ผู้หญิงชั้นสิบแปด ผู้ชายชั้นสิบหก

ตอนที่ 39 : 18|คู่เดต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,617
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    18 ต.ค. 61

อวดก่อนอ่าน

ขอบคุณทุกยอดโหลด ทุกคอมเม้นต์ และทุกการรับเสน่ห์จันทร์กับพานพบไปดูแลนะคะ

ค่ำวันนั้นเสน่ห์จันทร์ตัดสินใจไปกดกริ่งหน้าห้องพานพบ
แต่...
ประตูบานนั้นปิดสนิท
หญิงสาวยืนรออยู่ห้านาที ก่อนจะยอมถอดใจหันกลับเดินไปที่ลิฟต์ นึกสงสัยในใจว่าจริงๆ แล้วเธอกับเขาเป็นแฟนกันหรือเปล่า หรือว่าสงกรานต์ที่ผ่านมาเกิดอะไรที่เธอไม่รู้ ทว่าเสน่ห์จันทร์ไม่มีโอกาสค้นหาคำตอบเหล่านี้นานนัก เพราะพอกลับขึ้นไปถึงห้องไม่เกินห้านาที มือถือก็ดังขึ้น
แวบแรกเสน่ห์จันทร์คิดว่าเป็นพานพบ แต่พอเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ เธอก็ลอบถอนใจ ก่อนกดรับสายพร้อมแสร้งกรอกเสียงร่าเริงลงไป
“สวัสดีค่ะพี่กั้ง”
ฝ่ายนั้นทักทายกลับมาพร้อมกับถามว่า
“เห็นกุ้งฝอยบอกว่า จันทร์กำลังหาเพื่อนไปดูหนังหรือคะ”
เสน่ห์จันทร์เม้มปากกับคำถามนั้น นึกสวดเทศนาเพื่อนสนิทในใจที่พยายามทำตัวเป็นเจ๊ดันอย่างออกนอกหน้า ส่วนหนึ่งนทีก็ดูเหมือนจะเกรงใจผสมกลัวน้องสาวข้างบ้านไม่น้อย ถึงได้โทรศัพท์มาหาเธอแบบนี้
หญิงสาวเลยสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนตอบไปเสียงนุ่มนวล
“จันทร์เปลี่ยนใจแล้วค่ะ ช่วงนี้งานเยอะมาก เลยอยากพักผ่อนมากกว่า นี่จันทร์ก็อยู่ที่คอนโดแล้ว”
“แล้วจันทร์กินข้าวหรือยัง”
เธออยากโกหกว่ากินแล้ว แต่พอเหลือบมองนาฬิกาเห็นว่าเพิ่งแยกกับเพื่อนสนิทมาไม่ถึงยี่สิบนาทีดี เวลาแค่นี้ มากพอแค่เดินทางจากออฟฟิศถึงบ้านเท่านั้น แต่ไม่พอให้เถลไถลไปไหนได้ แค่แวะเซเว่นยังไม่ทันเลย เดาว่าทันทีที่แยกกันแก้วกุดั่นคงโทรศัพท์ไปหาหนึ่งนที เร่งเร้าให้ติดต่อมาทันที หญิงสาวเลยต้องตอบไปตามตรง
“ยังค่ะ”
นายแพทย์หนุ่มเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนตอบมาเสียงแผ่วกว่าเดิม
“งั้นไปกินข้าวกันไหม”
“วันนี้หรือคะ...”
“ครับ...พี่รออยู่ที่ล็อบบีแล้ว”
เสน่ห์จันทร์ตกใจจนพูดไม่ออก นานกว่าเธอจะเค้นเสียงออกมาได้
“พี่กั้งมาแล้ว”
“ครับ แต่จันทร์ไม่ต้องรีบ พี่รอได้” แล้วฝ่ายนั้นก็วางสายไป
หญิงสาวจ้องมือถืออย่างใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็คิดว่าจะต้องพูดกับหนึ่งนทีให้รู้เรื่องไม่ได้ชอบเขาแบบหญิงชาย เพราะไม่คิดจะปล่อยให้เรื่องนี้คาราคาซังอีกต่อไป ถึงเธอกับพานพบจะไปไม่ถึงฝั่งฝันด้วยกัน เสน่ห์จันทร์ก็ไม่คิดจะคบกับนายแพทย์หนุ่มอย่างคนรัก
ดังนั้นอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมาเสน่ห์จันทร์ก็ไปนั่งกินอาหารค่ำกับหนึ่งนทีในร้านอาหารสเต็กสไตล์อเมริกันที่หลังสวน
เจ้ามือส่งยิ้มอย่างขัดเขินให้ตอนบอกว่า
“ญาติคนไข้ของพี่ เป็นหุ้นส่วนร้านนี้ เขาให้บัตรฟรีมาตั้งห้าพัน พี่ไม่รู้จะกินยังไงคนเดียว เลยคิดว่าชวนจันทร์มากินด้วยดีกว่า เห็นกุ้งฝอยบอกว่าจันทร์ชอบสเต็กเนื้อ ร้านนี้ขึ้นชื่อพอดี”
“กุ้งฝอยก็ชอบสเต็กเหมือนกัน” เธอบอกทำให้หนึ่งนทีเหมือนจะมีใบหน้าเป็นสีระเรื่อขึ้น
“กุ้งฝอยบอกให้พี่มาชวนจันทร์”
“พี่กั้ง เชื่อที่กุ้งฝอยพูดเสมอเลยนะคะ”
“ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องไม่เชื่อ กุ้งฝอยให้คำแนะนำดีๆ กับพี่ตลอดมา”
คำตอบของเขาคล้ายจะประชด แต่พอมองไปก็เห็นเพียงใบหน้ากับแววตานิ่งๆ ที่อ่านไม่ออกทำให้เสน่ห์จันทร์เม้มปากแล้วหลุบตาลงมองเมนูในมือแทน
จะว่าไปแล้วเธอรู้จักกับเขามายาวนานเท่ากับที่รู้จักแก้วกุดั่น เพราะทั้งสองมีรั้วบ้านติดกัน สมัยเรียนมัธยมต้นแก้วกุดั่นชอบเข้าไปขลุกอยู่ในบ้านของหนึ่งนทีเสมอ เพิ่งมาห่างกันไปตอนชายหนุ่มสอบติดแพทย์แล้วก็ต้องย้ายไปอยู่หอนั่นเอง แต่พอมีโอกาส เพื่อนของเธอก็จะพยายามพูดคุย หรือทักทายกับอีกฝ่าย รวมถึงทึกทักว่าเป็นน้องสาวของเขา
ขณะที่เสน่ห์จันทร์ซึ่งยืนมองอยู่ด้านนอกรู้สึกขบขันระคนอ่อนใจ
ทีท่าแก้วกุดั่นชัดเจนถึงขนาดนั้น แล้วหนึ่งนทีจะไม่รู้ได้อย่างไร
แก้วกุดั่นที่เป็นสาวห้าว หน้าแดง หัวใจเต้นแรงก็เพราะเขา แขนขาสั่น เหงื่อออกเต็มฝ่ามือ หัวสมองว่างเปล่า คิดอะไรไม่ออกก็เพราะเขา
เหมือนกับตอนที่เธออยู่กับเรืองวุธ หรือพานพบ
อาการนี้ เสน่ห์จันทร์เรียกว่าพิษรักกำเริบ!
ขนาดเธอที่ไอคิวแค่เก้าสิบยังดูออก แล้วคนเรียนหมอที่น่าจะไอคิวเกินร้อยยี่สิบขึ้นไปจะดูไม่ออกเชียวหรือ เพียงแต่ทำไมหนึ่งนทีจึงทำเพิกเฉยกับแก้วกุดั่น เสน่ห์จันทร์นึกสงสัย หญิงสาวเลยวางเมนูลงบนโต๊ะ แล้วจ้องหน้าอีกฝ่ายจริงจัง
“ในเมื่อกุ้งฝอยดีกับพี่กั้งขนาดนั้นแล้วพี่กั้งไม่คิดจะสนใจกุ้งฝอยหน่อยหรือคะ”
“หืม!” ดูท่าคำถามของเธอจะทำให้นายแพทย์หนุ่มแปลกใจไม่น้อย เพราะปกติเขาดูขัดเขินไม่ชอบจ้องตาเธอสักเท่าไหร่ แต่มาคราวนี้กลับไม่ยอมถอนสายตาจากไปตอนพึมพำว่า “กุ้งฝอยเป็นเหมือนน้องสาวของพี่”
“แต่กุ้งฝอยอาจไม่อยากเป็นแค่น้องสาว”
หนึ่งนทีอึ้งไป ทำท่าเหมือนพูดไม่ออก จากนั้นก็หัวเราะเอื่อยๆ ออกมา แต่ท่าทางขัดเขินเห็นชัด
“จันทร์นึกยังไงถึงมาล้อพี่เล่นแบบนี้”
“จันทร์ไม่ได้ล้อเล่น”
อีกฝ่ายเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเธอคล้ายค้นคว้า
“ถ้าจันทร์จะพูดแบบนี้ แล้วจันทร์ส่งกุหลาบช่อนั้นให้พี่ทำไม”
แม้จะหนักใจอยู่บ้าง แต่เสน่ห์จันทร์ก็ตั้งใจอยู่แล้วว่าจะต้องพูดความจริงกับอีกฝ่ายในคืนนี้ เธอจะไม่ยอมโกหกเพื่อแก้วกุดั่นอีกแล้ว
“จันทร์ไม่ได้ส่ง มันเป็นความเข้าใจผิด จันทร์จะบอกพี่ตั้งแต่คืนนั้นที่พี่พาจันทร์ไปดินเนอร์แล้ว แต่จันทร์กลัวกุ้งฝอยโกรธ เลยไม่กล้าพูด”
“พูดว่า...”
“ก็...จันทร์ไม่ได้ตั้งใจจะส่งกุหลาบให้พี่กั้งวันวาเลนไทร์ แต่มันเป็นเรื่องผิดพลาด ส่วนจะผิดพลาดยังไง พี่ไปถามกุ้งฝอยเอง จันทร์ตอบไม่ได้”
เหมือนมีแววเข้าใจผ่านวาบมาในดวงตาหนึ่งนที แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้น เธอเลยไม่แน่ใจว่าเข้าใจผิดไปเองหรือเปล่า เพราะหลังจากนั้น ชายหนุ่มก็พยักหน้าน้อยๆ พร้อมบอกว่า
“พี่เข้าใจแล้ว และพี่ก็ดีใจที่จันทร์ยอมบอกความจริงกับพี่”
เสน่ห์จันทร์เลยเป็นฝ่ายกระดากเสียเอง
“ถ้าอย่างนั้น...คืนนี้เราไม่ต้องดินเนอร์กันก็ได้นะคะ พี่กั้งเก็บบัตรนี้ไว้แล้วค่อยมากินวันหลังเถอะค่ะ”
“พี่ดูเป็นคนขี้ตืดแบบนั้นเชียวหรือ” เขาถามเสียงขึงขัง
เสน่ห์จันทร์เลยหัวเราะแห้งๆ ออกมา
“จันทร์เกรงใจ”
“ไม่ต้องเกรงใจ มีคนอยากให้พี่มาเที่ยวกับจันทร์ แล้วถ้าพี่กลับไปมือเปล่า ไม่มีโอกาสแม้แต่เลี้ยงข้าวจันทร์สักมื้อเขาคงเสียใจแย่” น้ำเสียงคนพูดมีแววประหลาดที่ทำให้เสน่ห์จันทร์นิ่วหน้า เหมือนขบขัน แกมหมั่นไส้ โมโห พิกล แต่พริบตาเดียว สีหน้าของนายแพทย์หนุ่มก็กลับมานุ่มนวลเหมือนเดิม ทั้งยังชักชวนให้เธอเลือกรายการอาหารทั้งของกินจริง กินเล่นอย่างเป็นกันเอง
ท่าทางของหนึ่งนทีเหมือนเปลี่ยนไปในพริบตา
จากชายหนุ่มครึๆ เชยๆ ดูขี้อาย ช่างขัดเขิน กลับกลายเป็นคนช่างพูดเล่น ช่างเจรจา ได้อย่างน่าแปลก
คล้ายๆ เกราะคร่ำคร่าซึ่งเขาสวมอยู่หลุดร่อนออกไป แต่จะเป็นตอนไหน เพราะอะไร เสน่ห์จันทร์ก็ไม่รู้เหมือนกัน
รู้แต่ว่าถ้าเมื่อก่อนเขาเป็นแบบนี้เธออาจนึกชอบเขาเกินพี่ชายขึ้นมาบ้าง
อาหารค่ำมื้อนั้นเลยผ่านไปอย่างราบรื่นดีทีเดียว ดวงตาของหนึ่งนทีก็สุกใสแวววาวกว่าปกติตอนพาเธอกลับไปส่งที่คอนโด
“พี่ดีใจนะ ที่จันทร์ยอมมากินข้าวกับพี่คืนนี้” นายแพทย์หนุ่มบอกขณะเดินไปส่งเธอที่ลิฟต์
“จันทร์ก็ดีใจที่พี่กั้งไม่โกรธจันทร์” หญิงสาวตอบด้วยสุ้มเสียงโล่งอก
“พี่ไม่โกรธจันทร์หรอก” ชายหนุ่มเอ่ยเอ่อนโยน แต่หางเสียงกลับเข้มงวดจนเสน่ห์จันทร์เสียววาบในใจ “แต่เพื่อนจันทร์นี่สิ...ต้องโดนเสียบ้าง”
“โดนอะไรคะ” เธอถามเสียงแหย
เขาเลยจ้องมองกลับมา สีหน้ากับดวงตาเหมือนจะฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นแวบหนึ่ง”
“เด็กดีอย่างจันทร์อย่ารู้เลย” แล้วคนพูดก็เปลี่ยนเรื่องรวดเร็วจนเธอตามแทบไม่ทัน “จริงสิ แล้วจันทร์เป็นยังไงบ้าง ยังมีอาการวูบอีกไหม”
“ไม่แล้วค่ะ”
“งั้นก็ดีแล้ว...ถ้าเป็นอีกพี่แนะนำให้ลองไปซื้อเครื่องวัดความดันมาคอยวัดความดันตัวเองทุกวัน แล้วจดบันทึกเอาไว้ ครบเดือนก็ส่งผลให้พี่ดู” แล้วคนพูดก็แนะนำการดูแลรักษาสุขภาพให้เธออีกหลายอย่าง จากนั้นก็ลังเลนิดหน่อยก่อนบอกเสียงขรึมว่า “พี่ว่าจะบอกจันทร์หลายทีแล้ว แต่ไม่มีโอกาสสักทีว่าตอนที่จันทร์เลิกกับนายวุธอะไรนั่น พี่ดีใจนะ เพราะผู้ชายคนนั้นดูกะล่อนไม่เหมาะกับจันทร์”
เสน่ห์จันทร์อมยิ้ม นึกไม่ถึงว่าหนึ่งนทีที่ดูเคร่งขรึมมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาจะลอบสังเกตเธออยู่เงียบๆ หญิงสาวเลยมีแก่ใจบอกอีกฝ่ายไปอย่างไม่ปิดบัง
“ตอนนี้จันทร์ก็ดีใจค่ะ ที่เลิกกับเขา...แต่ตอนแรกก็ร้องไห้ขี้มูกโป่งไปเหมือนกัน”
สายตาคนฟังทอแววเอ็นดูไม่ปิดบัง
“พูดแบบนี้ แปลว่าจันทร์กำลังจะมีใครหรือเปล่า”
หญิงสาวยิ้มอายๆ นิดหน่อย ก่อนตอบเขาไปตรงๆ
“ค่ะ...”
“เพราะเขา จันทร์เลยปฏิเสธพี่”
“เปล่าค่ะ” เธอทำตาโต ปฏิเสธรวดเร็ว “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา เพียงแต่จันทร์เห็นพี่กั้งเป็นพี่ชายมาตลอด”
“แล้วเขาเป็นใคร แนะนำให้พี่รู้จักบ้างสิ”
เสน่ห์จันทร์ยิ้มแหย
“จันทร์ก็ยังไม่แน่ใจเอาไว้ก่อนได้ไหมคะ”
“ทำไมถึงไม่แน่ใจครับ”
“กุ้งฝอยติงว่าเขาดูเพลย์บอยเกินไป แล้วจันทร์เองก็กล้าๆ กลัวๆ จะบอกว่าเข็ดกับความรักก็ได้ค่ะพี่กั้ง จันทร์เลยไม่ค่อยกล้าเปิดใจ ความสัมพันธ์ระหว่างจันทร์กับเขาเลยผลุบๆ โผล่ๆ ชอบกล”
หนึ่งนทีฟังแล้วก็บอกเสียงขรึมเล็กน้อย
“ถ้าจันทร์ยังไม่แน่ใจ ก็แปลว่าเขาอาจไม่ใช่คนที่ใช่”
เสน่ห์จันทร์ยิ้มขื่น
“ตอนที่คบพี่วุธ จันทร์แน่ใจมาก เขายังไม่ใช่เลยค่ะ...”
พอฟังเธอพูดแบบนั้น หนึ่งนทีก็ดูเหมือนจะอับจนคำพูดขึ้นมา เขาเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนบอกเธอเสียงนุ่มนวล
“งั้นก็ลองคบกันไป ถ้าอกหักขึ้นมาวันไหน แล้วอยากได้คนไปช่วยชกหน้าไอ้หมอนั่น ก็มาบอก พี่จะทำหน้าที่พี่ชาย ช่วยจันทร์เอง”
เสน่ห์จันทร์ฟังแล้วก็เบิกตากว้างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“พี่กั้งจะชกคนที่ทำให้จันทร์เสียใจ”
“ใช่ ก็มันเป็นหน้าที่ของพี่ชายไม่ใช่หรือ” เขาเลิกคิ้วถามเสียงจริงจัง
เธอเลยอดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้างให้อีกฝ่าย นึกดีใจที่ได้พูดจาเปิดอกกับอีกฝ่ายในวันนี้ เพราะทำให้ได้พี่ชายมาอีกหนึ่งคน
หนึ่งนทีเห็นรอยยิ้มของเธอก็นิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนพูดเสียงเข้มกว่าเก่า
“แต่...จันทร์อย่าเพิ่งไปบอกยายกุ้งฝอยนะ ว่าจันทร์บอกอะไรพี่บ้าง”
“ทำไมคะ”
เสน่ห์จันทร์นิ่วหน้า เพราะไม่อยากปิดบังเพื่อนสนิทส่วนหนึ่ง และอีกส่วนก็เบื่อหน่ายเวลาโดนฝ่ายนั้นพูดทำนองว่าอยากให้เธอคบกับหนึ่งนที
ดวงตานายแพทย์หนุ่มคมปลาบตอนตอบคำถามนี้
“พี่เบื่อ ไม่อยากโดนยายกุ้งเอาตัวจับใส่พานไปถวายสาวๆ ที่ไหนอีกแล้ว จันทร์ทำเงียบๆ ไว้ เหมือนกำลังลองคบกับพี่อยู่จะได้ไหม”
หญิงสาวฟังแล้วก็อมยิ้ม
ปัญหาเดียวกัน
คนหัวอกเดียวกันก็ต้องช่วยกัน
“ได้ค่ะ”
หญิงสาวรับคำ แล้วก็กล่าวคำอำลากับหนึ่งนทีในอีกไม่กี่นาทีต่อมา ก่อนก้าวเข้าไปในลิฟต์ เธอละล้าละลังเล็กน้อย แต่พอมองมาเห็นนายแพทย์หนุ่มยืนรอส่งอยู่ ก็จำต้องผลิยิ้มบางๆ ให้เขาแล้วก็ชะงักค้างเพราะเห็นคนที่รอมาหลายวัน
พานพบ....
------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนแรกว่าจะหยุดอัปแล้ว แต่ก็ยังอยากขอบคุณFC ที่ติดตามกันมา เผื่อว่ายังไม่ได้ไปงานสัปดาห์ หรือยังไม่ได้สั่งพรี ไม่นิยมอีบุ๊ก จะได้มาร่วมด้วยช่วยกันฟิน

---------------------------------------------------------------------------------------------------

         ถ้าสนใจอยากติดตามข่าวสารอื่นๆ ฝากกดไลก์เพจ อุมาริการ์ ดาหราปตี ด้วยค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

137 ความคิดเห็น

  1. #131 natsineee2560 (@natsineee2560) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 16:23
    กองอยุ่ในกล่องเด่วจะเอาอวดนะคะ
    #131
    1
  2. #130 Noogigss (@noogigss) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 11:33
    ebook จัดมาแล้วค่าาาาาาา
    ฟินมากมาย อ่านวันเดียวรวดเดียวจบ
    #130
    1
  3. #129 rathse (@rathse) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 10:41

    ไปสอยมาแล้ววจ้าา

    สนุกมาก
    #129
    1