วิวาห์โค้งสุดท้าย ลิขสิทธิ์ สนพ.พิมพ์คำ

ตอนที่ 31 : บทที่ 9 น้ำหยดลงหินทุกวัน...แต่หินก็ยังไม่กร่อน (3-จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,249
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    27 ก.พ. 60

เดหลีไม่เคยคิดว่าจะมีช่วงเวลาและความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง

ความรู้สึกของภรรยาที่แต่งตัวสวย ทำอาหารคาวหวานมากมายไว้เตรียมต้อนรับสามีกลับบ้าน แต่...

จู่ๆ ความไม่มั่นใจก็จู่โจมเธออีกครั้งเมื่อกวาดตามองโต๊ะอาหารที่ตั้งใจตกแต่งประดับประดาด้วยเทียนหอมและดอกไม้สดแบบไทยๆ ที่ดูเรียบง่าย แต่โรแมนติกจนต้องตกหลุมรักในแรกเห็น โดยฝีมือนักจัดดอกไม้ระดับแชมป์ประเทศไทยที่เดหลีพาขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาด้วยในช่วงบ่าย ก่อนให้นักบินหนุ่มพากลับไปส่งกรุงเทพฯ เมื่อครู่ก่อน

อาหารไทยหลากหลายเมนูที่สั่งจากครัวไทยของโรงแรมเจ็ดดาวซึ่งครอบครัวเธอเป็นเจ้าของ ตามที่วนิษาบอกว่าเขมวันต์ชอบถูกนำมาจัดเรียงใส่จานอย่างสวยงาม ในภาชนะพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นแกงส้มกุ้งไหลบัวก็ถูกบรรจุในเปลือกแตงโมซึ่งแกะสลักอ่อนช้อย ยำถั่วพูถูกจัดวางอย่างน่ามองบนใบบัวสีเขียวเข้ม ส่วนปลาดุกกรอบผัดพริกแกงก็เสิร์ฟมาบนกาบกล้วยชิ้นใหญ่ พะแนงเนื้อน่องลายกับหลนปูเค็มอยู่ในกะลามะพร้าวลูกย่อม ขณะที่ไข่เค็มหั่นเสี้ยวและผักสดสารพัดชนิดสำหรับกินแนมกับกับข้าวในค่ำนี้ก็ถูกจัดวางอยู่บนใบตองเขียวสด

เดหลีจึงมั่นใจค่อนข้างมากกับอาหารค่ำมื้อนี้ว่าจะไม่ทำให้เธอขายหน้าแน่นอน

ทว่า...

พอก้มลงมองเสื้อผ้าป่านสีธรรมชาติ แขนกุดเนื้อบาง พอเห็นริ้วรอยกลมกลึงของทรวงอกอยู่รำไร กับกระโปรงยาวกรอมเท้าสีกะปิที่ตะเข็บข้างเป็นลูกไม้ซีทรู ซึ่งเดหลีเจตนาไม่ใส่กระโปรงซับใน 

แต่จะให้ปลดกระดุมจนถึงสะดืออย่างที่คันฉัตรสอนในวันนั้นก็ทำไม่ได้ ยิ่งถ้าเขมวันต์จับได้ว่าเธอตั้งใจมายั่วยวนเขาเต็มที่ ก็คงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

ครั้นจะให้สวมเดรสบางพลิ้ว สายเดี่ยว เกาะอก มารอกินอาหารเย็นกับนายแพทย์หนุ่มในบ้านสวนที่แสนจะห่างไกลแบบนี้ ก็ดูจะตั้งใจเซ็กซี่เกินไปหน่อย หญิงสาวเลยเลือกชุดอยู่บ้านแบบเรียบแต่ดูดีชุดนี้มาแทน แต่กลับรู้สึกพะวักพะวนแปลกๆ ร่ำร่ำจะวิ่งไปเปลี่ยนชุดหลายทีแล้ว เพราะกลัวว่าเจตนาของเธอจะโจ่งแจ้งเกินไป จน ล้ม อารมณ์ชายหนุ่ม แทนที่จะ เร้า ความรู้สึกของเขาอย่างที่ตั้งใจไว้

เพราะนับตั้งแต่คืนที่แม่ของเธอบุกเข้าไปที่คอนโดฯ ก็ไม่มีจุมพิตลึกซึ้งที่ชวนวาบหวามใจอีกแล้ว เขมวันต์กอดและจูบเธอก็จริง แต่แค่จูบปากแผ่วๆ กับจูบแก้มเบาๆ เท่านั้น

เรื่องนอนค้างบนเตียงเดียวกันยิ่งไม่ต้องพูดถึง

ชายหนุ่มยอมให้เธอนอนห้องเขา บนเตียงของเขาก็จริง แต่คนที่นอนด้วยกันกับเธอกลับเป็นวนิษาแทน เด็กหญิงหน้าบูดบึ้ง บ่นแล้วบ่นอีกว่าไม่คุ้นที่ จนถึงค่อนคืนถึงได้หลับไป ขณะที่เดหลีกลับนอนไม่หลับเสียเอง แต่จะให้ย่องไปหาเขมวันต์ที่ห้องนอนลูกสาวเขาก็ทำไม่ได้

หญิงสาวยังไม่ใจกล้าขนาดนั้น

ทางเดียวที่พอจะนึกออกคือต้องวางแผนให้ฝ่ายชายเป็นฝ่ายรุกเสียเอง พร้อมกับหวังว่าอาจจะตั้งครรภ์เป็นผลพลอยได้ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น ต่อให้แม่อ้างเหตุผลล้านแปดก็ไม่มีทางห้ามไม่ให้เธอกับเขาแต่งงานกันได้อย่างแน่นอน หรือถึงห้ามเดหลีก็ไม่สน เพราะรังไข่ของเธอใกล้จะหมดอายุไปทุกทีแล้ว ถ้าไม่ใช้ลูกไม้เก่าแก่ที่สุดในโลกแบบนี้ ก็คงไม่ได้ขึ้นรถด่วนขบวนวิวาห์ที่โค้งสุดท้ายนี้เสียที

เดหลีพยายามเน้นย้ำกับตัวเองเช่นนั้น ก่อนเหลือบมองเงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่างบานยาวใหญ่อย่างตั้งใจจะสำรวจความเรียบร้อยอีกหน แต่เธอกลับเห็นเงาใครบางคนวูบไหวอยู่ที่พุ่มไม้หน้าบ้าน

หญิงสาวนิ่วหน้า ด้วยมาที่นี่จนนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว จนรู้ดีว่าเรือกสวนที่คลองหมาแหงนนั้นแม้จะเปลี่ยวและเงียบสงัดมาก เพราะบ้านเรือนแต่ละหลังตั้งอยู่ห่างไกลกันค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่เคยมีขโมยขโจรที่ไหนกล้าบุกเข้าปล้น

เหตุร้ายแรงครั้งใหญ่และครั้งเดียวที่เกิดขึ้นก็เป็นฝีมือเวียนนานั่นเอง

เดหลีจึงค่อนข้างมั่นใจว่าเงาที่เห็นด้านนอกคือเงาของวนิษาที่แอบดอดมาดูความคืบหน้าระหว่างเธอกับเขมวันต์นั่นเอง หญิงสาวจึงเดินออกไปโดยไม่ทันคิดว่าอยู่ในอาภรณ์บางเบาและเย้ายวนอารมณ์แค่ไหน

“ใครน่ะ...หนูนิดหรือ”

แต่แทนที่เธอจะได้พบกับวนิษาอย่างคาดเดาไว้ กลับเห็นชายหนุ่มร่างโปร่งคนหนึ่งแทน เขามีใบหน้าคมคายและผิวขาวสะอาด ท่าทางคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน

ชายหนุ่มเองก็มองเธอกลับมาอย่างพิจารณาไม่เกรงใจ แต่น่าแปลกที่หญิงสาวกลับไม่หงุดหงิดอย่างทุกครั้ง คงเพราะสายตาคู่นั้นไม่ได้ปรากฏแววโลมเลียหรือหยาบคายจนคนมองรู้สึกได้

ทว่าสายตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยแววสนใจและชื่นชมแทน

แต่ทุกอย่างคงจะดีกว่านี้ถ้าเธอจะไม่...โนอันเดอร์แวร์ทั้งบนและล่างแบบนี้

พอนึกขึ้นได้ใบหน้าของหญิงสาวก็ทั้งแดงก่ำและร้อนผ่าวไปหมด แต่ครั้นจะวิ่งกลับเข้าบ้านไปคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับก็ไม่ทันเสียแล้ว ทั้งยังดูเสียหน้าด้วยซ้ำ เธอเลยเลือกที่จะขยับตัวให้อยู่ห่างจากแสงไฟให้มากที่สุด แล้วกลั้นใจวางหน้าเฉย พร้อมเอ่ยถามออกไปว่า

“ถ้าคุณมาหาหมอเข้ม หมอยังไม่กลับ”

“ขอบคุณครับ” เขาบอก พร้อมส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ก่อนจะถอยหลังจากไป

เดหลีมองตามแล้วฉุกใจคิดขึ้นมาได้ว่าอย่างน้อยเธอก็ควรจะถามชื่อเขาไว้เสียหน่อย เผื่อเขมวันต์กลับมา จะได้บอกถูก

แล้วคำตอบที่ได้รับก็ทำให้หญิงสาวนิ่วหน้า และทวนถามซ้ำอีกที “คุณว่า คุณชื่ออะไรนะคะ”

“วุ้นครับ วุ้นเส้น”

ลงชื่อเป็นตระกูลเส้นแบบนี้...

“คุณ เป็นพี่ชายเกี้ยมอี๋หรือคะ” เดหลีละล่ำละลักถาม พร้อมกับนึกถึงพี่ชายคนรองของน้องสะใภ้ขึ้นมาได้ เขาเป็นคนเดียวที่ไม่ได้กลับมางานแต่งงานน้องสาว เพราะเครื่องบินดีเลย์ ติดพายุที่ไหนสักแห่ง และเท่าที่จำได้เขาเป็นหมอเหมือนกับเขมวันต์ เป็นเพื่อนสนิทกันเสียด้วยซ้ำ เป็นคนที่อยู่กับคนรักของเธอตอนที่ฝ่ายนั้นจีบเดหลีตัวปลอมอยู่

ขณะเดียวกันชายหนุ่มก็ดูท่าจะจำเธอได้เช่นกัน เพราะเขายิ้มกว้างส่งมาให้พร้อมผงกหัวเป็นเชิงทักทาย

“ครับ และคุณคงเป็นคุณเดหลี” ดวงตาคู่นั้นจับจ้องที่ใบหน้าของเธออีกครั้งคล้ายทบทวนความทรงจำในวัยเยาว์ 

“คุณจำฉันได้ด้วยหรือคะ” เธอไม่ใช่ไฮโซพันหน้าอย่างเวียนนาผู้เป็นญาติก็จริง แต่ก็เปลี่ยนแปลงไปมากโขในช่วงเวลาหลายปีมานี่

“จำได้สิครับ คุณยังสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย” เขาตอบ เสียงห้าวทุ้มนุ่มนวลฟังแล้วอบอุ่นใจ ทั้งยังทำให้เดหลีต้องส่งยิ้มเก้อๆ ออกมาอย่างที่ไม่ค่อยทำบ่อยนัก

แต่รอยยิ้มนั้นอยู่ไม่นานก็จางหายไป เพราะเสียงปานฟ้าผ่าของเขมวันต์ที่ดังขึ้นอย่างไม่เกรงอกเกรงใจใคร

“นายไม่มีอะไรทำแล้วหรือไงวุ้น ถึงได้มายืนจีบเมียชาวบ้านอยู่ได้”

คำถามนั้นทำให้เดหลีหน้าแดงก่ำด้วยความขัดเขิน และเพิ่งสังเกตเห็นเงาทะมึนของเขมวันต์ที่ยืนอยู่ด้านหลังเพื่อนสนิท

เขายืนอยู่ในเงามืด มองไม่เห็นใบหน้าชัดเจน แต่จากน้ำเสียงพอจะเดาไว้ว่า เขมวันต์ไม่ได้กำลังยิ้มระรื่นแน่นอน

“ฉันไม่อยู่แค่ไม่นาน นายก็นอกใจฉันไปมีเมียเสียแล้วหรือ พูดแบบนี้ ฉันเสียใจนะโว้ย” คนพูดไม่พูดเปล่า แต่กลับหันไปโอบบ่าเขมวันต์ที่เดินเข้ามาเสียอีก

เดหลีอ้าปากค้าง มองชายหนุ่มทั้งสองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา เหมือนโหนกแก้มของเขมวันต์จะเป็นสีระเรื่อขึ้น อาจจะโกรธหรือ...เขิน

เขมวันต์ปัดแขนเพื่อนสนิทออก พร้อมคำรามใส่อย่างไม่เกรงใจ “เมื่อไหร่แกจะเลิกเล่นบ้าๆ เสียทีวะ”

“เล่นบ้าๆ ที่ไหน ตอนเล็กๆ ยายหนูนิดยังเรียกฉันหม่ามี้เลย”

“ไอ้วุ้น!” เขมวันต์ทำท่าจะบีบคออีกฝ่ายเสียให้ได้

แต่วุ้นเส้นคงรู้ทางกันดีอยู่แล้วจึงหลบได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนจะยักไหล่แล้วพูดลอยๆ “เออ ไม่ต้องขู่นักก็ได้ ฉันไปแล้ว” จากนั้นคนพูดก็หันมาส่งยิ้มให้เธอบางๆ พร้อมก้มหัวให้น้อยๆ เป็นเชิงอำลา “ไว้เจอกันนะครับ”

“ไม่ต้อง แกไม่ต้องมาเจอกับคุณเดย์ เขาไม่มีธุระอะไรจะคุยกับแกหรอก” คนรักของเธอไล่ไม่ไว้หน้า แต่วุ้นเส้นยังคงยิ้มละไม ไม่สะทกสะท้าน

“ใครว่า...คุณเดย์อาจจะอยากรู้เรื่องเก่าๆ ของแกก็ได้” แล้วเขาก็หันมาหลิ่วตาให้เธอ “สงสัยอะไรเรื่องไอ้เข้มถามผมได้นะครับ ผมจะเล่าให้ฟังหมดเปลือกเลย เพราะไม่มีใครรู้จักมันดีเท่าผมแล้ว ไฝ ฝ้าราคีคาวอยู่ตรงไหน ผมรู้หมด”

“ไอ้วุ้น!” เสียงเขมวันต์กระด้างจัด

ขณะที่วุ้นเส้นหัวเราะดังกังวานก้องในความเงียบ แล้วพลิ้วตัวหายไปกับร่มเงาของต้นไม้น้อยใหญ่ที่โอบล้อมบ้านหลังนี้เอาไว้อย่างว่องไวราวกับภูตพราย

พอเพื่อนสนิทลับสายตาไปแล้ว นายแพทย์หนุ่มก็หันมาหาเธอด้วยใบหน้าถมึงทึง ทำให้เดหลีเลิกคิ้วสูง

“คะ?

“ยังจะมาคะอีก คุณออกมาคุยกับไอ้วุ้นมันได้ยังไงฮึ” เขาเค้นเสียงถาม

“ฉันเห็นเงาคน นึกว่าเป็นหนูนิด เลยจะออกมาชวนกินข้าวเย็นด้วย ใครจะไปรู้ว่าจะเป็นคู่เกย์ของคุณไปได้” เธอตัดพ้อ

เขมวันต์ฟังแล้วก็เม้มปากแน่น ทำท่าเหมือนจะเข้าบีบคอเธอ แต่สุดท้ายเขาก็แค่คว้ามือเธอไปแล้วจับมันไปทาบทับเข้าที่ตรง...

ตรงที่ทำให้เดหลีต้องอ้าปากกว้างจนแทบฉีกถึงใบหู ใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบรู้สึกได้ว่ามีควันกรุ่นลอยขึ้นมา

เพราะถ้า เคน ในรถไฟฟ้ามาหานะเธอ มีฉายาว่า หล่อทะลุแป้งแล้วละก็...เขมวันต์ก็คงมีฉายาว่า...ร้อนทะลุเป้า...อย่างแน่นอน

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนนี้หนังสือเริ่มกระจายถึงมือคนอ่านที่สั่งกับสนพ.แล้วและเริ่มวางหน้าร้านค้าแล้ว
ฝากอุดหนุนหมอเข้มกับคุณเดย์สายเปย์กันหน่อยนะคะ

นอกจากวิวาห์โค้งสุดท้ายแล้ว มดยังลงผลงานอีกเรื่องบนเด็กดีด้วย
ชื่อเรื่อง สีหราช เหมหงส์ เป็นแนวอดีต ปัจจุบัน อนาคต ลองอ่านดูนะคะ

https://my.dek-d.com/Umariga_Darapadi/writer/view.php?id=1557711

สำหรับข่าวคราวของมดกับนิยายที่เขียน ติดตามข่าวได้ที่เพจอุมาริการ์ ดาหราปตี https://www.facebook.com/umariga/

ใครอ่านแล้วยังไม่กดไลก์ ฝากกดด้วยค่ะ










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

105 ความคิดเห็น

  1. #99 fsn (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 06:24
    หะ อะไร นะคะ คุณเข้ม แบบนั้นเลยนะ เอาจริงดิ กล้าไปต่อมั้ยอะ
    #99
    0
  2. #76 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 06:24
    โอยยยย อิจฉา
    #76
    0
  3. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:20
    ทาบตรงหนายยยยยยยยยย. บอกมาน๊า พี่เข้มมมมมมมมมม
    #43
    1