ผู้หญิงชั้นสิบแปด ผู้ชายชั้นสิบหก

ตอนที่ 3 : 2 | วันอัังคารสีชมพู 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,715
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    20 มิ.ย. 61

ม่วง...ชมพู...เขียว...ฟ้า...เทา...แดง

จริงๆ แล้วเสน่ห์จันทร์ไม่อยากเลือกสักสี แต่สุดท้ายก็เลือกสีชมพูมา ด้วยเหตุผลง่ายๆ ก็วันนี้วันอังคาร...

เลือกสีผมเสร็จ หญิงสาวก็พร้อมไปทำงานแล้ว

แต่ในที่สุดเสน่ห์จันทร์ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้...

เธอควรเอาของฝากจากญี่ปุ่นไปให้เพื่อนร่วมงานด้วย  ของพวกนี้มีน้ำหนักอยู่สักหน่อย แต่ก็ไม่ได้หนักเกินกว่า เธอจะถือไม่ไหว

เพราะเหตุนี้เสน่ห์จันทร์จึงออกจากห้องพักไปพร้อมกับถุงทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ แต่เพราะทั้งบ้านมีเพียงถุงนี้เท่านั้นที่ใหญ่พอจะใส่ของฝากทั้งหมดในคราวเดียว

ดีที่คอนโดที่อยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าแค่สองร้อยเมตรจึงพอเดินๆ หยุดๆ เพื่อหิ้วถุงใบนี้ไปด้วยได้ เพียงแต่พอถึงสถานีรถไฟฟ้าเสน่ห์จันทร์ก็เริ่มใจเสีย

บันไดขึ้นสถานีที่สูงชัน แล้วไหนจะคนจำนวนมากที่แห่กันมาใช้บริการในช่วงเวลาเร่งด่วนแบบนี้ ถุงที่ถือมาจึงดูเกะกะเป็นอุปสรรคไม่น้อย แต่มาถึงแล้วก็ใช่ว่านึกจะหันหลังกลับก็กลับไปได้ง่ายๆ เพราะถ้ากลับไปคอนโดเพื่อเก็บของพวกนี้ เธอก็คงไปทำงานไม่ทัน เสน่ห์จันทร์จึงสั่งให้ตัวเองกัดฟันตอนก้าวเท้าขึ้นบันไดไปอย่างรีบเร่ง แม้จะอยากทำหน้าย่น ปากบู้อยู่บ้าง เพราะรองเท้าส้นเข็มสูงสี่นิ้วที่สวมอยู่

 รองเท้าคู่นี้หน้าแคบ มักบีบปลายเท้าเสมอ ถ้าวันปกติคงไม่เป็นอะไร แต่วันที่เธอต้องถือของหนักๆ จนกล้ามต้นแขนขึ้นเป็นมัดๆ แบบนี้ น้ำหนักของมันรวมกับน้ำหนักตัวทำให้เสน่ห์จันทร์อุปาทานว่ากำลังเดินบนปลายตะปูแหลมคมเลยทีเดียว แม้จะปลอบใจตัวเองว่าออกจะดูดีเหมือนแซนตี้สาวสดใสเข้ากับช่วงเทศกาลในเดือนสุดท้ายของปีแบบนี้ แต่หญิงสาวก็ไม่วายซวนเซเล็กน้อยยามเดินแกมวิ่งพร้อมหิ้วถุงหนักอึ้งในมือตอนเดินผ่านที่กั้นสถานีไปอย่างรีบเร่ง

ทว่าถุงที่ถือติดมือมา ดูจะไม่เป็นใจกับเสน่ห์จันทร์แม้แต่น้อย เพราะขนาดซึ่งใหญ่เกินไปเลยเกิดความขลุกขลักขึ้นมา แล้วสุดท้ายเรื่องร้ายๆ ที่หญิงสาวไม่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุดเรื่องหนึ่งบนสถานีรถไฟฟ้าก็เกิดขึ้นในนาทีนั้น

ที่กั้นสถานีพร้อมใจกันปิดฉับทำให้หนีบถุงที่ถือมาพอดี!

แล้วเสียงน้ำไหลดังจ๊อกก็เกิดขึ้น

เสน่ห์จันทร์หน้าเสีย เพราะนึกไม่ถึง

ก็ปกติประตูกั้นทางเข้าออกพวกนี้จะมีเซ็นเซอร์ไม่ใช่หรือ

แต่...พอนึกดูอีกที เธอก็ไม่ควรประมาท เมื่อโลกนี้มีคำว่า เหตุไม่คาดฝันไม่อย่างนั้นทางสถานีคงไม่ให้ผู้หญิงท้องผ่านทางพิเศษแทนจะผ่านช่องทางอัตโนมัติที่แสนแคบนี้หรอก จากนั้นก็นึกตำหนิตัวเองในใจที่ไม่น่าบ้าจี้ตามใจเพื่อนร่วมงานซึ่งร่ำร้องอยากได้ของฝากแปลกๆ ไม่เหมือนใครจากญี่ปุ่นเลย เพราะแทนที่พวกเขาจะอยากได้โตเกียวบานาน่า หรือกูลิโกะกับคิทแคทรสชาเขียวเป็นของฝาก กลับขอน้ำเปล่ารสแปลกๆ อย่างรสชานม รสแอปเปิ้ลเขียว หรือรสพีช กับเบียร์ขึ้นชื่อจากโตเกียวแทน

และตอนนี้ก็ดูท่าว่าน้ำขวดใดขวดหนึ่งในจำนวนสิบสองขวดที่เธอซื้อมาจะโดนหนีบจนแตกเสียแล้ว

หญิงสาวเลยได้แต่ส่งยิ้มแหยให้กับเจ้าหน้าที่ซึ่งยืนกำกับดูแลอยู่ พร้อมเผื่อแผ่รอยยิ้มนี้ให้แก่ผู้โดยสารที่ต่อคิวอยู่ทางด้านหลัง เพราะตอนก้มมองไปเห็นถนัดตาว่าหัวรองเท้าหนังสีดำของเขาเปียกโชกเลยทีเดียว

“ขอโทษนะคะ” เธอพึมพำ

“ไม่เป็นไรครับ” อีกฝ่ายตอบ พร้อมเดินผ่านประตูทางเข้าตรงมาหาพลางบอกเสน่ห์จันทร์ว่า “หลบมาตรงนี้ก่อนดีไหมครับ” พูดจบเขาก็เดินนำเธอไปยังหน้าร้านค้าที่ยังไม่เปิดบริการ ทำให้ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านนัก

หญิงสาวลังเลโดยเฉพาะตอนที่เห็นฝ่ายนั้นใส่ชุดสีน้ำเงินเข้มเหมือนเด็กช่างกล แต่พอชายหนุ่มเหลียวมองมา ทั้งน้ำในถุงก็รั่วลงพื้นไม่หยุด เลยตัดสินใจเดินตามเขาไป

“คุณจะเรียกค่าเสียหายหรือคะ”

เธอถามพร้อมเหลือบมองไปที่รองเท้าของอีกฝ่ายอีกครั้ง ก่อนเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับดวงตาเรียวรีภายใต้แว่นตาไร้ขอบที่มีกระจกทรงรีใสแจ๋ว หนุ่มเนิร์ดในชุดช่างฟิต...ดูไม่น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ถึงอย่างนั้นเสน่ห์จันทร์ก็ไม่อยากวางใจ

เธอวางหน้านิ่งตอน ชายหนุ่มส่งยิ้มกว้างให้อย่างคนอารมณ์ดี พร้อมบอกว่า

“ไม่ใช่ครับ แต่ผมเห็นว่าเราทำงานอยู่ตึกเดียวกัน เลยจะถามว่าจะให้ผมช่วยคุณถือถุงนี่ไปไหม”

เสน่ห์จันทร์กะพริบตา เธอรู้ว่าตึกที่บริษัทของตนเช่าทำสำนักงานนั้นมีหลายบริษัทเช่าร่วมกัน และถ้าจำไม่ผิดที่ชั้นล่างสุดของตึกก็เป็นโชว์รูมรถหรู ที่มีศูนย์บริการซ่อมอยู่ในซอยถัดไป จึงคิดว่าอีกฝ่ายคงเป็นฝ่ายซ่อมบำรุงของบริษัทนั้น เลยมองเขาอย่างใคร่ครวญอีกรอบ

ชายหนุ่มคงเห็นว่าเธอดูคิดหนักเลยพูดต่อแกมอธิบายแล้วชี้ให้เสน่ห์จันทร์มองไปยังถุงเจ้าปัญหา

“ถุงนี่มันขาดที่ด้านข้าง กับตรงก้นถุง หิ้วต่อไปคงลำบาก ต้องอุ้มไปแทน แล้วเสื้อคุณก็เป็นสีขาว น่ากลัวจะเลอะไม่ก็เปียกเสียก่อน”

“จะรบกวนคุณเกินไปน่ะสิคะ” เธอปฏิเสธอย่างสุภาพ แต่เขากลับส่ายหน้าไม่เห็นด้วย

“ไม่ได้รับกวนอะไรหรอกครับ” คนพูดยิ้มอย่างอารี จากนั้นก็ฉวยถุงในมือเธอ แล้วเดินตรงไปยังถังขยะที่ใกล้ที่สุด “แต่ก่อนอื่น ผมต้องขออนุญาตเทน้ำในถุงนี้ กับทิ้งขวดที่แตกบางขวดก่อน”

ชายหนุ่มพูดพลางทำตามนั้นอย่างคล่องแคล่ว ขณะที่เสน่ห์จันทร์รู้สึกพิพักพิพ่วน และตัดสินใจยืนมองนิ่งๆ แทน ยอมรับว่าไม่ค่อยชอบความจุ้นจ้านที่หลายคนอาจบอกว่าเป็นความใจดีของอีกฝ่ายสักเท่าไหร่ แต่ขณะเดียวกันก็รู้ดีว่าได้ติดหนี้บุญคุณเขาเข้าแล้ว ถ้าไม่มีอีกฝ่ายมาช่วย เธอก็คงไปทำงานในสภาพดูไม่จืดเลย เผลอๆ อาจต้องทิ้งถุงและขวดน้ำที่หอบข้ามน้ำข้ามทะเลมาทั้งหมดลงถังไปแล้ว

ดังนั้นพอเขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ พร้อมบอกว่า

“โชคดีนะครับ ที่น้ำขวดแตกไปแค่สองขวด”

หญิงสาวก็บังคับตัวเองให้สูดลมหายใจลึกยาว แล้วฉีกยิ้มที่อาจคล้ายแยกเขี้ยวนิดหน่อยให้อีกฝ่าย

“งั้นที่เหลือฉันถือเองได้ค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ ให้ผมช่วยดีกว่า”

เขายิ้มกว้างโชว์ฟันขาวสะอาดเรียงเป็นแถวเหมือนสร้อยไข่มุกน้ำงามส่งให้ จากนั้นก็พยักปลายคางน้อยๆ ไปยังบันไดสำหรับขึ้นไปชานชลาด้านบน

“ไปกันเถอะครับ

เสน่ห์จันทร์อยากตอบว่าไม่ แต่อีกฝ่ายทำให้เธอไม่มีโอกาสปฏิเสธหรือขอถุงใบนั้นคืนแม้แต่น้อย เพราะพอพูดจบคนพูดก็เดินลิ่วขึ้นบันไดไปแล้ว ท่าทางเขาคงรีบไม่น้อย เธอเองก็รีบเหมือนกัน เลยตัดสินใจตามเขาไป...แบบห่างๆ นิดหนึ่ง สักสองขั้นบันไดกำลังดี และเพราะระยะที่ไม่ได้ประชิดเกินไปทำให้หญิงสาวพบว่าคนที่ช่วยเธอเอาไว้มีรูปร่างสูงโปร่งน่ามอง ช่วงขาของเขายาวเรียว และช่วงบ่าก็กว้างดูแข็งแรง แต่น่าเสียดายที่...

เว้นระยะได้ไม่นานก็มีเหล่ามนุษย์เงินเดือนกับนิสิตนักศึกษาผู้รีบเร่งสาวเท้าแซงขึ้นมาบดบังทัศนียภาพนี้ไปจากคลองจักษุ แล้วจากนั้นรถไฟฟ้าขบวนที่รออยู่ก็แล่นมาเทียบชานชลา เสน่ห์จันทร์จึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นจนทันคนตรงหน้า เพื่อจะได้ก้าวขึ้นรถไฟขบวนเดียวกับเขา

ความที่คนแน่นมากทำให้ก้าวเข้าไปข้างในตู้โดยสารไม่ได้ เสน่ห์จันทร์เลยต้องยืนติดซอกประตูโดยมีชายหนุ่มแปลกหน้ายืนประจันหน้า ปลายเท้าชนปลายเท้า มือข้างที่ว่างของเขาเอื้อมมาจับเสาเหล็กข้างๆ ตัวเธอเอาไว้ เพื่อช่วยทรงตัวส่วนหนึ่ง และช่วยกันเธอจากคนอื่นๆ จนรู้สึกเหมือนได้กลิ่นสบู่อาบน้ำสะอาดสะอ้านจากตัวอีกฝ่าย หญิงสาวเลยพยายามหดตัวให้เล็กลงและรู้สึกถึงเม็ดเหงื่อที่กลิ้งผ่านร่องหลังแจ่มชัด เธอกระสับกระส่ายขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เลยตัดสินใจชวนเขาคุยเพื่อทำลายความรู้สึกแปลกๆ นี้ไปเสีย

“คุณรู้ได้ยังไงคะ ว่าเราทำงานตึกเดียวกัน”

คนถูกถามอมยิ้มน้อยๆ ตอนบอกมาว่า

“ผมจำคุณได้”

“คะ?” ดวงตาเธอเบิกกว้าง ฉายแววระแวงชัดเจน

**************************** ต่อตรงนี้จ้า ********************************

เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาคงสูงกว่าเธอมากทีเดียว

เพราะขนาดเสน่ห์จันทร์ใส่รองเท้าสูงสี่นิ้วแบบนี้แล้ว ยังสูงแค่ปลายคางอีกฝ่ายเท่านั้น

มุมปากคนถูกถามยกสูงขึ้นกว่าเดิม ตอนตอบเสียงนุ่มคล้ายเอาใจ

“ก็สีผมของคุณไม่เคยซ้ำกันเลยสักวัน”

เธอลอบผ่อนลมหายใจช้าๆ

นึกว่าเจอพวกสตอล์กเกอร์หรือพวกโรคจิตที่ชอบติดตามเข้าแล้ว

แต่ถึงเขาจะไม่ใช่สตอล์กเกอร์ เสน่ห์จันทร์ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับอีกฝ่ายต่อ เลยนึกขอบคุณที่วันนี้มีคนมาใช้บริการรถไฟฟ้าจนแน่นเอี๊ยด ทำให้ทั้งสองไม่มีโอกาสได้คุยกันเท่าไหร่ และระยะทางระหว่างสถานีถึงตึกที่ทำงานก็มีแต่เหล่าพนักงานบริษัทที่เดินกันอย่างรีบเร่ง

เสน่ห์จันทร์จึงได้แต่ก้มหน้าก้มตาเดินตามหลังคนที่ตัวสูงกว่าไปอย่างระมัดระวังรักษาระยะห่าง จนถึงหน้าลิฟต์ที่ขึ้นตึก เธอเลยได้โอกาสบอกอีกฝ่ายว่า

“คุณส่งฉันแค่นี้ก็พอค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมก็ต้องขึ้นไปชั้นบนด้วยเหมือนกัน ผมเลยขึ้นไปส่งคุณก่อนได้”

หญิงสาวอยากปฏิเสธ แต่พอคิดได้ว่าชั้นสิบของตึกนี้เป็นโรงอาหารสำหรับคนที่ทำงานในตึก  อีกฝ่ายคงจะขึ้นไปกินอาหารเช้าที่นั่น ยังไงก็ทางเดียวกันอยู่แล้ว เลยบอกตัวเองให้หลับหูหลับตายอมรับความช่วยเหลือของชายหนุ่มอีกครั้ง 

จนถึงหน้าประตูออฟฟิศ และเธอแตะบัตรเข้ากับเครื่องบันทึกเวลาที่ควบคุมการเปิดประตูเสร็จแล้ว เขาก็ก้าวเข้าไปพร้อมมองหน้าเป็นเชิงถาม หญิงสาวเลยรีบชี้ไปยังตำแหน่งที่ใกล้ที่สุด

“วางไว้ที่นี่ก็ได้ค่ะ”

ตรงนั้นเป็นเคาน์เตอร์เล็กๆ ของประชาสัมพันธ์บริษัทที่ตอนนี้มีเพื่อนพนักงานสาวยืนมองตาโตด้วยความแปลกใจ ทำให้ชายหนุ่มส่งยิ้มน้อยๆ อย่างมีไมตรีให้ฝ่ายนั้นก่อนวางถุงพลาสติกเจ้าปัญหาไว้แล้วผละจากไป

เสน่ห์จันทร์พรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก และเพิ่งนึกได้ตอนนั้นว่า ยังไม่ได้ขอบคุณและถามชื่อเขาเลย...

ในเมื่อทั้งคู่ทำงานในตึกเดียวกันแบบนี้ อีกไม่นานคงได้เจอกัน

แต่ไม่เจอจะดีกว่า!

ทว่าดูเหมือนจะมีเสน่ห์จันทร์คิดแบบนี้อยู่คนเดียว เพราะพอประตูออฟฟิศปิดสนิท ตรงช่วงเอวก็โดนจิ้มเบาๆ ทำให้หญิงสาวสะดุ้งโหยง พอหันไปมองก็เห็น แก้วกุดั่น หรือ กุ้งฝอย เพื่อนร่วมงานที่ตัวฝอยสมชื่อยืนมองมาตาวาว

“แกรู้จักคุณพบด้วยหรือ” ฝ่ายนั้นถาม

หญิงสาวขมวดคิ้ว แล้วหลุดปากถามออกไปตามประสาคนปากไว

“ใครพูดจบก็นึกขึ้นได้เหลียวมองไปทางด้านหลัง คนที่มาส่งเธอกำลังก้าวเข้าลิฟต์แล้วตอนนั้น “เขาหรือ”

“อือ”

“เขาชื่อพบหรือ”

“เขาชื่อพานพบ แกไม่รู้หรือ” แก้วกุดั่นเอียงคอมองมาอย่างแปลกใจ

“ไม่”

“อ้าว! แต่เขามาส่งแก”

“เขาเห็นถุงของฝากของพวกแกแตก เลยอาสาช่วยหอบมาส่ง” พอพูดจบเสน่ห์จันทร์ก็รีบเปลี่ยนเรื่องไปเสีย ด้วยการก้มหน้าก้มตาเปิดถุงพลาสติกที่ตรงหน้า แล้วคุ้ยหากระป๋องเบียร์ที่เพื่อนสาวอยากได้ออกมายื่นให้ “อ่ะ เบียร์ของแก”

“เฟอร์เฟ็ก” คนรับไปพึมพำ ซ้ำยังทำตาลอย

เสน่ห์จันทร์เลยอมยิ้มขำ

“เบียร์?

“บ้า!” เพื่อนร่วมงานค้อนควัก ทอดตาออกไปนอกออฟฟิศ “ผู้สิยะ” ตอบแล้วก็ถอนหายใจลึกยาว “เฮ้อ ทำไมเขาไม่มาช่วยฉันถือของบ้างนะ”

หญิงสาวฟังแล้วก็ทำหน้าครึ่งยิ้มครึ่งบึ้งอย่างอดไม่ได้

“แกคงไม่อยากให้เขาช่วยถือจริงๆ หรอก”

“ทำไม” แก้วกุดั่นเบิกตากว้าง

“ก็..”

เธออึกอัก ก่อนตัดสินใจเลยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นบนสถานีรถฟ้าให้อีกฝ่ายฟังอย่างขอไปที ทำให้แก้วกุดั่นยิ่งเอ่ยปากชมเขาหนักกว่าเดิม ซ้ำยังบอกว่าเขาเป็นหนึ่งในสิบ สีลมคิวต์บอยอะไรทำนองนี้เสียอีก

เสน่ห์จันทร์เลยได้แต่กลอกตาเป็นเลขแปด พร้อมกับนึกดีใจที่เจ้านายของเธอเข้ามาพอดี เลยได้โอกาสปลีกตัวจากแก้วกุดั่นและเพื่อนร่วมทำงานคนอื่นๆ ที่ดูท่าจะกรี๊ดกร๊าดกับนายคิวต์บอยช่างฟิตนั่นมากกว่าของฝากของเธอไปแล้ว พอตามไปถึงห้องทำงานของบอสใหญ่ประจำสาขาที่เมืองไทย ฝ่ายนั้นก็มองเส้นผมสีชมพูของเธออย่างพออกพอใจ พร้อมบอกออกมาในภาษาไทยสำเนียงญี่ปุ่นว่า

“ผมสีนี้ทำให้จันทร์ซังดูสดใสขึ้นนะเหมาะกับช่วงชมซากุระปีหน้าดี ทางผู้บริหารเลยตัดสินใจแล้วว่าจะรบกวนจันทร์ซังแค่นี้ เพราะเราจะปล่อยวิกพวกนี้ออกไปช่วงต้นปีนี้แล้ว”

เสน่ห์จันทร์ยิ้มรับคำชมนั้น ทั้งๆ ที่ในใจรู้สึกแปลกๆ ก้ำกึ่งระหว่างดีใจ กับไม่คุ้นชิน ที่เจ้านายของเธอตัดสินใจได้แล้ว เพราะตั้งแต่ย้ายมาทำงานที่นี้ได้สามเดือน เขาก็ให้เธอสวมวิกรุ่นใหม่ที่จะวางขายกลางไตรมาสแรกของปีหน้าสารพัดแบบ สารพัดสี เพื่อจะได้นำไปประกอบการตัดสินใจทางการตลาด จะปฏิเสธก็ไม่ได้ เพราะในสัญญาว่าจ้างระบุเอาไว้ ว่าพนักงานของบริษัทนี้จะต้องให้ความร่วมมือในการทดสอบผลิตภัณฑ์ของบริษัทกับฝ่ายอาร์แอนด์ดี หรือฝ่ายวิจัย ค้นคว้า พัฒนาทุกปี ปีละไม่เกินหนึ่งไตรมาส โดยต้องสวมวิกที่ทางบริษัทจัดหาให้มาทำงาน เพื่อเป็นการทดสอบสินค้าและทดลองตลาดไปกลายๆ
                ซึ่งช่วงเวลาที่เสน่ห์จันทร์เข้ามาทำงาน เป็นช่วงที่ฝ่ายเลขาของผู้บริหารจะต้องทดลองสวมวิกนี้พอดี ดังนั้นพนักงานทุกคนที่กินเงินเดือนตำแหน่งนี้ จะต้องสวมวิกเหล่านี้ เห็นว่าเลขาผู้จัดการโรงงานที่ศรีสะเกษกับปทุมธานีก็ต้องสวมด้วย

พอคิดว่ามีเพื่อนร่วมบริษัทต้องสวมวิกผมสีแปลกๆ สะดุดตาเป็นเพื่อน เสน่ห์จันทร์เลยคลายใจ ยอมตกปากรับคำตอนสัมภาษณ์ไปว่า เธอยินดีทำตามข้อกำหนดในสัญญาว่าจ้างงานที่แปลกประหลาดนี้

เพื่อนที่ชวนมาทำงานบอกว่า เป็นเพราะตอนนี้สถานการณ์ในบริษัทไม่ค่อยดีนัก มีการโกงและแอบขายหุ้นในกลุ่มผู้บริหารระดับสูง ทำให้บริษัทที่เคยเฟื่องฟูด้านวิกผมระดับโลก  และมีช่างออกแบบวิกผมระดับแชมป์โลก ต้องลดต้นทุนด้วยการหันมาพึ่งพาพนักงานในการทดสอบและโฆษณาวิกเหล่านี้อีกทางหนึ่ง

 ได้ยินมาว่าที่เลขาคนเก่าลาออกก็เพราะไม่อยากสวมวิกพวกนี้

ขณะที่เสน่ห์จันทร์อยากเปลี่ยนงานใหม่เร็วๆ จึงไม่ติดใจอะไร ซ้ำยังนึกชอบใจที่ได้เปลี่ยนทรงผมบ่อยๆ โดยไม่ต้องเข้าร้านทำผม

แต่ใครจะรู้ว่าที่บริษัทของเธอนอกจากจะเน้นผลิตวิกที่ใช้วัสดุหลากหลาย ทั้งทำจากเส้นผมสังเคราะห์ และเส้นผมคนจริงๆ แล้วยังมีแบบและมีสีสันแปลกๆ มากมาย อย่างช่วงนี้ดีไซน์เนอร์ทรงผมประจำสำนักงานใหญ่ในโตเกียวบอกว่าต้นปีหน้าสีผมแปลกๆ เช่นพวกสีสังเคราะห์จะมาแรง ทางบริษัทจึงทดลองผลิตวิกผมสีต่างๆ ออกมาให้พนักงานและอาสาสมัครทางการตลาดทดสอบ ทั้งบริษัทแม่ที่โตเกียว และสำนักงานสาขา กับโรงงานการผลิตในไทยกับอินโดนีเซีย

เสน่ห์จันทร์จึงแทบจะไม่เคยมีสีผมที่ซ้ำกันเลยในแต่ละวัน ซึ่งการสวมวิกทุกวัน ทำให้เธอเลือกซอยผมสั้น เพื่อจะได้เก็บเส้นผมได้ง่ายขึ้นและไม่ร้อนจัดตอนสวมวิกครอบลงมา ครั้นพอพบว่าจู่ๆ ก็ไม่ต้องใส่วิกอีกราวสิบอันที่เหลือในบ้าน เลยโหวงๆ แปลกๆ

พร้อมกับนึกถึงคำพูดของผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นขึ้นมา

เขาจำเธอได้เพราะสีผม...

ต่อไปเธอไม่มีสีผมสะดุดตาแบบนี้แล้ว ซ้ำทรงผมก็ยังเปลี่ยนไป เขาก็คงจำเธอไม่ได้แล้วใช่ไหม...

ดีใจจัง


-------------------- มีคนบอกว่า ที่กั้นทางเข้าสถานีรถไฟฟ้ามันมีเซนเซอร์นะยูว์-------------

               จะมาหนีบโน่นนี่ได้ยังไง มันหนีบได้จริงๆ นะเธอว์....เพื่อนรักคนเขียนเจอมากับตัว
                          ตอนนางหอบถุงเกลือสองกิโลที่คนเขียนหอบหิ้วมาให้นางจากบ่อเกลือที่จังหวัดน่าน
                          เดินเข้าสถานี แล้วความพะรุงพะรังชักช้า ทำให้ที่กั้นปิดหมับเลยจ้า ถุงเกลือที่แพ็กมา

                ดีแตกพร้อมโปรยปรายเกล็ดเกลือขาวสะอาดลงพื้นสถานีอย่างไร้ความปรานีใดๆ

                แต่นางเอกเราไปญี่ปุ่น จะหอบเกลือมาฝากเพื่อนก็ใช่ที่ อีกอย่าง ช่วงที่เขียนนี้ น้ำ                               เปล่ารสต่างๆ กำลังฮิต (ซึ่งคนเขียนกินแล้วกลับไม่ชอบนะ อย่างรสชานมงี้ รู้สึก                                   เหมือนน้ำล้างแก้วชา แต่รสแอปเปิ้ลอะไร ค่อยกินได้หน่อย) เลยให้นางหอบมาฝาก

               เพื่อนๆ อย่างเบียร์ที่นางเอกเอามาก็เป็นเบียร์ซิกเนเจอร์จากโตเกียว สกาย ทรี 
                         ประมาณนั้น 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

               ถ้าสนใจอยากติดตามข่าวสารอื่นๆ ฝากกดไลก์เพจ อุมาริการ์ ดาหราปตี ด้วยค่ะ

สำหรับนักอ่านที่สนใจอยากลองอ่านนิยายเรื่องอื่นๆ

ของอุมาริการ์ ดาหราปตี 
หรือสนใจจะซื้อในรูปแบบอีบุ๊ก คลิกผ่าน seller link ข้างล่างนี้ได้เลยค่ะ
อุดหนุนงานนักเขียน ผ่าน seller link จะทำให้นักเขียน มีค่าอาหารแมวเพิ่มขึ้น ^^

กับดักมธุรส
อุมาริการ์
www.mebmarket.com
กับดักที่แสนเร่าร้อนนี้...คือน้ำผึ้งหรือยาพิษ มีเพียงเธอกับเขาเท่านั้นที่รู้ “กับดักมธุรส” เป็นเรื่องเดียวกับ “สายลับรุกฆาต” หนึ่งในซีรีส์ Spies in Love  เนื้อหาจึงคงเดิม ที่เพิ่มเข้ามาคือฉากรักหวานๆ ให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น เหมาะกับนักอ่านที่ยังไม่มีฉบับตีพิมพ์ครั้งที่ 1-2 ค่ะ ---------------------------------------------------------------วิน เป็นสายลับอันดับหนึ่งของอเมริกาแต่เพราะฝีไม้ลายมือบนเตียงนอน และหน้าตาหล่อเหลากับซิกซ์แพ็กเร้าใจทำให้เขาต้องยอมเอาตัวเข้าแลกในแผนการที่เรียกว่า กับดักน้ำผึ้ง  แสนเย้ายวนใจโดยมีเป้าหมายที่อาชญากรอันดับหนึ่งของโลกซึ่งหลบซ่อนอยู่ในเมืองไทยทว่า...พอได้พบกับ อันนา หญิงสาวแสนสวยผู้ลึกลับชายหนุ่มก็กลับกลายเป็นคนที่ติดกับดักนี้เสียเอง แต่เธอมีประวัติเป็นปริศนามิหนำซ้ำยังยืนอยู่คนละขั้วกับเขา และชอบทำตัวคล้ายเจ้าหญิงน้ำแข็ง ผิดไปจากตอนที่ทั้งคู่มี one night stand  อันเร่าร้อนด้วยกันที่ปราก ราวกับเป็นคนละคนแต่เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงทางตัน หญิงสาวจะยอมเชื่อมั่น และช่วยเขาจริงหรือในเมื่อวินสวมบทบาทคนรักสุดฮอตของลูกสาวเจ้านายอันนาระหว่างความรักกับหน้าที่ เธอจะเลือกอะไรหรือว่าพวกเขาจะต้องติดอยู่ในกับดักนี้ไปตลอดกาล ----------------------------------------------------------------
รักเล่ห์วิวาห์ลวง
ดาหราปตี
www.mebmarket.com
บุริศร์ คือร็อกเกอร์ตัวพ่อรูปหล่อที่(เคย)โด่งดังไม่แพ้พี่ตูนบอดี้ สแลม มณิศรา หรือ ลั้นลา เป็นนักร้องน้องใหม่จอมเฟก ที่ 'ปลอม' ตั้งแต่หัวถึงเท้าซ้ำยังขายเนื้อนมไข่มากกว่าน้ำเสียง เธอเป็นเพื่อนร่วมวงการประเภทที่เขาดูแคลนที่สุด และไร้รสนิยมจนไม่คิดจะหันไปมองซ้ำสอง แต่เด็กสาวกลับกระพือขนตาใส่ แล้วบอกว่าบุริศร์เป็น 'รักแรก' และ 'ผู้ชายในฝัน' รักแรกบ้าบอ กับฝันร้าย ของยายเด็กนรกชัดๆใครอยากจะมีข่าวคาวฉาวโฉ่กับแม่คุณเพื่อสร้างกระแส ก็เชิญ! แต่ไม่ใช่เขา! เด็กนี่อายุครบสิบแปดหรือยังก็ไม่รู้ เขายังไม่อยากโดนข้อหาพรากผู้เยาว์นะทว่าจู่ๆ บุริศร์ก็โดนวิกฤตครั้งใหญ่พุ่งเข้าชนจนต้องกลืนน้ำลายตัวเอง ยอมรับว่าผู้หญิงที่ไม่อยากแม้แต่จะมองหน้าคนนี้เป็น 'เมียตีทะเบียน' ทั้งยังต้องปล่อยให้เธอวาดลวดลายปลาหมึกสาวใส่จนพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเด็กบ้า! เธอคิดว่าเขาเป็นพระอิฐพระปูน เลยอยากจะลองดีด้วยใช่ไหม!อันที่จริงลั้นลานั้นมีเหตุผลที่บอกใครไม่ได้...เลยต้องฝืนโกหกปิดบังตัวตนกับคนทั้งโลก รวมทั้งบุริศร์ด้วยทว่า...มีอย่างหนึ่งที่เด็กสาวไม่เคยโกหก...เธอตั้งใจช่วยเขาให้พ้นจากวังวนอดีตจริงๆ ความสัมพันธ์จอมปลอมนี้เลยเริ่มทำท่าจะกลายเป็นจริง หน้ากากจอมปลอมที่เด็กสาวสวมใส่เริ่มหลุดลอกออก ทำให้เขาอยากค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเธอแต่จู่ๆ ความลับที่ลั้นลาปกปิดมานานก็เปิดเผยออกมา พร้อมกับปัญหาในอดีตของบุริศร์ที่เริ่มจะคลี่คลายก็กลายเป็นคลื่นยักษ์ถาโถมใส่พวกเขาแล้วทั้งสองจะทำอย่างไร ถึงจะฟันฝ่ามรสุมลูกนี้ไปได้ค้นหาคำตอบได้ใน รักเล่ห์วิวาห์ลวง



ทะเลร้อนกรรมกรเถื่อน
ดาหราปตี
www.mebmarket.com
‘พริก พริษฐา’ นางร้ายตัวแม่ของช่อง 69ตัดสินใจหนีปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการกลับเกาะนกยูงบ้านเกิดเพื่อปลดล็อคสิ่งที่ค้างคาในใจมาเนิ่นนานกับใครบางคนคนที่ทำให้เธอต้องกลายมาเป็น ‘ดาราสาวเต้าเขย่าจอ’ จนถึงวันนี้หากเธอกลับได้เผชิญหน้ากับเขาอีกครั้งในสภาพ เปลือยเปล่า ริมบึงน้ำใสพร้อมกับพบว่าชายหนุ่มได้เปลี่ยนจากกรรมกรในฟาร์มมุกของบิดาเป็นหัวหน้าคนงานไปแล้ว สิบปีที่ผ่านมาทำให้เรือนร่างของเขากำยำด้วยมัดกล้ามสมกับชื่อ ‘ยักษ์’ ไปทุกส่วนสัดปัญหาที่จะอยากแก้เลยกลายเป็นปมพันกันยุ่งเหยิงและร้อนแรงมิหนำซ้ำเขายังกักขังไม่ให้เธอจากไปไหนเธอหลบหนี...เขาตามหา...เธอทำร้าย...เขาทำรักแล้วพริษฐาจะค้นพบทางออกที่เธอต้องการหรือไม่หรือต้องติดอยู่กลางทะเลเพลิงแห่งรักนี้ไปตลอดชีวิตเสียแล้ว!

กรงพิศวาส คาสโนว่า
ดาหราปตี
www.mebmarket.com
One Night Stand...ใช่! พูดง่ายๆ ก็แปลว่าไปนอนด้วยกันแค่คืนเดียวเท่านั้นละ น่าเสียดายคนที่เธอเผลอตัวไปนอนด้วยไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไหน ทว่ากลับเป็น รักแรก ที่แสนจะงี่เง่าตอนสมัยสิบห้าหยกๆ สิบหกหย่อนๆ โน่นเรื่องในคืนนั้นก็ควรจบในคืนนั้นใช่ไหม แต่ทำไม น่านน้ำ ไม่ยอมจบก็ไม่รู้ทั้งๆ ที่ใครๆ ก็บอกว่าเขาเป็นเพลย์บอยขั้นเทพ เป็นคาสโนว่าหน้าหยกสงสัยว่าสมญานามพวกนี้เป็นของปลอม!เพราะฝ่ายนั้นทำท่าราวกับเขาคือคนที่โดนพรากพรหมจรรย์ ไม่ใช่เธอ! และทั้งๆ ที่รู้ว่า ปรางมณี เกลียดชายชั่วประเภทคาสโนว่าฆ่าไม่ตายเป็นที่สุด แต่เขากลับเรียกร้องและกักขังหน่วงเหนี่ยวเธอไว้ ด้วยคำว่ารับผิดชอบ!ซ้ำยังทำตัวปากสว่าง บอกเรื่องนี้กับแม่ของเธอและพี่ชายของเขา...คนที่เธอเคยอยากได้มาเป็นสามีนั่นละ! น่านน้ำทำแบบนี้กับเธอได้อย่างไร แค้นนี้ต้องชำระใครจะยอมโดนเขาย่ำยีจนเอวเคล็ดเข่าเจ็บทุกค่ำคืนแบบนี้...ถ้ายอมก็ไม่ใช่สาวเปรี้ยวแสบซ่าอย่างเธอแล้ว!

กรงมาร
ดาหราปตี
www.mebmarket.com
เพราะบาปที่เธอไม่ได้ก่อ ทำให้เขาตัดสินใจจับตัวเธอมาเกาะสวรรค์แห่งนั้น เลยกลับกลายเป็นกรงของพญามาร ที่กักขัง คริษฐาเอาไว้ เพื่อให้ นายเหนือตังเกเถื่อนลงทัณฑ์รักแต่กามเทพกลับหักมุม ทำให้เขากลายเป็นฝ่ายถูกรักลงตรวนล่ามโซ่ไว้กับเธอเสียเองแล้วในที่สุดความจริงก็เปิดเผยว่าเขาคือมหาเศรษฐีหนุ่มไม่ใช่ตังเกขี้คุกเร่ร่อนทว่าหญิงสาวกลับยืนกรานหนักแน่น ว่าคนที่เธอรักคือตังเกเถื่อนคนนั้น ไม่ใช่มหาเศรษฐีพันล้านคนนี้เขาจะต้องทำอย่างไร เพื่อลบรอยแผลในใจของเธอที่ตนเป็นคนสร้าง และกักขังเธอไว้ในหัวใจเขาไปตลอดกาล

เกมร้าย...หนี้รัก
ดาหราปตี
www.mebmarket.com
รัมภ์รดา เป็นลูกหนี้สาวสวย แต่เพราะพ่อของเธอแพ้พนัน เลยต้องส่งลูกสาวคนเดียวไปขัดดอกเรวิน อายุน้อยกว่าเธอห้าปี และเป็นทายาทเจ้าพ่อกาสิโนเถื่อนที่มุ่งมั่นพิสูจน์ตัวเองกับอาหนุ่มเพื่อตำแหน่งนี้ภาคิน คืออาของเรวิน ทั้งยังเป็นคนรักเก่าของรัมภ์รดา! เกม (ร้าย) ระหว่างคนสองคนจึงเกิดขึ้น พร้อมๆ กับการใช้หนี้ (รัก) ของเขาและเธอ แต่ยิ่งเรวินเล่นเกมนี้นานเท่าใด เขาก็ยิ่งพบความลับที่ไม่คาดฝันมากเท่านั้นความลับที่เรวินไม่รู้ แต่รัมภ์รดากลับล่วงรู้... ส่วนเธอเองก็มีเรื่องทำให้เขาแปลกใจเช่นกัน เมื่อชายหนุ่มได้เจอกับหญิงสาวในฐานะอื่น ที่ไม่ใช่เมียขัดดอก รัมภ์รดาเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน เมื่อพบว่าแท้จริงแล้วข้างกายเจ้าพ่อหนุ่มมีเด็กสาวแสนสวยลูกสาวพ่อค้าอาวุธสงครามรายใหญ่แนบข้าง คนที่เหมาะสมกับเขาราวกับกิ่งทองใบหยก แล้วเกมระหว่างพวกเขาจะลงเอยอย่างไร หนี้ที่เกิดขึ้นใครจะเป็นคนชดใช้ ในเมื่อสิ่งที่ผู้ชนะต้องการคือหัวใจ มีคำตอบให้แก่คนที่วางเดิมพันด้วยการอ่านก่อน... *** นิยายเรื่องนี้มีบางฉาก ที่ไม่เหมาะกับผู้อ่านที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปี ***

โหดหื่นหมื่นราตรี
อุมาริการ์
www.mebmarket.com
ถ้าไม่ใช่เพราะ น้องสาว กำลังจะแต่งงานกับ ศัตรูเก่าตลอดกาล อย่าง “เขา”กระทิง ไพรจรัส เศรษฐีชาวไร่ผู้ร่ำรวยและมากด้วยอิทธิพลจนสื่อขนานนามว่า...เจ้าพ่อกระทิงตกมันแห่งผืนป่าตะวันตกดีไซน์เนอร์ สาวเปรี้ยวจากปารีสอย่าง แสนคะนึง ก็คงไม่ยอมกลับมาที่บ้านไร่ไกลปืนเที่ยงแห่งนี้แน่ๆเพราะทุกอย่างที่เคยเป็นของเธอ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน หรือความรักของพ่อ ถูกเขายึดครองไปจนหมดสิ้นเขา...ที่เคยเป็นแค่คนงานในไร่เขา...ที่เธอเคยให้หิ้วกระเป๋าตามเขา...ที่เธอเคยให้ขัดรองเท้าให้ความชิงชังในใจทำให้หญิงสาวล่มงานแต่งงานของชายหนุ่มจนสำเร็จความแค้นทำให้เขา สั่ง ให้เธอชดใช้โทษฐานที่ทำเจ้าสาวของเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และทำให้เขาต้องติดคุกเมื่อครั้งก่อนโน้นรวมถึงที่เธอเคยทำร้ายน้องชายของเขาไว้มากมายแล้วแสนคะนึงจะทำอย่างไร เมื่อมีทั้งหนี้เก่าและหนี้ใหม่สะสม จนดอกเบี้ยเพิ่มพูนทวี มิหนำซ้ำกระทิงยังเป็นเจ้าหนี้จอมหื่น ที่ชอบเก็บดอกเบี้ยสูงเกินจริง...เพราะ...เขาเรียกร้องให้เธอใช้หนี้...จากวัน...เป็นคืน...เป็นหมื่นราตรี

ย้อนศรรัก
อุมาริการ์
www.mebmarket.com
ชมเพลิน...นักเขียนการ์ตูนสาวถังแตกสุดโก๊ะ เผลอรับปากเป็นกามเทพโดยไม่ตั้งใจ แต่จะปฏิเสธก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะถูกเงินค่าจ้างก้อนใหญ่อุดปากจนพูดไม่ออกแต่กามเทพสาวจะตัดใจปล่อยศรรักออกไปได้หรือในเมื่อเป้าหมายของเธอคือ...ธรรศไทเพื่อนสนิทสุดเสเพลที่เธอแอบหลงรักมาตลอดชีวิตศรรักเลยทำท่าจะย้อนกลับมาหาคนยิงอยู่หลายหนติดที่เจ้าสาวของทายาทมหาเศรษฐีอย่างธรรศไทนั้น ต้องเกิดในปีที่ 'ฮะ' กับเขาเท่านั้นส่วนเธอน่ะหรือ...อย่าให้พูด เกิดปีที่ 'ชง' กับเขาสุดๆ ไปเลยชมเพลินเลยจำใจต้องง้างศรรักปักอกเพื่อนสนิทให้ได้ แต่เขากลับหลบได้ทุกครั้งไป ซ้ำยังดูเหมือนจะรู้ทันไปเสียหมดหรือว่า...คราวนี้กามเทพสาวจะถูกศรรักย้อนมาเล่นงานปักอกเสียเอง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

137 ความคิดเห็น

  1. #19 Mistletoe Ploy (@msploy41) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 22:05
    จริงเว่ออออร์ นี่เคยถือถุงนำที่กั้นปิดฉึบ เล่นเอาจุกเลยจ้าา
    #19
    0
  2. #2 อิง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 09:04

    พระเอกมีความเจนเทิลเว่อวัง อิจนางเอกเบาๆ55555

    #2
    1
    • #2-1 Umarigar_Darapadi (@Umariga_Darapadi) (จากตอนที่ 3)
      21 มิถุนายน 2561 / 16:11
      แฮ่...อ่านๆ ไป นางอาจเป็นอสูรร้ายในคราบเทพบุตรก็ได้ค่า
      #2-1