วิวาห์โค้งสุดท้าย ลิขสิทธิ์ สนพ.พิมพ์คำ

ตอนที่ 30 : บทที่ 9 น้ำหยดลงหินทุกวัน...แต่หินก็ยังไม่กร่อน (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,055
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    25 ก.พ. 60

คราวนี้เป็นเขา ที่ไม่เห็นด้วยเสียเอง “ไม่ได้หรอกคุณเดย์ คุณทำงานหนัก วันๆ กว่าจะเลิกงานก็ค่ำแล้ว จะมีเวลาที่ไหนมาดูแลลูกให้ผม”

“งั้นก็ไม่ต้องอยู่กับฉันทุกวัน ไปอยู่กับอี๋วันธรรมดา เพราะรายนั้นเขาลูกเล็กไปไหนไม่ได้ แล้วก็สนิทกันมาก่อนด้วย รับรองยายอี๋ต้องชอบแน่ๆ หนูนิดก็ต้องชอบ แกรักหลานจะตายไป แล้ววันหยุดค่อยมาอยู่กับฉัน ฉันจะได้พาแกไปเยี่ยมคุณด้วยไงคะ ตกลงตามนี้นะคะ ฉันจะได้ให้คนมาทำเรื่องย้ายโรงเรียนให้หนูนิดเลย”

“แต่นี่มันกลางเทอม ถึงลูกผมยอมย้าย แต่โรงเรียนที่ไหนเขาจะรับ”

“มีแน่ค่ะ” เธอตอบเสียงมั่นใจ พร้อมกับเอ่ยชื่อโรงเรียนคอนแวนต์ชื่อดังสำหรับหญิงล้วนออกมาโรงเรียนหนึ่ง แล้วอธิบายให้ฟัง “โรงเรียนนี้ จะว่าไปเป็นโรงเรียนที่เด็กๆ ในครอบครัวฉันเรียนกันมาตลอด และพวกเราทุกคนก็เป็นสมาชิกชมรมศิษย์เก่า อาของฉันเป็นนายกชมรม จะบอกก็ได้ว่าส่วนหนึ่งที่โรงเรียนขยายใหญ่ได้ขนาดนี้ เพราะอัศวฤทธาช่วยบริจาคและสร้างให้ ดังนั้น ต่อให้ย้ายเข้าไปตอนสอบไล่ปลายภาค ก็ต้องย้ายได้อยู่แล้วค่ะ หรือคุณจะอยากให้หนูนิดไปเรียนโรงเรียนอินเตอร์ สองภาษา อะไรก็ได้ บอกมาเลยค่ะ ฉันจัดการให้ได้”

เมื่อนางพญาแห่งเอวาลอนกรุ๊ปออกปากถึงเพียงนี้ หมอบ้านนอกอย่างเขาจึงไม่อาจคัดค้านอะไรได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะรู้สึกโล่งอกที่ลูกสาวจะได้อยู่กับคนที่เขาเชื่อใจ อีกส่วนก็เพราะดีใจที่เดหลีออกโรงปกป้องเด็กหญิงอย่างจริงใจ ขณะที่วนิษาเมื่อรู้เรื่องเข้าก็ไม่ดื้อรั้นปฏิเสธอย่างที่นึกกลัว ด้วยได้ไปอยู่กับพี่อี๋ที่ฝ่ายนั้นรักใคร่ และพี่เดย์ที่หมายตาจะให้มาเป็นแม่เลี้ยงนั่นเอง

เขมวันต์รู้สึกเบาใจไม่น้อย พร้อมกับบอกตัวเองว่าการถูกย้ายไปช่วยราชการฉุกเฉินในครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีก็ว่าได้ เพราะวนิษาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับครอบครัวฝ่ายมารดาตามสิทธิ์ที่พึงจะได้รับ และตัวเขานั้นแม้จะมีระยะทางเป็นอุปสรรคต่อความรัก แต่นี่คือการที่จะได้พิสูจน์ตัวเองกับศกุนตลา...

เขาอาจไม่ร่ำรวย หรือมีนามสกุลเก่าแก่อย่างคนที่อีกฝ่ายต้องการมาเป็นลูกเขย แต่เรื่องจิตสาธารณะนั้น...เขมวันต์มั่นใจว่ามีเต็มเปี่ยม แต่ถ้าถึงที่สุดแล้ว แม่ของเดหลีก็ยังไม่ชอบเขา ชายหนุ่มก็หาทางออกไว้เรียบร้อยแล้ว

ฉุด!...เป็นคำตอบสุดท้าย

 

เพราะมัวแต่วุ่นอยู่กับเดหลี ทำให้เขมวันต์ลืมเพียงขวัญไปเลย แต่คุณหมอสาวนอกจากจะไม่ลืมเขาแล้ว เธอยังจดจำเลยไปถึงเดหลีได้แม่นยำ  

อัศวฤทธาเป็นตระกูลใหญ่ มีลูกหลานนับร้อยๆ ก็จริง แต่คนที่โดดเด่นนั้นมีไม่กี่คน แน่นอนว่าในงานแต่งงานคืนนั้น ผู้เป็นเจ้าสาวย่อมเป็นเหมือนเดือนดวงเด่น แต่ดวงดาวที่ทอประกายจ้าแสบตาก็มีไม่น้อย

เดหลีก็เป็นหนึ่งในนั้น

เพียงขวัญได้ยินมาว่าอัศวฤทธารุ่นที่สามคนนี้เป็นสาวโสด จวนเจียนจะสลด แห้งตายบนคานทองอยู่แล้ว แต่ทำไมถึงได้สละคานที่สถิตอยู่มาเป็นภรรยาเขมวันต์ได้ เธอก็ไม่เข้าใจและไม่เชื่อด้วย เพราะไม่เห็นเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน

ไม่เคยมีใครรู้สักทีว่าภรรยาคนแรกของเขาเป็นใคร มาจากไหน จะว่าไปเรื่องที่ชายหนุ่มมีลูกซ่อนอยู่ที่คลองหมาแหงน เพื่อนๆ ร่วมรุ่น รวมถึงพี่ชายของเธอก็ไม่เคยรู้มาก่อน

เขมวันต์ไม่ได้ปิดบัง แต่ก็ไม่ได้เปิดเผย พอเรียนจบเขาก็จูงลูกสาวไปงานรับปริญญาด้วย ทำให้บรรดาสาวๆ เป็นลมกันร่วมสิบกว่าคนด้วยความตกใจ รวมถึงเพียงขวัญด้วย

ก็ใครจะคิดว่ารุ่นพี่ที่มาดแมนที่สุด ซ้ำยังเก่งทั้งเรื่องเรียน ดนตรี กีฬาสารพัด และไม่เคยมีข่าวคราวกับสาวที่ไหนมาก่อนจะซุกซ่อนลูกไว้ แต่หลังจากนั้นทุกคนก็เริ่มใจชื้นขึ้น เมื่อเขมวันต์ไม่เคยกล่าวถึงภรรยา เพื่อนสนิทของเขาก็พูดแค่เพียงว่า แม่ของวนิษาจากไปนานแล้ว

จาก-ไป-นาน-แล้ว ไม่ได้แปลว่าตายหรอกหรือ

แล้วจู่ๆ ทำไมเซเล็บค้างฟ้าอย่าง เดหลี อัศวฤทธา จึงกลายมาเป็นภรรยาของเขาได้

หญิงสาวตั้งใจจะสืบเรื่องนี้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นการลาออกจากคลินิกชื่อดังระดับประเทศจากกรุงเทพฯ กลับมาช่วยงานคลินิกเสริมความงามของพี่ชายก็จะสูญเปล่า ซึ่งคนอย่างเพียงขวัญไม่มีวันยอม เพียงแต่จะเริ่มต้นสืบจากที่ไหนก่อนดี...

หญิงสาวยังนึกไม่ออก ขณะเดียวกันก็สงสัยว่า ซิดนีย์ อัศวฤทธา ลูกค้าคนสำคัญของเธอจะยอมแย้มพรายเรื่องนี้สักแค่ไหน

คิดได้เพียงเท่านี้ก็เห็นเงาคนวูบไหวอยู่ตรงปลายหางตา เป็นไพรกมล พี่ชายคนเดียวเดินตรงเข้ามาหาด้วยสีหน้าแปลกใจท่วมท้น เพียงขวัญที่ขับรถมาจอดในโรงรถอยู่นานแล้วจึงตัดสินใจลงจากรถในตอนนั้นเอง

“ไหนม้าบอกว่าเย็นนี้ผิงจะไม่กินข้าวบ้านไง”

คนถูกถามหน้ามุ่ย “ก็เพื่อนพี่จ้างน่ะสิ หักหลังผิง”

“ไอ้เข้มน่ะหรือ” คนถามจบหัวเราะหึๆ ต่อท้าย ทำให้คนเป็นน้องหน้าบึ้งยิ่งกว่าเก่า

“ใช่ ขำอะไรคะ”

“ก็ขำเราน่ะสิ จนป่านนี้แล้วยังไม่เลิกเพ้อพกละเมอหามันอีก”

ผิวหน้าเพียงขวัญร้อนวาบขึ้นมาด้วยความเก้อเขิน แต่จะว่าไปเรื่องที่เธอแอบชอบเขมวันต์ก็ไม่ใช่ความลับอะไร ใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้น จะมีก็แต่เจ้าตัวนั่นละ ที่ไม่รู้!

ไม่รู้ว่าแกล้งไม่รู้ หรือไม่รู้จริงๆ

หญิงสาวคิดด้วยความเจ็บใจ ก่อนเชิดหน้าขึ้นประสานตากับพี่ชายอย่างไม่ยอมแพ้ “ผิงไปหลงเพ้ออะไรที่ไหน ก็แค่ไปกินข้าวเย็นกับพี่เข้มหน่อยเดียว”

พี่ชายฟังแล้วก็โบกมือไปมาอย่างไม่เห็นด้วย “ไม่หน่อยเดียวละ เราไม่ได้กลับมาบ้านตั้งเป็นเดือนๆ แทนที่มาถึงจะอยู่กินข้าวบ้าน กลับวิ่งแล่นไปกินข้าวกับผู้ชายเสียนี่”

“ถึงจะไม่กลับบ้าน ผิงเจอกับปะป๊า หม่าม้า แล้วก็พี่จ้างแทบจะทุกวัน”

เธอแย้ง เพราะแม้ว่าสามปีมานี้จะไม่ได้กลับบ้านทุกสัปดาห์ แต่ตลอดเวลาที่ไปเรียนต่อในกรุงเทพฯ นั้น ผู้เป็นมารดาก็ตามไปอยู่ด้วยเกือบจะตลอด วันไหนแม่ไม่ไปก็เป็นพ่อ หรือไม่ก็ตัวไพรกมลเองที่แวะไปหา

“แต่สามปีมานี่ ผิงเจอพี่เข้มไม่กี่ครั้งเอง และไม่เคยได้ไปกินข้าวเย็นกับเขาสักครั้งเดียว”

“งั้นทำไมวันนี้ถึงได้รีบกลับมาซะล่ะ” ดูเหมือนพี่ชายจะรู้อยู่เหมือนกันว่าน้ำเสียงเธอเริ่มสั่นเครือขึ้นทุกที เลยเลิกล้อเล่น แต่เปลี่ยนเป็นถามเสียงอ่อนโยนอย่างเอาใจแทน “เข้มติดเคสด่วนหรือ”

คำถามนั้นทำให้แพทย์หญิงเฉพาะทางถึงกับแบะปากเหมือนเด็กๆ “ติดสาวค่ะ ไม่ใช่ติดเคส”

“สาวที่ไหน” พี่ชายเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ

เพียงขวัญเม้มปากกับคำถามนี้ “เดหลี อัศวฤทธา”

ไพรกมลนิ่วหน้า คุ้นกับนามสกุลที่น้องสาวเอ่ยถึงอยู่เหมือนกัน “อัศวฤทธา...เจ้าของเอวาลอนกรุ๊ปน่ะหรือ”

“ค่ะ บ้านนั้นแหละค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้น ก็คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง” พี่ชายพยายามให้กำลังใจ

“ทำไมคะ”

“ก็ปกติ ไอ้เข้มมันเคยชอบไฮโซ ไฮซ้อกับใครเขาเสียที่ไหนกัน” ไพรกมลเล่าอย่างออกรส พร้อมยกตัวอย่างประกอบ “อย่างเวลาที่จังหวัดจัดงานกาชาด หรืองานการกุศลที่มีทั้งลูกสาวเสี่ยน้อย เสี่ยใหญ่มาชุมนุมกันให้คึกคัก หนุ่มๆ ที่ไหนก็อยากมาร่วมงานกันทั้งนั้น จะมีก็แต่ไอ้หมอนี่ละ ที่โยนการ์ดทิ้ง แล้วบอกให้ไปทำคลอดทั้งวันยังดีกว่าเสียเวลากับพวกลูกคุณหนูที่ดีแต่กรีดกรายไปวันๆ แบบนั้น”

“แต่เดหลีคนนี้ไม่ได้กรีดกรายไปวันๆ น่ะสิคะ เห็นว่าเป็นลูกสาวคนโตของนายห้างเอวาลอนคนเก่า และตอนนี้ก็อยู่ในทีมผู้บริหารเอวาลอนชุดปัจจุบันด้วย” ยิ่งพูดน้ำเสียงเธอก็ยิ่งฉายแววริษยามากขึ้นทุกที

“ไฮโซเนื้อทองว่างั้น” ไพรกมลทำเสียงกระเซ้า

คนเป็นน้องสาวฟังแล้วก็เม้มปากแน่นด้วยความขัดใจ ทั้งๆ ที่ปกติแล้วเพียงขวัญมั่นใจในตัวเองค่อนข้างมาก ว่ามีครบทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และสติปัญญาที่เฉียบแหลมไม่น้อยไปกว่าใคร ด้วยมีคำว่าแพทย์หญิงนำหน้าชื่อ แต่พอเจอกับ เดหลี อัศวฤทธา ความมั่นใจของหญิงสาวกลับถูกสั่นคลอนอย่างแรง

คนเป็นพี่เลยรีบโอบไหล่อย่างเอาใจ ขณะพาเดินเข้าไปในบ้าน “แต่เชื่อพี่เถอะ จะไฮโซหรือไฮซ้อมาจากไหนก็ทนคบกับไอ้เข้มได้ไม่นานหรอก”

“ทำไมคะ”

“ก็รักแท้แพ้ระยะทางน่ะสิ”

“กรุงเทพฯ กับคลองหมาแหงน ไม่ได้ไกลกันขนาดโลกมนุษย์กับดาวอังคารนะคะ” เธอแย้ง

“ก็จริง กรุงเทพฯ กับคลองหมาแหงนไม่ได้ไกลกันขนาดนั้น แต่กรุงเทพฯ กับห้วยผาเซาะก็ไม่ใช่ใกล้ๆ”

“ที่ไหนนะคะ”

“ห้วยผาเซาะ”

“แล้วห้วยผาเซาะมาเกี่ยวอะไรกับพี่เข้มคะ” หญิงสาวถามอย่างมืดแปดด้าน

เคยได้ยินชื่ออำเภอห้วยผาเซาะมาบ้าง เพราะเป็นอำเภอที่อยู่ประชิดพรมแดนประเทศเพื่อนบ้าน และเพิ่งแยกออกจากอำเภอใหญ่ ซึ่งถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศเมื่อไม่กี่ปีก่อน แต่ถึงอย่างนั้น ห้วยผาเซาะก็ไม่ได้เจริญเหมือนอำเภอที่อยู่ติดกัน ด้วยภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาลำเนาไพร และมีชนพื้นเมืองอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านในพื้นที่จึงมีอาชีพทำไร่ทำนาเพียงเท่านั้น

ไพรกมลมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแปลกใจ “นี่แปลว่าเรายังไม่รู้เรื่องใช่ไหม”

“เรื่องอะไรคะ”

“นายเข้มถูกขอตัวให้ไปช่วยราชการที่โรงพยาบาลที่นั่น”

“คะ?” ความที่มัวแต่ตกใจกับข่าวที่ไม่คาดฝัน ผสมกับความน้อยใจที่ประดังประเดเข้ามา เพราะมัวแต่คิดว่าทำไมเขมวันต์ถึงไม่เอ่ยปากบอกเธอสักคำ เพียงขวัญจึงร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร

“อ้าว เฮ้ย! อย่าร้องไห้สิผิง อายเขา” พี่ชายตกใจหน้าเหลอหลา

แต่เพียงขวัญไม่สนใจ แม้จะอายุอานามค่อนมาที่เลขสองตอนปลายแล้ว ทว่าหญิงสาวยังคงมีนิสัยแบบเด็กๆ ทั้งเจ้าอารมณ์และเอาแต่ใจตัวเองอยู่มาก มิหนำซ้ำพออยู่กับพี่ชายที่ยอมตามใจกันมาตลอด เธอเลยขยี้ปลายเท้าแรงๆ แล้วตะเบ็งเสียงตอบกลับ ผสมเสียงสะอึกสะอื้นใส่คนตรงหน้า

“ทำไมจะร้องไม่ได้ ก็ผิงเสียใจ ผิงจะร้อง โฮ!

“ไอ้เข้มมันแค่ย้ายไปห้วยผาเซาะเท่านั้น ไม่ได้ไปตายสักหน่อย เธอจะร้องไปทำไมกันนักกันหนาฮึ ทำเป็นเด็กๆ ไปได้ ขี้แยยังไงก็ยังงั้นไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ ยายผิงเอ๊ย ยายผิง”

ไพรกมลบ่นอุบ ทำให้น้องสาวยิ่งส่งเสียงดังกว่าเก่า ทั้งคู่เลยไม่ทันสังเกตว่านอกจากเธอกับพี่ชายแล้วยังมีใครอีกคนยืนฟังการสนทนาครั้งนี้อยู่ด้วย และดวงตาของฝ่ายนั้นแวววาวด้วยความสนใจระคนใคร่ครวญอะไรบางอย่าง

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นอกจากวิวาห์โค้งสุดท้ายแล้ว มดยังลงผลงานอีกเรื่องบนเด็กดีด้วย
ชื่อเรื่อง สีหราช เหมหงส์ เป็นแนวอดีต ปัจจุบัน อนาคต ลองอ่านดูนะคะ

https://my.dek-d.com/Umariga_Darapadi/writer/view.php?id=1557711

สำหรับข่าวคราวของมดกับนิยายที่เขียน ติดตามข่าวได้ที่เพจอุมาริการ์ ดาหราปตี https://www.facebook.com/umariga/

ใครอ่านแล้วยังไม่กดไลก์ ฝากกดด้วยค่ะ










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

105 ความคิดเห็น

  1. #75 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 06:18
    สอนน้องมั่งนะ
    #75
    0