HANA KISS [HUNHAN]

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2 : ปีศาจจิ้งจอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 มิ.ย. 63

เวลายามสาม(ตี3)ใครบางคนหรือบางปีศาจ?กำลังเดินทอดน้องผิวปากอย่างสบายใจแถมยังแบกมนุษย์หน้างามไว้บนบ่า มองความวุ่นวายของมนุษย์ที่ตามหาคนที่อยู่บนบ่าเขา แต่มันจะมีมนุษย์หน้าไหนเห็นกันเล่า หากสิ่งนั้นมิใช่มนุษย์ มนุษย์เป็นในความคิดของปีศาจแล้วก็คือสิ่งมีชีวิตที่สุดจะอ่อนแอ หากจะหาสิ่งเปรียบก็คงจะเหมือนไส้เดือนละมั้ง ตายง่าย เป็นเพียงของเล่นแก้เบื่อให้แก่ปีศาจเฉกเช่นกับคนที่เขาเอามาด้วย ที่จริงปีศาจอย่างเขาก็ไม่ได้มีความพิศวาสในมนุษย์สักเท่าไหร่หรอกนะ แต่เพราะคนสลบไสลอยู่บนบ่านี่ ช่างงดงามเกินกว่าปีศาจอย่างเขาจะอดใจไหว ถึงนางผู้นี่จะผอมแห้งแรงน้อยไปหน่อย หน้าอกหน้าใจก็ดูจะไม่มี แต่กลับมีใบหน้าที่สวยบาดใจทั้งยังแววตาเป็นประกายเหมือนกวางตัวน้อยน่ารัก ทำเอาจิ้งจอกอย่างเขามีความรู้สึกอยากล่าขึ้นมาเลยล่ะ

หลังจากเดินสบายใจเฉิบมาสักพักก็ถึงที่หมาย ที่ที่จะได้เสพสมคนงามตรงหน้าอย่างหนำใจ ถ้ำที่ภายในเต็มไปด้วยน้ำแข็งสีใสเป็นประกายส่องแสงสว่างภายในถ้ำจึงไม่ได้มืดอย่างที่คิดและอากาศหนาวเย็นที่เกินกว่าคนทั่วไปจะอยู่ได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามสถานที่แห่งนี้ จะไม่มีใครหน้าไหนได้เห็นนอกจากเทพและปีศาจเท่านั้น เพราะเจ้าของที่แห่งนี้ได้ร่ายคาถาบังตาเอาไว้ เมื่อมาถึงหน้าถ้ำ แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าเข้าไปก็มีสิ่งที่น่ารำคาญใจมาเสียก่อน

“เย้ นายท่านกลับมาแล้ว แล้วนั้นหอบอะไรมาด้วยละท่าน” โยวไค* สองตนที่ทำหน้าที่เป็นยามเฝ้าหน้าถ้ำก็เอ่ยปากทักทายท่านปีศาจจิ้งจอกอย่างยิ้มแย้มแจ่มใสแต่สายตาที่เจ้านายมองกลับไปเป็นสายตาที่บ่งบอกถึงความรำคาญและถอนหายใจเบาๆ

“แหมๆท่านข้าแค่แซวนิดแซวหน่อย ว่าแต่มนุษย์เนื้อหอมนั้นใช่ของข้าสองคนหรือเปล่า” โยวไคพูดพร้อมกับพยักพเยิดหน้าไปหาสิ่งที่นายตนเอามาด้วย

“ของข้าคนเดียวมิใช่ของใครทั้งนั้น ปากมากนัก เดี๋ยวฆ่าทิ้งซะเลยหนิ” ตะคอกใส่ยามเฝ้าประตูที่บังอาจพูดถึงคนของเขาเพราะนี่คือของเล่นของปีศาจจิ้งจอกผู้นี้เพียงผู้เดียว

“อย่าบังอาจมาพูดถึงคนของข้า เฝ้าหน้าประตูไป”

“ขะ ขอรับนายท่าน” หลังจากต่อล้อต่อเถียงกับพวกโยวไคก็เป็นต้องอารมณ์เสียขึ้นมานิดหน่อย แต่เมื่อหันไปมองคนที่เอามาด้วยแล้วความโกรธาก็หายไปในพริบตาเดียว เมื่อเดินเข้ามาในถ้ำก็จะพบประตูทางเข้าที่เป็นน้ำแข็งสีใสดั่งกระจก เดินตรงไปก็จะเป็นทางเดินที่ขนาบข้างด้วยสวนไผ่เล็กพอให้ร่มรื่น และเดินตรงไปอีกเพียงนิดเดียวก็ถึงแล้ว กับที่พำนักของท่านปีศาจผู้นี้ กั้นเป็นบานพับกระดาษตามแบบฉบับญี่ปุ่นเพื่อความเป็นส่วนตัวในการหลับพักผ่อนของท่านปีศาจจิ้งจอก

เมื่อถึงเตียงบรรทมก็จัดแจงคนงามลงนอนบนเตียงนุ่มนิ่มอย่างอ่อนโยนจากที่ต้องพาดห้อยหัวอยู่บนบ่าอยู่นาน ถ้านานกว่านี้คงเลือดตกหัวพอดี ตอนนี้ที่ปีศาจจิ้งจอกทำได้ก็คือรอให้คนสวยตื่น จึงก่อเกิดความเบื่อหน่ายช่วงเวลารอและก่อนที่ฟ้าจะสาง ปีศาจจิ้งจอกจึงขอตัวออกไปเดินเล่นก่อนละกัน

“เฝ้าไว้ให้ดี ถ้าตื่นแล้วบอกข้าด้วย” เปิดประตูกระดาษและออกคำสั่งกับให้นางไม้ที่เป็นสาวรับใช้ของที่นี่ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวออกไปชมท้องฟ้าก็มีใครบางคนมาเสียก่อน

“เซซึนะ! เจ้าลักพาตัวมนุษย์มารึ” เซซึนะ หรือท่านปีศาจจิ้งจอกที่ได้รับหน้าที่เป็นผู้ดูแลผืนป่าแห่งนี้ ถือว่าเป็นผู้มีอำนาจที่สุดในที่แห่งนี้ แต่เทพหรือปีศาจที่อยู่ชนชั้นเดียวหรือสูงขึ้นไปกันกลับมองว่าเซซึนะเป็นปีศาจที่ไม่เอาไหนเลย เพราะนอกจากหน้าตาที่หล่อเหลากับการพูดการจาคารมคมคายที่มักทำให้พวกเทพีหรือปีศาจสาวๆสวยๆมาติดพันแล้ว เซซึนะก็ไม่มีอะไรดีอีกเลย แต่ที่ได้เป็นถึงท่านปีศาจจิ้งจอกเพราะสืบสายเลือดมาจากปีศาจจิ้งจอกคนก่อนหรือก็คือเป็นลูกชายนั้นเอง

“อะไรกันชัลโยรุ ใจเย็นๆสิสหายข้า” ชัลโยรุ หรือปีศาจครึ่งภูติ โดยมีพ่อเป็นปีศาจและมีแม่เป็นนางไม้ ชัลโยรุทำงานรับใช้เป็นผู้ช่วยให้กับเซซึนะโดยหน้าที่นี้เป็นคำสั่งจากของท่านเทพปีศาจจิ้งจอกองค์ก่อน ปีศาจครึ่งภูตผู้นี้มีลักษณะตัวสูงใหญ่ ผมยาวสีดำขลับรวบเก็บไว้ข้างหลัง มีหน้าม้าลงมาปรกหน้าเล็กน้อย แต่งองค์ทรงเครื่องด้วยชุดยูกาตะสีน้ำเงินเข้มและดาบคู่กาย เหตุที่ต้องรีบร้อนมาเพราะเซซึนะจอมสร้างปัญหาก่อเรื่องอีกแล้ว

“จะใจเย็นได้อย่างไร ท่านคิชิโระมีคำสั่งว่าอย่างไร ลืมแล้วรึ”

“หาต้องสนใจไม่ พ่อข้าไม่ลงมาพื้นดินหลายร้อยปีแล้วไม่มีทางรู้หรอก”

“แต่เจ้าไม่คิ-”

“เอาหน่า ข้าจัดการของข้าเองได้ เจ้าไปทำงานของเจ้า” พูดจบก็ยิ้มให้พร้อมกับเอามือตบไหล่ชัลโยรุสองที

“แล้วแต่เจ้าเถอะ อย่าให้ข้าต้องตามเช็ดแล้วกัน”

“มิมีปัญหา” ตอบกลับด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาทและขยิบตาข้างหนึ่งให้ชัลโยรุ คนที่ยืนฟังก็ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ

เซซึนะที่ว่าตอนแรกจะออกไปเดินเล่นก่อนฟ้าสางก็ต้องเป็นทิศเข้ามาที่บรรทมตามเดิม เพราะมั่นใจได้เลยว่าคงจะไม่ได้มีแค่ชัลโยรุที่รีบร้อนมาหาเขา

“เซซึนะ! มนุษย์วิ่งวุ่นวายกันทั่วป่าเป็นฝีมือเจ้-” เปาะเซซึนะดีดนิ้วคาถาไม่ให้คนมาใหม่เข้ามาในที่บรรทมได้ ทาโอะ ผู้ช่วยอีกคนของเซซึนะ ที่กำลังเอื้อมมือไปเปิดประตูกระดาษก็ถูกกำแพงคาถาใสกั้นและดันตัวเขาออกเสียก่อน

“ปลดคาถาเดี๋ยวนี้ เซซึนะ!” เซซึนะที่เห็นว่าแค่กั้นไว้แต่เสียงก็เสียงก็ยังเข้ามาได้จึงดีดนิ้วอีกรอบแล้วเสียงโวยวายของทาโอะข้างนอกก็หายไป และตอนนี้ก็ไม่มีเสียงของใครมากวนใจได้อีก

“ตื่นได้แล้วเจ้ามนุษย์ ข้ารอที่จะเล่นกับเจ้าไม่ไหวแล้วนะ” กล่าวพลางเอามือลูบแก้มใสของอีกคนไปด้วย

“หากเจ้าตื่นแล้ว เหตุใดจึงนอนหลับตาอยู่ได้ หื้ม” พูดพลางนั่งคุกเข้าลงข้างเตียง เอามือท้าวคางและยื่นหน้าเข้าไปใกล้ของคนใบหน้าอีกคนจนปลายจมูกแทบติดกัน ลู่หานที่โดนจับได้ก็ลืมตาขึ้นมาทันที ในใจของลู่หานตอนนี้คือเขาไม่ได้ฝันไปใช่ไหม

“คุณเป็นใคร จับเรามาทำไม ต้องการอะไรจากเรา”

“จุ จุ จุ นางผู้นี้ช่างไม่มีมารยาทเอาเสียเลย เจ้ามีนามว่าอย่างไนไหนบอกข้าซิ” เซซึนะเชยคางลู่หานขึ้น คนหน้าสวยสะบัดหน้าหนีทันที เพราะตอนนี้เขาสับสนมึนงงไปหมดแล้วลืมตาตื่นมาก็ควรเป็นเต้นท์อย่างที่ควรเป็นแต่กลับเป็นที่ไหนไม่รู้ แถมยังเจอคนแปลกหน้าที่ลักพาตัวเขามา แล้วคนอื่นเป็นยังไงโดนจับตัวมาเหมือนเขาหรือเปล่า คิดได้อย่างนั้นลู่หานจึงลุกพรวดขึ้นมา มองหน้าคนที่ลักพาตัวเขามา และคิดว่าชายคนนี้พูดจาแปลกแต่งตัวแปลกๆทั้งยังผมสีขาวที่ยาวกับถึงพื้น หูที่เหมือนสุนัขนั้นอีก คอสเพลย์หรอ? ลู่หานเห็นประตูกระดาษที่ปิดไว้ถ้าเขารีบวิ่งหนีออกไปคงได้ คิดเช่นนั้นคนสวยไม่สนสิ่งใด รีบวิ่งออกจากห้องนี้ทันที ทันทีที่เปิดประตูออก ก้าวออกไปเพียงก้าวเดียวก็ชนกับกำแพงคาถาดันตัวคนสวยออก ล้มลงไปนั่งกับพื้น

“โอ้ย”

“มิมีใครออกจากที่นี้ได้หรอกนะ หากข้ามิอนุญาต” กล่าวพลางส่งมือไปให้อีกคนจับพยุงลุกขึ้น แต่ก็โดนปัดมือทิ้งทันที หากถามว่าเซซึนะอารมณ์เสียหรือไม่ตอบได้ว่าไม่เลย เพราะถึงยังไงปีศาจจิ้งจอกตนนี้ก็ถือไพ่เหนือกว่าอยู่ดี ดื้อรั้นแบบนี้สิดีไม่น่าเบื่อ

“คุณเป็นใคร จับเรามาทำไม” ลู่หานถามขึ้นหลังลุกขึ้นยื่นด้วยตัวเอง

“ข้าคือ เซซึนะ ปีศาจจิ้งจอกผู้ยิ่งใหญ่ ส่วนเหตุที่จับเจ้ามาเป็นเพราะเจ้านั้นช่างสวยหยดย้อยต้องตาข้าเหลือเกิน แล้วเจ้าหละมีนามว่าอย่างไร” พูดจาชมคนตรงหน้าเพื่อให้หลงคารมอย่างที่เคยทำกันหญิงนางอื่น ใช้มือเชยคางคนตัวเล็กมาจ้องตา ครานี้ลู่หานไม่หลบ

“ลู่หาน”

“ชื่ออะไร ช่างแปลกเสียจริงข้ามิเคยได้ฟัง เช่นนั้นข้าจะเรียกเจ้าว่าฮานะ ฮานะจัง เพราะเจ้านั้นงามดั่งเช่นดอกไม้ที่ข้าอยากดอมดม” พูดแล้วขยับใบหน้าไปใกล้กับแก้มใสของอีกคน

“เราไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร เราไม่รู้จักคุณแล้วก็เหตุผลบ้าบออะไรของคุณไม่รู้ แล้วคุณจับเพื่อนเรามาด้วยหรือเปล่า คุณต้องการอะไรจากเรา คุณปล่อยเราไปเถอะนะ” ลู่หานผลักไหล่คนตัวสูงออกและพูดออกไปอย่างอารมณ์เสีย ปีศาจจิ้งจอกถึงกับหน้าเหวอเพราะคิดว่าที่คนตรงหน้านิ่งไปเป็นเพราะโอนอ่อนไปตามคำพูดของเขา แต่เปล่าเลยแถมยังอารมณ์เสียใส่เขาอีกด้วย

“เจ้ามิเข้าในที่ข้าพูดเลยรึ หรือว่าเจ้ามิได้ฟังที่ข้าพูด ข้ามิได้จับสหายของเจ้าหรือใครคนอื่นมาทั้งนั้นนอกจากตัวเจ้า และข้าต้องการให้เจ้าอยู่กับข้าที่นี่ ฮานะจัง” สิ้นเสียงเซซึนะ ลู่หานก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี นี่มันเรื่องบ้าอะไรลู่หานก็ยังสับสนอยู่เหมือนเดิม จับตัวเขามาเพียงเพราะชอบเขาเนี้ยนะมันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย แล้วมีใครตามหาเขาหรือเปล่า

“เวลานี้เจ้าคงจะหิวแล้ว ข้าจะให้คนรับใช้เตรียมสำรับอาหารมาให้” พูดจบก็เดินออกไปสั่งนางไม่ที่ทำงานรับใช้ท่านปีศาจจิ้งจอก

สำรับอาหารที่มีอาหารมากมายหลากหลายเกินกว่าจะกินคนเดียวหมด วางอยู่ตรงหน้าของลู่หานตอนนี้ ทำเอาคนหน้าสวยท้องร้องขึ้นมาทันใด มีทั้งซูชิ ปลาดิบมากชนิด และอาหารที่คาดว่าราคาแพงหูฉี่ ลู่หานลงมือกินทันทีโดยไม่รอให้อีกคนพูดอะไร

“คุณไม่กินหรอ” ถามขึ้นเพราะเห็นว่าคนตัวสูงไม่ทานอะไรเลย

“เพียงได้มองเจ้ากินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยข้าก็สุขใจจนไม่ต้องทานอาหารพวกนี้แล้วล่ะ กินเข้าไปเยอะๆนะเพราะคืนนี้เจ้าคงต้องใช้แรงหนัก หึๆ” ประโยคที่ตอบกลับมาทำเอาคนสวยต้องกรอกตามองบนพร้อมกันถอนหายใจออกมาเบาๆเพราะความปากหวานหรือจะเรียกว่ากวนประสาทก็ไม่รู้ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ เซซึนะก็ขอตัวออกไปทำธุระข้างนอกและได้ปลดคาถากำแพงออกแล้ว แต่เมื่ออกไปก็เจอสายตาของพวกหญิงสาวที่ดูจะไม่ชอบเขาเท่าไหร่ และก็กันเขาไม่ให้ออกไป จึงกลับเข้ามานั่งในห้องและคิดทบทวนว่านี่คือโลกความเป็นจริงหรือความฝัน หากเป็นความฝันทำไมถึงได้เหมือนจริงขนาดนี้ลองหยิกตัวเองตบตัวเอง เขารู้สึกเจ็บ เรื่องภูตผีปีศาจนี่คงเป็นเรื่องจริงที่ไม่เป็นแค่ตำนานเรื่องเล่าปากต่อปากใช่ไหม แล้วสิ่งที่ครูเล่าในคืนรอบกองไฟนั้นเป็นจริงใช่หรือเปล่า แล้วเขาจะได้กลับออกไปไหมแล้วคนไม่สิปีศาจพวกนี้จะฆ่าเขาหรือเปล่า ลู่หานคิดฟุ้งซ่านต่างๆมากมายยิ่งคิดก็ยิ่งกลัว อยากกลับบ้านจนใจจะขาด จากที่นั่งห้อยหาอยู่บนเตียงก็ยกขาขึ้นมานั่งท่ากอดเข่าปล่อยน้ำตาอาบแก้มสองข้าง แต่ก่อนที่จะได้ร้องไห้ไปมากกว่านี้ก็มีใครบางคนที่เลื่อนเปิดประตูเข้ามา

ครืด~~

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #3 nid131202 (@nid131202) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 22:20

    เป็นกำลังใจให้คะไรท์~
    #3
    1