วิวาห์โค้งสุดท้าย ลิขสิทธิ์ สนพ.พิมพ์คำ

ตอนที่ 16 : บทที่ 5 สองคู่ชู้ชื่น (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    10 ก.พ. 60

 หมอเข้มมีอดีตตัวแดงๆ มาขอควงแขน
          เดหลีก็มีโอปป้าเกาหลีหน้าขาวๆ มาวอแวเช่นกัน

 งานคืนนี้ไม่มีใครน้อยหน้าใครฮ่ะ (แหม...แล้วพองานเลิก หมอเข้มจะได้ไปตีกลองที่ห้องเดหลีมั้ยนะ!)


ทำไมเสร็จธุระเร็วจังเลยคะ ฉันกำลังคิดว่าจะสั่งเครื่องดื่มสักแก้ว แล้วเข้าไปนั่งร่วมวงกับพวกคุณอยู่เชียว

สั่งมาดื่ม หรือมาสาดหน้าผมกับเวียนนา

เขาถาม พร้อมแอบตั้งความหวังว่าเธอจะตอบประการหลัง ทว่าหญิงสาวกลับมองมาด้วยสายตาตำหนิติเตียน

ฉันจะเอาเหล้าแก้วตั้งเกือบสามร้อยไปสาดหน้าคนทำไมคะ สู้สาดลงท้องไม่ดีกว่าหรือ ไม่เปลืองด้วย

เงินสามร้อย สำหรับคนอย่าง เดหลี อัศวฤทธา มีความหมายด้วยหรือ

แหม...ถึงฉันจะเป็นลูกเศรษฐี แต่ก็เห็นค่าของเงินนะคะ

เธอตอบเสียงสดใส แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกแปลกๆ ระหว่างผิดหวังกับหงุดหงิด

ถ้าเธอแสดงอาการหึงหวงออกมาให้เห็นสักนิด เขมวันต์คงรู้สึกดีกว่านี้...

 

ความที่มัวแต่สนใจความรู้สึกของคนข้างๆ ทำให้ชายหนุ่มไม่ได้คิดจะเหลียวไปมองคนที่เดินจากมา เขาจึงไม่ทันเห็นสีหน้าที่ฉายชัดถึงความไม่สบายใจของเวียนนา และอากัปกิริยาสะดุ้งโหยงที่เกิดจากเสียงกริ่งเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของเธอซึ่งดังขึ้นในนาทีต่อมา

หญิงสาวลังเลอยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะรับสายนั้น

เธอจะบอกคนที่โทร. มาอย่างไรดีว่าภารกิจครั้งนี้ล้มเหลวเสียแล้ว เพราะนอกจากเธอจะหาทางกลับไปเป็นครอบครัวเดียวกับเขมวันต์และบุตรสาววัยรุ่นไม่ได้แล้ว ยังพบว่าเขายังคงปักใจอยู่กับเดหลีอย่างเหนียวแน่นไม่เปลี่ยนแปลง

สิบกว่าปีก่อนเขาเคยคลั่งไคล้เดหลีอย่างไร ตอนนี้เขาก็เป็นแบบนั้น หรืออาจจะเป็นยิ่งกว่า

ขณะที่เดหลีเองก็ไม่ใช่คนที่ใครจะต่อกรด้วยได้ง่ายๆ

ที่สำคัญ ญาติสาวของเธอคนนี้ไม่เคยแสดงความสนใจในตัวชายหนุ่มคนไหนมากเท่ากับที่แสดงออกกับเขมวันต์

เวียนนาพูดได้แค่ว่า...ศึกครั้งนี้ช่างใหญ่หลวงนัก!

 

                งานแต่งงานของคนอัศวฤทธานั้น เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคมทุกด้านไว้อย่างพร้อมพรัก เพราะลำพังลูกหลานของตระกูลก็แตกหน่อแตกกอออกไปหลายสาย หลังจากก้าวเข้าไปในงานไม่เกินสิบนาที และทำความเคารพบิดามารดาของเดหลีเสร็จเรียบร้อย หญิงสาวก็พาเขากับลูกไปพบกับคุณตาแท้ๆ ของเด็กหญิง กับลุงป้า และน้าๆ ที่เป็นพี่น้องของเวียนนา เพื่อให้วนิษาได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับครอบครัวทางฝ่ายแม่ จากนั้นเธอก็ปลีกตัวจากไปอย่างมีมรรยาท

                เขมวันต์ยืนเป็นกำลังใจให้ลูกสาว จนเห็นว่าเด็กหญิงเริ่มหายเครียดและเพลิดเพลินกับการตอบคำถามของผู้เป็นตา เขาจึงเดินเลี่ยงออกมาบ้าง

ยอมรับว่าอึดอัดกับบรรยากาศรอบตัวพิกล

ให้ตายเขาก็ไม่มีวันชินกับงานเลี้ยงที่ต้องสวมหน้ากากเข้าหากัน แล้วปั้นคำหวานเยินยอไม่จบไม่สิ้นแบบนี้

นายแพทย์หนุ่มบอกตัวเองพร้อมถอนหายใจยาว แล้วสอดส่ายสายตามองหาเดหลีไปพลางๆ

เธอยืนอยู่ข้างนักการเมืองหนุ่มอนาคตไกลที่คุ้นหน้าคุ้นตาไม่น้อย ในขณะที่ฝ่ายชายกำลังคุยอย่างออกรส หญิงสาวกลับปกปิดรอยเอือมระอาในดวงตาไม่มิด เขาจึงชูแก้วเครื่องดื่มในมือขึ้นเป็นเชิงล้อเลียน จึงได้เห็นประกายเจิดจ้าในดวงตาหงส์คู่งามเรืองวาบขึ้นแวบหนึ่ง ก่อนเปลี่ยนเป็นวิงวอนขอร้อง คล้ายอยากให้เขาเข้าไปช่วยลากเธอออกจากการสนทนาที่แสนจะน่าเบื่อ

เขมวันต์ยินดีทำตามที่เดหลีขอร้อง หากไม่มีร่างเล็กอวบอิ่มในชุดราตรีสีส้มอมชมพูเหมือนกลีบดอกไม้ของใครบางคนก้าวเข้ามาขวางทางไว้ ทั้งยังร้องเรียกชื่อเขาอย่างดีใจเสียอีก

พี่เข้ม...นี่ผิงตาไม่ฝาดใช่ไหมคะ พี่เข้มจริงๆ ด้วย

ไม่ใช่แต่คนทักที่แปลกใจ เขาเองก็แปลกใจเช่นกัน เพราะแม้ในงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสค่ำคืนนี้ จะมีทั้งนักธุรกิจระดับพันล้าน นักการเมืองที่คุ้นหน้าคุ้นตาบนหน้าหนังสือพิมพ์ นายตำรวจ ทหารระดับสูง ดารา นักร้องที่มีชื่อเสียง แต่ก็นึกไม่ถึงว่าจะมีบุคคลในวงการแพทย์มาร่วมด้วย

โดยเฉพาะหญิงสาวร่างเล็กบาง หน้าตาสะสวยอ่อนหวาน ที่คลี่ยิ้มหวานส่งให้เขาอย่าง แพทย์หญิง เพียงขวัญ หรือหมอขนมผิง คนนี้

ผิงมาได้ยังไง

ผิงเป็นหมอผิวหนังประจำตัวคุณซิดนีย์ค่ะ ก่อนแต่งงานเธอไปเข้าคอร์สรักษาผิวหน้าที่คลินิก เธอเลยชวนผิงมางานแต่งงานด้วย แล้วพี่เข้มล่ะคะหญิงสาวเอ่ยถาม พร้อมเอียงหน้ามองด้วยความสนใจ

พี่มากับหนูนิด

ชายหนุ่มตอบเลี่ยงไปในรูปนั้น ยังไม่พร้อมจะเปิดเผยเรื่องความเกี่ยวข้องของตนเองกับคนอัศวฤทธาออกไป ไม่อยากได้ชื่อว่าโหนกระแสคนรวย หรือโดนเข้าใจผิดว่าอยากฉกฉวยโอกาสจากการได้ชื่อว่าเป็นญาติกับตระกูลมหาเศรษฐี นอกจากนี้ ยังไม่คิดว่าทางนั้นจะอยากนับญาติกับหมอจนๆ อย่างเขาด้วย

ด้านเพียงขวัญเองก็ดูเหมือนจะไม่ติดใจกับคำตอบกำกวมของเขา เพราะหญิงสาวถามต่อว่า

แล้วนี่หนูนิดอยู่ไหนคะ 

ชายหนุ่มเหลียวมองหาบุตรสาวอีกครั้ง แต่เขากลับเห็นเดหลีแทน พร้อมกับพบว่าดวงตาหงส์ของนักธุรกิจสาวคล้ายมีเปลวเพลิงลุกโชนอยู่ เขมวันต์จึงเลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่งอย่างแปลกใจ

เธอกำลังหึงเขากับเพียงขวัญ แต่กลับเห็นเวียนนาเป็นอากาศธาตุอย่างนั้นหรือ

ชายหนุ่มนิ่วหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ และเห็นนักธุรกิจสาวกะพริบตานิดหนึ่ง คล้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ไฟในดวงตาของเธอหายไปแล้ว เหลือเพียงสายตาที่พราวระยับสะท้อนกับโคมไฟคริสตัลช่อใหญ่ที่แขวนอยู่เหนือศีรษะแทน

แสงสะท้อนจากคริสตัลคงทำให้เขาเข้าใจผิด เขมวันต์คิดพร้อมกับหันมาสบตากับเพียงขวัญอีกครั้ง

ผิงอยากเจอหลาน ไม่เห็นกันตั้งนานแล้วหญิงสาวบอก

บางทีผิงอาจจะเห็นหลานแล้วก็ได้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นแก ช่วงสองสามปีนี้ หนูนิดโตขึ้นจนผิดหูผิดตา

ลูกสาวเป็นสาวแล้ว ดูท่าคงสวยด้วย พี่เข้มต้องไว้หนวดแล้วละหญิงสาวกระเซ้า ทำให้เขาอดยิ้มให้ไม่ได้

แต่นาทีนั้นชายหนุ่มกลับรู้สึกถึงขนอ่อนๆ ตรงบริเวณต้นคอที่จู่ๆ ก็ลุกชันขึ้นเหมือนมีใครบางคนกำลังจ้องมาด้วยความเกรี้ยวกราด พอเหลียวมองหาก็เห็นเดหลียืนหันหน้ามา แต่ไม่ได้มองมาที่เขา กลับก้มหน้าง่วนอยู่กับเครื่องดื่มในมือแทน

ผิงพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าคะ

ไม่ ผิงไม่ได้ผิด แต่พี่อาจเข้าใจอะไรผิดเขาตอบพึมพำ

พี่เข้มเข้าใจอะไรผิดคะแพทย์หญิงสาวสวยขมวดคิ้ว

ช่างเถอะชายหนุ่มตัดบท

ความที่ไม่ใช่คนช่างพูด ถามคำ บางทีตอบแค่ครึ่งคำด้วยซ้ำ คนถามเองก็รู้จักเขามานาน ทั้งยังเกี่ยวโยงกันหลายชั้น ทั้งพี่ชายของเธอที่เป็นเพื่อนเรียนร่วมรุ่นกับเขา และการที่เขากับเธอเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมสถาบันกันมา จากนั้นพอเรียนจบ เพียงขวัญก็กลับมาทำงานใช้ทุนให้แก่โรงพยาบาลใหญ่ประจำอำเภอบ้านเกิดของพวกเขา ทั้งคู่เลยมีโอกาสได้เจอกันบ่อยกว่าปกติ 

เขมวันต์ยอมรับว่าสนิทสนมกับรุ่นน้องสาวสวยคนนี้ค่อนข้างมาก

เพียงขวัญเองก็เป็นคนร่าเริงแจ่มใส รู้จักคนไม่น้อย ทั้งรุ่นตัวเอง รุ่นน้อง รุ่นพี่ กล่าวได้ว่าเธอเหมือนเฟซบุ๊กเคลื่อนที่ที่คอยอัปเดตข่าวคราวของคนรู้จักในแวดวงเดียวกันให้เขมวันต์ฟังได้อย่างสนุกสนาน เพราะช่วงหลังๆ มานี้ชายหนุ่มแทบไม่ได้พบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงเท่าไรนัก ด้วยงานที่ทำนั้นเรียกได้ว่าหนักหนาสาหัส ขณะที่หน้าที่ความเป็นพ่อก็ดึงเวลาว่างของเขาไปจนเกือบหมด ยิ่งช่วงนี้คู่หูที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่ชั้นประถม จนถึงมหาวิทยาลัยเดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ จึงทำให้เขาห่างเหินจากเพื่อนๆ ไปโดยปริยาย

ทั้งคู่สนทนากันอย่างออกรสได้ไม่เกินห้านาที อาการขนลุกเหมือนถูกจ้องมองก็เกิดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่ที่หลังคออย่างเดียวแล้ว แต่ลามมาที่ท่อนแขนด้วย

ชายหนุ่มไม่อาจยืนคุยกับเพียงขวัญต่อไปได้ เขาพึมพำขอตัวจากอีกฝ่ายแล้วหันไปมองหาเดหลี เชื่อว่าเธอคือคนที่สร้างความรู้สึกนี้ให้ แต่จู่ๆ ก็พบว่านายเด็กฝึกงานนั่นเดินตัดหน้าเข้าไปหาคนรักของเขา พร้อมเอ่ยอะไรบางอย่างกับเธอเสียก่อน

ไม่รู้ว่าหมอนั่นพูดเบาจนเกินไป หรือเสียงในห้องนี้ดังเกินไปกันแน่ เขาเลยไม่ได้ยินประโยคพวกนั้นแม้แต่คำเดียว จะเห็นก็แต่รอยยิ้มของผู้ชนะจางๆ บนใบหน้าขาวราวหยกสลักของคันฉัตร ตอนที่ฝ่ายนั้นแตะข้อศอกเดหลีแล้วพาเธอเดินจากไปต่อหน้าต่อตา

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นอกจากวิวาห์โค้งสุดท้ายแล้ว มดยังลงผลงานอีกเรื่องบนเด็กดีด้วย
ชื่อเรื่อง สีหราช เหมหงส์ เป็นแนวอดีต ปัจจุบัน อนาคต ลองอ่านดูนะคะ

https://my.dek-d.com/Umariga_Darapadi/writer/view.php?id=1557711

สำหรับข่าวคราวของมดกับนิยายที่เขียน ติดตามข่าวได้ที่เพจอุมาริการ์ ดาหราปตี https://www.facebook.com/umariga/

ใครอ่านแล้วยังไม่กดไลก์ ฝากกดด้วยค่ะ











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

105 ความคิดเห็น

  1. #91 fsn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 06:23
    รักแท้ ก็ต้องมีอุปสรรค นะคะ
    #91
    0
  2. #61 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 04:59
    งานเข้า
    #61
    0