ผู้หญิงชั้นสิบแปด ผู้ชายชั้นสิบหก

ตอนที่ 20 : 10| อยู่ใกล้ๆ แล้วสบายใจดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    17 ก.ย. 61

 หลังจากเห็นเรืองวุธคนรักเก่ามาตามหาที่คอนโด เสน่ห์จันทร์ก็กลายเป็นโรคหวาดผวายามกลับคอนโด ถ้าเป็นไปได้เธอจะพยายามถ่วงเวลาทำโอทีจนดึกโดยเฉพาะในเย็นวันศุกร์ เพราะคิดว่าเป็นวันเดียวที่ฝ่ายนั้นจะสะดวกมาหาตนได้ เนื่องจากเขาทำงานแถวระยอง คงไม่สะดวกถ้าต้องเข้ากรุงเทพทุกวันเพื่อมาดักเจอเธอ

การทำโอทีนี้ก็ทำให้หญิงสาวไม่ค่อยได้เจอพานพบเช่นกัน

คงเพราะเธอกับเขาไม่เคยนัดกันเป็นมั่นเหมาะ เรื่องไปวิ่งตอนเย็นวันศุกร์ ดังนั้นพอตัดสินใจทำงานล่วงเวลา เสน่ห์จันทร์ก็ไม่กล้าโทรไปบอกฝ่ายนั้น เธอคิดว่าในเมื่อไม่เคยนัดกัน เธอไม่ไปวิ่ง พานพบก็ไม่น่าจะเดือดร้อนอะไร

แต่ก็ต้องยอมรับว่าเหมือนชีวิตขาดอะไรไปอย่าง...

ไม่ถึงขั้นออกซิเจนที่ขาดไม่ได้ แต่ก็คล้ายๆ คนดื่มกาแฟที่ต้องเติมน้ำตาล แต่ไม่มีน้ำตาลให้ หรือไม่ก็...กินปลาทู แต่ไม่มีน้ำพริกกะปิ เลยสร้างความหงุดหงิดใจให้ไม่น้อยนั่นละ

ดังนั้นพอได้เจอชายหนุ่มในร้านกาแฟร้านประจำ ถึงต้องยืนห่างจากเขาเกือบเมตร และต้องหลุบตาลงตอนคุยด้วย เสน่ห์จันทร์ก็ยินดีที่จะทำ พานพบเองก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรกับเรื่องนี้ เหมือนเคยชินเสียแล้ว

วันนี้ไปวิ่งกันไหมเขาถือแก้วเอสเปรสโซ่เข้ามาถามตอนที่เธอจิบยูซุโคลด์ บริวเข้าไปอึกใหญ่

วันนี้วันพุธ...ปกติเสน่ห์จันทร์ชอบไปซุปเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติญี่ปุ่นที่มีส่วนลดให้คนที่มาจับจ่ายใช้สอยในวันนี้เป็นพิเศษ เลยไม่ค่อยมีนัดกับใครที่ไหน ถือว่าเป็นวันสำหรับซื้อของเข้าบ้าน

หญิงสาวเลยคิดคำนวนเวลาเลิกงานกับเวลาไปชอปปิงอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้ารับคำ

ค่ะ งั้นไปเจอกันที่สวนเลย

จากนั้นเขาก็ทักทายกับแก้วกุดั่นและเขมมณิศาอีกสองสามประโยคก่อนปลีกตัวไป พอฝ่ายนั้นขยับห่างเกินกว่าห้าเมตร เสน่ห์จันทร์จึงกล้ามองตามเต็มตา ถึงได้รู้ว่าชายหนุ่มมากับหญิงสาวสวยจัดคนหนึ่ง พวกเขาเดินเคียงคู่กันไปอย่างสนิทสนม เพื่อนสนิทสองคนที่ชะเง้อมองตาม เลยหันมามองหน้าเธอเกือบจะพร้อมกัน

ใครน่ะ

แฟนเขาหรือ

แก้วกุดั่นถามก่อน จากนั้นก็เป็นเขมมณิศาที่เอ่ยถามตาม

เสน่ห์จันทร์ทำหน้าครึ่งยิ้มบึ้งกับคำถามนี้

พวกแกถามฉันแล้วฉันจะถามใคร

อ้าว! ก็แกสนิทกับเขาที่สุด ไม่ถามแกจะถามใครแก้วกุดั่นย้อน

เขมมณิศาพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนมองตามหลังทั้งคู่ไปอย่างพิจารณาพร้อมกับต่อมมโนที่เริ่มทำงาน

แต่ฉันว่าไม่น่าใช่แฟนหรอก ถ้าเป็นแฟน คุณพบจะกล้ามาชวนจันทร์ไปวิ่งแบบนี้ได้ไง

ไม่ใช่แฟนแต่เดินซะชิด นมเกือบถูแขนเขาเลยนะโว้ยแก้วกุดั่นค้านดุเดือด

ก็ไม่ใช่แฟนไง เลยต้องเดินแบบนั้น เผื่อว่าจะได้เป็นแฟนเขมมณิศาวิเคราะห์ ทำให้เสน่ห์จันทร์หัวเราะคิก

พวกแกก็พูดมาได้

ก็มันจริงนี่หว่า หรือแกไม่เห็นแก้วกุดั่นยืนยัน ก่อนหันมามองเธอจริงจัง ฉันว่า คุณพบนี่เข้าข่ายมาเงียบๆ ฟาดเรียบทั้งสีลมว่ะ แกคบกับเขา ระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะนังจันทร์

คราวก่อนแกยังบอกว่าเขาน่าสนใจ นิสัยดีอยู่เลย

เธอแกล้งกระเซ้า ทั้งๆ ที่ก็รู้สึกเหมือนที่แก้วกุดั่นบอก

พานพบอาจไม่ใช่ผู้ชายหล่อเหลา สะกดสายตาทุกคนที่ได้เห็นในวินาทีแรก แต่เขามีรูปร่างสูงโปร่งชวนมอง ซ้ำผิวยังขาวจัดกว่าผู้ชายส่วนใหญ่ ทว่ากลับไม่ดูจืดชืดอย่างที่ควรจะเป็นคงเพราะผมดกดำ กับคิ้วเข้มหนาเหนือดวงตาแพรวพราวคู่นั้น แล้วยังจมูกโด่งเป็นสัน กับริมฝีปากสีแดงเกินเพศเดียวกันซ้ำยังเหมือนมีรอยยิ้มฉาบฉายอยู่ตลอด ทำให้เขาดูน่าคบ เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วทำให้รู้สึกสบายใจ มนุษยสัมพันธ์ก็เยี่ยม นิสัยก็ดี โอบอ้อมอารีก็ที่หนึ่ง ขนาดเธอที่หวาดกลัวเสื้อชอปของฝ่ายนั้น ยังกล้าพูดคุยกับเขาเลย แล้วพวกสาวๆ ที่ไม่มีโรคประจำตัวขี้กลัวบ้าบออย่างเธอจะไม่ยิ่งอยากคุยกับเขาหรือ นอกจากนี้หน้าที่การงานก็มีส่วน คนที่ทำหน้าที่ดูแล เอนเตอร์เทนลูกค้า ถ้าหน้าบึ้งหน้างอ ใครจะอยากเข้าใกล้

เสน่ห์จันทร์เลยเห็นพานพบมีสาวๆ อยู่ข้างๆ เกือบตลอดเวลา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงพยักหน้า ส่งยิ้มหรือทักทายเธอสม่ำเสมอ

หญิงสาวจึงได้แต่ส่งยิ้มกลับไปให้ ไม่สนใจหรอกว่าเขากับสาวๆ พวกนั้นจะยืนโอบกอดแนบชิดกันขนาดไหน รู้แต่ว่าถ้าสวมเสื้อชอปอยู่ ก็อย่าเข้ามาใกล้เธอเกินหนึ่งเมตร!

ขณะเดียวกัน พอได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง ชายหนุ่มเคยทำอย่างไร ต่อหน้าคนอื่นเขาก็ทำแบบนั้น จนเสน่ห์จันทร์ก็บอกไม่ถูกว่าเพราะพานพบมีนิสัยชอบเอาใจใครต่อใครไปเรื่อย หรือสาวๆ พวกนั้นเป็นแค่คนรู้จักของเขาเหมือนเธอกันแน่

เรื่องพวกนี้คิดมากไปก็ปวดหัว และไม่สมควรต้องคิด ตราบใดที่เธอไม่ได้คิดอะไรกับเขา

ดังนั้นพอแก้วกุดั่นตาลุก มองมาด้วยความตกใจ พร้อมพูดเสียงเขียวใส่ว่า

แกอย่าบอกนะนังจันทร์ ว่าแกตกหลุมเสน่ห์เขาเข้าแล้ว

ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อยเสน่ห์จันทร์ค้านเสียงนุ่มนวล ก็แค่บอกว่าแกเคยพูดถึงเขาว่ายังไง

ก็ตอนนั้นฉันมองเขาผ่านๆ รู้แค่เขาเป็นคิวต์ บอย ไม่ได้ตั้งใจพิจารณาเขาจริงจังนี่แก้วกุดั่นทำปากยื่นหน้ามุ่ย แต่พอเขามาวอแวกับแก ฉันก็ต้องทำหน้าที่เพื่อนที่ดี ช่วยแกสกรีนเขาก่อน

สกรีนหรือสแกนจับผิดเขมมณิศาแซวบ้าง ทำให้คนถูกแซวถลึงตาใส่

สกรีนโว้ย หรือแกอยากเห็นนังจันทร์มันอกหักซ้ำซ้อน ต้องหนีเตลิดเปิดเปิงไปไหนต่อไหนอีก

แต่ก็จริงของกุ้งฝอยนะ เพราะคนอย่างคุณพบนี่ เขาเงียบๆ ไม่เจ้าชู้ โฉ่งฉ่างเหมือนไอ้พี่วุธก็จริง แต่คนแบบนี้ล่ะทำให้ผู้หญิงเราเจ็บลึก เจ็บนานเขมมณิศาพยักหน้าเห็นด้วย

พูดเหมือนมีประสบการณ์ ถามจริง โดนผู้ชายทิ้งมากี่คนแล้วเสน่ห์จันทร์แกล้งยั่ว ฝ่ายนั้นเลยทำหน้ายักษ์ใส่

พูดผิดพูดใหม่ได้นะนังจันทร์ เพราะคนอย่างหญิงซาซ่าไม่เคยโดนผู้ทิ้งย่ะ มีแต่ทิ้งผู้ก่อน

คำตอบนั้นทำให้เสน่ห์จันทร์กับแก้วกุดั่นหัวเราะคิกคักเพราะรู้ดีว่าเขมมณิศาเองก็ไม่เคยมีแฟนจริงจังมาก่อน เว้นแต่ตอนที่ฝ่ายนั้นคลั่งไคล้บอยแบรนด์เกาหลี แล้วทึกทักว่าทุกคนคือ หลัวของตน

แล้วคำเตือนของเพื่อนรักก็จางหายไปกับสายลมอุ่นๆ ปลายฤดูหนาว กอปรกับเสน่ห์จันทร์ไม่คิดจะเก็บเอามาใส่ใจอีก เพราะมั่นใจว่าไม่ได้คิดจะมีแฟนใหม่เร็วๆ นี้

อกหักมันเจ็บ...

เสน่ห์จันทร์ไม่อยากเจ็บซ้ำๆ ตอนที่แผลเก่ายังไม่หายสนิทแบบนี้

นอกจากนั้นเธอก็บอกตัวเองว่าไม่เคยคิดกับพานพบเกินกว่าเพื่อน แค่รู้สึกว่าอยู่ใกล้ๆ เขาแล้วสบายใจดี

 

แต่ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน เพราะถึงหญิงสาวจะไม่ได้อยากคิดอะไรกับพานพบ หรือไม่อยากคิดกับชายหนุ่มเกินกว่าคำว่าเพื่อน ทว่าไม่นานจากนั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไป โดยมีเรืองวุธมาเกี่ยวข้อง เพราะจู่ๆ ฝ่ายนั้นก็มานั่งรอเสน่ห์จันทร์ที่ล็อบบีคอนโดในเย็นวันพุธกลางสัปดาห์

ความที่เขานั่งกางหนังสือพิมพ์อ่านบดบังใบหน้ามิดชิด ทำให้เธอไม่ทันสังเกตเห็นในตอนแรก

เสน่ห์จันทร์กำลังจะเดินขึ้นลิฟต์แล้วตอนที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อตนดังขึ้น

หญิงสาวชะงักอย่างงงงันในตอนแรก ก่อนเปลี่ยนเป็นตัวแข็งทื่อและถุงของที่ถือมาแทบพลัดหลุดจากมือในนาทีต่อมา เมื่อเห็นคนรักเก่าเต็มตา

พี่วุธ!”

เธอครางชื่อเขาอย่างตกใจแกมไม่อยากเชื่อสายตา ขณะที่อีกฝ่ายคงคิดอยู่แล้วถึงปราดเข้ามาหา พร้อมกับคว้าถุงในมือไปถือได้ทันท่วงที

มาพี่ช่วยถือ

ก่อนที่ถุงจะโดนคว้าไปจากมือ สติของเสน่ห์จันทร์ก็กลับมา เธอกำหูถุงพลาสติกไว้แน่น พร้อมบอกอีกฝ่ายเสียงแหบเครือเพราะความรู้สึกพลุ่นพล่านในใจ

ไม่ต้อง พี่วุธมาทำไมในเมื่อหลบเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องเผชิญหน้าตรงๆ

เรืองวุธหลุบตาลง มองมาคล้ายตัดพ้อ ตอนตอบคำถามนี้

พี่อยากเจอจันทร์

แฟนพี่รู้ไหม ว่าพี่อยากเจอจันทร์

เธอจ้องหน้าเขาหมางเมิน นึกแปลกใจตัวเองเหมือนกันที่ไม่ขอบตาร้อนผ่าว หรือปวดร้าวในช่องอกตอนตั้งคำถามนี้ออกไป

แบบนี้สินะ ที่เขาว่ากันว่าเวลาจะเยียวยาทุกสิ่ง...

แต่คนตรงหน้ากลับทำสีหน้าต่อว่าใส่

เราอยู่กันสองคน จันทร์จะพูดถึงคนอื่นทำไม

เสน่ห์จันทร์กะพริบตา ทั้งขำทั้งหมั่นไส้ ระคนโมโห หลากหลายความรู้สึกคละเคล้ากัน แต่ก็พูดกับอีกฝ่ายออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบมั่นคงจนตัวเองก็นึกฉงน

คนอื่นที่ไหนกัน นั่นน่ะคนที่พี่จะแต่งงานด้วยนะ

พี่อาจไม่แต่งกับเขาแล้วก็ได้อีกฝ่ายพูดพร้อมจ้องหน้าเธอคล้ายให้คำมั่น แต่เสน่ห์จันทร์ไม่ใช่คนเชื่อคนง่าย

หลังจากอกหักครั้งนั้น เธอก็เป็นโรคหวาดระแวง...โดยเฉพาะผู้ชายที่เป็นแฟนเก่า

จะไม่แต่งได้ยังไง ก็ตอนนั้นไหนพี่ว่าเขาท้อง

เขาไม่ได้ท้อง...เขาเข้าใจผิดเรืองวุธเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนพูดออกมาเสียงแผ่ว เขาตั้งใจโกหกพี่

หญิงสาวฟังด้วยหัวใจชืดชา ไม่รู้สึกเร่าร้อนทุรนทุรายเหมือนตอนได้ยินเรื่องราวเหล่านี้ในครั้งแรก จึงสามารถตอบออกไปด้วยเสียงเรียบเฉยได้ว่า

แต่ถึงอย่างนั้น พี่ก็ควรรับผิดชอบเธอ พวกพี่มีความสัมพันธ์กันแล้ว มิหนำซ้ำ จันทร์ยังได้ยินมาว่าเธอรวยมาก เป็นพวกผู้มีอิทธิพลระดับท้องถิ่น พี่เองก็ต้องทำธุรกิจครอบครัวต่อ ถ้าได้ครอบครัวเธอเป็นแบ็กให้ก็น่าจะดีกับทุกฝ่าย อีกอย่าง...ได้ยินมาว่า คุณแม่ของพี่ชอบเธอมาก แต่งงานกันไป พี่ก็จะได้ไม่ปวดหัวกับปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้ด้วย

เรื่องของเรืองวุธกับผู้หญิงคนนั้น ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ทางกายเพียงอย่างเดียว แต่มีครอบครัว วงศ์วานและเรื่องการงาน เงินทองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะทางบ้านคนรักใหม่ของเขามีกิจการเรือประมงหลายลำ แล้วยังห้องเย็น สะพานปลาอะไรพวกนั้นอีก ซึ่งเขาเองก็ต้องสืบทอดธุรกิจแปรรูปของทะเลตากแห้งของที่บ้านในวันหน้าอยู่แล้ว จึงเรียกได้ว่าส่งเสริมกันไม่น้อย

แล้วจันทร์ล่ะ พี่ไม่ต้องรับผิดชอบจันทร์หรือ

เรืองวุธแย้งอย่างดื้อรั้น ทำให้เสน่ห์จันทร์ตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ ก่อนเผลอตัวตะคอกเสียงต่ำใส่อีกฝ่าย

จะบ้าหรือ เราไม่เคยมีอะไรกัน ทำไมพี่ต้องมารับผิดชอบจันทร์ด้วย

แต่เราคบกันตั้งหลายปี เคยไปค้างต่างจังหวัดกันตั้งหลายครั้ง ตอนจันทร์ทำงานที่เมืองชล พี่ก็เคยไปค้างด้วยมาแล้ว

เสน่ห์จันทร์ตัวเย็นเฉียบ กำมือแน่น มองคนพูดอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

พี่พูดแบบนี้ได้ยังไง เราไปค้างต่างจังหวัดด้วยกันแค่สองคนเสียที่ไหน  แล้วตอนที่จันทร์ไปทำงานเมืองชล พี่ค้างกับจันทร์จริง แต่เพราะจันทร์เมามาก  พี่เลยช่วยดูแลให้ ไม่ใช่ว่าอยู่ทำเรื่องแบบนั้นเสียเมื่อไหร่เสียงเธอพร่าสั่น แทบฟังไม่เป็นคำทีเดียวกว่าจะพูดจบ

จันทร์เมา แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเราทำหรือไม่ทำอะไรกันเขาย้อนถามด้วยทีท่าถือไพ่เหนือกว่า

เสน่ห์จันทร์หน้าซีดขึ้นมาในพริบตา

คืนนั้น...เขาชวนเธอฉลองที่ได้เลื่อนตำแหน่ง เลยทั้งกินและดื่มไปไม่ใช่น้อย ปกติเธอเป็นพวกคออ่อน ดื่มเหล้าได้ไม่เท่าไหร่ก็เมา ฝ่ายนั้นเลยพาไปโรงแรมที่เปิดห้องเอาไว้ เพราะตัวเขาเองก็ขับรถไม่ไหวเหมือนกัน จำได้ว่าเธออาเจียนออกมาไม่น้อย ทำชุดของตนกับอีกฝ่ายเลอะเทอะไปหมด จนต้องถอดส่งให้รูมเซอร์วิสเอาไปซัก ต่างคนต่างอยู่ในเสื้อคลุมอาบน้ำก่อนจะผล็อยหลับไป

ตอนตื่นเธออิงแอบแนบอกเขาจริง แต่เสื้อคลุมยังอยู่บนตัวทั้งคู่ ซ้ำฝ่ายชายก็ยืนยันหนักแน่นว่าไม่ได้ทำอะไรตนแม้แต่ปลายก้อย สิ่งเดียวที่ทั้งคู่มีร่วมกันคือนอนกอดกันเท่านั้น

ตอนนั้น หญิงสาวได้ฟังแล้วก็กระอักกระอ่วนไม่น้อย ไม่รู้จะเชื่อเขาดีไหม แต่หลังจากนั้นพอมีโอกาสได้สำรวจร่างกายตัวเองอย่างถี่ถ้วน ก็ไม่เห็นร่องรอยรักใคร่ใดๆ ที่อีกฝ่ายควรจะฝากเอาไว้ เสน่ห์จันทร์เลยเชื่อในคำพูดนั้นมาตลอด จนวันนี้ พอได้ยินคนรักเก่าท้วงขึ้นแบบนี้ ก็ทั้งอายทั้งโมโห

หยุดนะ เราไม่ได้ทำอะไรกัน พี่เป็นคนบอกจันทร์แท้ๆ จำไม่ได้หรือเธอขู่ฟ่อ

พี่อาจจะหลอกจันทร์ก็ได้

พี่!” เธอฟังแล้วก็พูดไม่ออก ที่จู่ๆ คนรักเก่าที่เคยเป็นเทพบุตรในใจได้กลายร่างเป็นปีศาจร้ายไปต่อหน้าต่อตา

ตอนจับได้ว่าเขาโกหก ทรยศต่อความรักของเธอ ก็เจ็บแล้ว

แต่ตอนนี้...ถูกเขาใส่ร้าย ป้ายสี ยิ่งเจ็บกว่า เจ็บจนกลายเป็นโกรธและเกลียดในพริบตา

แต่เหมือนเรืองวุธจะไม่สนใจว่าเสน่ห์จันทร์จะรู้สึกอย่างไร เพราะฝ่ายนั้นยังไม่หยุดพูด

แล้วเราก็เคยวางแผนจะไปพรีฮันนีมูนด้วยกันที่ญี่ปุ่น

ผิวแก้มหญิงสาวร้อนผ่าวกับคำพูดนี้

ใช่!

เธอเคยคิดแบบนั้น และตั้งใจทำแบบนั้นจริงๆ ถึงขนาดซื้อตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม วางแผนการเที่ยว ซื้อตั๋วเจอาร์สำหรับสองคนไว้เรียบร้อย แต่สุดท้ายเรื่องของเขากับผู้หญิงคนนั้นก็เปิดเผยขึ้นเสียก่อน

เสน่ห์จันทร์เลยแยกเขี้ยวใส่อีกฝ่ายอย่างเกรี้ยวกราด

พรีฮันนีมูนนั่น ถ้าพี่ไม่ความจำเสื่อมหรือเป็นอัลไซเมอร์ ก็น่าจะจำได้ว่าจันทร์ไปคนเดียว และตอนนั้นพี่ก็น่าจะกำลังประคบประหงมเมียของพี่อยู่ เพราะเธอกำลังท้องอ่อนๆ ดังนั้นระหว่างเรา ไม่มีอะไรต่อกันทั้งสิ้น

แต่พี่มี...และจันทร์เองก็ยังไม่ลืมพี่

พี่มันเพ้อเจ้อ ฝันเฟื่อง หลงตัวเอง

พี่เนี่ยนะเพ้อเจ้อ ไหนบอกมาซิ ว่าถ้าจันทร์ไม่ลืมพี่ จันทร์วิ่งหนีพี่ทำไม

จันทร์วิ่งหนีพี่เมื่อไหร่

วันศุกร์โน้น...พี่เห็น

เสน่ห์จันทร์ตัวแข็งทื่อกับคำพูดนั้น แต่ยังไม่ทันได้ตอบกลับ เสียงห้าวคุ้นหูของพานพบก็ดังขึ้น

ถ้าคุณเห็นจันทร์ คุณก็ต้องเห็นสิ ว่าเธอไปกับผม ไม่ใช่เพราะวิ่งหนีคุณเตลิดไปคนเดียว

เรืองวุธเองก็ตื่นตะลึงไปเช่นกัน สีหน้าเขาบ่งบอกถึงความตกใจอย่างมาก ตอนมองไปยังคนพูด แต่พานพบกลับวางหน้าเรียบเฉย ตอนเดินมาโอบบ่าเสน่ห์จันทร์เอาไว้

เธอเลยตกใจจนพูดไม่ออก นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะทำแบบนี้

แต่เหมือนพานพบจะไม่สนใจว่าเธอหรือเรืองวุธคิดอย่างไร เขาจ้องหน้าเรืองวุธด้วยสายตาเคร่งขรึม แต่บ่งชัดว่าไม่ยอมถอย ทำให้คนรักเก่าของเสน่ห์จันทร์หน้าเผือดซีดลง ฝ่ายนั้นทำท่าเหมือนจะพูดอะไรออกมาแต่สุดท้ายก็ได้แต่พึมพำว่า

พี่รู้จักกับจันทร์?”

ผมกับจันทร์อยู่ที่นี่

ฟังเหมือนคนรักเก่าของเธอจะรู้จักกับพานพบ แต่ตอนนั้นเสน่ห์จันทร์ไม่ทันได้ฉุกคิดเพราะพานพบตอบกลับมาในทันที ซ้ำคำพูดของเขายังกำกวม ชวนให้เข้าใจผิด และทำให้เสน่ห์จันทร์หน้าแดงจัด ขณะที่เรืองวุธก็นิ่งอึ้งไปนานกว่าจะเค้นเสียงออกมาได้

อยู่ที่นี่?”

ใช่ พวกเราอยู่ที่นี่ และถ้าคุณไม่มีธุระกับจันทร์แล้ว ก็ต้องขอตัว

แล้วพานพบก็รั้งเธอให้ออกเดินไปด้วยกัน ทิ้งเรืองวุธให้ยืนตะลึงอยู่ตรงนั้นอย่างไม่ไยดี เสน่ห์จันทร์รอจนทั้งคู่อยู่ในลิฟต์ด้วยกันตามลำพังถึงได้นึกออก เธอแหงนมองหน้าเขา พร้อมตั้งคำถามที่ผุดขึ้นในใจออกมา

คุณรู้จักพี่วุธ?”

จะพูดแบบนั้นก็ได้เขายอมรับสีหน้าอึดอัดใจ ทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ กึ่งไม่พอใจ กึ่งโมโห

แล้วคุณก็ไม่บอกฉันหญิงสาวต่อว่า

พานพบถอนหายใจยาว มองมาด้วยสายตาขอโทษ

ผมเห็นคุณโกรธเขามาก และไม่อยากเจอหน้าเขาขนาดนั้น เลยไม่รู้จะบอกยังไง

เสน่ห์จันทร์เม้มปากไม่รู้จะพูดอะไรต่อ 

โกรธผมหรือเขาถามเสียงอ่อน และไม่ยอมก้าวออกไป แม้ลิฟต์จะหยุดที่ชั้นสิบหกแล้วก็ตาม

ก็ไม่เชิง...ฉันแค่รู้สึกเหมือนตัวตลก คุณคงขำฉันมากใช่ไหม ตอนที่ฉันเล่าเรื่องพี่วุธให้ฟัง และตอนที่เรานั่งหลบเขาในร้านอาหารเธอตัดสินใจพูดออกมาตรงๆ แต่ก็ไม่ทำให้ก้อนหินที่ทับอยู่ในอกเบาลงไปเลย ซ้ำเบ้าตากลับร้อนผ่าวเสียอีก

พานพบหน้าตึง ปล่อยให้ประตูลิฟต์ปิดลง ตอนบอกเธอเสียงเข้มเด็ดขาด

เปล่า...ผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลย ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นแฟนเก่าคุณ จนกระทั่งตอนที่เขาเดินผ่านร้านที่เรานั่ง แล้วคุณบอกว่าเขาเป็นใคร แล้วก็อย่างที่บอก...ว่าผมไม่รู้จะบอกคุณยังไงว่าผมรู้จักเขา

แต่วันนี้....คุณไม่ได้แค่บอกกับเขาว่ารู้จักฉัน แต่คุณยังพูดจาแบบนั้นออกไป คุณทำทำไมเธอมองเขาค้นคว้า

พานพบยกมือเสยผมเก้อๆ เหมือนเขาเองก็สับสนเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็พูดเสียงเหมือนคาดคั้นออกมา

ถ้าผมไม่พูดแบบนั้น เรื่องก็คงไม่จบ เขาคงต้องมาตามตื้อคุณอีกแน่ๆ คุณอยากให้เขามาหรือ

เสน่ห์จันทร์หลุบตาลงเมื่อได้ยินคำถามนี้

ใช่!

เธอไม่อยากให้เรืองวุธมา ไม่อยากเจอหน้าฝ่ายนั้นอีกแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าพานพบทำในสิ่งที่ถูกต้อง เขาไม่คิดบ้างหรือว่าเรื่องโกหกแบบนี้จะทำให้หัวใจของเธอเต้นเร็วกว่าปกติ ถ้าเธอหัวใจวายตายไป จะทำอย่างไร

หรือคุณอยากให้ผมโทรไปเคลียร์กับเขาอีกรอบก็ได้นะ ผมจะบอกว่า...เราอยู่ที่นี่ด้วยกันก็จริง แต่ก็คนละชั้น ผมอยู่ชั้นสิบหก คุณอยู่...”

พอเถอะเธอโบกมือ ตอนได้ยินเสียงลิฟต์เตือนว่าถึงชั้นที่พักอยู่พอดี คุณไม่ต้องไปบอกอะไรเขาทั้งนั้น ฉันก็แค่คาดไม่ถึง...ว่าคุณจะทำแบบนี้ แต่...ขอบคุณมากที่คุณช่วยฉัน

พานพบพยักหน้ารับ ท่าทางเหมือนลังเลนิดหน่อย ตอนถามเธอว่า

แล้วเย็นนี้คุณยังจะมาวิ่งไหม

------------------------------------------------------------------------------------------------

พี่คะ พี่พบตั้งใจช่วยน้อง หรือพี่จะอ้อยน้องทางอ้อมคะ แหมๆ 
ป.ล นักอ่านเจ้าขา เราไม่ได้ลงสั้นไปน๊า เราตั้งใจลงทีละตอน กับตอนย่อย 
ทีนี้ตอนย่อยเป็นการดำเนินเรื่องในมุมมองพระเอก ขืนเหลายาวๆ อาจซ้ำกับของนางเอก
นักอ่านจะเบื่อได้นะเจ้าคะ 
เรียนมาเพราะเลิฟๆ ตามอ่านเขาแล้ว อย่าเทเขานะ

          ถ้าสนใจอยากติดตามข่าวสารอื่นๆ ฝากกดไลก์เพจ อุมาริการ์ ดาหราปตี ด้วยค่ะ

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

137 ความคิดเห็น

  1. #36 goszyboong (@goszy) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 15:54

    เรื่องนี้ทำอีบุ้คมั้ยคะ

    #36
    1
    • #36-1 Umarigar_Darapadi (@Umariga_Darapadi) (จากตอนที่ 20)
      18 กันยายน 2561 / 11:40
      ทำค่ะ วางแผง17 ต.ค ขอบคุณนะคะ ที่ถาม
      #36-1
  2. #35 Noogigss (@noogigss) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 12:32
    อบากอ่านEBook ล้าววววววว
    #35
    0