ผู้หญิงชั้นสิบแปด ผู้ชายชั้นสิบหก

ตอนที่ 31 : 15.05|วันพักร้อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    7 ต.ค. 61

คำเรียกของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกตัว เธอมองอีกฝ่ายอย่างคาดไม่ถึง

คุณพบ...คุณมาได้ยังไง

ผมมาหาคุณ

คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่ไหนเสน่ห์จันทร์ขมวดคิ้ว เธอไม่เคยบอกเขาว่าเป็นคนสันป่าตอง...

ใบหน้าพานพบแดงขึ้นเล็กน้อยตอนตอบคำถามนี้

ผมเห็นคุณหายเงียบไป ไม่ไปทำงาน เลยไปถามเพื่อนคุณมา

หญิงสาวเม้มปากเมื่อได้ยินเช่นนั้น หลังจากวันที่เจอกันครั้งสุดท้าย เธอก็ยังคงไปทำงานต่อ จากนั้นก็ขอลาหยุดงานก่อนเทศกาลนี้ถึงสามวัน เพราะต้องการเดินทางกลับบ้านเกิด ซึ่งโชคดีว่าที่บริษัทมีวันลาพิเศษให้พนักงานได้เลือกใช้แต่เลือกได้เพียงช่วงเดียวเท่านั้นในแต่ละปี จะเป็นปีใหม่ ตรุษจีน สงกรานต์ หรือคริสต์มาส ก็ได้ แต่ถ้าไม่ใช้ก็นำไปสะสมต่อไม่ได้

ดังนั้นเสน่ห์จันทร์ที่ไม่ได้เลือกใช้วันลาพิเศษตอนปีใหม่ ก็ตัดสินใจขอใช้ในวันหยุดสงกรานต์แทน เพราะไม่คิดว่าจะกลับมาฉลองคริสต์มาสกับพ่อที่สันป่าตองหรอก

ขณะที่แก้วกุดั่นกับเขมมณิศาไม่ได้ใช้วันลาพิเศษนี้ เลยนึกฉงนว่าเขาไปถามเพื่อนคนไหน แต่ยังไม่ทันได้ซักไซ้ ก็ได้ยินเสียงแตรรถดังขึ้นเสียก่อน

ความรีบร้อนทำให้พานพบจอดรถขวางทางอยู่ และเปิดประตูรถลงมาทันทีที่เห็นเธอ ตอนนี้เลยมีรถที่ต้องการเข้ามาในวัดจอดต่อหลังยาวเป็นแพ

เสน่ห์จันทร์เลยรีบบอกอีกฝ่าย

คุณรีบไปเลื่อนรถเถอะ

พานพบมองจ้องตาเธอนิ่งลึก ก่อนจะตอบชัดเจนว่า

ไปด้วยกันนะ

เธอมองเขางงงัน แล้วก็พบว่าข้อมือบอบบางถูกมือเรียวขาวสะอาดดึงให้เดินตามไปในวินาทีต่อมา

อันที่จริงเธอควรสะบัดมือออก หรือขืนตัวเอาไว้ และถ้าเขาไม่ปล่อยก็สามารถร้องโวยวายให้คนช่วยได้ แต่สุดท้ายเสน่ห์จันทร์กลับก้าวตามอีกฝ่ายไปอย่างงงๆ  จนได้ยินเสียงพานพบปิดประตูด้านคนขับ แล้วเริ่มออกเกียร์รถนั่นละ หญิงสาวถึงได้รู้สึกตัวหันไปมองเขาอีกครั้ง

แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าฉันจะมาวัดนี้

เขาอมยิ้มน้อยๆ สีหน้าเหมือนภูมิใจกับเรื่องนี้มาก ตอนตอบว่า

ผมเคยอยู่เชียงใหม่ตอนเด็กๆ เลยพอรู้ว่าคนที่นี่เขาจะไปวัดตามหมู่บ้านที่ตัวเองอยู่ แล้ววัดในอำเภอคุณก็มีไม่กี่วัด สวดตานขันข้าวออกจะยาวตั้งแต่เช้าถึงเพล ขับรถวนหาสักหน่อยก็น่าจะเจอคุณแล้ว

คุณคิดจะขับรถวนหาทุกวัด

ในอำเภอนี้...” เขายอมรับ

คำตอบนี้ทำให้ใจเธอเต้นแรง มองอีกฝ่ายอย่างไม่อยากเชื่อ

แล้ว...ถ้าฉันไม่มาวัดล่ะ

ก็ค่อยคิดกันทีหลัง

เชียงใหม่ไม่ได้แคบๆ นะ

ก็ไม่ได้กว้างเกินไป จนหากันไม่เจอ หรือถ้าไม่เจอคุณที่นี่จริงๆ ยังไงเราก็อยู่คอนโดเดียวกัน ไปทำงานที่ตึกเดียวกัน คุณหนีผมไม่พ้นหรอก

ฉันไม่ได้หนีคุณเสียงเธอขึ้นจมูกเล็กน้อย

แต่คุณไม่ยอมรับสายผม ส่งข้อความไปหาก็ไม่ตอบกลับน้ำเสียงเขาเข้มขึ้น

เสน่ห์จันทร์เม้มปาก เมื่อความดีใจ และแปลกใจเริ่มลดลง ความทรงจำเกี่ยวกับคืนวันนั้นก็เข้ามาแทน เธอเบือนหน้าไปมองกระจกรถ แล้วตอบเสียงแผ่ว

ฉันโกรธ โมโห แล้วก็ไม่รู้จะพูดอะไรกับคุณ คุณเข้าข้างญาติคุณ ทั้งๆ ที่ญาติคุณทำผิด

ใช่ ผมผิดที่ทำแบบนั้น แต่ดอลลี่เป็นคนอารมณ์ร้าย เขาไม่มีเหตุผล ยิ่งเวลาโมโห ก็ยิ่งไม่ฟังอะไรทั้งนั้น

แปลว่า...เวลาที่ญาติคุณโมโห อารมณ์ไม่ดี ฉันก็ต้องยอมให้เขาตบตี ระบายอารมณ์งั้นหรือน้ำเสียงเธอจริงจังขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่พานพบถอนหายใจยาว

เปล่า ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น เรื่องวันนั้นมันเป็น...อุบัติเหตุ

ฉันไม่เข้าใจเสน่ห์จันทร์ขมวดคิ้วก่อนชะงักงัน

มือที่จับเกียร์อยู่เลื่อนมากุมมือเธอพร้อมบีบแน่น คล้ายจะขอความเห็นใจและกำลังใจ ตอนที่เสียงห้าวทุ้มบอกเธออย่างเคร่งขรึมจริงจังว่า

ดอลลี่สนิทกับน้องสาวผมมาก...และพอเห็นคุณกับวุธ ดอลลี่ก็คิดว่าคุณกำลังแย่งวุธไป ทำให้น้องสาวผมเสียใจขนาดกินยาฆ่าตัวตาย...”

หืม...”

เธอร้องครางในลำคอยาวเหยียด เพราะรู้สึกแปลกๆ และไม่เข้าใจตั้งแต่ตอนที่พานพบพูดในคืนนั้นแล้ว

เหมือนเขาพูดทำนองว่า...

แม่ดอลลี่อะไรคนนั้นเป็นญาติเขา และแม่นั่นเห็นเธออยู่กับเรืองวุธ

แต่ตอนนั้นความโกรธและเสียใจทำให้เธอไม่ทันได้ซักถามเขาให้ละเอียด ขณะที่หลายวันมานี้ เริ่มหายโกรธ และมีสติทบทวนเรื่องในคืนนั้นหลายรอบ แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจสักที เพราะ...
          “ฉันคิดว่าญาติคุณหึงพี่วุธและโมโหฉันแทนคุณ ที่เห็นฉันอยู่กับพี่วุธ แล้วทำไมถึงกลายเป็นว่าญาติคุณคิดว่าฉันไปทำให้น้องสาวคุณเสียใจขนาดจะฆ่าตัวตายได้คะเธอถามงุนงง ก่อนจ้องตาเขาทันควัน เพราะฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เดี๋ยวๆ...อย่าบอกนะว่าน้องสาวคุณคือนังแรด ที่แย่งพี่วุธไปจากฉัน

สีหน้าของพานพบมีแววละอายอยู่เต็มเปี่ยม แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยอมพยักหน้ารับคำโดยดี

ใช่

เสน่ห์จันทร์รู้สึกเหมือนหายใจไม่เข้าปอด ต้องใช้เวลาครู่หนึ่งจึงจะสูดลมหายใจเข้าไปลึกยาวได้

แล้วทำไมคุณไม่บอกฉัน...”

ผมขอโทษที่ไม่ได้บอกคุณ...”

พวกเขาพูดออกมาพร้อมกัน ทำให้ต่างฝ่ายต่างชะงักค้างไปอีกครั้ง แล้วพานพบก็ตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไปจอดใต้ร่มไม้ใหญ่ริมทาง สีหน้าเขาอึดอัดใจอย่างเห็นได้ชัด ตอนเปิดประตูออกไปนอกรถ แล้วล้วงบุหรี่มาจุดสูบ

ควันสีเทาลอยม้วนขึ้นไปในอากาศช้าๆ ตอนที่เสน่ห์จันทร์เปิดประตูลงไปยืนข้างๆ เขา แต่ก็ไม่ไกลเกินไปนัก ไม่นานฝ่ายนั้นก็โยนบุหรี่ในมือทิ้งทิ้งแล้วขยี้ด้วยปลายเท้า

เธอหลุบตาลงมองรองเท้าหนังสีดำขยับไปมาบนพรมหญ้าแห้งอย่างครุ่นคิด

ฉันไม่ได้เกลียดกลิ่นควันบุหรี่ ไม่ได้แพ้นิโคติน และคิดว่ายาเส้นก็หอมดี...” หญิงสาวพึมพำ ทำลายความเงียบที่ชวนอึดอัดนี้ขึ้น

ผมสูบบุหรี่ตอนอายุสิบห้า...” เขาพูดแผ่วเบา สูบตามเพื่อน เพราะอยากรู้ ไม่คิดว่าจะติด แต่สุดท้ายก็ติด...แล้วไม่กล้าบอกคนที่บ้าน พอแม่จับได้ ตอนแรกคิดว่าจะโกหก แต่สุดท้ายก็รู้ว่าไปไม่รอด ต้องยอมรับ ทั้งๆ ที่กลัวมาก ว่าแม่จะเกลียดผมเขาเงยหน้าขึ้น เหม่อมองฟ้าอยู่นาน ก่อนจะพูดต่อ กลัวเหมือนตอนนั้นที่พบว่า แฟนเก่าที่คุณสาปส่งคือวุธ...แฟนใหม่ของน้องสาวผม และ...พวกเขากำลังจะแต่งงานกัน ผมเลยไม่รู้จะบอกคุณยังไง

เรื่องสองเรื่องนี้ ไม่น่ามาเกี่ยวกันได้ แต่กลับทำให้เสน่ห์จันทร์นึกย้อนทวนกลับไป

แล้วหญิงสาวก็พบว่าวันที่ชายหนุ่มเจอเรืองวุธครั้งแรก ก็มีทีท่าแปลกๆ ไปเหมือนกัน แต่เพราะเธอกำลังว้าวุ่นใจเลยไม่ทันได้ฉุกคิด ต่อมาตอนที่ทั้งคู่เจอกันครั้งที่สอง แฟนเก่าของเธอก็ดูจะกลัวพานพบไม่น้อย ทั้งๆ ที่ปกติเรืองวุธไม่ใช่คนแหย หรือขี้ขลาด

เธอเลยครุ่นคิดหาถ้อยคำอยู่นาน กว่าจะเรียบเรียงออกมาได้ว่า

แต่ถึงอย่างนั้นคุณก็น่าจะบอกฉัน ทำแบบนี้ฉันรู้สึกเหมือนคนโง่ยังไงก็ไม่รู้ เหมือนเป็นตัวละครที่เล่นไปเรื่อยเปื่อย ทั้งๆ ที่เพื่อนร่วมโรงกับคนดูต่างก็รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป

เขาถอนใจ หันมามองหน้าเธอ พร้อมบีบมือเสน่ห์จันทร์เบาๆ คล้ายวิงวอนและขอโทษ

ผมไม่ได้ตั้งใจ มัวแต่กลัวคุณโกรธ และเอาแต่คิดว่าจะบอกคุณยังไงดี แต่พอดอลลี่มาตบคุณ ผมก็คิดว่าปิดบังคุณต่อไปไม่ได้อีกแล้ว วันนั้นผมโกรธดอลลี่มาก เพราะไม่ได้คิดว่าคุณจะกลับไปหาวุธอีก แต่ดอลลี่เป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง และขี้ฟ้อง เขามาหาผม เพราะบอกเรื่องเพลินฆ่าตัวตาย พอเห็นคุณอยู่กับวุธ เลยของขึ้นฟิวส์ขาด แล้วถ้าผมยังไปบอกอีกว่าคุณเป็นแฟนผม ดอลลี่จะต้องไปบอกแม่ บอกเพลิน เรื่องก็จะวุ่นวายไปกันใหญ่ ผมไม่ได้คิดจะปิดบังที่บ้านเรื่องของคุณ แต่เพราะคุณเองก็อยากได้เวลาตัดสินใจ ผมเลยอยากให้เรื่องของเราแน่นอนก่อน ค่อยบอกคุณแล้วบอกที่บ้าน คุณ...จะยกโทษให้ผมได้ไหม

เขาพูดยืดยาวอย่างที่ไม่ค่อยได้พูดบ่อยนัก  จากนั้นก็ใช้เวลาที่เหลือจ้องตาเธอคล้ายรอคอยคำตอบ

เสน่ห์จันทร์ขบริมฝีปาก

ยอมรับว่าโกรธ น้อยใจ โมโห แต่ในความโกรธ น้อยใจและโมโหนั้น ก็แฝงไปด้วยความคิดถึง อยากเจอหน้า อยากได้ยินเสียง

หญิงสาวเลยมองอีกฝ่ายเต็มตา แล้วพยักหน้ารับพร้อมกับตอบไปด้วยเสียงชัดถ้อยชัดคำ

แต่ต่อไปถ้ามีอะไรที่เกี่ยวข้องกับฉัน คุณต้องไม่ปิดบังฉันอีก ส่วนเรื่องญาติของคุณ ฉันยังไม่ได้ไปแจ้งความ แต่ถ้าเขามาทำร้ายร่างกายฉันอีก ฉันแจ้งความแน่

พอพูดจบก็เห็นรอยยิ้มเหมือนโล่งใจปรากฎบนใบหน้าขาวสะอาดของอีกฝ่าย แต่ยังไม่ทันมองให้ชัดๆ ก็ถูกพานพบรวบเข้าไปกอดแน่นเสียแล้ว

ขอบคุณ...”

เสน่ห์จันทร์ไม่พูดอะไร เฝ้าแต่นึกสงสัยว่าตนใจอ่อนเกินไปไหม ถึงให้อภัยอีกฝ่ายอย่างง่ายดาย หรือเธอกำลังกลับไปเป็นผู้หญิงหน้าโง่ที่หูหนวกตาบอดเพราะความรักอีกครั้ง

แต่สุดท้ายหญิงสาวก็บอกตัวเองให้หลับตา ฟังเสียงหัวใจอีกฝ่ายเต้นอยู่ข้างหู...บอกตัวเองว่าเรื่องบางเรื่องคิดไปก็ป่วยการ

เวลาจะให้คำตอบแก่เราเอง

------------------------------------------------------------------------------------------------

เคยเป็นไหมคะ บางครั้งการจะอธิบายเรื่องอะไรกับใครสักคนก็เป็นเรื่องยากเย็นเหลือเกิน โดยเฉพาะเมื่อต้องฝ่ากำแพงความรู้สึกในใจออกไป

         ถ้าสนใจอยากติดตามข่าวสารอื่นๆ ฝากกดไลก์เพจ อุมาริการ์ ดาหราปตี ด้วยค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

137 ความคิดเห็น

  1. #137 golfferboyy (@golfferboyy) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 00:10
    อยากอยู่ในอ้อมกอดคุณพบ
    #137
    0
  2. #100 sila (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 20:29

    เดาเหตุผลถูกด้วยยย แต่แหม คลื่นลมสงบแบบนี้ กลัวพายุจังค่ะ

    ปล.อ่านชื่อเรื่องทีไร อยากให้เขาย้ายมาอยู่ชั่นเดียวห้องเดียวกันทู้กที 555555

    #100
    0
  3. #98 HoneyBomb (@HoneyBomb) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 21:13

    พี่พบงืออออออ~
    #98
    0
  4. #97 natsineee2560 (@natsineee2560) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 20:44
    เรื่องนี้รอไปสอยที่งานค่ะ17นี้แน่นอลล
    #97
    0