นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

[LOL] Return2Dec [SmebXPeanut]

โดย UP2Fuel

การเจอกันในรอบเดือนของเขากับคนตัวเล็กในเทศกาลคริสมาสต์ กับความลับที่ร่างสูงไม่มีวันได้พูดออกไป...

ยอดวิวรวม

193

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


193

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


7
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  28 ก.พ. 60 / 14:16 น.
นิยาย [LOL] Return2Dec [SmebXPeanut]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
CR.SQW
 
       














"All i want for christmas is you.."
































ถ้าวันนั้นเขากล้้าพอที่จะพูดมันออกไป..




























จะยังมีเด็กใส่เครื่องแบบสีดำวิ่งมาหาเขาอยู่รึเปล่านะ...?



















"Make it a december to remember"





















RETURN 2 DEC





UP2Fuel



ฝากShort Fic เรื่องนี้ไว้สำหรับคนคิดถึงคู่นี้ด้วยนะคะ (ノ◕ヮ◕)ノ



#Re2DecSP


cr.sqw

เนื้อเรื่อง อัปเดต 28 ก.พ. 60 / 14:16


CR.SQW

     






RETURN 2 DEC

                      









 ลมหนาวพัดโชยมาทำเอาร่างสูงต้องกระชับเสื้อโค้ทตัวหนาเพื่อให้ความอบอุ่นกับร่างกายมากกว่าเดิม ขายาวก้าวเร็วๆท่ามกลางอากาศหนาวเย็นของฤดูหนาว ทว่าใจของเขามิอาจเย็นลงได้เลย

 

      ก็เพราะวันนี้น่ะ...จะได้เจอกันแล้วสินะ

 

  เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาจากโค้ทเพื่อติดต่อกับคนที่เรียกได้ว่าไม่ได้เจอกันมานานแรมเดือน ก่อนจะกรอกเสียงลงไป

 

  “เฮ้ย ร้านไหนนะ”

 

  [Drink with me หน้าร้านมีต้นคริสมาสต์อยู่]

 

  “ตอนนี้ช่วงคริสมาสต์ร้านไหนก็มีต้นคริสมาสต์มั้ยวะ?

 

  [อ่าวหรอ555 งั้นก็อ่านป้ายร้านเอาแล้วกัน]

 

“เออๆ แค่นี้นะ” เขาถอนหายใจ โอเคเมื่อการโทรหาเพื่อนอย่าง เพรย์ นั้นไม่ช่วยอะไรเท่าไหร่ เขาก็คงต้องเดินหามันเองแล้วแหละ

 

  เขาก้าวไปข้างหน้า สายตาคมที่วันนี้ไม่มีแว่นกลมมาบดบังความงามของมัน สอดสายตามองไปรอบๆเพื่อหาเป้าหมายจนพบสถานบันเทิงขนาดย่อมที่ประดับประดาไปด้วยไฟสีส้มสลัวๆ เครื่องประดับตกแต่งตามเทศกาลและต้นคริสมาสต์ที่หน้าร้าน

 

    ‘Drink with me'

 

ร่างสูงไม่รอช้าที่จะก้าวเข้าไป ก่อนจะมองไปรอบๆเพื่อหาใครบางคน

 

   ใครบางคนที่ได้แต่เฝ้ามองจากที่ไกลๆมาแรมเดือน

 

   ใครบางคนที่แค่ได้เห็นว่ายังยิ้มได้ก็สุขใจ

 

   ใครบางคนที่กำลังมองมือถือเครื่องเดิมอย่างเคย..

 

        ‘เจอแล้ว

 

  “เฮ้ย คยองโฮทางนี้เว่ย!” เหมือนจะมีใครสักคนเห็นเขาแล้ว ร่างสูงยกมือพลางเดินเร็วไปทางกลุ่มเพื่อน จนกระทั่งเดินเข้าไปถึงโต๊ะแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะมีเด็กติดมือถือที่ยังไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นรอบข้างอันใด ยกเว้นซะแต่หน้าจอของตัวเอง..

 

  เขานั่งลงข้างๆคนตัวเล็กที่เอาแต่ปาดนิ้วหัวแม่มือไปตามกระจกใสนั้น ก่อนจะจงใจขยับเข้าไปใกล้ๆเรื่อยๆ

 

  “อ้ะ”คงจะรู้สึกได้ถึงแรงเบียดถึงได้ละสายตาจากมือถือมามองเขาได้

 

  “อ่าว สวัสดีฮะฮยอง มาตั้งแต่เมื่อไหร่อ่ะ?

 

  “เมื่อกี้น่ะ ถ้าไม่ขยับมาเบียดก็คงไม่เห็นใช่มั้ยเนี่ย ฮึ?” ร่างสูงพูดพลางยกมือขึ้นยีหัวสีน้ำตาลอ่อนๆของคนตัวเตี้ยกว่า อืม เปลี่ยนสีแล้วสีนะ ก่อนหน้านี้ยังเป็นสีเทาอ่อนๆอยู่เลย แต่สัมผัสยังคงนุ่มอย่างเคย กลิ่นหอมอ่อนๆที่เคยสูดกลิ่นจนติดจมูกก็ยังอยู่  ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสินะ..

 

  “โถ่ ฮยองอ่า..” ร่างเล็กยู่ปากเล็กน้อย เขาพึ่งจะสังเกตเสื้อคลุมสีแดงขาวของอีกคนที่พากอยู่บนโซฟา

 

  ‘PEANUT’

 

  มันคงจะดูเหมาะไม่น้อยหากอยู่บนร่างของวังโฮ เครื่องแบบสีขาวแดงคงช่วยเพิ่มความสดใสให้เด็กน้อยผู้ยิ้มง่ายของเขามากขึ้นไปอีก

 

  ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่เขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ายังลบภาพของเด็กผู้ชายตัวเล็กๆที่ใส่เครื่องแบบสีดำที่มักจะพุ่งเข้ามากอดเขาเมื่อรู้สึกดีใจไม่ได้เสียที

 

  แต่เวลาผ่านไปอะไรๆก็เปลี่ยน อย่าว่าแต่ร่างเล็กตรงหน้าเลย ตอนนี้เขาก็ไม่ได้เป็นอย่างเดิมแล้วเช่นกัน..

 

  “เป็นไงบ้าง?” ร่างสูงเปิดบทสนทนา

 

  “ก็ดีฮะ  ทุกคนน่ารักดี”

 

  ‘คิดถึงเหมือนกันรึเปล่า..?’  คำบางคำที่ต้องทนเก็บเอาไว้ในใจ แม้อยากจะพูดมันออกมามากแค่ไหนก็ตาม

 

  “ผอมลงรึเปล่า?” เขาถามพลางตรวจเช็คคนตรงหน้าเหมือนพยายามจะหาร่องรอยขีดข่วนบนร่างเล็ก

 

  “ก็ดูหุ่นไอ้พวกนั้นสิ อย่างจุนซิกกับแจวานกินก็แทบไม่เหลืออะไรให้ถั่วน้อยของเรากินแล้ว” กลายเป็นเพรย์ที่พูดขัดขึ้นมาแทน ซึ่งก็ดูจะจริงอย่างที่สไนเปอร์ของทีมว่า

 

  “ง่ะ..”

 

  “วันหลังก็แย่งมากินบ้างสิ แค่ของกินนายแย่งได้อยู่แล้ว นี่ใครพีนัทผู้สตีลมาแล้วทุกบัฟในเกม” เขาพูดติดตลก

 

  “ก็นี่มันไม่มี Smite นี่นา”

 

  “โถ่ ...เอามือมานี่”ร่างสูงแบมือขออวัยวะเดียวกันจากคนตัวเล็ก

 

  “อะไรอ่ะ?”ร่างสูงปล่อยลมหายใจเบาๆบนมือเล็ก ก่อนจะหันมาบอกกับเจ้าของมือนุ่มนิ่ม

 

  “ฟู่ว ฉันเป่ามนตร์ให้แล้ว ตอนนี้นายจะเหมือนมีสไมท์ติดตัวแล้ว”เขาทำหน้าตาจริงจังเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของคำพูดเข้าไป แม้มันจะดูไม่ต่างจากเดิมเลยก็ตาม

 

  “ปัญญาอ่อน” วังโฮส่ายหัวเบาๆให้กับนิสัยเด็กๆของร่างสูง พลางหันไปจัดการของกินบนโต๊ะบ้าง

 

  ร่างเล็กใช้ส้อมจิ้มไส้กรอกเข้าปาก ปากเล็กฉ่ำเพราะเจ้าตัวติดลิปมันยิ่งชีพ ขนาดต้องวางไว้ใกล้ๆคอมตอนเล่นเกมนั่นขยับเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ

 

    เหมือนกระต่ายเลยแฮะ..

 

  “เฮ้ย ไหนๆก็นัดมาเจอกันทั้งที มาเล่นเกมถามตอบกันมั้ย? แต่ถามแค่วังโฮนะ ผลัดกันถามไป” อดีตมิดเลนของทีมพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าทุกคนมากันครบแล้ว

 

  “อ้าว ทำไมผมโดนคนเดียวอ่ะ?” เจ้ากระต่ายน้อยเงยหน้าจากจานอาหารเมื่อได้ยินการพาดพิงชื่อตัวเองลงไปอย่างอยุตติธรรม

 

  “ก็นายเป็นน้องเล็ก”

 

  “ไม่เกี่ยวซะหน่อย”

 

  “เอาความจริงป้ะ?

 

  “ก็ไม่ได้บอกให้โกหก -- โอ้ย! คนตัวเล็กร้องลั่น เมื่อมือหนาของร่างสูงข้างๆเอื้อมมาตีศีรษะเล็กนั่นเบาๆ

 

  “พูดจาดีๆหน่อยสิ”ร่างสูงพูด

 

  “ง่ะ..”เมื่อไม่สามารถต่อปากต่อคำได้ จึงหยุดปากแล้วจิ้มไส้กรอกมาเคี้ยวต่อ

 

  “ความจริงคือพี่แค่อยากแกล้งนายอ่ะ”

 

  “-.-“ วังโฮหันมาทำหน้าไม่สบอารมณ์ใส่ผู้ที่มีศักดิ์เป็นพี่ แต่ดูเหมือนนั่นจะไม่ช่วยให้คุโรหมดความพยายามที่จะเล่มไอ้เกมบ้าๆนี่ต่อ

 

  “คำถามแรก ฉันกับเฟคเกอร์ใครเก่งกว่ากัน?

 

  “แน่นอนว่าซังฮยอกฮยองเก่งกว่าอยู่แล้ว”ร่างเล็กตอบแบบไม่ได้ใส่ใจอะไร

 

  “ย่าห์!! ฮึ่ย” และนั่นทำให้คนถามถึงกับหัวเสียกับคำตอบที่ไม่ว่าฟังยังไงก็แปลความหมายออกมาได้ว่าเขาอ่อนกว่าไอ้นั้นอยู่ดี

 

  “ขอถามๆ ฉันกับแบงใครหล่อกว่ากัน?” ต่อมาเป็นเพรย์ที่ถามขึ้นมาบ้าง แต่ถ้าเทียบเรื่องสาระ มันดูไม่ต่างจากอันแรกเท่าไหร่...

 

  “ไม่หล่อทั้งคู่” และแน่นอนว่าคำตอบก็คงพอๆกับอันแรก..

 

  “ย่าห์! พอเลิกเล่นๆ” เพรย์ตะโกนออกมา

 

   Rrrrrrrrrrrr


  “เดี๋ยวมา”ร่างสูงลุกขึ้น ก่อนจะเดินออกไปจากบริเวณที่มีเสียงดังเพื่อรับสายของคนที่โทรมาในวันหยุดเช่นนี้

 

   เขาเดินออกมาบริเวณหลังร้าน ก่อนจะกดรับสาย แล้วยกมันขึ้นแนบหู

 

[เฮ้ย โทษที กุญแจห้องฉันอยู่ที่นายป้ะ?]

 

ร่างสูงฉงน พลางควานหากุญแจที่ว่านั่นในกระเป๋ากางเกง

 

  “อือ อยู่กับฉัน นายรีบใช้รึเปล่า?” เขาถามเพราะหากอีกฝ่ายมีความจำเป็นต้องรีบใช้จริงๆ เขาก็คงบึ่งรถกลับไปที่ห้องซ้อมให้

 

[ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันไปนอนกับคนอื่นแล้วกันคืนนี้]

 

  “โอเค” เขาพูดก่อนจะจบบทสนทนาด้วยการตัดสายเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรเร่งด่วน ก่อนจะเช็คข้อความในมือถือเล็กน้อยเพราะข้างในเสียงเพลงดังมาก ทำให้เขาไม่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนใดๆจากมันเลย  ไม่นานขายาวก็ก้าวกลับเข้าไปในร้านดังเดิม

 

  แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปดูจะเป็นร่างเล็กที่ตอนนี้ขยับดุ๊กดิ๊กไปมา พลางกระดกแก้วน้ำสีอำพันลงคอ ก่อนจะลงไปนอนพิงกับโซฟานุ่ม...ดื่มมาสินะ

 

  “อ้ะ ฮยองงงงงงง ยืมโทรศัพท์หน่อยซี่” คนที่ดูเหมือนจะไม่ได้สติแล้วแบมือขอมือถือจากร่างสูง พร้อมกับยิ้มหวานอย่างออดอ้อน

 

    เวลาเมาทีไรเป็นงี้ทุกทีนั่นแหละ..

 

  เขาส่งสายตาคาดโทษไปยังคนที่เหลือ ซึ่งพวกมันก็ตอบรับโดยการส่งสายตายียวนกวนบาทาเบื้องล่างกลับมาให้เป็นการตอบแทน..

 

  ด้วยความอยากรู้ว่าคนตัวเล็กจะทำอะไรกับมือถือของเขา  ร่างสูงจึงหยิบสิ่งที่วังโฮต้องการออกมา แถมด้วยการปลดรหัสให้ก่อนจะยื่นให้คนขอ

 

  “มานี่ๆ” นอกจากเอาโทรศัพท์เขาไปแล้วยังจะเรียกเขาไปนั่งใกล้ๆอีก แต่ถึงจะคิดเช่นนั้นร่างสูงก็ยอมขยับเข้าไปใกล้ๆคนตัวเล็กอยู่ดี

 

 เขามองไปยังหน้าจอที่ตอนนี้ถูกยกสูงขึ้น ก่อนจะพบว่าคนถือกำลังทำอะไร

 

     ‘ถ่ายรูป

 

“งะ มันไม่ถึงอ่ะ” คนแขนสั้นบ่น  ร่างสูงจึงเอื้อมไปหยิบมือถือของตัวเองมาถือแทน ก่อนจะกดถ่ายภาพ

 

แชะ!!

 

“ง่า หล่อจังเลยน้าฮยองเนี่ย ลงไอจีกันๆ” โปรดอย่างคิดว่านั่นคือคำชักชวน แต่มันเป็นการบังคับเมื่อร่างเล็กกดเข้าโปรแกรมที่ใช้เผยแพร่รูปภาพอย่าง’instagram’ ขึ้นมา ก่อนจะกดโพสลงไป

 

“อ่ะ คืนนนน”  น้ำเสียงมึนเมานั่นพูดพร้อมกับส่งโทรศัพท์ของร่างสูงคืนมาให้ เขารับมันพลางเก็บใส่กระเป๋า

 

 “เฮ้ย ไปนั่งตรงบาร์กัน! เค้าว่ากันว่าสาวผับนี้แจ่มๆทั้งนั้น ไปป้ะๆ” คุโรตะโกนถามสมาชิกในโต๊ะแข่งกับเสียงเพลงที่ดังขึ้นมา

 

  “ข้อเสนอน่าสนใจขนาดนี้ก็ไปครับ!” เพรย์ตอบรับคำชวนก่อนจะหยิบของที่จำเป็นเช่นโทรศัพท์ของเขาและกระเป๋าสตางค์ไปด้วย และเมื่อเห็นอดีตคู่หูพร้อมเพื่อนอีกหนึ่งเดินออกไปจากโต๊ะ กอริลล่าจึงจำเป็นต้องเดินตามไปอย่างช่วยไม่ได้

 

 ทำให้ตอนนี้เหลือแค่เขากับคนตัวเล็กที่เมาไม่ได้สติแค่สองคน...

 

“งืม..”

 

  ร่างเล็กส่งเสียงครางเบาๆเมื่อรู้สึกถึงความง่วงที่เริ่มจะครอบงำเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นมือเล็กๆก็ยังเอื้อมไปคว้าแก้วสีอำพันอีก

 

  หมับ

 

  ร่างสูงฉกฉวยแก้วสำอำพันในมือนุ่มนิ่มมาไว้เมื่อเห็นว่ามันเกินลิมิตของวังโฮไปมากแล้ว ก่อนจะวางมันไว้ในที่ที่ปลอดภัยจากเงื้อมมือของคนตัวเล็กโดยไม่ได้สนใจเสียงงอแงเมื่อโดนขัดใจของคนนั่งข้างๆ

 

“ฮึก ฮยองจายร้ายยย”

 

“แค่นี้ก็เมาพอแล้ว”

 

“ม่ายเมาซะหน่อย”

 

   เขาส่ายหัวให้กับความเอาแต่ใจนั่น เสียงดนตรีดังๆของที่ร้านลอยเข้าหูมาเป็นระยะๆ อันที่จริงเขาก็ชอบร้องเพลงนะ เขามักไปคาราโอเกะบ่อยๆ แต่ช่วงนี้ไม่ได้เข้าไปเลยแฮะ

 

  “นี่...” นิ้วเรียวเล็กจิ้มมาที่แขนของเขา

 

  “คิดถึงเพลงที่ฮยองร้องจังเลยน้า” ...นั่นสิ เขาก็คิดถึงเหมือนกัน

 

  คนตัวเล็กเขยิบเข้ามาใกล้ ก่อนจะเกาะแขนพลางมุดหัวเรียวเล็กไปซบอกอุ่นของร่างสูง เหมือนกับลูกแมวอ้อนเจ้าของ

 

      “ร้องเพลงให้ฟังหน่อยสิ..”

 

  ไม่รู้ว่าจงใจหรืออย่างไร ทันทีที่คนตัวเล็กพูดจบเพลงเสียงดังที่เปิดก็กลายเป็นเพลงทำนองช้าๆ อย่างที่หลายๆคนรู้กันว่าสถานบันเทิงเหล่านี้หากไม่เปิดเพลงเร็วๆให้เต้นกัน อีกตัวเลือกก็เป็นเพลงอกหักที่ยิ่งเร้าอารมณ์ของคนที่พึ่งถูกหักอกมาทั้งหลาย

 

“นะ เพลงนี้ก็ได้..”

 

“อืม”

 

   ดนตรีที่ดังออกมาร่างสูงเคยฟังมันหลายหนแล้ว ดังนั้นแน่นอนว่าเขาร้องมันได้ และเข้าใจความหมายของมันอย่างดีแม้จะไม่ใช่ภาษาบ้านเกิดของตนเองก็ตาม

 

I’m so glad you made time to see me

How’s life? Tell me, how’s your family?

I haven’t seen them in a while

 

ฉันดีใจมากเลยนะที่เธอยอมมาเจอฉันอีกครั้ง

เป็นไงบ้าง? แล้วครอบครัวนายเป็นยังไงบ้าง?

ฉันไม่ได้เจอพวกเขามานานแล้วน่ะ

 

   ร่างสูงปล่อยเสียงที่แม้ไม่ได้เพราะมากมายอะไร แต่ก็ถือว่าดีกว่าคนทั่วไปอยู่มาก ว่ากันว่าเพลงที่เพราะ มักมาจากปัจจัยสองอย่าง  หนึ่งคือเสียงของนักร้อง และ  ความรู้สึกข้างในลึกๆของคนที่ร้องมันออกมา...

 

 

 

You’ve been good, busier than ever

We small talk, work and the weather

แค่ได้เห็นคุณสบายดีก็ดีใจมากแล้ว

เราคุยกันนิดหน่อย เรื่องงานกับสภาพอากาศ

 

   แม้จะไม่ได้ดูแลคนตัวเล็กข้างๆอย่างใกล้ชิดเหมือนที่เคยผ่านมา แต่แค่ยังเห็นว่าร่างเล็กของเขายังคงยิ้มและหัวเราะได้ในทุกวันแค่นั้นมันก็เพียงพอแล้วสำหรับเขา วันนี้ได้คุยกันอีกครั้ง ถึงจะเป็นเรื่องทั่วไปที่ใครๆพูดกันก็ตาม แต่มันก็มากพอที่จะเป็นพลังงานให้เขาในวันต่อๆไปจากนี้

 

Because the last time you saw me

Is still burned in the back of your mind

You gave me roses, and I left them there to die

เพราะครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน

ความทรงจำตอนนั้นมันยังฝังใจเธออยู่

เธอมอบกุหลาบให้ฉัน และฉันก็ทิ้งมันให้ตายอยู่ตรงนั้น

 

      วันที่เดินออกมาจากบ้านหลังนั้น บ้านที่เคยมีเราในความทรงจำนั้นน่ะ ความรู้สึกมันเหมือนกับตกลงไปในน้ำลึก มันหายใจไม่ออก เขาไม่ชอบความรู้สึกอย่างนั้นเอาซะเลย ไม่รู้ว่าวังโฮจะคิดอย่างนั้นเหมือนกันมั้ย? แต่ถ้าเป็นไปได้ก็คงไม่อยากให้คนตัวเล็กต้องมาลำบากใจ วังโฮน่ะเหมาะกับรอยยิ้มที่สุดแล้วล่ะ ดังนั้นการเลือกที่จะลืมมันก็คงจะเป็นความคิดที่ดีที่สุดรึเปล่านะ


So this is me swallowing my pride

Standing in front of you, saying I’m sorry for that night

And I go back to December all the time

 

แล้วคราวนี้ฉันก็ยอมเสียศักดิ์ศรี

เผชิญหน้ากับเธอ แล้วบอกว่า ฉันขอโทษสำหรับเรื่องคืนนั้นนะ

และฉันก็คิดถึงเมื่อเดือนธันวาคมที่แล้วตลอดเวลา

 

    ขอโทษที่วันนั้นไม่ได้พูดออกไปว่าเขาชอบร่างเล็กมากแค่ไหน ถ้าเขาย้อนเวลากลับไปได้แล้วพูดมันออกไป ตอนนี้เรื่องระหว่างเขากับวังโฮจะเป็นยังไงนะ

 

  แต่ถ้าเขาพูดออกไปตอนนี้แล้วจะช่วยให้ความรู้สึกอึดอัดที่เป็นมาตลอดหลายสัปดาห์จางลงไปได้บ้าง เขาก็อยากจะลองดู


It turns out freedom ain’t nothing but missing you

Wishing I’d realized what I had when you were mine

I go back to December, turn around and make it alright

I go back to December all the time

 

กลายเป็นว่าความอิสระที่ได้มามันไม่มีค่าอะไรเลย เพราะฉันคิดถึงเธอตลอดเวลา

ฉันน่าจะรู้ตัวตอนที่เธอยังคงอยู่กับฉัน ว่าเธอน่ะสำคัญกับฉันแค่ไหน

อยากจะย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคมนั้น แล้วแก้ไขทุกอย่าง

ฉันคิดถึงช่วงเวลานั้นตลอดมา

 

   ที่เดินออกมาจากตรงนั้นก็แค่หวังว่าถ้าห่างกันออกไปก็คงลืมเรื่องพวกนี้ไปเอง แต่แปลกที่มันไม่หายไปเลย มีเพียงแต่ความรู้สึกคิดถึงที่เพิ่มขึ้นทุกวัน

 

   ความคิดที่ร่างสูงไม่มีวันจะพูดออกไปว่าเขาคิดถึงคนตรงหน้ามากแค่ไหน ยิ่งอยู่ใกล้กันแค่เพียงเอื้อมมือ แต่กลับทำอะไรไม่ได้สักอย่าง เพียงเพราะสถานะที่เปลี่ยนไปจากเพื่อนร่วมทีมกลายเป็นศัตรูอันดับหนึ่ง..

 

  อย่างที่บอกว่าเขาอยากจะพูดมันออกไปนะ ถึงแม้จะเป็นแค่คนขี้ขลาดที่กล้าพูดแค่ตอนที่อีกฝ่ายถูกพรากสติไปโดยฤทธิ์ของแอลกอฮอลล์แล้วก็ตาม

 

  “วังโฮ..” เขาเอ่ย เมื่อหลุดออกจากความคิดที่ชวนปวดหัวนั่นได้แล้ว ก่อนจะหันไปมองหน้าคนตัวเล็กของเขาและพบว่าเจ้าตัวได้ตกลงไปในห้วงนิทราเสียแล้ว

 

   เขาส่ายหัวเบาๆ สงสัยว่าเพลงที่เขาร้องจะขับกล่อมร่างเล็กจนหลับไปแน่ๆ

 

   ร่างสูงจ้องมองริมฝีปากเล็กๆที่เคยเอาแต่อ้อนเขาเวลาอยากได้อะไรที่ต้องการ เขาคิดว่าปากเล็กๆนั่นมันดูนุ่มและน่าสัมผัสมาก สีแดงอมชมพูของมันดูชุ่มชื้นและไม่เหมือนอย่างที่บุรุษเพศควรจะมี บางทีเขาก็คิดว่ามันดูน่ามองยิ่งกว่าปากของผู้หญิงบางคนที่เอาแต่ด่าคนโน้นนินทาคนนี้ด้วยเสียงแปดหลอดให้เขาฟังเสียอีก

 

     ยิ่งมองก็ยิ่งน่าหลงไหล เหมือนติดอยู่ในเขาวงกตแห่งดอกกุหลาบสีแดงชมพู ที่หาทางออกไม่เจอ

 

   ร่างสูงโน้มตัวลงไปเมื่อร่างกายมิอาจทนต่อความอยากรู้อยากลองในรสชาติปากนุ่มๆของคนตัวเล็กตรงหน้า เขาค่อยๆบรรจงจรดริมฝีเบาลงไปเบาๆ กลิ่นแอลกอฮอลล์ที่ฟุ้งกระจายออกมา ไม่ได้ช่วยลดความปรารถนาของร่างสูงได้เลย เขาค่อยๆสอดลิ้นเข้าไปชิมรสหวานในปากของอีกฝ่าย คนตัวเล็กครางอื้ออึงพร้อมรับสัมผัสด้วยอวัยวะเดียวกัน

 

   เขาก้มลงจูบคนตัวเล็กที่ไร้ซึ่งสติอยู่เนิ่นนานก่อนที่จะถอนจูบออกมา ไม่ใช่ว่าจูบจนพอใจแล้ว แต่หากเป็นเพราะเขารู้ว่าเขามีสิทธิแค่ไหน..

 

 “เฮ้ คยองโฮ ช่วยหยิบมือถือให้หน่อยสิ” เสียงของกอริลล่าที่คงจะเดินกลับมาเอาของที่ตัวเองลืมไว้ดังขึ้น เขาพยักหน้าให้เพื่อนร่วมทีมก่อนจะหยิบสิ่งของที่อีกฝ่ายต้องการให้

 

“ฝากบอกพวกนั้นหน่อยสิว่าฉันจะเอาวังโฮไปส่งก่อน”ร่างสูงเอ่ย

 

“โอเค” อีกฝ่ายรับคำก่อนจะเดินกลับไปที่เดิม

 

  เขาอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมาในอ้อมแขนก่อนจะเดินออกไปจากร้าน อากาศหนาวเย็นข้างนอกทำให้เขาต้องหยิบเสื้อหนาวหนาของคนตัวเล็กมาจัดแจงห่มให้

 

เขาเรียกรถแท็กซี่ให้ไปส่งที่ที่พักของทีมSKT เขาคิดว่าคนในทีมนั้นน่าจะช่วยดูแลเด็กนี่ต่อจากเขาได้ล่ะมั้ง

 

  ไม่นานแท็กซี่ก็มาจอดบริเวณบ้านหลังใหม่ของคนตัวเล็กที่เขาไม่คุ้นเคย เขากดกริ่งเรียกคนข้างในออกมา ร่างสูงยืนรอสักพักก็มีคนมาเปิด ซึ่งเขาจำได้ว่าเป็นแบงหรือจุนซิก ผู้เล่นเอดีแครี่ของทีม

 

“อ่า สวัสดีครับ ผมเอาเขามาส่งน่ะ” เขาพูด

 

“อ๋า ขอโทษที่รบกวนนะครับ เด็กนี่แย่จริงๆ”จุนซิกรับร่างของคนตัวเล็กมาก่อนจะพูดขอโทษ

 

“ไม่เป็นไรหรอก ผมเต็มใจน่ะ” ร่างสูงยืนอยู่อีกสักพัก ก่อนที่จุนซิกจะขอตัวออกไป เพราะถึงเจ้าตัวเล็กนี่จะดูร่างบางแต่น้ำหนักนั้นถือนานๆก็หนักไม่ใช่เล่น

 

“ขอตัวก่อนนะ วังโฮนี่หนักไม่ใช่เล่นนะเนี่ย”

 

“อืม ฝากเขาด้วยนะ ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าให้เขาดื่มเยอะแบบนี้อีก ขอโทษสำหรับวันนี้ที่ต้องให้เป็นภาระนายนะ”ร่างสูงเอ่ย

 

“ครับ” ร่างสูงเอ่ยลาก่อนจะเดินออกมา ก่อนที่ประตูบ้านหลังนั้นจะปิดลง..

 

   เขายืนอยู่ตรงนั้นสักพัก ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็คเมื่อนึกได้ว่าวังโฮทำอะไรกับมันไว้ เขากดเข้าแอพพลิเคชั่นที่ใช้ลงรูปยอดฮิต ก่อนจะเลื่อนไปยังโพสล่าสุดของเขา

 

     ‘แก้ไข


 

  


      เขาแท็กอีกคนในรูปลงไป ปิดมันและเก็บลงไปในกระเป๋าดังเดิม..


 

  การพบกันครั้งนี้ถือเป็นความทรงจำที่ดีสำหรับคนที่ไม่มีสิทธิแก้ไขอะไรได้อย่างเขา อย่างน้อยแค่ได้เจอหน้า ได้พูดคุยกันเหมือนอย่างเคย แค่นั้นก็เพียงพอที่ใบหน้าตอนหลับสนิทของคนตัวเล็กจะไปอยู่ในหัวเขาก่อนหลับฝันทุกคืนแล้ว

 

  อย่างที่บอกว่าถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากจะแก้ไขอะไรๆให้มันดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ อยากจะกลับไปบอกว่าเขารักร่างเล็กนี้มากแค่ไหน แต่อดีตก็คืออดีต เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรมันได้เหมือนเช่นดังการแก้ไขข้อความหรือรูปภาพที่โพสลงไปได้อีกแล้ว

 

   หากว่าคุณยังมีโอกาส จงทำทุกอย่างให้ดีที่สุด อยากทำอะไร ก็ทำอย่างที่ใจปรารถนา อย่าประวิงเวลาให้มันสายจนเกินแก้ เพราะสุดท้ายแล้ว หากไม่ได้ทำมันลงไป คนที่เสียใจก็คือตัวเราเอง




     และนี่คือเรื่องราวของคยองโฮในวันหยุดคริสมาสต์ที่ผ่านมา...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     3 เดือนต่อมา

“เฮ้ คยองโฮ มาเร็ว เดี๋ยวก็ไปไม่ทันหรอก” เสียงรุ่นพี่ในทีมมเรียกร่างสูงที่กำลังเปิดเช็คข้อความในเฟสบุ๊ค

 

“อ่าห้ะ” ขายาวก้าวฉับๆตตามมคนข้างหน้าไป

 

  สวัสดีครับวันนี้วันที่ 2 มีนาคม วันนี้เขามีแข่งใหญ่ ฟังดูสำคัญสินะ แน่นอน เพราะมันเป็นศึกสำคัญระหว่างเขากับคนตัวเล็กยังไงล่ะ

 

     ‘KT VS SKT’

 

  แน่นอนว่าเขาจะไม่ยอมอ่อนข้อให้ง่ายๆหรอกนะ...

 

    “แล้วเจอกันนะ..”

 

 












TALK: ฟู่ววววว จบซะที ฮือวงวารพี่เม้บเบอร์ใหญ่มั่กบอกเลอ หลังจากนี้อาจจะมีฟิคยาวนะ ส่วนคู่ไหนเดี๋ยวดูอีกที555 ยังงไไงก็เมมม้นบอกติชมหน่อยนะคับ เอาจริงๆนี่คือเรื่องเเรกที่แต่งจบ เพราะมันเป็นช้อตฟิคเรื่องแรกง้ะ555555 ดำเนินเรื่องเร็วไปยังไงบอกด้วยนะอิิ้อิ้ ไปละ บัยยยยย 


 

ผลงานอื่นๆ ของ UP2Fuel

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 SegiCrazy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 23:06
    งื้ออออ ชอบมากเลยอ่ะ เป็นช็อทฟิคที่ดราม่าจริงๆ เหมือนเราอินเลย ชอบมากเป็นกำลังใจให้นะคะ
    #3
    0
  2. #2 pss_pcs (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 17:56
    เศร้าอ่ะะะ คิดถึง ฮือ นานๆทีจะเจอกันด้วยเนอะ เศร้าแทนสเมปเลย อยากบอกแต่บอกไม่ได้ T^T ดีนะถ้ากอริลล่ามาเร็วกว่านี้นี่ .///. อยากฟังสเมปร้องเพลงนี้เลย ความหมายดีมาก เราไม่ถนัดเม้นยาวๆเท่าไหร่ แต่ชอบภาษามากๆเลย สู้ๆนะคะ อยากอ่านต่อ
    #2
    0
  3. #1 L a l i c e ♡ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 00:36
    ฮือออ แรกๆฟินมาก ทำไมหลังๆดราม่า ???? แต่งต่อเลยค่ะ สนุกมาก
    #1
    0