ผู้หญิงชั้นสิบแปด ผู้ชายชั้นสิบหก

ตอนที่ 13 : 7 | ขยับเข้ามาอีกนิดๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,122
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    3 ก.ย. 61

            

          แสงแดดอุ่นๆ ที่ส่องรอดผ่านรอยแยกของผ้าม่าน สาดเข้ามาในห้องทำให้หญิงสาวที่นอนหลับสนิทค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้นทีละนิด เธอยังคงงัวเงียในตอนแรกเลยขยี้ตาอยู่พักหนึ่ง แต่พอได้สติเต็มที่ ก็นึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาได้ ทั้งยังรู้สึกเหมือนได้กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ โชยมาเข้าจมูก เลยผวาลุกขึ้น พร้อมรีบตลบผ้าห่มออก จากนั้นก็พรูลมหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก ที่เห็นว่าชุดที่ใส่ไปเมื่อวานยังอยู่บนตัวครบทุกชิ้น

แล้วรอยยิ้มบางๆ ของความโล่งใจและดีใจก็ผุดขึ้นตรงมุมปาก เมื่อพบว่าวางใจคนไม่ผิด และดีใจที่พานพบเป็นสุภาพบุรุษไม่ใช่หมาป่า ตรงกับที่เรดาร์ในตัวบอก

 เลยคิดจะส่งข้อความไปขอบคุณเขาสักหน่อย แต่พอค้นกระเป๋าถือ หยิบมือถือมากดเปิด ก็พบว่าในไลน์มีคนส่งคำอวยพรปีใหม่มาจนตาลาย และมีสายเรียกเข้าที่ไม่ได้รับอีกเกือบสิบสาย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นพ่อของเธอที่โทรศัพท์ผ่านระบบไลน์มาหาจากอีกซีกโลกทั้งก่อนและหลังจากล่วงเข้าสู่วันใหม่ของไทยไม่นาน จากนั้นก็เป็นข้อความเสียงที่ฝากไว้

น้ำเสียงอบอุ่นห่วงใยของผู้ให้กำเนิด ที่แฝงความกังวลไม่น้อยเมื่อเห็นเธอหายเงียบไป ทำให้เสน่ห์จันทร์ขอบตาร้อนผ่าว และรีบส่งข้อความตอบกลับแทนโทรศัพท์ไปหา หลังจากใคร่ครวญดูแล้วว่าตอนนี้เวลาที่นั่นเลยเที่ยงคืนไปแล้ว

พ่อคงนอนแล้ว

และพอหายเมา ท่านก็ทำให้เธอนึกขึ้นมาได้ว่าอย่างน้อยในโลกนี้ก็มีผู้ชายดีๆ อยู่หนึ่งคน...

อ้อ...สองคนสินะ

แต่คนหลังนี้จะดีจริงแท้ขนาดไหนก็ไม่อาจรู้ได้ เพราะเธอแทบไม่รู้จักอะไรเกี่ยวกับเขาเลย

หญิงสาววางมือถือลงแล้วคว้าหมอนข้างมากอด พร้อมนึกถึงชายหนุ่มแปลกหน้าที่เริ่มคุ้นเคยในระยะหลังนี้

เขาบอกว่ามีแม่กับน้องสาวอยู่ที่จันทบุรี

ตัวเขาทำงานบริษัทนี้มาได้สามปีแล้ว และเพิ่งซื้อคอนโดที่นี่เมื่อปลายปีก่อน

เธอเลยเล่าให้เขาฟังคร่าวๆ ว่ามีพ่ออยู่ที่เชียงใหม่ และเพิ่งมาทำงานที่บริษัทนี้ได้แค่ครึ่งปี เพราะอกหัก...

OMG!

ใช่! เธอเล่าเรื่องอกหักให้พานพบฟังอย่างหมดเปลือก ด่าหญิงแรดชายเลวคู่นั้นกับเขาอย่างไม่มีกั๊ก

โอย!!

แค่นึกก็ขายหน้าแล้ว

เสน่ห์จันทร์คิดพร้อมฝังหน้าลงกับหมอน รู้สึกอยากเป็นนกกระจอกเทศก็วันนี้เอง แต่เหมือนฟ้าดินจะไม่เป็นใจให้เธอซ่อนตัวนาน เพราะจู่ๆ เสียงกริ่งหน้าห้องพักก็ดังกังวานขึ้น

หญิงสาวนอนฟังอย่างงงๆ ในตอนแรก กริ่งนี้เป็นเจ้าของห้องคนเก่าติดเอาไว้ เสน่ห์จันทร์เลยไม่เคยได้ยินเสียงมันมาก่อน เธอจึงแปลกใจไม่น้อย ก่อนจะร้องอุทานออกมา

คุณพบ!”

มั่นใจว่าเป็นฝ่ายนั้น เพราะคนนอกจะเข้ามาในคอนโดไม่ได้ ถ้าผู้พักอาศัยไม่ลงไปเปิดประตูให้ที่ชั้นหนึ่ง แต่ขณะเดียวกัน คอนโดแห่งนี้ยังไม่ติดตั้งลิฟต์แบบล้อกชั้นด้วยคีย์การ์ด ทำให้คนที่อยู่ในคอนโดสามารถไปหาเพื่อนที่อยู่ต่างชั้นได้สะดวก แต่ที่ผ่านมาเสน่ห์จันทร์ไม่มีคนรู้จักอยู่ที่นี่ จึงไม่เคยมีใครมากดกริ่งที่หน้าห้อง

ทว่าหลังจากได้ออกไปกินข้าวกับพานพบ หญิงสาวก็มั่นใจว่าต้องเป็นเขา

เธอผุดลุกขึ้นจากเตียง เหลียวไปมองกระจกบนบานตู้เสื้อผ้าโดยอัตโนมัติ แล้วก็สะดุ้งเฮือก เพราะหน้าตาโทรมเยินอย่างคนเพิ่งตื่นนอน ซ้ำผมยังฟูเหมือนรังนก เลยต้องรีบคว้าแปรงมาสางผมอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็กระโจนเข้าบ้วนปากด้วยน้ำยาดับกลิ่นปากในห้องน้ำ ก่อนคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับเพื่อไปเปิดประตูห้อง แต่กลับพบถุงใส่ต้มเลือดหมูห้อยอยู่ตรงลูกบิดประตูแทน ไม่นานเสียงข้อความเตือนจากมือถือก็ดังขึ้น พอหยิบมาอ่านก็พบข้อความสั้นๆ ที่ส่งมาจากชายหนุ่ม

ผมออกไปหาข้าวเช้ากิน เลยซื้อมาเผื่อ คิดว่าคุณน่าจะชอบ

เสน่ห์จันทร์กำหูถุงแน่น รู้สึกแปลกๆ ระหว่างดีใจ กับแปลกใจ และไม่สบายใจ

พานพบใจดีกับเพื่อนใหม่แบบนี้ทุกคนเลยหรือ

 

ฮึ!” นี่เป็นคำพูดแรกของปี ที่แก้วกุดั่นพูดกับเธอตอนเจอหน้ากันหลังหยุดยาว

อะไรยะเสน่ห์จันทร์เลิกคิ้ว

ยังจะถามอีก ได้ผู้แล้วลืมเพื่อนเลยนะแกฝ่ายนั้นต่อว่า

เธอฟังแล้วก็ทำหน้าเหรอหรา

ผู้อะไรที่ไหน

ยังจะทำหน้าซื่อตาใสอีกนังนี่ ก็คุณพบไงยะ

คุณพบ?” เธอทวน ก่อนร้องอ๋อ ยาวเหยียด แต่ยังคงมองเพื่อนสนิทด้วยความแปลกใจอยู่ดี แล้วฉันไปได้เขาตอนไหน

ก็คืนวันสิ้นปีไง แกเทพี่ก้ามกั้ง ไปกินคุณพบเขมมณิศายื่นหน้ามาบอกแทนแก้วกุดั่นที่ยังทำหน้าบึ้งอยู่

เสน่ห์จันทร์เลยรีบส่ายหน้าดิก

บ้าแล้ว ฉันไม่ได้เทพี่กั้ง แล้วก็ไม่ได้ไปกินคุณพบ

แต่แกไม่ยอมไปลานเบียร์กับฉันกับพี่ก้ามกั้ง แกเลือกไปกับเขาแทนแก้วกุดั่นเค้นเสียง

เสน่ห์จันทร์เลยกะพริบตาอยู่ราวครึ่งนาทีก่อนร้องอุทานออกมา

แกรู้ได้ไง แกเห็นเหรอ

เออ!” คนพูดกระแทกเสียง แกนั่งหัวเราะต่อกระซิกกับเขา กินเบียร์กัน มันไปเลย

เธอฟังแล้วก็ได้แต่ขบริมฝีปากล่างอย่างสับสน เพราะจำไม่ได้เหมือนกันว่าหัวเราะต่อกระซิกกับพานพบจริงหรือเปล่า แต่ก็น่าจะมีบ้างละ เพราะไปกินเหล้าคืนส่งท้ายปีเก่า ไม่ใช่กินเหล้าแก้เซ็งในงานศพ จะให้ตีหน้าเคร่งร้องไห้ก็ใช่ที่

แต่...
                เดี๋ยวๆ...แล้วไหนแกบอกว่าแกไม่กล้าชวนพี่กั้งไปเคาน์ดาวน์

ก็ฉันบอกว่าแกไปด้วยอีกฝ่ายโต้ตอบไม่ลดละ ก่อนทำหน้าคว่ำใส่ แต่ใครจะไปคิด ว่าพอไปถึงกลับเจอแกไปกับผู้

แล้วทำไมแกไม่ทัก

คนมันเยอะ เสียงเพลงก็ดัง แกนั่งอยู่เกือบติดเวที ฉันทั้งตะโกนเรียก ทั้งโบกมือให้ แกไม่หันมา

หญิงสาวพยายามทบทวนความจำในคืนนั้น จำได้แต่ว่าลานเบียร์ที่พานพบพาไปกินนั้นคนแน่นมาก แต่พวกเธอได้ที่นั่งทำเลที่ดีที่สุด เพราะเขาเป็นเพื่อนสนิทเจ้าของร้าน ทว่ายิ่งดึกคนก็ยิ่งแน่น และยิ่งเสียงดัง ขนาดเธอนั่งอยู่ติดกับพานพบยังยอมแพ้ เพราะทางเดียวที่จะคุยกับชายหนุ่มได้รู้เรื่องคือต้องกระซิบข้างหูเขาเท่านั้น เลยไม่ได้คุยอะไรกับฝ่ายนั้นมากนัก...เว้นแต่ตอนเมาปลิ้นต้องนั่งรถแท็กซี่กลับคอนโดนั่นละ ถึงค่อยหลุดปากเล่าเรื่องรักคุดคับใจออกไป

เรื่องที่คิดแล้วก็ยังอายไม่หาย

เธอเลยไม่มีหน้าไปพบอีกฝ่าย ทำได้ก็แค่ซื้อขนมกับของกินเล่นไปแขวนไว้ที่ลูกบิดหน้าประตูห้องเขาในตอนเย็นวันนั้นเป็นการตอบแทนต้มเลือดหมูแสนอร่อยที่ชายหนุ่มหามาให้

ตกลงแกกับเขาคบกันแล้วหรือเขมมณิศาถามเสียงอยากรู้

แก้วกุดั่นเลยรีบตะแคงหูฟังด้วย

เสน่ห์จันทร์ส่ายหน้าหวือทันที

เปล่า คบอะไร ก็แค่ไปฉลองปีใหม่ที่ลานเบียร์ด้วยกันหนเดียว

แกไม่ได้คบกับเขา แล้วไปฉลองปีใหม่กับเขาได้ไงแก้วกุดั่นที่มีนิสัยเจ้ากี้เจ้าการ เอาจริงเอาจังคาดคั้น

ก็เขาชวน

ฉันก็ชวน

เสียงเพื่อนสนิทขุ่นจัด ซ้ำดวงตายังฉายแววหาเรื่องชัดเจน แต่เสน่ห์จันทร์ไม่ยอมจนมุมง่ายๆ

ก็ตอนแกชวน ฉันง่วง ไม่อยากไป แต่ตอนเขาชวน ฉันกำลังหิวพอดี...อีกอย่างฉันก็บอกแกแล้วไง คนเราไปเคาน์ดาวน์ด้วยกันได้ โดยที่ไม่ต้องเป็นแฟนกัน แต่แกก็ไม่เชื่อฉัน พะวักพะวนโน่นนี่อยู่ได้ 

แก้วกุดั่นเม้มปากแน่น แสดงท่าทีว่าไม่เห็นด้วย ขณะที่เสน่ห์จันทร์ก็ไม่รั้งรอให้โอกาสนี้ผ่านไปง่ายๆ

แล้วไง แกไปเคาน์ดาวน์กับพี่กั้ง มีอะไรคืบหน้าบ้างไหม

คำถามนี้ทำให้เขมมณิศาพลอยพยักหน้าอย่างสนอกสนใจด้วยอีกคน แต่แก้วกุดั่นกลับถอนหายใจเฮือกโตออกมา

จะมีอะไรล่ะ พี่ก้ามกั้งเขาไม่ชอบที่คนเยอะๆ แบบนั้น เขามองว่าเป็นแหล่งรวมเชื้อโรค แล้วเขาก็ไม่ชอบฟังเพลงป๊อป เพลงร็อก เขาชอบแจ๊ส หรือเพลงคลาสสิก ส่วนพลุ...เขาก็บอกว่าสวยดี แต่ดูถ่ายทอดผ่านทีวีก็สวยเหมือนกัน

แค่ฉันฟังแกพูดถึงเขา ฉันก็ง่วงแล้วนะเนี่ย แบบนี้แกกับเขาจะไปกันรอดจริงๆ หรือ

เขมมณิศาแกล้งหาวประกอบคำพูด ทำให้แก้วกุดั่นยิ่งหน้าบึ้ง

ก็พี่ก้ามกั้งเขาเป็นคนดี ไม่ใช่ไอ้หนุ่มขาเลาะ แบบที่แกเคยเจอนี่

แต่ฉันว่าแกกับเขาไม่น่าจะไปกันได้นะกุ้งฝอย ไลฟ์สไตล์อะไรก็ไม่เหมือนกันสักอย่างเสน่ห์จันทร์ท้วงอีกแรง

ถ้าหนึ่งนทีเห็นแหล่งท่องเที่ยวเป็นที่รวมเชื้อโรคแล้วแก้วกุดั่นที่ชอบเข้าผับ ฟังเพลง ดื่มเหล้าพอกรึ่มๆ ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์จะทำอย่างไร

แต่คำพูดของเธอกลับสร้างสีหน้าเชื่อมั่นและจุดประกายความหวังในดวงตาเพื่อนรัก

แกไม่เคยได้ยินหรือ ที่เขาบอกว่าคู่แท้คือคนสองคนที่เติมเต็มสิ่งที่ขาดหายให้แก่กัน ฉันเติมความสดใสและชีวิตชีวาให้พี่ก้ามกั้ง ส่วนเขาเติมความมีระเบียบเรียบร้อยให้ชีวิตฉัน

ก่อนแกจะให้เขามาช่วยเติมโน่น นี่ให้แก แกถามเขายัง ว่าอยากให้แกไปเติมโน่นนี่ ให้เขาป่ะเขมมณิศาแซว

พี่ก้ามกั้งเป็นคนฉลาด เขาต้องอยากแน่ๆคนถูกแซวตอบรับเสียงมั่นใจ ก่อนหันมามองจ้องตาเธอเขม็ง จบเรื่องของฉันแล้ว คุยเรื่องของแกดีกว่า ตกลงแกกับคุณพบนี่ยังไงกันแน่

ก็ไม่ยังไงเสน่ห์จันทร์ตอบ

คือแกจะบอกว่าแกไม่ได้ชอบเขาอีกฝ่ายคาดคั้นคล้ายไม่เชื่อ

ถ้าหมายถึงแบบแฟนก็ยังไม่ใช่

เสน่ห์จันทร์มั่นใจมาก เธอยังบาดเจ็บเพราะรักครั้งเก่า ย่อมไม่อยากสร้างความบอบช้ำให้ตัวเองในเร็ววัน แต่ขณะเดียวกัน จะบอกว่าเธอไม่ชอบพานพบเลยก็คงไม่ใช่ เพราะหลังจากที่เจอกันหลายครั้ง ก็พบว่าฝ่ายนั้นเป็นคนน่าคบ

เธอไม่ค่อยมีเพื่อนผู้ชายนัก เพิ่มพานพบในรายชื่อเพื่อนอีกคนก็ดีไม่น้อย

แล้วเขาชอบแกไหม

ใครจะไปรู้เธอร้องถามขำๆ

อ้าว ก็ทีท่าเขาเป็นยังไง มีอ่อยแกบ้างไหม

อ่อยหรือ...

เสน่ห์จันทร์เม้มปากคิดอยู่อึดใจหนึ่ง ก่อนส่ายหน้าแรงๆ

ไม่นะ เราไปกินข้าว ฟังเพลง ดูพลุ แล้วก็เคาน์ดาวน์กัน แบบเพื่อนไปกับเพื่อน ไม่มีใครอ่อยใครเบอร์แรงอะไรแบบนั้นแน่ๆ

บางทีเขาอาจอ่อยแต่แกไม่รู้ตัว

นั่นสิ เห็นเขาเงียบๆ อย่างนั้น สาวเพียบนะยะเขมมณิศาเสริม ก่อนตบเข่าฉาดใหญ่ จริงสิ แล้วทำไมเขาถึงได้มาฉลองปีใหม่กับแกล่ะ แม่ยก พี่ยก น้องยก เขาหายไปไหนหมด

เธอฟังแล้วก็หัวเราะเบาๆ ออกมา เพราะเคยเห็นพานพบกับหญิงสาวมากหน้าหลายตาจริงๆ

ไม่รู้ ฉันไม่ได้ถาม เขาเองก็ไม่ได้พูดถึง

ตกลงแกรู้อะไรเกี่ยวกับเขาบ้างเนี่ยแก้วกุดั่นเท้าคางมองมา แววตาอ่อนใจแกมหงุดหงิด

เสน่ห์จันทร์เลยลองนึกทบทวนเรื่องราวของพานพบดูอีกที ก่อนส่ายหน้าน้อยๆ

ไม่...ไม่รู้อะไรสักเท่าไหร่หรอก

แล้วแกก็ไว้ใจเขา ไปกินเหล้า ดูพลุ เคาน์ดาวน์กับเขา!”

ก็ ฉันเห็นเขาเหมือน the boy next door เป็นเพื่อนบ้านประตูถัดไป ที่เราไว้ใจ อยากคุย อยากคบด้วย อะไรทำนองนั้น

แกเลยอยากจะลองคบกับเขา?” แก้วกุดั่นซักไม่หยุด ทำให้เสน่ห์จันทร์เริ่มรำคาญขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยอมตอบโดยดี

ไม่..ฉันไม่นึกอยากคบกับใครตอนนี้ เขาเองก็คงเหมือนกันเสน่ห์จันทร์ตอบพร้อมนึกถึงคืนนั้นอยู่ในใจ

พวกเธอคุยกันแต่เรื่องสัพเพเหระ จากนั้นก็ดื่มด่ำกับบรรยากาศเฉลิมฉลองไปเรื่อยๆ พอถึง่ตอนก้าวเข้าสู่วันใหม่ก็ตะโกนคำว่า Happy New year และสวัสดีปีใหม่ ออกไปเสียงอ้อแอ้เพราะลิ้นคับปาก แล้วจึงชวนกันกลับคอนโด ระหว่างทางพานพบไม่ได้พูดเรื่องความรักหรือคนรักสักคำ และไม่ได้แสดงทีท่าใดๆ เป็นพิเศษกับเสน่ห์จันทร์ด้วย เขาปล่อยให้เธอพูดพล่ามไปเรื่อยๆ ซ้ำยังให้ยืมหัวไหล่พักอิง และปล่อยให้เธอเช็ดน้ำตากับสั่งน้ำมูกลงที่แขนเสื้อเขา

เสน่ห์จันทร์ยิ่งคิดก็ยิ่งอายเป็นกำลัง ตั้งใจว่าจะไม่มีวันกินเหล้าจนเมาปลิ้นแบบนี้อีกแล้ว แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือต้องหลบหน้าพานพบสักระยะ!

 

หญิงสาวทำตามที่ตั้งใจได้สำเร็จ เธอไม่เห็นเขานานเกือบครึ่งเดือน มาเจอกันอีกทีที่ตลาดนัดหลังตึกไอทีเอฟ ตอนที่ในมือหนึ่งมีจานลาบวุ้นเส้น  และอีกมือถือแก้วน้ำผลไม้ปั่น พร้อมมองหาที่นั่งไปด้วย แต่กลับได้สบตากับพานพบแทน

เขามากินข้าวกับเพื่อนร่วมงานที่อยู่ในชุดเสื้อชอปสีน้ำเงินเข้มเหมือนกัน ทำให้โต๊ะที่ชายหนุ่มนั่งโดดเด่นกว่าโต๊ะอื่นที่มีแต่หนุ่มๆ สวมเสื้อเชิ้ตผูกเนกไท และโต๊ะเขากับเพื่อนมีที่ว่างสองที่  ขณะที่เธอเองก็มากับเขมมณิศา ฝ่ายนั้นเลยส่งยิ้มมาให้ จากนั้นก็บอกอย่างใจดี

มากันกี่คนครับ นั่งโต๊ะผมก่อนไหม

มากันแค่สองคนนี่ละคะ

เขมมณิศารีบตอบเพราะวันนี้แก้วกุดั่นต้องรอต้อนรับแขกพิเศษของนายญี่ปุ่น เลยออกมากินข้าวกับพวกเธอไม่ได้

ดังนั้นพอมีที่นั่ง เพื่อนสาวเลยไม่ลังเล ด้วยเวลาเที่ยงแบบนี้ หาที่นั่งกินข้าวยากกว่าเล่นเก้าอี้ดนตรีเสียอีก ทั้งยังเลือกนั่งฝั่งตรงข้ามกับพานพบว่องไว ทำให้เหลือที่ว่างข้างๆ เขาอีกที่เดียว

เธอเลยฝืนยิ้มปากสั่นให้ฝ่ายนั้น บอกตัวเองว่าแค่นั่งกินข้าวข้างๆ เขา ทำทุกอย่างให้เป็นธรรมชาติ ห้ามเป็นลมเด็ดขาด!

เพราะเหตุนี้เสน่ห์จันทร์จึงพยายามจำกัดสายตาอยู่กับอาหารเที่ยงตรงหน้า เขมมณิศาที่ปกติแล้วเป็นคนเงียบๆ ยามอยู่กับคนแปลกหน้าเลยกลายเป็นช่างพูดแทน

ความที่มัวแต่ก้มหน้าก้มตากินทำให้ พอเงยหน้าขึ้นอีกที ก็เห็นเพื่อนสาวมองมาด้วยสายตาแปลกๆ เลยทำปากพะงาบๆ ไม่มีเสียงถามกลับไป

อะไร

ฝ่ายนั้นเลยบุ้ยใบ้ไปที่พานพบกับเพื่อนๆ ถึงได้เห็นว่าพวกเขากินข้าวเที่ยงเสร็จแล้ว และกำลังเตรียมตัวลุก สายตาหลายคู่เลยพุ่งตรงมาที่เธอเป็นจุดเดียว เดาว่าคงมีการเอ่ยคำอำลาขึ้น แต่ตนไม่ทันฟัง เขมมณิศาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจึงเตะเท้าเข้าที่ใต้โต๊ะแรงๆ หญิงสาวเลยยิ้มเจื่อนให้ทุกคน แต่ไม่กล้ามองชายหนุ่มเหล่านั้นนานนัก

โชคดีนะคะ

ได้ยินเสียงตอบรับเบาๆ ก่อนที่พวกหนุ่มๆ จะจากไป ไม่นานหนุ่มสาวออฟฟิศกลุ่มใหม่ที่เมียงมองคอยอยู่ ก็เข้ามานั่งแทนที่พวกเขา

เสื้อเชิ้ตสีอ่อนของหนุ่มๆ กับเดรสลายหวานๆ ของสาวๆ ทำให้เสน่ห์จันทร์ค่อยหายใจโล่งขึ้น แต่ทีท่าของเธอคงก่อพิรุธไม่น้อย เพราะเขมมณิศาถึงกับขมวดคิ้วใส่

แกทะเลาะอะไรกับคุณพบหรือ

คำถามนั้นทำให้เธอถึงกับสำลักน้ำปั่น

หญิงสาวไออยู่ครู่หนึ่งก่อนมองสบตาเพื่อน

ฉันจะไปทะเลาะอะไรกับเขา ไม่ได้เจอกันตั้งแต่ปีใหม่แล้วประโยคหลังๆ นี้ เธอพูดเบาๆ แต่เขมมณิศาเกิดหูดีขึ้นมา

อ๋อ เขาหนีหน้าแก แกเลยงอน?”

เสน่ห์จันทร์ฟังจบก็ขึงตาใส่เพื่อนสาวขี้มโนอย่างไม่เกรงใจ

ฉันจะไปงอนทำบ้าอะไร

ก็แกเล่นไม่พูดกับเขาเลย เอาแต่ก้มหน้าก้มตากินอยู่ได้ รู้ไหม ฉันไม่เคยเห็นว่าแกชอบลาบวุ้นเส้นมากเท่าวันนี้มาก่อนเลยเขมมณิศามองมาคล้ายจับผิด

จะให้พูดอะไร ก็แกคอยพูดแทนอยู่แล้ว

เธอรีบแก้ตัว เพราะขืนบอกไปว่ากลัวเสื้อชอปที่พานพบกับเพื่อนๆ สวมคงฟังดูปัญญาอ่อนและประหลาดไม่น้อย

แกหาว่าฉันพูดมากหรือ

เขมมณิศาขึงตาตอบ แต่ท่าทางเหมือนเขินหน่อยๆ ก็ไม่แปลกหรอก เพื่อนพานพบเป็นชายหนุ่มทั้งกลุ่ม และหลายคนในนั้นก็มองพวกเธออย่างสนใจ ทว่า...ยูนิฟอร์มของพวกเขาทำให้เสน่ห์จันทร์ขนลุก มือเย็นเฉียบ ดังนั้นหญิงสาวจึงฝืนสบตาเพื่อนสาวตอนเอ่ยเสียงแข็งออกไป

แล้วแกคิดว่าแกพูดน้อยหรือ คุณพบถามแกคำ แกตอบเขาสองคำ เพื่อนเขาถามแกสามคำ แกตอบไปสี่

เขมมณิศาเม้มปาก ขมวดคิ้วน้อยๆ อย่างคนอ่อนไหวง่าย

ฉันทำแบบนั้นจริงหรือ

ก็จริงสิ แล้วแบบนี้แกจะให้ฉันพูดแทรกเข้าไปได้ยังไงเธอรีบเสริม ก่อนเหลือบมองแก้วน้ำที่พร่องไปมากของอีกฝ่าย หรือถ้าแกไม่เชื่อ ก็ลองคิดดูเองละกัน ถ้าแกไม่พูดมาก แกจะคอแห้งขนาดดื่มน้ำหมดแก้วหรือ

เขมมณิศาไม่เถียงแต่กลับเหลือบมองแก้วน้ำผลไม้ตรงหน้าด้วยสายตาครุ่นคิดแทน

เสน่ห์จันทร์เลยผ่อนลมหายใจโล่งอก โชคดีที่เขมมณิศาเป็นพวกหัวอ่อน และลืมง่าย ไม่ขี้สงสัย กัดไม่ปล่อย เกาะติดเป็นตังเมอย่างแก้วกุดั่น

------------------------------------------------------------------------------------------------

               ถ้าสนใจอยากติดตามข่าวสารอื่นๆ ฝากกดไลก์เพจ อุมาริการ์ ดาหราปตี ด้วยค่ะ


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

137 ความคิดเห็น

  1. #15 HoneyBomb (@HoneyBomb) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 12:08
    พี่เขางอนแน่เลย^^
    #15
    0