกร็งเกินไปกันแน่ แทนที่ปากจะประกบปากอย่างดูดดื่มซาบซ่าน กลับกลายเป็นว่าฟันของเธอไปกระแทกริมฝีปากเขาอย่างจัง

ได้ยินเสียงสูดปากเบาๆ ดังขึ้น พร้อมเสียงห้าวหัวเราะแผ่วๆ ตามมา

“ผมว่าเรามาเริ่มกันใหม่ตั้งแต่จูบเลยดีกว่า”

แต่ก่อนที่กลีบปากหนาจะทาบทับลงมาเพื่อสอนให้รู้จักวิถีแห่งจุมพิต ก็มีเสียงบางอย่างดังแทรกเสียก่อน หญิงสาวได้ยินไม่ถนัดในตอนแรก เนื่องด้วยเสียงหอบหายใจของชายหนุ่มดังกว่า ขณะที่เขมวันต์ก็คงไม่ได้ใส่ใจเหมือนกัน เพราะปลายฟันขาวคมของเขากำลังขบเล็มริมฝีปากล่างของเธออย่างหิวโหย

ทว่ากลับมีเสียงเหมือนหินกระทบกระจกหน้าต่างดังขึ้นในตอนนั้นเอง

ทั้งสองเลยสะดุ้งโหยง ผละจากกันโดยไม่รู้ตัวและหันไปมองแหล่งกำเนิดเสียงเป็นทางเดียว จากนั้นเดหลีก็พบว่าไฟในห้องรับแขกยังคงสว่างจ้า ซ้ำโซฟาตัวนี้ก็หันหน้าเข้าหาหน้าต่างห้องเสียด้วย เธอเลยหน้าร้อนผ่าวไปหมด รีบคว้าเสื้อผ้าที่กองตกอยู่บนพื้นมาปิดร่างเปล่าเปลือยไว้แทบไม่ทัน พร้อมนึกภาวนาให้พุ่มไม้ใบดกหนาด้านนอกช่วยพรางสายตาคนที่อยู่ด้านนอกไว้ได้ ส่วนเขมวันต์ก็หงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขาก้าวสวบๆ ตรงไปที่หน้าต่างแล้วตะโกนถามเสียงกระด้างออกไป

“ใครน่ะ”

“ผมเองหมอ ช่วยผมที นังลออมันตกเลือด”

เสียงสั่นๆ ที่ตะโกนตอบกลับมาเดาได้ว่าคงเป็นชาวสวนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในละแวกนี้ เพราะเขมวันต์เปลี่ยนท่าทีไปในทันที เขารีบคว้ากางเกงที่กองอยู่บนพื้นมาสวม แล้วเหลือบมองเธอด้วยสายตาลุแก่โทษ

“เดี๋ยวผมจะรีบกลับมานะคุณเดย์”

แล้วฝ่ายนั้นก็วิ่งพรวดออกไปจากห้องนอนทั้งๆ ที่เพิ่งใส่แขนเสื้อได้แค่ข้างเดียว

เหมือนอย่างคืนนั้นที่เธอเคยชวนเขาไปตีกลองให้ฟังที่ห้อง แต่เขมวันต์เลือกที่จะบรรเลงเพลงรักแทน ทว่าบทเพลงเพิ่งเริ่มต้น จังหวะยังไม่ทันได้เข้ากันดีก็มีโทรศัพท์มาตามตัวเขาด่วน คนไข้ที่เขมวันต์รับฝากท้องมีอาการไม่ดีและเขาก็ไม่ไว้ใจให้หมอคนอื่นดูแลแทน จึงต้องรีบบึ่งรถกลับไปคลองหมาแหงนในทันที

ขณะที่เดหลีได้แต่พูดไม่ออกเหมือนค่ำคืนนี้

ก็รู้อยู่หรอกว่าอาชีพของเขาเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของคน และไม่ใช่คนเดียวด้วย แต่เป็นสองคน! เธอจึงไม่ควรทำให้เขาต้องลำบากใจหรือพะวักพะวนด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ แต่ถึงอย่างนั้นเดหลีก็กลับนึกอยากร้องกรี๊ดขึ้นมา

นี่สินะ...

ชะตากรรมของเมียหมอสูติ!


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นอกจากวิวาห์โค้งสุดท้ายแล้ว มดยังลงผลงานอีกเรื่องบนเด็กดีด้วย
ชื่อเรื่อง สีหราช เหมหงส์ เป็นแนวอดีต ปัจจุบัน อนาคต ลองอ่านดูนะคะ

https://my.dek-d.com/Umariga_Darapadi/writer/view.php?id=1557711

สำหรับข่าวคราวของมดกับนิยายที่เขียน ติดตามข่าวได้ที่เพจอุมาริการ์ ดาหราปตี https://www.facebook.com/umariga/

ใครอ่านแล้วยังไม่กดไลก์ ฝากกดด้วยค่ะ










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

105 ความคิดเห็น

  1. #84 fsn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 23:42
    น้านอะดิคะ เอาน่ะ เป็นทางบุญ หุๆ
    #84
    0
  2. #50 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 03:52
    ป้าเดย์ น่าสงสาร 5555
    #50
    0
  3. #13 pimpim (@pimpimwall) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 21:47
    กรรมเวร..จะได้ลงจากคานมั้ยเนี่ยงานนี้
    #13
    0