วิวาห์โค้งสุดท้าย ลิขสิทธิ์ สนพ.พิมพ์คำ

ตอนที่ 13 : บทที่ 4 วิวาห์นี้ไม่ได้มีเพียงเรา (3-จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    8 ก.พ. 60

หญิงสาวมองชายหนุ่มท้าทาย และรีบเม้มปากแน่นเป็นการเตือนสติตัวเอง ว่านอกจากเขากับเธอแล้ว ยังมีวนิษายืนอยู่ด้วยอีกคนหนึ่ง แต่ดูเหมือนเด็กหญิงจะไม่สนใจกับบทสนทนาครั้งนี้แม้แต่น้อย เพราะฝ่ายนั้นมัวแต่ก้มหน้าก้มตากดส่งข้อความหาใครบางคนอย่างตั้งอกตั้งใจ ถ้าจะให้เดาคงเป็นกวยจั๊บ เพราะคู่นี้เรียกได้ว่าเป็นแฝดต่างวัย

เขมวันต์เองก็คงรู้ตัว เพราะเขาเบนสายตาที่จับจ้องอยู่บนกลีบปากของเธอในที่สุด แล้วกระแอมเบาๆ ก่อนจะตอบคำถามนี้

“ชอบหรือไม่ชอบก็ไม่รู้ละ แต่วันนี้ช่วยแปลงร่างเด็กคนนี้ให้เป็นนางฟ้าตัวน้อยๆ ให้ผมด้วยนะ” แล้วเขาก็จับมือบุตรสาวส่งให้เธอ “ผมจะไปรอที่ล็อบบี เสร็จแล้วโทร. มาเรียกผม เราจะได้ขึ้นไปที่งานด้วยกัน”

พูดจบคนพูดก็ก้าวยาวๆ จากไป เหลือเพียงแค่เธอกับวนิษาเพียงสองคน

เดหลีจึงบีบมือเด็กหญิงเป็นเชิงเอาใจ แล้วบอกว่า

“พี่ดีใจนะ ที่หนูนิดทำให้คุณพ่อยอมมาด้วยวันนี้”

“หนูนิดไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” เด็กหญิงตอบมาด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ “เพราะพ่อเองก็อยากมาด้วยละคะ นี่ถ้าพ่อไม่อยากมานะคะ ต่อให้หนูนิดก้มกราบเบญจางคประดิษฐ์สักร้อยที พ่อก็ไม่มาหรอกค่ะ”

คำตอบนั้นทำให้เดหลียิ้มบางๆ ด้วยความพอใจ

ทั้งยังทำให้เธอรู้สึกชอบหน้าคันฉัตรขึ้นมาหน่อยหนึ่ง ถ้าไม่ใช่เพราะเขาทำตามที่แม่ของเธอขอร้องอย่างเคร่งครัด และอาสาช่วยขับเฮลิคอปเตอร์พาไปส่งในวันนี้ เขมวันต์ก็คงไม่ยอมมาด้วยแน่ๆ

คิดมาถึงตรงนี้ ก็ได้ยินเสียงหวานใสของเด็กหญิงถามขึ้นว่า

“ว่าแต่พ่อไปรอที่ล็อบบีแบบนี้ คงไม่เหงาหรอกนะคะ”

“ไม่น่าเหงานะ เห็นว่าน้าอัคก็มาถึงแล้ว”

“พี่อี๋ล่ะคะ พี่อี๋มาด้วยไหม แล้วพาเจ้าแฝดมาด้วยหรือเปล่า”

วนิษาร้องถามอย่างตื่นเต้น ถึงลูกแฝดชาย-หญิงของอัครากับเกี้ยมอี๋ที่เป็นเกลอเก่ากันมาจากคลองหมาแหงน

“ต้องมาอยู่แล้วละ” เดหลีตอบ ก่อนจะฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ว่าแต่ หนูนิดจำญาติคนไหนได้บ้าง”

ใบหน้าเรียวเล็กของเด็กหญิงยู่ยี่อย่างเห็นได้ชัดกับคำถามนี้ ก่อนจะอ้อมแอ้มตอบ

“ก็จำน้าอัค ลุงชาย แล้วก็ พี่เวกัสได้ค่ะ อ้อ จำคุณพ่อกับคุณแม่ของพี่เดย์ได้ด้วย”

หญิงสาวฟังแล้วก็มั่นใจว่าอีกฝ่ายเจตนาเลี่ยงที่จะพูดถึงครอบครัวทางฝั่งแม่แท้ๆ ออกมา เลยหันไปจับไหล่บอบบางของเด็กหญิงไว้อย่างให้กำลังใจแกมขอร้อง

“พี่เข้าใจว่าหนูนิดรู้สึกยังไง แต่ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว และถ้าเราเป็นคนฉลาด ก็ต้องแยกแยะให้ได้ระหว่างอดีตกับปัจจุบันเข้าใจไหม”

“แต่หนูนิดจำไม่ได้จริงๆ นะคะพี่เดย์ คนในตระกูลอัศวฤทธามีตั้งเป็นร้อย”

ฝ่ายนั้นโอดครวญ ตอนที่ทั้งคู่เดินมาถึงหน้าห้องสวีทที่ใช้เป็นห้องแต่งตัวของเดหลีในวันนี้

หญิงสาวเลยหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยื่นให้ไป

“พี่ให้คุณณี เลขาฯ ทำสาแหรกของตระกูลไว้ในไฟล์นี้ หนูนิดนั่งท่องตอนช่างเขาแต่งหน้าทำผมให้ก็แล้วกัน เพราะถึงจะจำใครไม่ได้เลย แต่ยังไงหนูนิดก็ต้องจำคุณตาคุนหมิง คุณตายูนาน และคุณพ่อของพี่ให้ได้”

เด็กหญิงทำท่าเหมือนจะขาดใจตายไปตรงนั้น แต่เดหลีไม่ยอมใจอ่อนง่ายๆ

คนชอบพูดกันว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตีไม่ใช่หรือ

นี่เธอยังไม่ได้ตีวนิษาสักแปะ แค่ให้ท่องสาแหรกครอบครัวที่มีสมาชิกเกือบร้อยคนเท่านั้นเอง

หญิงสาวปลอบใจตัวเอง และบอกให้ทำใจแข็งเข้าไว้ จนแต่งหน้าทำผมเสร็จ จึงเห็นว่าเด็กหญิงค่อยอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง แต่พอชะโงกหน้าไปมอง ก็พบว่าฝ่ายนั้นกำลังกดเกมออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือของเธออย่างเมามัน แทนที่จะท่องสาแหรกวงศ์วานอย่างที่สั่งเอาไว้

เดหลีส่ายหน้าพร้อมดึงโทรศัพท์เครื่องบางเฉียบคืนมา

“จะให้พี่ฟ้องพ่อเราดีไหมนี่”

“ไม่ดีหรอกค่ะ” เด็กหญิงกล่าวเสียงประจบ “เพราะหนูนิดท่องชื่อญาติทุกคนได้หมดแล้ว”

“จริงน่ะ” เธอถามอย่างไม่อยากเชื่อ

“จริงสิคะ ไม่เชื่อ พี่เดย์ก็เปิดรูปพวกเขา แล้วถามหนูนิดสิว่าใครเป็นใคร” วนิษาท้า

หลังจากทดสอบเด็กหญิงจนมั่นใจว่าไม่ได้พูดเกินจริง เดหลีก็เพิ่งนึกถึงเขมวันต์ขึ้นมาได้ ว่าชายหนุ่มกำลังรอพวกเธออยู่ที่ล็อบบี และเห็นว่ายังเหลือเวลาอีกหลายนาทีกว่างานจะเริ่ม ตัวเธอเองนั้นก็นับได้ว่าเป็นญาติ...เอิ่ม...อาวุโส จึงไม่ต้องไปนั่งโต๊ะช่วยแจกของชำร่วย หรือยิ้มหวานต้อนรับแขก แค่มาให้เกียรติเป็นดอกไม้ประดับงานก็พอ

เดหลีจึงเลือกลงไปหาชายหนุ่มที่ล็อบบีแทนการโทรศัพท์บอกให้เขามาหาที่ห้องบอลรูมอย่างที่ตกลงกันไว้ในตอนแรก

วนิษาเองก็เห็นด้วย เด็กหญิงบอกว่า

“หนูนิดนึกออกแล้วว่าชูครีมที่นี่มีชื่อมาก มาคราวก่อนก็ลืมกิน วันนี้ขอหนูนิดแวะไปกินสักลูกสองลูกนะคะ กลับไปจะได้ไปโม้กับพี่จั๊บให้น้ำลายยืดเลย”

“เดี๋ยวให้เขาจัดใส่กล่องให้ก็ได้ จะเอาสักสิบหรือร้อยลูกก็ไม่มีปัญหา พี่จะให้เขาทำใหม่ๆ ให้หนูนิดเลย”

ครอบครัวของเธอเป็นหุ้นใหญ่ในโรงแรม ร้านเบเกอรีที่เด็กหญิงกล่าวถึงก็เป็นของลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่ง ดังนั้นต่อให้วนิษาอยากยกตู้แช่เค้กสักสองตู้กลับคลองหมาแหงน เดหลีก็สามารถจัดการให้ได้

“แต่มันไม่ได้ฟีลเหมือนนั่งกินในร้านนี่คะ” วนิษาแย้ง ทำให้เดหลีส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ

“งั้นหนูนิดไปกินขนม พี่ไปตามหมอเข้ม แล้วไปเจอกันที่ห้องบอลรูม หนูไปถูกใช่ไหม”

“โอย หนูนิดมาโรงแรมนี้ครั้งนี้ครั้งที่สองแล้วนะคะ ให้ปิดตาเดินก็ยังได้เลยค่ะ”

เด็กหญิงตอบเสียงโอ่ ทำให้เธออมยิ้มขำ ก่อนจะแยกจากฝ่ายนั้นตอนที่ลิฟต์เลื่อนลงไปถึงชั้นหนึ่ง

แขกเหรื่อบางคนก็เพิ่งมาถึง และบางส่วนก็ยังอ้อยอิ่งนั่งคุยกันอยู่ที่ล็อบบีก่อนขึ้นไปร่วมฉลองในงานเลี้ยงด้านบน

เธอจึงต้องใช้เวลามองหาเขมวันต์อยู่อึดใจหนึ่ง จึงเห็นเขา พร้อมกับตระหนักได้ว่าชายหนุ่มเป็นเหมือนแม่เหล็กอันใหญ่ที่ดึงดูดให้เศษเหล็กทุกชิ้นพุ่งตรงเข้าไปหา

เพราะบรรดาสาวๆ ในล็อบบีต่างก็ลอบมองเขาทั้งนั้น

คงเป็นที่รูปร่างสูงใหญ่ กำยำล่ำสันของฝ่ายนั้นที่ทำให้ใครต่อใครต่างอดเหลียวมองซ้ำไม่ได้

ด้วยชายหนุ่มในแวดวงธุรกิจที่พวกเธอคุ้นชินนั้น ไม่มีใครมีไหล่หนาและแผงอกกว้างอย่างเขาสักคนเดียว

สาวๆ เหล่านี้ก็ได้แค่มองเท่านั้น

ไม่มีใครรู้ดีเท่าเธอหรอกว่า ไหล่ของชายหนุ่มใช้หนุนแทนหมอนได้ดีเพียงใด และอกกว้างๆ นั้นอุ่นแค่ไหนตอนสวมกอด

นึกแล้วก็อดเสียดายไม่ได้ ที่เพื่อนสนิทของเธอทั้งสามคนไม่ได้มาในงานแต่งงานของซิดนีย์ เลยไม่ได้เห็นเขมวันต์ในค่ำคืนนี้

แต่คิดอีกทีก็ดีเหมือนกัน เขาเหมือนของขวัญชิ้นโต เป็นเซอร์ไพร์สในชีวิตเธอ  เพราะก่อนหน้านี้เดหลีไม่เคยเล่าเรื่องชายหนุ่มออกไปให้ใครฟัง

ไม่ใช่เพราะต้องการปิดบัง เพียงแต่เธออยากเก็บความรักครั้งนี้ให้เป็นความลับไปนานๆ ด้วยรู้ดีว่าถ้าเรื่องนี้เปิดเผยออกไปเมื่อไหร่ การไปหานายแพทย์หนุ่มที่บ้านสวนคลองหมาแหงนคงไม่ง่ายดายเช่นที่ผ่านมา แล้วก็จริงอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด และเดาได้ว่ามารดาคงระแคะระคายเรื่องนี้แล้ว ไม่เช่นนั้นก็คงไม่ส่งคันฉัตรมาตามประกบเธอเช่นนี้

แม่คงคิดว่าจะบงการหัวใจที่ดื้อดึงของลูกสาวคนนี้ได้

แต่...

แม่จะค้นพบในไม่ช้านี้ว่าคิดผิด

เดหลียิ้มพรายกับความคิดซุกซนนี้ แต่รอยยิ้มของเธอกลับค้างอยู่อย่างนั้น เมื่อพบว่าเขมวันต์ไม่ได้ยืนอยู่เพียงลำพัง มีหญิงสาวร่างอวบอิ่มคนหนึ่งยืนอยู่กับเขา

ทั้งคู่พูดคุยกันอย่างออกรส และมือเรียวของฝ่ายหญิงก็วางทาบทับบนท่อนแขนของฝ่ายชายอย่างถือสนิท

ใคร!

และพอมองดีๆ เดหลีก็พบว่าเธอกำลังจับจ้องอยู่ที่ดวงหน้าของหญิงสาวซึ่งถือได้ว่าเป็นญาติสนิท และได้ชื่อว่ามารดาของวนิษา

เวียนนา อัศวฤทธา!


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นอกจากวิวาห์โค้งสุดท้ายแล้ว มดยังลงผลงานอีกเรื่องบนเด็กดีด้วย
ชื่อเรื่อง สีหราช เหมหงส์ เป็นแนวอดีต ปัจจุบัน อนาคต ลองอ่านดูนะคะ

https://my.dek-d.com/Umariga_Darapadi/writer/view.php?id=1557711

สำหรับข่าวคราวของมดกับนิยายที่เขียน ติดตามข่าวได้ที่เพจอุมาริการ์ ดาหราปตี https://www.facebook.com/umariga/

ใครอ่านแล้วยังไม่กดไลก์ ฝากกดด้วยค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

105 ความคิดเห็น

  1. #58 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 04:42
    โอ๊ะโอ
    #58
    0