วิวาห์โค้งสุดท้าย ลิขสิทธิ์ สนพ.พิมพ์คำ

ตอนที่ 25 : บทที่ 7 สัญญาปีศาจ (3-จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,213
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    20 ก.พ. 60

นายแพทย์หนุ่มมารู้สึกตัวอีกที เขาก็กลายเป็นคนไข้ไปเสียแล้ว

สายน้ำเกลือผสมยาที่เสียบเข้าหลังมือคือหลักฐานว่าร่างกายของเขาต้องการพักฟื้นสักระยะ ขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงหวานๆ ถามที่ข้างหู พอหันไปดูก็พบว่าเป็นแพทย์หญิงเพียงขวัญที่มาทำหน้าที่พยาบาลพิเศษคอยดูแลอยู่

“เป็นยังไงบ้างคะพี่เข้ม ปวดหัว คลื่นไส้บ้างไหม”

ฝ่ายนั้นถามเสียงอ่อนโยนด้วยความห่วงใย ขณะที่ชายหนุ่มนิ่วหน้าคาดไม่ถึงว่าจะได้ยินคำถามจากเพียงขวัญ คงเพราะไม่ได้นึกถึงฝ่ายนั้นมาก่อน เลยมัวแต่แปลกใจ จนไม่ได้ตอบคำถามของหญิงสาว

“ไม่ แล้วผิงมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง  ทำไมพี่ต้องให้น้ำเกลือด้วย”

“ผิงแวะมาหาพี่เข้ม ตอนเวรเปลหามพี่เข้มออกมาพอดีค่ะ เลยรู้ว่าพี่เข้มมัวแต่ทำงานจนไม่ได้พักผ่อน เลยเป็นลมเป็นแล้งคาห้องคลอด” เธอพูดตวัดเสียงหน่อยๆ เหมือนกำลังเอ็ดเด็กชายตัวเล็กๆ มากกว่าจะเป็นนายแพทย์รุ่นพี่อย่างเขา 

“พี่ไม่เป็นอะไรมากหรอก ขอบคุณนะ ผิงกลับไปเถอะ จะค่ำแล้ว” ชายหนุ่มบอกเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นฟ้ามืดแล้ว

ตัวเขาเองตั้งใจว่าจะนอนพักจนน้ำเกลือหมดขวดค่อยกลับบ้าน แต่อีกฝ่ายกลับทำแก้มป่อง ปากยื่นใส่ทันที

“ไม่ค่ะ ผิงจะไม่กลับ จนกว่าจะได้ฟังผลเลือดของพี่เข้มก่อน” แล้วแพทย์หญิงคนสวยก็เปลี่ยนเรื่องฉับไว ราวกับกลัวถูกเขาไล่ให้กลับบ้าน  มิหนำซ้ำยังหวังดีด้วยการอาสา “แล้วนี่จะให้ผิงโทร. ไปบอกหนูนิดให้ไหมคะ”

“ไม่ต้อง”

ชายหนุ่มตอบสั้นๆ แล้วหลับตาลง เพราะมั่นใจว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก เรื่องนี้จึงไม่ควรจะเอิกเกริกไป อีกอย่างบุตรสาวชินเสียแล้วกับการกลับบ้านไม่เป็นเวลาของเขา

“งั้นพี่เข้มพักเถอะค่ะ เดี๋ยวพอน้ำเกลือหมด ผิงจะขับรถพาพี่เข้มไปส่งบ้านเอง” หญิงสาวเสนออย่างมีน้ำใจ

เขมวันต์ฉุกคิดขึ้นได้ในนาทีนั้นเอง เลยหันไปมองอีกฝ่ายทันที

“จริงสิ ผิงยังไม่ได้บอกพี่เลยว่าที่แวะมาหาพี่ มีธุระอะไร”

คนถูกถามชำเลืองมองมาคล้ายจะค้อน ก่อนทำปากยื่นน้อยๆ แล้วเอ่ยเป็นเชิงต่อว่า

“ผิงส่งข้อความมาบอกแล้ว แต่พี่เข้มไม่ได้อ่านข้อความที่ผิงส่งมาให้เลยใช่ไหมคะ”

“ที่นี่สัญญาณเน็ตยังไม่ค่อยแรง ข้อความส่งมาบางทีก็ขาดๆ หายๆ ผิงมีอะไรสำคัญหรือเปล่าทำไมไม่โทร. มา”

“ผิงโทร. มาทีไร พี่เข้มก็ไม่ค่อยรับสาย แถมยังไม่ยอมโทร. กลับ เลยส่งข้อความมาแทนเผื่อจะดีขึ้น ที่ไหนได้ แย่กว่าเก่าเสียอีก” คุณหมอคนสวยอธิบายอย่างใจเย็น

“ผิงจะบอกอะไรพี่หรือ”

“ไม่ได้บอกค่ะ แต่จะทวงสัญญา” หญิงสาวตอบหน้าตาเฉย ทำให้คิ้วเข้มของคนฟังขมวดเข้าหากันแทบเป็นปม

“สัญญา?

“แหม...พี่เข้มน่ะ จำไม่ได้อีกแล้วใช่ไหมคะนี่” คนอายุน้อยกว่าทำท่ากระเง้ากระงอดใส่

เพียงขวัญไม่ตอบคำถามของเขา แต่ย้อนถามกลับมาแทน พร้อมทำปากยื่นยิ่งกว่าเก่า แก้มก็ป่องน้อยๆ ออกมาอย่างเห็นได้ชัด

ชายหนุ่มเห็นแล้วก็อดโค้งมุมปากขึ้นไม่ได้ เพราะตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน ตอนฝ่ายนั้นเพิ่งเข้าเป็นนักศึกษาแพทย์หมาดๆ จนถึงวันนี้ที่เรียนจบแพทย์เฉพาะทางก็นับได้รวมสิบเอ็ดปีแล้ว เพียงขวัญจึงไม่ใช่สาวน้อยอย่างครั้งนั้น แต่เหมือนเวลาจะทำร้ายเธอไม่ได้เลย ไม่เช่นนั้นก็คงเพราะสาขาที่เรียนจบมาทำให้หญิงสาวดูอ่อนกว่าวัยอยู่หลายปี จะบอกว่าอายุยี่สิบต้นๆ แทนย่างสามสิบแบบนี้ก็คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธ โดยเฉพาะเมื่อเจ้าตัวขยันทำปากจู๋ แก้มป่อง ตาโต แบบที่เรียกว่า หน้าแบ๊ว อยู่บ่อยๆ

“พี่เข้มนึกไม่ออกจริงๆ หรือคะ” หญิงสาวตัดพ้อเมื่อเห็นว่าเขาเงียบไป

เขมวันต์หรี่ตาลงเล็กน้อย พร้อมนึกทบทวนไปด้วย “ใช่...นึกไม่ออก”

ชายหนุ่มยอมรับตามตรง เพราะรู้มาว่าหลังจากเรียนจบ หญิงสาวก็เลือกที่จะทำงานใช้ทุนเพียงสองปีเท่านั้น จากนั้นก็ขอเปลี่ยนเป็นใช้หนี้แทน แล้วไปเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังด้วยทุนตัวเองจนได้ไปทำงานพิเศษในคลินิกด้านความงามชั้นนำของประเทศอย่างที่เธอเคยบอกเขาในงานแต่งงานญาติของเดหลีเมื่อคราวนั้น

“แล้ว...ลุงหมอไม่ได้บอกอะไรพี่เข้มบ้างเลยหรือคะ”

ลุงหมอที่เธอกล่าวถึงคือผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนที่เขาทำงานอยู่ และมีความสัมพันธ์เป็นญาติห่างๆ กับคนตรงหน้า ซึ่งถ้าจำไม่ผิดท่านได้เรียกหมอและบุคลากรในโรงพยาบาลอันน้อยนิดมาประชุมเมื่อไม่กี่วันก่อน พร้อมบอกเรื่องหมอคนใหม่ ซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังที่จะมาช่วยงานคลินิกพิเศษในช่วงเย็น  แต่เขาไม่ทันได้นึกว่าจะเป็นเพียงขวัญ

ชายหนุ่มร้องอุทานออกมาด้วยความคาดไม่ถึง “บอกแต่ว่าจะมีหมอสกินมาใหม่ ที่แท้หมอสกินที่ว่าเป็นผิงเองหรือ”

“ค่ะ” หญิงสาวยอมรับเสียงภูมิใจ “เห็นไหมว่าผิงทำตามที่บอกกับพี่เข้มได้แล้ว แล้วพี่เข้มล่ะจำได้ไหมว่าเคยบอกอะไรกับผิงเอาไว้บ้าง” ดวงตากลมโตทอประกายระยิบของคนถามมองมาอย่างคาดหวัง

เขมวันต์เลยนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา

เพียงขวัญเคยมาปรึกษากับเขาเรื่องที่จะลาออกไปเรียนต่อเฉพาะทาง ทั้งๆ ที่ยังทำงานไม่ครบกำหนดที่ต้องใช้ทุนคืน ซ้ำยังตั้งใจว่าเมื่อไปเรียนต่อแล้วจะกลับมาทำงานในคลินิกศัลยกรรมและเสริมความงามในตัวจังหวัดร่วมกับพี่ชาย แทนการทำงานให้ภาครัฐต่อ แต่เขาไม่เห็นด้วยจึงให้เหตุผลแก่อีกฝ่ายไปว่า

ผิงก็รู้ว่าจริงๆ แล้วทางโรงพยาบาลเจ้าของทุน เขาไม่ได้อยากได้เงินคืนสักหน่อย ที่เขาต้องการคือหมอที่จะมาช่วยรักษาคนไข้ต่างหาก

ค่ะ ผิงทราบ แต่งานพวกเราหนักจะตาย ไม่มีเวลาเป็นตัวของตัวเองเลย พี่เข้มก็เห็นเธอโอดครวญ

เราก็รู้ว่าอาชีพนี้ต้องเสียสละ และทำงานหนัก ไม่เป็นเวลาตั้งแต่วันแรกที่ไปปฐมนิเทศแล้วไม่ใช่หรือ แล้วจะมางอแงอะไรตอนนี้ เขาจำได้ว่าดุเธอเสร็จก็สำทับต่อ

อีกอย่างคนที่อยากเป็นหมอเพื่อช่วยคนจริงๆ มีตั้งเท่าไหร่ ที่ไม่ได้เป็นเพราะสอบไม่ผ่าน ส่วนเราสอบผ่านแล้วทำไมถึงจะทิ้งโอกาสแบบนี้ไปเสียล่ะ ผิงก็รู้นี่ว่าถ้าหมอทุกคนขอใช้หนี้ทุนแทนทำงานเพราะจะไปทำงานส่วนตัว ทำงานกับเอกชน แล้วพวกคนไข้จนๆ หรือชาวบ้านในที่กันดารห่างไกลเจ็บป่วยขึ้นมาจะทำยังไง หรือคนจนๆ ไม่มีสิทธิ์ป่วย ต้องคนรวยเท่านั้นถึงจะรักษากับหมอได้

ตกลงพี่เข้ม ชื่อเขมวันต์ หรือชื่อกานต์คะนี่ เธอล้อ พร้อมทำหน้าทะเล้นให้ ขณะที่คนถูกถามนิ่วหน้า

กานต์?’

ก็พระเอกของคุณสุวรรณี สุคนธาไงคะ เรื่องเขาชื่อกานต์ ที่เป็นหมอกินอุดมการณ์น่ะค่ะ หญิงสาวตอบก่อนเปลี่ยนท่าทีเป็นจริงจังขึ้น ที่พี่เข้มพูดมาทั้งหมดนี่ ผิงก็เข้าใจนะคะ ไม่ใช่ว่าผิงจะไม่เห็นใจคนไข้หรืออะไร แต่ผิงแค่อยากมีเวลาส่วนตัวบ้างอะไรบ้าง อีกอย่าง หม่าม้าก็อยากให้ผิงไปช่วยงานพี่จ้างด้วย

พี่จ้างที่ถูกพาดพิงคือ ขนมจ้าง พี่ชายของหญิงสาวซึ่งเป็นแพทย์ศัลยกรรมความงามขึ้นชื่อของจังหวัดและเป็นเพื่อนของเขาด้วย  เขมวันต์เลยไม่รู้จะพูดอย่างไร นอกจากรับคำสั้นๆ

อ้อ สีหน้าของเขายังคงบึ้งตึง เพียงขวัญเลยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างเอาใจ

แล้วผิงก็ตั้งใจว่า พอเรียนสกินจบ ผิงก็จะประจำคลินิกพิเศษที่โรงพยาบาลพี่เข้มด้วย ดีไหมคะ

จะทำได้จริงหรือ

ถ้าผิงทำได้ พี่เข้มจะให้อะไรหญิงสาวลอยหน้าถาม

ไว้รอถึงวันนั้นแล้วค่อยมาถามใหม่ก็แล้วกัน

เขมวันต์จำได้ว่าตอนนั้นเขาตอบไปเช่นนั้น และดูท่าวันนี้เขาจะต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้แก่อีกฝ่ายเสียแล้ว 

“จำได้แล้ว เราอยากได้อะไรล่ะ”

ดวงตาคนถูกถามแวววาวด้วยความถูกใจ แต่กลีบปากอิ่มกลับคลี่ยิ้มแค่เพียงบางๆ

“อยากให้พี่เข้มเลี้ยงข้าว”

เขมวันต์พยักหน้าอย่างไม่ลังเล คนตรงหน้าเลยรีบสำทับว่า “ขอเป็นข้าวเย็นทุกเย็นที่ผิงเข้ามาทำงานที่นี่”

“ทุกเย็นเลย?

“ก็ผิงเบื่อนี่คะ กลับไปบ้านก็ต้องกินข้าวคนเดียว” เธอย่นจมูกอย่างเหนื่อยหน่าย แต่กลับน่ารักน่าเอ็นดูไม่น้อย เขมวันต์เลยไม่นึกอยากขัดใจอีกฝ่าย

เพียงแต่...

“เอาเป็นว่า ว่ากันเป็นวันๆ ไปก็แล้วกัน ถ้าวันไหนพี่ไม่ติดเวร หรือต้องทำเคส เราค่อยไปกินข้าวกัน”

“ได้ค่ะ แล้วไปรับหนูนิดด้วยนะคะ ช่วงนี้หนูนิดกำลังเป็นวัยรุ่น เผื่อมีปัญหาเรื่องสิว หรือผิวพรรณ ผิงจะได้ช่วยดู มีปัญหาจะได้แก้ไขแต่เนิ่นๆ” แพทย์หญิงคนสวยรีบเสนอ ขณะที่เขมวันต์พยักหน้าด้วยความพอใจ

ที่เขาสนิทกับเพียงขวัญมากกว่ารุ่นน้องคนอื่นๆ ส่วนหนึ่งก็เพราะหญิงสาวรักใคร่เอ็นดูบุตรสาวของเขานี่ละ

ชายหนุ่มจึงตกปากรับคำกับหญิงสาวตรงหน้า  โดยนัดกันว่าจะพาเธอไปกินข้าวเย็นในเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกันก็ขอร้องฝ่ายนั้นไม่ให้บอกบุตรสาวเรื่องอาการเจ็บป่วยวันนี้ ส่วนหนึ่งเพราะไม่อยากให้วนิษาต้องเป็นห่วง และเดหลีต้องวิตก

เพราะวนิษารู้...เดหลีก็รู้

 

หลังจากนั้น เขมวันต์ก็มัวแต่ยุ่งกับงานที่ถาโถมเข้ามาจนลืมนึกถึงเรื่องคำสัญญากับเพียงขวัญไปสนิท มิหนำซ้ำยังไม่อาจรักษาสัญญากับแพทย์หญิงคนสวยได้ เพราะในวันที่ฝ่ายนั้นมาทำงานวันแรก ชายหนุ่มก็พบหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งวางไว้บนโต๊ะ

เขาไม่ได้ใส่ใจกับมันในตอนแรก จนกระทั่งเห็นใบหน้าคุ้นตาของหญิงคนรักปรากฏขึ้นในกรอบข่าวสังคมที่ถูกเปิดกางทิ้งไว้โดยไม่รู้ว่าเป็นฝีมือผู้ใด

 

พักนี้ เดหลี อัศวฤทธา ทั้งสวยและสาวขึ้นจนน่าอิจฉา คงเพราะได้กินเด็กแทนยาอายุวัฒนะ เด็กที่ว่าไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน แต่เป็นเด็กฝึกงานคนล่าสุดของเอวาลอนกรุ๊ป ที่ชื่อ คันฉัตร นิมมานวาทิน หรือนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มือทองนั่นเอง

 

กินเด็กอย่างนั้นหรือ...บัดซบที่สุด เขาไม่เชื่อหรอก...เดหลีไม่มีวันไปชอบไก่อ่อนพรรค์นั้นได้แน่นอน

เขมวันต์ก่นด่ายาวเหยียดในใจ และขยำหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นจนเป็นก้อนกลมโยนลงถังขยะในพริบตาเดียว ตั้งใจจะโยนทิฐิทั้งหมดที่มีทิ้งตามไปด้วย และเลิกคิดถึงคำพูดของมารดาฝ่ายนั้นเสียที

วันนี้เขาต้องไปหาเธอให้ได้...

ขณะที่เดินออกจากตึกที่ทำงานอยู่ได้ไม่เกินสามก้าว ใบหน้าหวานแจ่มใสของแพทย์หญิงรุ่นน้องที่เพิ่งเจอกันเมื่อไม่กี่วันก่อนก็ปรากฏขึ้นในคลองสายตา

“บังเอิญจัง ผิงกำลังจะไปหาพี่เข้มอยู่พอดี” หญิงสาวบอก ทำให้เขาถึงกับนิ่งขึงไปชั่วขณะ เพราะนึกถึงสัญญาที่บอกกับอีกฝ่ายขึ้นมาได้ในตอนนั้นเอง

“วันนี้เราจะไปกินข้าวกันที่ร้านไหนดีคะ พี่เข้มคิดมาหรือยัง” เธอถามพร้อมเอียงคอเล็กน้อย ท่าทางดูน่าเอ็นดู

แต่เขมวันต์ไม่มีอารมณ์จะเอาอกเอาใจอีกฝ่ายในตอนนี้ “ยังเลย”

เพียงขวัญนิ่งอึ้งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนเอ่ยถามตรงๆ เสียงสั่นอยู่บ้าง “พี่เข้มติดเคสหรือคะ”

“ไม่ใช่...”

“งั้นมีอะไรหรือคะ”

กลายเป็นเขาที่อึกอักแทน ชายหนุ่มเลยได้แต่บอกตัวเองขณะลอบผ่อนลมหายใจยาวว่าต้องรักษาสัญญาที่ให้แก่อีกฝ่ายก่อน แล้วค่อยไปหาเดหลีที่กรุงเทพฯ

“ช่างเถอะ” เขมวันต์ตอบห้วนๆ “เย็นนี้ไปกินข้าวกับผิงก่อนก็ได้”

สีหน้าคนฟังเปลี่ยนเป็นสดชื่นขึ้นทันตาเห็น มือเรียวทั้งสองข้างของเธอเอื้อมมาเขย่าแขนเขาอย่างดีอกดีใจเหมือนเด็กตัวน้อย

“เย้...งั้นจะไปรถพี่เข้ม หรือรถผิงดีคะ”

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนเขียนเรื่องของหมอเข้ม มดยอมรับว่าพบทางตันบ่อยๆ เนื่องจากไม่ค่อยสนิทกับหมอเท่าไหร่
เว้นแต่ตอนป่วย ^^
เลยต้องหาข้อมูลสดจากเพื่อนที่เป็นหมอ ข้อมูลดิบจากการอ่านสัมภาษณ์หมอหลายท่าน พอดีตอนนั้นได้อ่านเรื่องที่เพจจ่า
ว่าจ่าเคยรักษาคนไข้ทั้งๆ ที่ใส่เฝือกแขน หรือเคยเป็นลมวูบตอนทำงาน เพราะต้องทำงานหนักมาก
โรงพยาบาลชุมชน ที่อยู่มีหมอน้อยมาก ขาด ลา ป่วยไม่ได้ ตายได้อย่างเดียว เลยเป็นแรงบันดาลใจให้เขียนเรื่องราวของหมอเข้มออกมา


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นอกจากวิวาห์โค้งสุดท้ายแล้ว มดยังลงผลงานอีกเรื่องบนเด็กดีด้วย
ชื่อเรื่อง สีหราช เหมหงส์ เป็นแนวอดีต ปัจจุบัน อนาคต ลองอ่านดูนะคะ

https://my.dek-d.com/Umariga_Darapadi/writer/view.php?id=1557711

สำหรับข่าวคราวของมดกับนิยายที่เขียน ติดตามข่าวได้ที่เพจอุมาริการ์ ดาหราปตี https://www.facebook.com/umariga/

ใครอ่านแล้วยังไม่กดไลก์ ฝากกดด้วยค่ะ








 




















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

105 ความคิดเห็น

  1. #70 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 05:53
    หมอเข้ม แฟนต้องมาก่อนคนอื่นสิ
    #70
    0
  2. #39 A.sww (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:44
    ไปไป๊ค่ะหมอผิง พี่เข้มกับเดหลีเขาอยากจะอยู่ด้วยกัน
    #39
    0
  3. #38 เหมียว (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:00
    ในงานแต่งงานซิดนีย์ ยังพอจะชอบหมอผิงอยู่บ้างนะคะ แต่ตอนนี้ชักหมั่นไส้แทนแล้วล่ะค่ะ
    #38
    0