วิวาห์โค้งสุดท้าย ลิขสิทธิ์ สนพ.พิมพ์คำ

ตอนที่ 32 : บทที่ 10 จับกด...แล้วกินซะ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,632
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    28 ก.พ. 60

“คุณ...จะบ้าหรือ ทำอะไรน่ะ”

เดหลีพยายามชักมือกลับแต่ไม่สำเร็จ ฝ่ามือกระด้างเกินกว่าจะเป็นมือนายแพทย์ได้ยังเกาะกุมมือเธอไว้แน่นเหนียวจนเดหลีรู้สึกเหมือนกำลังทาบทับลงไปบนท่อนเหล็กที่โดนเผาไฟจนร้อนผ่าวมากกว่าเนื้อหนังมังสาของชายหนุ่มผู้หนึ่ง

“ก็ทำให้คุณเห็นไง ว่าผมไม่ใช่เกย์ แล้วไอ้วุ้นก็ไม่ใช่คู่เกย์ของผมด้วย” เขาตอบเสียงเข้ม คล้ายกัดฟันไปด้วย

เดหลีชะงักงันไปเล็กน้อย

อันที่จริงเธอไม่ได้สงสัยสักนิดเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับเพื่อนสนิท แค่อยากแกล้งแหย่เท่านั้น แต่เมื่ออีกฝ่ายเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ หญิงสาวเลยกลั้นใจแสร้งตามน้ำไปด้วย

“แค่นี้ไม่ได้พิสูจน์หรอกนะคะว่าคุณเป็นผู้ชายทั้งแท่ง” เดหลีกระซิบเสียงแผ่วแต่เน้นย้ำคำพูดด้วยการทิ้งน้ำหนักลงบนฝ่ามือมากกว่าเดิม พร้อมกับนึกดีใจที่บริเวณนี้มีเพียงแสงสลัว ไม่อย่างนั้นเขมวันต์คงเห็นใบหน้าที่แดงก่ำราวกับมะเขือเทศสุกของเธอแล้ว

ชายหนุ่มเองก็ดูจะคาดไม่ถึงกับประโยคเมื่อครู่เหมือนกัน เพราะเขายืนเฉยอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงก้มลงมากระซิบชิดใบหูบอบบางของเธอ “รับรองคุณได้พิสูจน์แน่คุณเดย์ แต่ไม่ใช่ตอนนี้และตรงนี้ ที่สำคัญ คุณรีบไปเปลี่ยนชุดเถอะ หรือหาอะไรคลุมเสียหน่อย คืนนี้อากาศเย็น ยิ่งในสวนแบบนี้ยิ่งเย็นจัด ผมไม่อยากให้คุณเป็นปอดบวมก่อนเราจะได้แต่งงานกัน”

หญิงสาวอ้าปากค้างเป็นครั้งที่สามที่ได้ยินเช่นนั้น

ยะ...อย่าบอกนะว่า แผนอ่อยของเธอใช้กับเขาไม่ได้ผล

“ไปสิ ไม่อย่างนั้น...”

“ไม่อย่างนั้นอะไรคะ” เดหลียังคงมีหวัง แม้จะรู้สึกแสงแห่งความหวังนี้จะริบหรี่เหลือเกิน

“ผมจะ...” ชายหนุ่มอึกอักคล้ายเขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่สุดท้ายคำตอบนั้นก็ทำให้ความหวังของเธอภินท์พังในพริบตา “ให้หนูนิดมาช่วยเปลี่ยนเสื้อให้คุณเอง ไปสิ”

“อื้อ...แต่ฉันไม่อยากให้หนูนิดช่วยเปลี่ยนนี่คะ หนูนิดเองก็คงไม่อยากเหมือนกัน” เธอพลั้งปากไปตามวิสัยคนตรงไปตรงมา ทำให้อีกฝ่ายหรี่ตาลงช้าๆ

“หือ...แปลว่าอะไร”

เดหลีอึกอักและไม่นึกอยากตอบคำถามนี้ แต่เขมวันต์ไม่ยอมปล่อยให้เธอลอยนวลไปง่ายๆ

มือแข็งแรงของเขาลากร่างโปร่งระหงไปจนชิดแผ่นอกกว้างตอนก้มหน้าลงมาหา จนรู้สึกถึงลมหายใจผ่าวร้อนหอบกระชั้นที่ลวกผิวแก้มนวล

“ก็...ฉัน...เอ่อ...อยากให้คุณเปลี่ยนให้มากกว่านี่” ในที่สุดเธอก็พูดประโยคน่าละอายนั้นออกไปจนสำเร็จ และหวังว่าเขาจะไม่ซักไซ้อะไรที่ชวนเก้อกระดากแบบนี้อีก เพราะเมื่อก่อนเขมวันต์ไม่เคยคิดมากแบบนี้ ชายหนุ่มแทบจะกระโจนเข้าหาเธอทุกครั้งที่มีโอกาส

“ผมก็อยากเปลี่ยน...แต่...ไม่ใช่ตอนนี้...”

เดหลีนิ่งอึ้งไปกับคำตอบนั้น ใบหน้าชาวูบด้วยความอาย และดวงตาของเธอคงเปิดเปลือยความรู้สึกในใจออกมาอย่างเปิดเผย ทำให้เขมวันต์รีบจับต้นแขนเรียวเสลาเอาไว้ในทันที

“คุณอย่าเพิ่งน้อยใจไป ผมยังอยากพิสูจน์ตัวเองให้แม่ของคุณยอมรับได้ก่อน”

“คุณจะพิสูจน์ยังไงคะ”

“ก็ที่ผมทำอยู่นี่ไง”

เดหลีอยากร้องกรี๊ดใส่หน้าเขมวันต์ยาวๆ สักห้านาที

ตาทึ่ม!...คนอย่าง ศกุนตลา อัศวฤทธา น่ะ ต้องเงินต่อเงิน ทองต่อทองเท่านั้น ถ้าไม่มีเงินทองกองท่วมฟ้าติดตัวมาแต่เกิด ก็ต้องมีนามสกุลเก่าแก่ที่นับย้อนไปได้ถึงครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์ หรือไม่เช่นนั้นก็ควรเป็นทายาทสายตรงนักการเมืองที่ยืนยงมาหลายสมัย ไม่ใช่นายแพทย์กินอุดมการณ์อย่างที่เขมวันต์เป็นอยู่

แต่เหมือนชายหนุ่มจะไม่สนใจกับสีหน้าและแววตาของเธอเลย เพราะเขาก้มลงมาจูบเดหลีแรงๆ ที่ปากหนึ่งครั้ง แล้วรุนหลังเธอให้เข้าบ้าน พร้อมตบบั้นท้ายงามงอนอย่างสัพยอกอีกหนึ่งที และสั่งว่า

“ไปเปลี่ยนชุดซะ เราจะได้กินข้าวกันเสียที ผมหิวไส้จะขาดแล้วนี่”

แน่นอนว่าเดหลีผิดหวังอย่างหนัก ทั้งเรื่องเจตนารมณ์ของเขมวันต์ ทั้งเรื่องที่ตั้งใจทำในค่ำคืนนี้ เพราะทั้งเสื้อผ้า และคำพูดคำจายั่วยวนชวนกระดากปากเหล่านี้ เธอไม่เคยเอ่ยกับใครหน้าไหนมาก่อนเลย

ถ้าไม่ใช่เพราะคำสัญญาบ้าๆ ที่เขาให้ไว้แก่มารดาก็คงเพราะเธอมันอ่อนซ้อม ขาดแคลนเสน่ห์ของหญิงสาวอย่างที่คันฉัตรเคยปรามาสไว้จริงๆ

คิดแล้วเดหลีก็อยากลงไปดิ้นพล่านร้องไห้อยู่กับพื้น หรือไม่ก็กระทืบเท้ายิกๆ เหลือเกิน

แต่...เธอไม่ใช่เด็กแล้ว หญิงสาวจึงได้แต่กล้ำกลืนความผิดหวังที่ท่วมท้นในใจลงไปในโพรงอกก่อนเชิดหน้าขึ้น ปลอบตัวเองว่า น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน ขยันโปรยเสน่ห์ สร้างสะพานคอนกรีตเสริมไทเทเนียมเข้าไว้ สักวันเขมวันต์ต้องใจอ่อนแน่นอน เพราะจะรอให้แม่เห็นใจเขาน่ะหรือ ต่อให้เขาสั่งสมความดี บำเพ็ญตบะจนแก่กล้ากลายเป็นเทพเซียนได้ ก็ไม่รู้ว่าผู้เป็นมารดาจะเห็นค่าชายหนุ่มไหม

 

หลังจากเหตุการณ์ในค่ำคืนนั้น เขมวันต์ยอมรับว่าเขารู้สึกผิดต่อหญิงคนรักไม่น้อย และเกลียดตัวเองอย่างที่สุด ที่ต้องกัดฟันปฏิเสธอีกฝ่ายไปแบบนั้น ทั้งๆ ที่ร่างกายของเขาโหยหาแต่เธอ จิตใจของเขาเหมือนถูกมนตร์มายาเข้าครอบงำ และร่ำร้องแต่ชื่อเดหลี

โชคดีที่งานในโรงพยาบาลแห่งใหม่ค่อนข้างหนักหนาไม่น้อย เพราะมีหมอประจำแค่สองคน ทว่ามีคนไข้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากประเทศเพื่อนบ้านมาให้รักษาอยู่ตลอดวัน เลยไม่มีเวลาเหลือให้ฟุ้งซ่านมากนัก

นอกจากนี้เขมวันต์ซึ่งเป็นหมอสูติฯ จำเป็นต้องรักษาโรคอื่นๆ ไปด้วย ชายหนุ่มเลยไม่ได้หยุดงานอย่างที่ควรจะเป็น จนเมื่อเจ้าหน้าที่ของทางโรงพยาบาลประกาศว่าจะมีคณะหมออาสา ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันเฉพาะกิจของบรรดาหมอและพยาบาลกับบุคลากรทางการแพทย์ในตัวจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง จะเดินทางเข้ามาช่วยดูแลรักษาคนไข้ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยมีเป้าหมายให้ชาวบ้านในหมู่บ้าน และตำบลที่ห่างไกลออกไปมารับการตรวจรักษา เพื่อจะได้มีโอกาสใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยด้วย และพอเห็นชื่อคณะแพทย์ที่ประกอบด้วยวุ้นเส้น เพื่อนสนิท เขมวันต์จึงรู้สึกยินดีเป็นพิเศษ ขณะที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็เห็นว่าเขาทำงานหนักมากตลอดเวลาที่ผ่านมา เลยเอ่ยปากให้นายแพทย์หนุ่มได้หยุดพักสองวันเพื่อชาร์จแบต

เขมวันต์อิดออดในตอนแรก เพราะรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าบ้านที่ควรอยู่ต้อนรับแขก แต่เมื่อเห็นจำนวนหมอกับเจ้าหน้าที่มีจำนวนไม่น้อยจึงตัดสินใจทำตามที่แพทย์รุ่นพี่บอกแกมขอร้อง ด้วยไม่อยากให้เขาหักโหมเกินไปจนสุขภาพกายและใจย่ำแย่

ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าการกระทำของเขาทำให้เพียงขวัญที่เป็นหนึ่งในหมออาสาน้อยใจจนน้ำตาหยด เพราะเธอเพิ่งได้เห็นหน้าเขาไม่ถึงห้านาที ชายหนุ่มก็เตรียมตัวเข้ากรุงเทพฯ เสียแล้ว

“ผิงกำลังคิดว่าจะมาขอข้าวเย็นพี่เข้มกินอยู่ทีเดียว” หญิงสาวต่อว่าปากสั่น

เขมวันต์ฟังแล้วก็ตบหน้าผากตัวเองไปครั้งหนึ่ง “จริงสิ พี่ยังติดหนี้ เลี้ยงข้าวเรานี่นะ”

“ติดสองมื้อด้วยแล้วนะคะ” เธอรีบร้องบอก ทำให้เขาเลิกคิ้ว “ก็ครั้งก่อนที่พี่เข้มเปลี่ยนใจกะทันหันรวมกับครั้งนี้ด้วย”

“งั้นพี่แถมให้เป็นสามมื้อเลย” ชายหนุ่มบอกอย่างใจดี

“จริงนะคะ”

“จริงสิ แต่ไว้คราวหน้านะ” แล้วคนพูดก็เห็นร่างสูงโปร่งของเพื่อนสนิทผ่านเข้ามาในคลองสายตา “อ้อ...จริงสิ วุ้น ฝากผิงด้วยนะ”

เขมวันต์ไม่อยู่ฟังคำตอบของเพื่อนรัก แต่รีบหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าที่จัดไว้สำหรับสองวันโยนบนเบาะนั่งข้างคนขับแล้วสตาร์ตรถขับจากไปในอึดใจต่อมา เขาไม่ใส่ใจกับแพทย์หญิงคนสวยเพราะเห็นฝ่ายนั้นเป็นเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง อีกทั้งยังห่วงใยหญิงสาวอีกคนมากกว่า ด้วยรู้ว่าคืนนี้เธอต้องทำงานดึกหรืออาจต้องอยู่จนถึงรุ่งเช้า...

จะสงสัยก็แต่ว่าเดหลีจะดีใจแค่ไหนและ...ไอ้เด็กฝึกงานนั่นจะอยู่ข้างๆ กายเธอหรือไม่

ถ้าหมอนั่นอยู่ เขาคงต้องหาทางทำอะไรบางอย่าง เพราะถึงเขมวันต์จะไว้ใจคนรัก แต่ก็ไม่ไว้ใจคันฉัตรแม้แต่นิดเดียว!

ความที่หมกมุ่นอยู่กับหญิงคนรัก ชายหนุ่มจึงไม่รู้เลยว่าพอคล้อยหลังจากมา หยาดน้ำอุ่นๆ ก็ไหลอาบแก้มเพียงขวัญจนเปียกเป็นทาง ทำให้คนรับใช้สาวที่ติดสอยห้อยตามมาด้วยช่วยซับน้ำตาให้เจ้านายสาวแทบไม่ทัน

ถ้าเขมวันต์ไม่อยู่ห่างไกลจนเกินไป เขาคงรับรู้ได้ถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและแค้นที่ท่วมท้นอารมณ์ของเพียงขวัญในตอนนั้น

ความรักและแค้นที่จะพร้อมจะยื้อแย่งและแผดเผาทุกสิ่ง!

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นอกจากวิวาห์โค้งสุดท้ายแล้ว มดยังลงผลงานอีกเรื่องบนเด็กดีด้วย
ชื่อเรื่อง สีหราช เหมหงส์ เป็นแนวอดีต ปัจจุบัน อนาคต ลองอ่านดูนะคะ

https://my.dek-d.com/Umariga_Darapadi/writer/view.php?id=1557711

สำหรับข่าวคราวของมดกับนิยายที่เขียน ติดตามข่าวได้ที่เพจอุมาริการ์ ดาหราปตี https://www.facebook.com/umariga/

ใครอ่านแล้วยังไม่กดไลก์ ฝากกดด้วยค่ะ











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

105 ความคิดเห็น

  1. #100 fsn (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 06:25
    ไง๋ ทางรัก อุปสรรคแสนจะเยอะ ไหวมั้ยเนี้ยโดนจัดซะขนาดนี้
    #100
    0
  2. #78 22140741 (@22140741) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 14:57
    ลำไยแม่เดย์ ลำไยนังหมอ ลำไยคันจัด
    #78
    1
    • #78-1 Umarigar_Darapadi (@Umariga_Darapadi) (จากตอนที่ 32)
      2 มีนาคม 2560 / 18:46
      555 ลำไยเยอะเลย เดี๋ยวทำข้าวเหนียวเปียกรอนะคะ
      #78-1
  3. #77 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 06:31
    นังหมออย่า......

    อย่าคิดมาทำให้ป้าเดย์กับหมอเข้มทะเลาะหรือมีปัญหากันนะ
    #77
    0