วิวาห์โค้งสุดท้าย ลิขสิทธิ์ สนพ.พิมพ์คำ

ตอนที่ 11 : บทที่ 4 วิวาห์นี้ไม่ได้มีเพียงเรา (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,509
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    6 ก.พ. 60

ดูเหมือนเดหลีกำลังลังเลว่าจะยกตำแหน่งไหนให้คนข้างๆ ตัวดี แต่ยังไม่ทันพูดออกมา ฝ่ายนั้นก็แย่งตอบขึ้นเสียก่อนด้วยน้ำเสียงเรียบๆ หากแฝงความมั่นใจไว้เต็มเปี่ยม

“ผมเป็นเด็กฝึกงานของคุณเดย์”

“เด็ก-ฝึก-งาน!

ไม่ใช่เขมวันต์คนเดียวที่เผลออุทานออกมา แต่ทั้งวนิษาและกวยจั๊บก็พร้อมใจกันพูดคำนี้ออกมาด้วย คงเพราะคนตรงหน้าไม่ได้มีทีท่าเหมือนเด็กฝึกงานอย่างที่พูดสักนิด

ท่าทางแบบนี้ สีหน้าแววตาอวดดีเช่นนี้ ต้องบอกว่าเป็นทายาทเจ้าของกิจการจึงจะน่าเชื่อ

แต่ เด็กฝึกงาน ของเดหลีกลับผงกหัวรับอย่างหนักแน่น พร้อมใบหน้าที่ยิ้มบางๆ อย่างเดิมแล้วตอบว่า

“ใช่ครับ ผมมาฝึกงานกับคุณเดย์” พอพูดจบ คนพูดก็ก้มหน้าดูนาฬิกาข้อมือแวบหนึ่ง แล้วบอกกับเดหลีว่า “เราต้องไปกันแล้วล่ะครับ คุณป้าเพิ่งโทรศัพท์มาเตือนให้ผมรีบพาคุณเดย์กลับกรุงเทพฯ เมื่อห้านาทีก่อนนี้เอง เห็นว่าฤกษ์ส่งตัวเลื่อนขึ้นมาจากเดิม แล้วคุณก็ยังไม่ได้แต่งหน้าทำผมเลย”

“แต่...”

เดหลีอึกอัก เหลือบมองเขมวันต์อย่างว้าวุ่นใจ คงเพราะเธอบอกเขาเอาไว้ ว่ายังเหลือเวลาอีกราวๆ หนึ่งชั่วโมงสำหรับตัดสินใจ

นี่เพิ่งผ่านมาได้ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ

แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มแปลกๆ ของไอ้เจ้าเด็กฝึกงานคนนี้ เขมวันต์คิดว่าคงต้องตัดสินใจในนาทีนี้แล้ว ว่าเขากับวนิษาจะต้องไปงานแต่งงานรวมญาติของตระกูลอัศวฤทธาคืนนี้ หรือไม่ไป  

ทว่าเขาคงตัดสินใจช้าไป เพราะบุตรสาวได้ทำตัวใจร้อนสมเป็นวัยรุ่น ด้วยการกล่าวสวนขึ้นทันที

“ถ้าอย่างนั้น คุณน้า ก็ต้องรอแล้วละค่ะ เพราะพี่เดย์อยากให้พ่อเปลี่ยนชุดที่เลือกมาให้ก่อนไปงาน” แล้วคนพูดก็ละสายตาจากเด็กฝึกงานตรงหน้า หันมามองเขาด้วยสายตาคาดคั้นแกมบังคับทันที “พ่อคะ สิบนาทีพอไหมคะ”

เขมวันต์ไม่ชอบถูกสั่ง แต่เมื่อคนที่สั่งคือบุตรสาว ซ้ำยังทำท่าแยกเขี้ยวใส่ เขาเลยมองฝ่ายนั้นด้วยสายตาขรึมจัดเป็นเชิงเตือน ก่อนหันไปถามผู้ช่วยของเดหลีด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า

“ว่ายังไงครับ คุณช่วยรอสักสิบนาทีได้ไหม”

“ขอเป็นห้าดีไหมครับ” ฝ่ายนั้นต่อรอง

เด็กหญิงหน้าคว่ำ พร้อมทำปากขมุบขมิบพูดอะไรบางอย่างที่เขาได้ยินไม่ถนัด ทว่ากวยจั๊บคงได้ยินชัดเลยทีเดียว เพราะฝ่ายนั้นเอ็ดวนิษาเสียงดังขนาดได้ยินไปไกลข้ามคลอง แต่ฟังแล้วไม่รู้ว่าเจตนาจะดุจริงหรือช่วยเพื่อนตัวน้อยกันแน่

“ตะกี้ยังชมว่าเขาหล่ออย่างกับพระเอกละครอยู่เลย ทีอย่างนี้มาว่าเขาเป็นไอ้หน้าตูดลิงซะแล้ว นี่เขาขอต่อรองกับพ่อเราแค่ห้านาทีเองนะ”

“ทำไมจะว่าไม่ได้ ก็ตูดลิงมันชอบเป็นสีแดงเหมือนเปื้อนเลือด หรือพี่จั๊บจะให้หนูนิดบอกว่า เขาหน้าเลือดฮึ”

ลูกสาวของเขาก็ใช่ย่อย ยอกย้อนเสียงปานฟ้าผ่าออกไปอย่างเจตนาหาเรื่องเต็มที่

เขมวันต์เลยได้ยินเสียงห้าวๆ ของไอ้หน้าตูดลิงดังตามมาติดๆ

“เหลือเวลาอีกสี่นาทีครึ่ง”

คำพูดนั้นทำให้ดวงตากลมโตของลูกสาวเขายิ่งพองโตกว่าเดิมจนน่าขัน แต่เขมวันต์ไม่อาจหัวเราะออกมาได้ในเวลานี้ เขาจึงเลือกแค่จะยิ้มตรงมุมปาก แล้วตอบกลับไปว่า

“ถ้าอย่างนั้น ผมคงต้องขอผู้ช่วยแล้วละ” พูดจบชายหนุ่มก็หันไปพยักหน้าให้เดหลี “คุณจะช่วยผมได้ไหม...”

หญิงสาวมองมาด้วยสายตารู้ทัน แต่ไม่ปฏิเสธ ตอนบอกเขาว่า

“งั้นคุณก็รีบไปสิคะ”

“พี่เดย์ขา เหลือแค่สี่นาทีแล้วค่ะ รีบๆ ช่วยพ่อปลดกระดุมกับรูดซิปหน่อยนะคะ ไม่อย่างนั้นไอ้หน้า...เอ๊ย เด็กฝึกงานของพี่เดย์จะโดนดุเอาได้ โทษฐานที่พาพวกเราไปถึงงานช้าเกินไป”

ลูกสาวของเขาตะโกนไล่หลังตามมาเสียงไม่เบาเลย

พอเหลียวไปมอง เขมวันต์ก็ต้องลอบส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ เมื่อเห็นวนิษาลอยหน้ายักคิ้วให้เด็กฝึกงานของเดหลีอย่างท้าทาย โดยมีกวยจั๊บยืนแทะชมพู่มองมาด้วยสีหน้าขบขัน

กวยจั๊บคงคิดเหมือนเขาว่าเวลานี้ได้มีมวยคู่ใหม่กำเนิดขึ้นแล้ว...

 

ปลดกระดุม...

รูดซิป...

เพราะคำพูดพวกนี้ของวนิษาแท้ๆ ทำให้เดหลีมือไม้สั่น กลัดกระดุมให้เขมวันต์ผิดๆ ถูกๆ จนเขาถึงกับหัวเราะออกมาแล้วบอกว่า

“คุณแค่ช่วยผูกเนกไทให้ผมก็พอ”

“ไม่ต้องผูกหรอกค่ะ” เธอบอกพร้อมมองแผงอกหนั่นแน่นสีน้ำตาลเจือทองตัดกับสีขาวสะอาดของสาบเสื้อเชิ้ตที่แยกออกตาปรอย ทำให้ฝ่ายนั้นเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ ผิวแก้มของเธอเลยร้อนวาบขึ้นด้วยความขัดเขิน ขณะที่รีบแก้ตัวเสียงแหบพร่า “คือ...งานคืนนี้แค่เลี้ยงฉลองสมรสภายในครอบครัว มีสื่อมาบ้างก็จริง แต่ไม่ต้องเคร่งครัดขนาดต้องผูกไท หรือหูกระต่ายไปหรอกค่ะ”

ใจจริงอยากจะบอกว่าแค่สูทที่ตัดเย็บมาอย่างดี จนแนบกระชับไปกับช่วงบ่ากว้างและไหล่ผึ่งผายของเขาก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้สาวๆ ที่มางานคืนนี้ต้องมองจนปากคอแห้งผากเหมือนที่เธอเป็นอยู่ในตอนนี้

“ถ้าอย่างนั้น ผมจะให้คุณทำอะไรดี กลัดกระดุมเสื้อก็ไม่ได้ ผูกเนกไทก็ไม่ได้” เสียงห้าวปรึกษา ทำให้เธอกะพริบตา เรียกสติคืนมา ก่อนถูกคนพูดรวบตัวเข้าไปกอดแน่น “ทำแบบนี้ดีไหม”

จากนั้นริมฝีปากร้อนผ่าวก็ผนึกแน่นลงมาบนเรียวปากสีสดอย่างลึกซึ้ง ทำให้หญิงสาวเนื้อตัวอ่อนปวกเปียกและหอบหายใจอยู่พักใหญ่กว่าจะพูดออกมาได้

“อย่าค่ะ เรามีเวลาเหลือแค่ไม่กี่วินาทีเองนะคะ”

“ช่างหัวเวลามันปะไร”

เขาตอบเสียงดื้อดึง ขณะซุกไซ้ไล่ลงมาตามลำคอเรียวระหง และทำให้เธอต้องกำมือแน่นเพื่อสะกดกลั้นคลื่นแห่งความวาบหวามใจเอาไว้ เมื่อผิวเนื้อตรงลาดไหล่ถูกปลายคางขรุขระด้วยหนวดเคราถูไถไปมา แต่พอได้ยินเสียงซิปด้านหลังถูกรูดลง ก็ผลักอีกฝ่ายออกห่างแทบไม่ทัน เพราะไม่อย่างนั้นเสื้อที่สวมอยู่คงเลื่อนหลุดลงไปกองบนพื้นแน่ๆ

ถ้าเป็นแบบนั้นอย่าว่าแต่ห้าหรือสิบนาทีเลย ห้าสิบนาที เธอก็ไม่รู้ว่าจะพอหรือเปล่า

“แต่ฉันไม่อยากไปสาย นี่ฉันกับหนูนิดยังต้องไปแต่งหน้าทำผมอีกนะคะ”

คำห้ามปรามจริงจังของเธอ ทำให้เขมวันต์ยอมรามือในที่สุด

“รู้ไหมว่า ผมคิดถึงคุณแค่ไหน”

ชายหนุ่มถามขณะกลัดกระดุมข้อมือต่อ สีหน้าเรียบเฉย เหมือนเมื่อครู่ไม่ได้จูบเธออย่างร้อนแรงจนไฟเสน่หาแทบมอดไหม้พวกเขาทั้งคู่

เดหลีอมยิ้มเลือกที่จะไม่ตอบ แต่พอเหลือบมองกระจกก็อุทานออกมาเสียงหลง

เงาผู้หญิงในกระจกนั้นดูอย่างไรก็ไม่เหมือนเงาของตนเองเลย ทั้งเรือนผมยุ่งเหยิงที่หลุดลุ่ยราวกับจะประกาศว่ามีใครบางคนซอนไซ้มือเข้าไปอย่างสนิทเสน่หา แล้วยังชุดที่ยับย่นจนไม่อาจแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นได้ ขณะที่แขนเสื้อข้างหนึ่งก็ห้อยแร่งทำท่าจะหลุดลงมาจากหัวไหล่ได้ในทุกวินาที

“คุณเข้มนะ ดูซิ คุณทำอะไรกับฉัน”

เธอบ่นพร้อมรีบจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อยเท่าที่จะทำได้ ขณะที่คนถูกถามยิ้มกริ่มด้วยความพอใจ

“ก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าเดิมสักที”

“ยังจะพูดอีก แล้วแบบนี้ฉันจะออกไปได้ยังไงนี่”

หญิงสาวมองหมอหนุ่มอย่างโกรธๆ รู้ว่าอีกฝ่ายเจตนาเต็มที่ที่จะประกาศความสัมพันธ์ลึกซึ้งของเขากับเธอออกไปให้ใครบางคนรับรู้

“ถ้าคุณขาอ่อนจนเดินไม่ไหว จะให้ผมอุ้มออกไปก็ได้นะ” แล้วเขาก็ทำท่าจะเข้ามาอุ้มเธออย่างปากพูด เดหลีเลยรีบยกมือห้ามแทบไม่ทัน

“ไม่ต้องเลย แค่นี้ฉันก็อายจะแย่อยู่แล้ว”

“อายอะไร ทำไมต้องอาย ใครๆ ก็รู้ทั้งนั้นว่าเราเป็นอะไรกัน” เขาตอบเสียงท้าทาย และมองมาด้วยสายตาค้นคว้าระคนคาดคั้น “จะเว้นก็แต่ หมอนั่น...ตกลงเขาเป็นใครกันแน่”

เขมวันต์ไม่ต้องระบุชี้ชัด หญิงสาวก็รู้ดีว่าเขากำลังหมายถึงเด็กฝึกงานที่ผู้เป็นมารดาพามาฝากด้วยตนเองเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา

และเมื่อเห็นเธอลังเลไม่ยอมตอบ ชายหนุ่มก็ตั้งคำถามขึ้นอีกครั้ง แต่ใช้น้ำเสียงเข้มกว่าเดิม

“เขาเป็นใครคุณเดย์ ทำไมถึงมาเป็นเด็กฝึกงานของคุณได้”


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นอกจากวิวาห์โค้งสุดท้ายแล้ว มดยังลงผลงานอีกเรื่องบนเด็กดีด้วย
ชื่อเรื่อง สีหราช เหมหงส์ เป็นแนวอดีต ปัจจุบัน อนาคต ลองอ่านดูนะคะ

https://my.dek-d.com/Umariga_Darapadi/writer/view.php?id=1557711

สำหรับข่าวคราวของมดกับนิยายที่เขียน ติดตามข่าวได้ที่เพจอุมาริการ์ ดาหราปตี https://www.facebook.com/umariga/

ใครอ่านแล้วยังไม่กดไลก์ ฝากกดด้วยค่ะ

















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

105 ความคิดเห็น

  1. #87 fsn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 06:22
    ว้าว คู่นี้ เค้าทาดวลกันแล้ว
    #87
    0
  2. #56 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 04:30
    ชอบหมอเข้ม
    #56
    0